- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นโลลิทั้งที ไหงดันกลายเป็นราชินีเซิร์กไปซะได้
- บทที่ 153: เป็นเด็กใหม่แท้ๆ แต่ใจกล้าไม่เบาเลยนะ
บทที่ 153: เป็นเด็กใหม่แท้ๆ แต่ใจกล้าไม่เบาเลยนะ
บทที่ 153: เป็นเด็กใหม่แท้ๆ แต่ใจกล้าไม่เบาเลยนะ
บทที่ 153: เป็นเด็กใหม่แท้ๆ แต่ใจกล้าไม่เบาเลยนะ!
"ตกลงๆ เมื่อไหร่ล่ะ?"
"สี่โมงเย็นครับ" ต่งเวยลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขากลัวว่าเฉิงเกอจะไม่ยอมไป หากเป็นเช่นนั้น เขาคงต้องเปลืองแรงโน้มน้าวเธอมากกว่านี้
แม้ว่าต่งเวยจะไม่ได้กังวลเรื่องความสำคัญของเฉิงเกอในปัจจุบัน แต่เขาก็ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคนพวกนั้นตึงเครียดจนเกินไป
หากเกิดอะไรขึ้นในอนาคต อาจมีบางคนคอยขัดขาเธออยู่ลับหลังได้
ดูจากพวกลูกคุณหนูคุณชายเศรษฐีเมื่อเช้านี้ก็รู้แล้ว บางคนไม่ยอมหลาบจำจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย วินาทีที่ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตความเป็นความตาย
วีรบุรุษมากมายต้องถูกฝังกลายเป็นกระดูกขาวโพลน ไร้ชื่อเสี่ยงเรียงนามหลังความตาย ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะถูกคนกันเองแทงข้างหลัง
ต่งเวยไม่อยากให้เฉิงเกอต้องสูญเสียความศรัทธาในตัวมนุษย์ในท้ายที่สุด และไม่อยากให้เธอต้องแปดเปื้อนจากวิธีการอันสกปรกโสมมเหล่านั้น
เมื่อไม่มีอะไรทำแล้ว เฉิงเกอก็ล็อกอินเข้าสู่เกม
ทันทีที่เธอออนไลน์ อันดับเลเวลก็เกิดการเปลี่ยนแปลงทันที ระบบเกมตรวจพบว่าอาชีพรองของเฉิงเกออย่างจอมเวทมังกรมีเลเวลเพิ่มขึ้น จึงทำการซิงโครไนซ์อันดับใหม่
ในเวลานี้ เฉินเทพแห่งเวทมนตร์มาถึงเลเวล 45 แล้ว
เฉิงเกอเปิดหน้าต่างกิลด์ 【สังหารเทพมาร】 ขึ้นมา และตรวจสอบสถานะของหลิงเฉินกับคนอื่นๆ
"อืม ถึงแม้จะไม่ได้อัปเลเวลเร็วเท่าตอนที่ฉันคอยแบก แต่ก็ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องล่ะนะ"
เฉิงเกอรู้สึกพึงพอใจมาก หลิงเฉินและคนอื่นๆ จดจำคำพูดของเธอใส่ใจและไม่ได้เกียจคร้านเลย
แบบนี้แหละดีมาก
"แต่ดูเหมือนว่าหลิงเฉินจะยังไม่ดรอปม้วนคัมภีร์เปลี่ยนอาชีพลับเลยแฮะ... เป็นเพราะฉันหรือเปล่านะ?"
หากหลิงเฉินหรือเหอฟางหาม้วนคัมภีร์เจอ พวกเขาจะต้องพูดถึงมันในช่องแชตกิลด์อย่างแน่นอน
เฉิงเกอคาดเดาว่า อาจเป็นเพราะการกลับชาติมาเกิดของเธอและความเร็วในการอัปเลเวลที่พุ่งกระฉูด จึงทำให้บางสิ่งบางอย่างที่ควรจะเกิดขึ้นเกิดการเปลี่ยนแปลงไป
แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เฉิงเกอไม่สามารถหยุดก้าวไปข้างหน้าเพียงเพราะมัวแต่หวาดกลัวกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในอนาคตได้หรอก
"จอมเวทมังกรน้ำแข็งเลเวล 45 แล้ว อืม ตอนนี้ฉันไปทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพได้แล้วล่ะ"
เฉิงเกออัญเชิญผีเสื้อออกมาแล้วบินมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงซวนอู่
ในขณะเดียวกัน
ในช่องแชตสาธารณะ หัวข้อเรื่องกระดานจัดอันดับได้จุดประกายการพูดคุยอย่างดุเดือดขึ้นมาอีกครั้ง
"เฉินเทพแห่งเวทมนตร์ปรากฏตัวอีกแล้ว! ตอนที่เขาออฟไลน์ไปคราวก่อนยังเลเวล 38 อยู่เลย! แต่ตอนนี้ปาเข้าไปเลเวล 45 แล้ว! อยู่อันดับสองเลยนะ!"
"จริงดิ? ฉันต้องไปดูหน่อยแล้ว!"
"เขาอัปเลเวลได้ยังไงกัน!? ไม่ใช่ว่าเขาออฟไลน์มาตลอดหรอกเหรอ?"
"นายลืมไปแล้วเหรอ การฆ่ามอนสเตอร์แบบออฟไลน์ก็ช่วยเพิ่มเลเวลได้เหมือนกันนะ"
"ใช่เลย! เฉินเทพแห่งเวทมนตร์ต้องฆ่ามอนสเตอร์ไปเยอะมากแน่ๆ ในช่วงที่มอนสเตอร์บุกคราวนี้! ค่าประสบการณ์ของเขาถึงได้พุ่งกระฉูดแบบนี้!"
"จะว่าไป ยังไม่มีข้อมูลอะไรของเฉินเทพแห่งเวทมนตร์หลุดออกมาเลยเหรอ? เขามาจากไหนกัน? มีใครเคยเห็นเขาบ้างไหม?"
"ไม่มีเลย"
"บางทีเฉินเทพแห่งเวทมนตร์อาจจะไม่ได้มาจากประเทศซวนอู่ก็ได้! ไม่อย่างนั้นมันเป็นไปไม่ได้หรอกที่ผู้เล่นที่ใช้สกิลในโลกออฟไลน์จะไม่มีข่าวคราวอะไรหลุดออกมาเลย!"
"แต่ทางต่างประเทศก็ไม่มีข่าวอะไรเหมือนกันนะ"
"หึ ถ้าฉันเป็นคนอื่น ฉันก็ต้องเก็บข้อมูลของเฉินเทพแห่งเวทมนตร์ไว้เป็นความลับเหมือนกันนั่นแหละ!"
"เก็บเป็นความลับไปแล้วจะได้อะไรล่ะ? กำลังคิดหาวิธีแซงหน้าเทพธิดาเฉิงอยู่หรือไง? ฝันไปเถอะ!"
"ชิ! ถ้าเทพธิดาเฉิงของพวกเราไม่ต้องมัววุ่นอยู่กับการช่วยชีวิตผู้คน ป่านนี้เธอคงทะลุเลเวล 60 ไปแล้ว! คนอื่นไม่มีทางตามทันหรอก!"
"พูดถึงเรื่องนี้ ตั้งแต่เมื่อคืนพี่เฉิงก็พาคนจากข้างนอกกลับมาเกือบสองล้านคนแล้วนะ เมืองเจียงไห่แทบจะยัดคนไม่พออยู่แล้ว"
ขณะที่พวกเขาพูดคุยกัน บทสนทนาก็เปลี่ยนไปเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองเจียงไห่ในวันนี้
พวกเขาเองก็ตกตะลึงเมื่อได้ทราบว่ามีผู้คนเกือบสองล้านคนหลั่งไหลเข้ามาในเมือง
"ใช่ คนเยอะเกินไปจริงๆ โชคดีที่เมืองชิงโจวกับเมืองสวีโจวช่วยรับคนบางส่วนไปดูแล"
"ขอบคุณเทพธิดาเฉิงที่ช่วยชีวิตฉันไว้! ถ้าไม่ได้เทพธิดาเฉิง ป่านนี้ฉันคงยังติดอยู่ในดงมอนสเตอร์แน่ๆ!"
"ใช่เลย! ขอบคุณมากครับเทพธิดาเฉิง!"
เมื่อเอ่ยถึงเฉิงเกอ ผู้คนมากมายที่ได้รับการช่วยเหลือในวันนี้ก็รีบเข้ามาผสมโรงและแบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขาทันที
ผู้เล่นในเมืองเจียงไห่ต่างรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น สิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุขยิ่งกว่าคือการที่มีแฟนคลับหน้าใหม่เข้ามาร่วมวงด้วย มันให้ความรู้สึกราวกับว่าความเก่งกาจและความยอดเยี่ยมของไอดอลในดวงใจของพวกเขากำลังเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้คนมากขึ้น และได้รับการยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์
ในฐานะแฟนคลับรุ่นเดอะ พวกเขายิ่งมีเรื่องให้พูดคุยมากมาย และเริ่มสาธยายวีรกรรมทุกอย่างที่เฉิงเกอเคยทำในเมืองเจียงไห่ให้คนอื่นๆ ฟัง
ในฐานะผู้เล่นที่เคยได้รับการช่วยเหลือจากเฉิงเกอเช่นกัน พวกเขาจึงค้นพบจุดเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน
ทว่า ในหมู่พวกเขากลับมีเสียงที่แตกแยกแทรกขึ้นมาสองสามเสียง
"ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห! ทำไมพวกเราถึงต้องมานอนในเต็นท์ด้วยเนี่ย!"
"หา? ไม่ให้นอนเต็นท์แล้วจะให้นอนที่ไหนล่ะ? เมืองเจียงไห่จะมีบ้านว่างเหลือเฟือให้ทุกคนอยู่ได้ยังไง? ขนาดตึกร้างที่สร้างไม่เสร็จก่อนหน้านี้ยังต้องถูกเอามาใช้ประโยชน์เลย"
"งั้นก็ไปเคลียร์ที่มาเพิ่มสิ! ฉันมีเงิน ฉันซื้อได้!"
"ซื้อปู่แกสิ ไอ้โง่นี่มาจากไหนเนี่ย? ป่านนี้แล้ว ไม่รู้หรือไงว่าเงินมันกลายเป็นเศษกระดาษไปแล้ว! ตอนนี้เสบียงต่างหากที่มีค่ามากที่สุด!"
"แกว่าใครฮะ! ไอ้บ้านนอก!"
"โอ้โห! พี่น้อง มาดูนี่เร็ว มีคนกล้าด่าคนเมืองเจียงไห่อย่างพวกเราว่าเป็นพวกบ้านนอกด้วยว่ะ!"
เหล่าผู้เล่นถึงกับอึ้งไปเลย
ไอ้คนไร้สมองนี่มันโผล่มาจากไหนกัน?
พวกเขาไม่รู้หรือไงว่านี่มันยุคสมัยไหนแล้ว?
หมอนี่ต้องไม่เคยโดนมอนสเตอร์ไล่ฟาดมาก่อนแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าพูดจาพล่อยๆ แบบนี้หรอก
การที่สามารถผ่านพ้นการรุกรานของมอนสเตอร์มาได้ถึงสามครั้งแถมยังได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี บอกได้คำเดียวเลยว่าเขาโชคดีสุดๆ
แต่ความโชคดีนี้กลับทำให้เขาไม่รู้จักเห็นคุณค่า ไม่รู้ความกว้างใหญ่ของโลกใบนี้ และยังคงหลงคิดว่าโลกทั้งใบหมุนรอบตัวเองอยู่
เห็นได้ชัดเลยว่า คำพูดของเขาได้ดึงดูดความสนใจและสร้างความเดือดดาลให้กับบรรดาผู้เล่นในเมืองเจียงไห่ในทันที
"จุ๊ๆ นี่มันคุณชายจากตระกูลไหนกันเนี่ย ถึงได้กล้าปากดีขนาดนี้?"
"ยังต้องเดาอีกเหรอ? ลองนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้สิ ข่าวมันแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองเจียงไห่แล้ว"
"อ๋อ ที่แท้ก็พวกเก่งกับคนอ่อนแอแต่ขี้แพ้กับคนจริงนี่เอง โชคดีที่มีฝูงผีเสื้อของพี่เฉิงคอยรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่ ไม่อย่างนั้นเมืองเจียงไห่ของพวกเราคงถูกเหยียบย่ำเละเทะไปแล้ว น่ากลัวชะมัด!"
เกิดเรื่องเอิกเกริกใหญ่โตขนาดนั้นเมื่อเช้า มันก็ต้องมีคนสังเกตเห็นอยู่แล้ว
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ตั้งแต่เมื่อคืน ข่าวปฏิบัติการกู้ภัยของเฉิงเกอก็ได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองเจียงไห่แล้ว
คนว่างงานบางคนก็แห่กันไปมุงดู และได้เห็นความวุ่นวายที่เกิดจากคนบางกลุ่มเมื่อเช้านี้
ถึงแม้คนเหล่านี้จะไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเผยแพร่ข่าวลือและการพูดคุยของทุกคนเลย
และตอนนี้ดูเหมือนว่าเหตุผลที่แท้จริงก็คือ ความรังเกียจเดียดฉันท์และการเรื่องมากนั่นเอง!
"บัดซบเอ๊ย! ถ้าไม่ใช่เพราะเฉิงเกอ! พวกเราจะตกอยู่ในสภาพแบบนี้เหรอ!? พวกเราสั่งให้เธอมาที่เมืองหลวงตั้งนานแล้ว แต่เธอก็ไม่ยอมมา ไม่รู้จักเจียมตัวเอาซะเลย!"
"???"
"!!!"
"พี่ชาย ตอนนี้พี่อยู่ที่ไหนเหรอ?"
"ชื่อฟู่ต้าไห่เหรอ? คุณชายจากตระกูลเศรษฐีงั้นสิ?"
"พี่ฟู่ ดูจากสถานการณ์ของพี่แล้ว สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ตอนนี้คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ใช่ไหม? เอาแบบนี้ไหมล่ะ? อยากมาอยู่บ้านผมหรือเปล่า? บ้านผมยังมีห้องว่างอยู่นะ ห้องกว้างซะด้วย"
"หึหึหึ~"
ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง เดี๋ยวนะ แกพูดว่าอะไรนะ?
กล้าบอกว่าเฉิงเกอไม่รู้จักเจียมตัวงั้นเหรอ?!
เดี๋ยวก่อน แกเป็นใครกันฟะ?!
ถึงได้กล้าพูดจาพล่อยๆ ถึงเฉิงเกอแบบนี้!
ในเมืองเจียงไห่ของพวกเรา ไม่มีใครยอมหรือมีใจกล้าพอที่จะด่าทอเธอหรอกนะ เป็นเด็กใหม่แท้ๆ แต่ใจกล้าไม่เบาเลยนะ!
ทุกคนเริ่มแห่กันเข้าไปซักไซ้ไล่เลียงสถานการณ์ทันที
【ฟู่ต้าไห่】: "ห้องว่างงั้นเหรอ? เสนอราคามาเลย ฉันจะเอาบ้านของแก!"
"ได้สิ ส่งที่อยู่แกมาเลย เดี๋ยวฉันไปหา!"
"ไม่ต้องถามให้เสียเวลาหรอก ฉันมีญาติทำงานอยู่ที่ศาลาว่าการเมือง ฉันสืบจนรู้ตำแหน่งที่พักของพวกมันแล้ว"
"โอ้? รับทราบ!"
...