- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นดาบ ใครถือข้าถ้าไม่เทพก็ต้องตายโหง
- บทที่ 17 - มรดกสืบทอดจากบรรพชน
บทที่ 17 - มรดกสืบทอดจากบรรพชน
บทที่ 17 - มรดกสืบทอดจากบรรพชน
บทที่ 17 - มรดกสืบทอดจากบรรพชน
สองวันผ่านไป ทหารรักษาเมืองก็มาแจ้งฟู่หย่วนหมิงว่ามีงานอีกแล้ว
ฟู่หย่วนหมิงไปรอที่ลานประหารล่วงหน้าเหมือนเช่นเคย ครั้งนี้นักโทษกระทำความผิดฐานลอบเข้าบ้านเพื่อลักทรัพย์... ถูกต้องแล้ว กฎหมายของโลกนี้เข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง แม้จะเป็นเพียงการลักทรัพย์ในเคหสถานก็มีโทษถึงประหารชีวิต!
ส่วนขอทานที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาบนถนน แม้จะถูกตีจนตาย ก็ไม่ถือว่าผิดกฎหมายแต่ประการใด
ทันทีที่ฟู่หย่วนหมิงก้าวขึ้นแท่นประหาร นักโทษเงยหน้าขึ้นมามองเขาก็ถึงกับสลบเหมือดไปในทันที... ทำเอาแม้แต่เฉินฮ่าวยังหมดคำพูด ในเมื่อกลัวตายขนาดนี้ แล้วจะไปขโมยของทำไมกัน
แต่ไม่ว่าจะสลบไปหรือไม่ เขาก็ไม่มีทางหนีพ้นโทษประหารไปได้ ใครใช้ให้เขากระทำผิดเล่า ใครใช้ให้เขาถูกจับได้เล่า ใครใช้ให้เขาไร้ฝีมือเล่า
ประโยคสุดท้ายนี่แหละคือประเด็นสำคัญ!
ขอแอบบ่นสักหน่อยเถอะ อัตราการไขคดีของโลกนี้ก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียเหลือเกิน!
ก็นะ ความห่างชั้นของพลังฝีมือแต่ละบุคคลมันแตกต่างกันมากเกินไปนี่นา
ฟู่หย่วนหมิงตวัดดาบตัดหัวนักโทษอย่างเยือกเย็นและมั่นคง เมื่อกลับมาถึงห้องพักเล็กๆ เขานั่งรออยู่ตั้งนาน ก็ไม่เห็นดาบยาวจะมีปฏิกิริยาอันใด
เขารู้สึกฉงนใจอยู่บ้าง
หรือว่าเขาจะเดาผิด หรือจำนวนยังไม่มากพอ
ครั้งนี้เขารอถึงสามวัน ฟู่หย่วนหมิงก็ได้ประหารนักโทษอีกสองคน
เมื่อกลับไปถึง เฉินฮ่าวก็รีบมอบเคล็ดวิชาวายุคลั่งขั้นที่สองให้เขาทันที
ครานี้ฟู่หย่วนหมิงตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างยิ่ง!
คัมภีร์ที่ดาบยาวตอบแทนกลับมาเป็นเครื่องพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของเขาแล้ว
ดาบยาวต้องการสังหารผู้คน ตราบใดที่สังหารได้ตามจำนวนที่กำหนด มันก็จะตอบแทนผู้ถือครองดาบด้วยเคล็ดวิชาทีละขั้น
หรือว่านี่จะเป็นดาบวิญญาณ
หรือว่านายท่านคนก่อนของดาบยาวเล่มนี้ จะเป็นผู้อาวุโสที่บรรลุวิถีแห่งยุทธ์จนถึงขั้นเทพเจ้า
ผู้อาวุโสท่านนั้นใช้ดาบยาวเล่มนี้เพื่อคัดเลือกผู้สืบทอด และถ่ายทอดวิถีแห่งยุทธ์ของตนกระนั้นหรือ
ข้อสันนิษฐานของฟู่หย่วนหมิงนับว่าสมเหตุสมผลทีเดียว บนทวีปนภาเร้นลับแห่งนี้ ยอดฝีมือไร้เทียมทานหลายท่านในช่วงบั้นปลายชีวิต หากไม่มีผู้สืบทอดที่เหมาะสม พวกเขาล้วนใช้วิธีการต่างๆ นานาเพื่อสืบทอดวิถีแห่งยุทธ์ของตนต่อไป
โดยทั่วไปแล้วพวกเขามักจะไม่ยอมแพ้ปล่อยให้หยาดเหงื่อแรงกายของตนต้องสูญหายไป เพราะนั่นคือวิธีหนึ่งในการทิ้งร่องรอยชีวิตของพวกเขาเอาไว้
ยอดฝีมือผู้อาวุโสทั้งหลายเมื่อใกล้จะดับสูญ วิธีการสืบทอดที่คุ้นเคยที่สุดคือการสร้างสุสานของตนเองขึ้นมา และวางบททดสอบต่างๆ ไว้ภายใน หากมีคนรุ่นหลังที่อายุน้อยสามารถผ่านบททดสอบของพวกเขาไปได้ พวกเขามักจะไม่ตระหนี่ถี่เหนียวที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ของตนให้กับคนรุ่นหลังที่ยอดเยี่ยมเหล่านั้น!
แน่นอนว่า มารเฒ่าบางคนก่อนตายก็อาจใช้ข้ออ้างเรื่องบททดสอบมาวางกับดักมรณะ เพื่อหมายจะลากคนไปตายเป็นเพื่อนให้มากที่สุด
เรื่องที่โด่งดังที่สุดก็คือเมื่อสิบปีก่อน สุสานของยอดฝีมือพรรคมารระดับตำนานอายุนับพันปีผู้หนึ่งได้ถูกเปิดออก
หน้าสุสานระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำกว่าก่อกำเนิดคนแรกที่สามารถผ่านบททดสอบสิบแปดด่านของสุสานไปได้ จะได้รับการสืบทอดเจตนารมณ์ทั้งหมดของเขา เขาได้ทิ้งมรดกและทรัพย์สมบัติทั้งหมดไว้ในห้องลับชั้นที่สิบเก้าของสุสาน!
ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วทั้งแดนใต้ต่างเดือดดาล พากันหลั่งไหลมาดุจเกลียวคลื่น
ทั้งฝ่ายธรรมะและฝ่ายมารต่างเข่นฆ่ากันเพื่อแย่งชิงทางเข้าจนฟ้าดินมืดมิด เมื่อเข้าไปในสุสานแล้วก็ยังคงเข่นฆ่ากันต่อไป
บททดสอบในแต่ละชั้นของสุสานนั้นโหดเหี้ยมอำมหิตเป็นอย่างยิ่ง ผู้ฝึกยุทธ์ที่ตกตายมีจำนวนนับไม่ถ้วน ศพเกือบจะอุดตันทางเดินจนหมดสิ้น
ก็พรรคมารมักจะมีนิสัยโหดเหี้ยมอยู่แล้ว ยอดฝีมือผู้นั้นเมื่อพันปีก่อนก็เคยเป็นถึงตัวตนที่สามารถล้างบางได้ทั้งอาณาจักรด้วยตัวคนเดียว บททดสอบจะโหดร้ายไปบ้างก็เป็นเรื่องปกติ
ตามสถิติในภายหลัง ศึกแย่งชิงครั้งนั้นมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำกว่าก่อกำเนิดต้องทิ้งชีวิตไว้ในสุสานมากถึงห้าหมื่นคน ยอดฝีมือระดับก่อกำเนิดขึ้นไปก็ร่วงหล่นไปหลายสิบคน บางสำนักถึงกับถูกล้างบางไปในบททดสอบนี้เลยทีเดียว!
แต่ทั้งหมดนั้นยังไม่ใช่เรื่องที่โหดร้ายที่สุด เรื่องที่โหดร้ายที่สุดคือเมื่อเหล่านักยุทธ์ผู้บ้าคลั่งยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อฝ่าฟันด่านทั้งสิบแปดด่านไปได้ พวกเขากลับพบว่าภายในห้องลับชั้นที่สิบเก้าว่างเปล่าไร้สิ่งใด มีเพียงโลงหินตั้งอยู่โลงเดียวเท่านั้น
ทั้งมรดกและทรัพย์สมบัติก็ไม่ได้อยู่ในโลงหิน ภายในโลงว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ศพ มีเพียงข้อความสลักไว้ที่ก้นโลงว่า "ข้าแค่ล้อพวกเจ้าเล่นเท่านั้น! ข้ามีศัตรูมากมายนับไม่ถ้วนตลอดชีวิต ไร้ญาติขาดมิตร ไม่คิดจะยกประโยชน์ให้ใครทั้งนั้น! ก่อนตายข้าได้โยนทรัพย์สมบัติทั้งหมดลงไปในเหวลึกไร้ก้นบึ้งแห่งแดนผีทะเลใต้หมดแล้ว พวกเจ้าอย่าได้หวังเลย และถ้าพวกเจ้าคิดจะสับร่างข้าให้แหลกเป็นผุยผง ก็เป็นไปไม่ได้อีกนั่นแหละ หากไม่มีอะไรผิดพลาด ข้าคงเผาตัวเองตายอยู่แถวๆ แดนผีทะเลใต้แล้วล่ะ ถ้าพวกเจ้าหาเถ้ากระดูกของข้าเจอ ข้าก็ยอมรับความพ่ายแพ้!"
ได้ยินมาว่ายอดฝีมือที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นถึงกับกระอักเลือดตายด้วยความโกรธแค้นไปกว่ายี่สิบคน หนึ่งในนั้นยังมีถึงระดับเจ้าสำนักรวมอยู่ด้วย!
เรื่องราวนี้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เอิ่ม... แล้วทั่วทั้งทวีปก็สั่นสะเทือนไปตามๆ กัน!
ยอดฝีมือที่มีนิสัยเลวร้ายเช่นนี้เรียกได้ว่าเป็นที่สุดของทวีป หมื่นปีจะมีสักคน!
แน่นอนว่าเรื่องนี้ฟู่หย่วนหมิงก็แค่ได้ยินมา ส่วนจะจริงหรือไม่นั้นเขาเองก็ไม่รู้... แต่เขาคาดว่าน่าจะจริง การกระทำของคนพรรคมาร ผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดาย่อมไม่อาจคาดเดาได้
เนื่องจากนิสัยของยอดฝีมือผู้อาวุโสแต่ละคนแตกต่างกัน วิธีการสืบทอดบางอย่างจึงแปลกประหลาดพิสดาร
ฟู่หย่วนหมิงรู้สึกว่าดาบยาวในมือน่าจะเป็นวิธีการสืบทอดที่หาได้ยากยิ่งรูปแบบหนึ่ง
การที่ต้องสังหารคนจึงจะได้เคล็ดวิชามา อาจจะเป็นยอดฝีมือผู้ใช้ดาบจากพรรคมาร เคล็ดวิชาวายุคลั่งอาจจะเป็นเพียงเคล็ดวิชาธรรมดา เคล็ดวิชาและกระบวนท่าที่ร้ายกาจจริงๆ อาจจะยังรออยู่เบื้องหลัง
ดูท่าเขาจะต้องสังหารคนให้มากขึ้นเสียแล้ว!
ระหว่างทางกลับ เขาใช้สายตาเย็นชาทอดมองผู้คนสัญจรไปมา ทว่าเขาก็ยังตัดใจไม่ได้อยู่ดี
เมื่อคิดว่าจะต้องสังหารผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้จัก เขาก็ยังคงลงมือไม่ลง!
บางที... บางทีข้าอาจจะไม่เหมาะที่จะก้าวเข้าสู่วิถีมารกระมัง!
ฟู่หย่วนหมิงคิดในใจอย่างอดไม่ได้
อีกทั้งฝีมือของเขาก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไร มีเพียงระดับกระแสปราณขั้นสูงสุดเท่านั้น หากเขาออกไล่ฆ่าคนไปทั่ว เกรงว่าคงต้องเตรียมตัวหนีออกจากบ้านเกิดเมืองนอน ร่อนเร่พเนจรไร้ที่อยู่เป็นแน่
เมื่อนึกถึงภรรยา นึกถึงบุตรชาย เขาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
หาก... หากย้อนกลับไปเมื่อสิบห้าปีก่อนตอนที่เขาได้ดาบยาวเล่มนี้มา ตอนที่แขนของเขายังอยู่ครบ ตอนที่ยังไม่มีภรรยาและลูก เขาคงไม่ลังเลที่จะใช้เลือดของคนนับไม่ถ้วนมาเปิดผนึกมรดกสืบทอดทั้งหมดที่อยู่ในดาบยาวเป็นแน่!
แต่ตอนนี้ เขาอายุมากเกินไปแล้ว
ทว่า เพียงแค่เคล็ดวิชาวายุคลั่งก็ทำให้เขาได้รับประโยชน์อย่างไม่รู้จบแล้ว ในฐานะเพชฌฆาต เขาก็สามารถเปิดผนึกมรดกได้เร็วขึ้น และปลอดภัยกว่ามาก!
บางที... เขาอาจจะนึกถึงฟู่ชิงหรงบุตรชายของตน
เฉินฮ่าวย่อมไม่ล่วงรู้ถึงความคิดในใจของฟู่หย่วนหมิง แต่ต่อให้รู้ เขาก็ไม่ใส่ใจหรอก
เขาเพียงต้องการให้ฟู่หย่วนหมิงตระหนักถึงคุณค่าของดาบยาวเล่มนี้อย่างถ่องแท้ก็พอ!
ตอนนี้ฟู่หย่วนหมิงคือผู้ถือครองดาบที่ดีที่สุดของเขา หากต้องการหาผู้ถือครองดาบที่เป็นดั่งจอมมาร ด้วยสถานะอาวุธระดับทั่วไปขั้นสูงสุดของเขา ย่อมไม่มีโอกาสนั้นอย่างแน่นอน
เขาต้องการเลื่อนระดับ!
เลื่อนระดับให้เร็วที่สุด!
แม้จะไม่ได้มีคนมารอให้ตัดหัวทุกวัน แต่อย่างน้อยเมืองศิลาเหล็กก็เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง ย่อมต้องมีคนที่คิดสั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่ดีๆ บ้างล่ะ
เดือนแรก มีนักโทษสิบคนถูกฟู่หย่วนหมิงบั่นคอ
เดือนที่สอง มีนักโทษสิบสามคนถูกฟู่หย่วนหมิงบั่นคอ และอีกสองคนถูกเขาสับร่างเป็นหมื่นชิ้น
เดือนที่สาม มีนักโทษสิบห้าคนถูกฟู่หย่วนหมิงบั่นคอ
เคล็ดวิชาวายุคลั่งมีทั้งหมดเพียงห้าขั้น แต่จนถึงเดือนที่สาม เฉินฮ่าวก็ยังแกล้งถ่ายทอดให้ไม่หมด
ตอนแรกที่ฟู่หย่วนหมิงสังหารนักโทษไปสามคน เฉินฮ่าวก็ถ่ายทอดเคล็ดวิชาวายุคลั่งขั้นที่หนึ่งให้ ต่อมาเขาก็เพิ่มความยากขึ้นไปอีก ขั้นที่สามนั้นเขาถ่ายทอดให้ตอนที่ฟู่หย่วนหมิงสังหารนักโทษไปถึงสิบห้าคนแล้ว
เฉินฮ่าวก็หน้าด้านแบบนี้แหละ...
เดือนที่สี่ ฟู่หย่วนหมิงก็บั่นคอนักโทษไปอีกสิบสามคน เมื่อเฉินฮ่าวดูดซับเลือดและวิญญาณของนักโทษคนสุดท้ายเสร็จสิ้น พลังงานในดาบยาวก็ถึงเกณฑ์ที่จะเลื่อนระดับอีกครั้งในที่สุด
[จบแล้ว]