- หน้าแรก
- ใครว่าแดนปีศาจบำเพ็ญไม่ได้ ข้านี่ไงจะบรรลุอมตะให้ดู
- บทที่ 64 - มุกหลีจู เมืองเอ้อหลัวไห่
บทที่ 64 - มุกหลีจู เมืองเอ้อหลัวไห่
บทที่ 64 - มุกหลีจู เมืองเอ้อหลัวไห่
บทที่ 64 - มุกหลีจู เมืองเอ้อหลัวไห่
หวังอ้วนรู้สึกเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก เขาจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความเหลือเชื่อ
ในขณะเดียวกัน หูเปาอีและเชอร์รี่ หยางต่างก็รูม่านตาหดตัวลงอย่างรุนแรง ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน ตกตะลึง และอารมณ์ที่ซับซ้อนมากมายจนสมองดูเหมือนจะว่างเปล่าไปชั่วขณะ
ทว่าภาพประหลาดที่ปรากฏตรงหน้ากลับบีบบังคับให้ทุกคนต้องยอมรับว่านี่คือความจริง
ในวินาทีนั้น ภายในหัวของเฉินเจ๋อก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น
[ยินดีด้วย! โฮสต์ได้จุดประกายสมุดภาพพิเศษสำเร็จ!]
[ความสามารถ]: ภายในศพคริสตัลบรรจุไว้ด้วยความยึดติดของพระแม่ผี และยังคงมีพลังของมิติเลขเสมือนหลงเหลืออยู่ สามารถอัญเชิญ "แมลงผีดารุ" ทั้งร่างน้ำแข็งและร่างเพลิงได้ ร่างศพจะไม่เน่าเปื่อยไปนับพันปีและไม่ดับสูญไปนับหมื่นปี มีอานุภาพดั่งหงส์เพลิงนิพพาน
[รางวัลสำหรับโฮสต์——มุกหลีจู! ไข่มุกจากใต้คางของมังกรดำในก้นบึ้งนพรัตน์ สามารถใช้หล่อเลี้ยงร่างศพให้เกิดจิตวิญญาณได้!]
เมื่อเห็นภาพนี้ เฉินเจ๋อไม่รอช้า เขารีบเก็บศพคริสตัลธารน้ำแข็งเข้าสู่แหวนมิติในทันที
ความลับทั้งหมดนี้ บางทีอาจต้องไปค้นหาคำตอบที่เมืองเอ้อหลัวไห่ และต้องค้นหาดวงตาของพระแม่ผีให้พบ ถึงจะล่วงรู้ความจริงที่แท้จริงทั้งหมดได้
เกือบจะในเวลาเดียวกัน โดยไม่รอให้ทุกคนทันได้หายจากอาการตกตะลึง ทั่วทั้งหอคอยปีศาจก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
"เชี่ยแล้ว แผ่นดินไหวหรือว่าหอคอยปีศาจนี่กำลังจะถล่มกันแน่?!"
หวังอ้วนเบิกตากว้างพลางแหงนหน้ามองขึ้นไปข้างบนด้วยความตกใจ
ในตอนนั้น สีหน้าของเชอร์รี่ หยางก็เปลี่ยนไปทันที เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวว่า
"หรือว่าตำนานคำสาปอสุรกายหมาป่าจะเป็นเรื่องจริง จะมีพลังสีขาวบางอย่างมากลืนกินทุกสิ่งจริงๆ หรือ?!"
เมื่อได้ยินดังนั้น หูเปาอีก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
ต้องรู้ว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ชั้นที่เก้าซึ่งลึกที่สุดและอันตรายที่สุด ต่อให้โชคดีไม่ตายจากการถล่ม ก็คงต้องถูกฝังทั้งเป็นอยู่ใต้ดิน ซึ่งก็คือทางตันอยู่ดี
ในวินาทีนี้ เฉินเจ๋อเงยหน้ามองทุกคนแล้วเอ่ยเสียงหนัก
"ดูเหมือนจะเกิดหิมะถล่มครั้งใหญ่ ทั้งหลงติ่งกำลังจะถูกฝัง รีบหาอะไรมาอุดรูโหว่ที่พวกเราขุดไว้เร็วเข้า!"
สิ้นคำสั่ง เสียงคำรามกึกก้องของหิมะถล่มบนธารน้ำแข็งหลงติ่งก็ดังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลบทุกสุ้มเสียงบนโลกใบนี้
ท่ามกลางช่วงเวลาที่ชวนให้หายใจไม่ออก มวลหิมะมหาศาลพุ่งทะลักลงมาจากรูโหว่บนยอดหอคอย ผ่านช่องทางที่ขุดไว้ และกระแทกลงมาในหอคอยปีศาจทีละชั้นอย่างบ้าคลั่ง
เพียงชั่วอึดใจเดียว หิมะถล่มก็ถาโถมลงมาอย่างต่อเนื่อง ในเวลาอันสั้นหอคอยแปดชั้นด้านบนก็ถูกหิมะเติมจนเต็ม และกำลังพุ่งตรงลงมายังชั้นที่เก้าซึ่งเป็นชั้นสุดท้าย
ในวินาทีวิกฤตนั้นเอง เฉินเจ๋อคว้าฝาครอบคริสตัลที่หูเปาอีส่งมาให้ แล้วพุ่งไปอุดที่รูเพดานของชั้นนี้อย่างรุนแรง
โครม——
มวลหิมะและก้อนน้ำแข็งกระแทกเข้ากับฝาครอบคริสตัลอย่างหนักหน่วงจนเกิดเสียงดังปังๆ ราวกับมีสัตว์ยักษ์กำลังรัวหมัดเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง
ตึง! ตึง! ตึง!
เมื่อเห็นพลังทำลายล้างของธรรมชาติเช่นนี้ ทุกคนต่างหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัวจนแทบไม่กล้าหายใจ
ทว่าวิกฤตที่แท้จริงยังไม่หมดไป
แม้จะปลอดภัยชั่วคราว แต่การถูกกักขังอยู่ในห้องใต้ดินที่มืดมิดเช่นนี้ อีกไม่นานพวกเขาก็คงต้องขาดอากาศหายใจตายกันหมด
เมื่อเห็นภาพนี้ เฉินเจ๋อก็มีสายตาที่วูบไหวพลางนึกย้อนกลับไป
ในความทรงจำเดิม หูเปาอีและคนอื่นๆ รอดชีวิตไปได้เพราะพบทางลับที่นิกายเวียนว่ายเคยขุดทิ้งไว้ในชั้นที่เก้านี่เอง
คิดได้ดังนั้น ดวงตามที่ดำสนิทของเขาก็พลันวาบไปด้วยประกายไฟ เขาเอ่ยขึ้นเสียงขรึมว่า
"พวกคุณสังเกตเห็นไหม ตอนที่พวกเราตรวจดูศพคริสตัลเมื่อครู่ ดวงตาทั้งสองข้างของเธอหายไป"
"พระแม่ผีรุ่นแรกได้รับยกย่องว่าเป็นธิดาแห่งเทพเจ้า การกระทำแบบนี้ย่อมไม่ใช่ฝีมือของชาวแคว้นปีศาจแน่นอน"
เมื่อได้ฟัง เชอร์รี่ หยางก็มีสายตาที่สั่นไหวพลางเอ่ยว่า
"คุณกำลังจะบอกว่า เคยมีคนเข้ามาในหอคอยปีศาจเก้าชั้นแห่งนี้ก่อนพวกเรา และเอาดวงตาของพระแม่ผีไปงั้นเหรอ?"
"ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คนที่เอาดวงตาไปก็ต้องมีเส้นทางอื่นในการเข้าออกแน่นอน"
เมื่อได้ยินดังนั้น หูเปาอีรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ และพยายามตรวจสอบอย่างละเอียด แต่เขาก็ต้องขมวดคิ้วแน่น
"แต่ตามผนังหอคอยไม่มีทางเดินหรือช่องทางอะไรเลยนะ หอคอยปีศาจเก้าชั้นนี่มันถูกสร้างมาเพื่อเป็นสุสานแบบสถูปหอคอยโดยเฉพาะ..."
พูดถึงตรงนี้ เสียงของเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างแล้วหันไปมองเฉินเจ๋อ
เฉินเจ๋อพยักหน้าเล็กน้อยราวกับคาดการณ์ไว้แล้ว สายตาอันลุ่มลึกจ้องมองไปยังพื้นไม้สีดำที่ฐานหอคอยพลางเอ่ยเสียงหนัก
"หากมีคนเข้ามาขโมยดวงตาของพระแม่ผีจริง บางทีพวกเขาอาจจะใช้วิธีการของนักขุดสุสานก็ได้!"
พูดจบ เขาก็มองดูผังภายในหอคอยปีศาจ พลางนึกถึงบันทึกในคัมภีร์จั้งหลง
"ฟ้าเชื่อมติด ดินแยกขาด ไฟว่างกลาง น้ำเต็มใน!"
"ธาตุน้ำค้ำจุนทำลายประตูเป็น ประตูตายเปิดทางสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตรงนั้นคือตำแหน่งคอหอยมังกรของหอคอยปีศาจ และเป็นทางรอดเพียงหนึ่งเดียว!"
สิ้นคำพูดนั้น หูเปาอีก็มีแววตาเป็นประกายขึ้นมาทันที เขารีบหยิบเข็มทิศออกมาและชี้ไปที่ตำแหน่งด้านหลังของอาฉางพลางตะโกนว่า
"ตรงนั้นแหละคือทิศตะวันออกเฉียงใต้!"
เมื่อได้ยินดังนั้น หวังอ้วนก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน พุ่งเข้าไปใช้สิ่วขุดน้ำแข็งงัดแผ่นไม้สีดำบนพื้นออกทันที
กึก!
จากการงัดครั้งนี้ ทำให้หูเปาอีและหมิงซูถึงกับตาเป็นประกาย
"เหมือนจะมีหลุมขุดสุสานจริงๆ ด้วย?!"
หวังอ้วนอุทานออกมาด้วยความยินดี
ปรากฏว่าแผ่นไม้สีดำตรงพื้นนี้ไม่ใช่ของเดิมที่ติดมากับหอคอย แต่มีร่องรอยการถูกถอดออกมาแล้วนำมาติดตั้งกลับเข้าไปใหม่ และพื้นที่ด้านล่างก็ไม่ใช่ดินอัดแน่น แต่เป็นดินเยือกแข็งธรรมดาที่ถูกถมกลับเข้าไป ดูไปแล้วช่างเหมือนหลุมขุดสุสานที่ถูกซ่อมแซมไว้ไม่มีผิด
ทว่าหากดูจากร่องรอยแล้ว หลุมนี้ต้องมีอายุเก่าแก่มาก อย่างน้อยก็น่าจะนับพันปีเลยทีเดียว
"บ้าน่าเจ้าหู หรือว่าเมื่อพันปีก่อนก็มีคนขุดหอคอยปีศาจเก้าชั้นนี่แล้วงั้นเหรอ?!"
พูดจบ เขาก็หันไปมองหมิงซู
"นี่หมิงซู คุณอย่าบอกนะว่าหลุมนี้พ่อคุณเป็นคนขุดน่ะ?"
"เจ้าอ้วน เวลาแบบนี้ยังมีหน้ามาล้อเล่นอีกเหรอ!"
พูดจบ ทุกคนก็รีบคว้าสิ่วและพลั่วสนาม ช่วยกันขุดดินเยือกแข็งออกอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่นาน ทางลับโบราณเส้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นสู่สายตา ร่องรอยการขุดเจาะด้วยฝีมือมนุษย์นั้นชัดเจนยิ่งขึ้น
บนเนินดินเยือกแข็งนั้นมีขั้นบันไดดินเป็นชั้นๆ ส่วนที่ลึกที่สุดน่าจะเชื่อมต่อกับก้นบึ้งของเหวน้ำแข็ง และด้านหลังก็น่าจะเป็นพื้นที่ลึกลับบางอย่าง
ทว่าในวินาทีนั้นเอง
ฝาครอบคริสตัลด้านบนก็ส่งเสียงลั่นดังกึก ก่อนจะแตกกระจายออก มวลหิมะมหาศาลถล่มทลายลงมาในทันที
โครม——
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว โลงคริสตัลของพระแม่ผีถูกกระแทกจนแตกละเอียด ทันใดนั้นก็ปรากฏแมลงผีดารุพุ่งออกมาเป็นฝูง และเริ่มถาโถมเข้าใส่กลุ่มของเฉินเจ๋อ
ในขณะเดียวกัน หวังอ้วนที่อยู่ด้านหน้าก็ขุดทางลับจนทะลุได้สำเร็จ หูเปาอีเห็นดังนั้นจึงรีบหันกลับมาตะโกนสั่ง
"ไปเร็วเข้า!!!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เชอร์รี่ หยาง หมิงซู และคนอื่นๆ ก็ไม่กล้าชักช้า ต่างรีบมุดเข้าไปในทางลับทันที
ในวินาทีนี้ เฉินเจ๋อซึ่งรั้งท้ายเป็นคนสุดท้าย กลับไม่มีท่าทีลนลานแม้แต่น้อย
เขามองดูฝูงแมลงผีดารุที่ถาโถมเข้ามา ในมือพลันปรากฏเปลวไฟสีขาวนวลขึ้นเงียบๆ
เขาสะบัดนิ้วเบาๆ ทันใดนั้นเพลิงเย็นวิญญาณกระดูกก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลี่ยนพื้นที่ชั้นล่างสุดของหอคอยให้กลายเป็นทะเลเพลิงสีขาวในพริบตา แมลงผีดารุนับไม่ถ้วนต่างกลายเป็นสารอาหารให้แก่เพลิงประหลาดจนสิ้น
ในตอนนี้ เพดานของชั้นที่เก้าเริ่มรับแรงกดไม่ไหวและถล่มลงมาอย่างรุนแรง
มวลหิมะนับไม่ถ้วนถล่มลงมาราวกับฟ้าถล่ม
สายตาของเฉินเจ๋อยังคงนิ่งสงบ เขาคว้าแผ่นไม้สีดำที่วางอยู่ข้างๆ มาในทันที
ในวินาทีที่เขาปิดทางลับลง มวลหิมะขาวโพลนก็ถาโถมลงมาปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง
หลังจากทำเสร็จ เฉินเจ๋อปัดมือเบาๆ อย่างนิ่งสงบ ก่อนจะเลือนหายเข้าไปในทางลับที่มืดมิด
มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของแคว้นปีศาจในตำนาน——เมืองเอ้อหลัวไห่!
(จบแล้ว)