เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - บินสู่เกาหลีอีกครั้ง แผนงูเหลือมกลืนช้างเริ่มขึ้นแล้ว!

บทที่ 24 - บินสู่เกาหลีอีกครั้ง แผนงูเหลือมกลืนช้างเริ่มขึ้นแล้ว!

บทที่ 24 - บินสู่เกาหลีอีกครั้ง แผนงูเหลือมกลืนช้างเริ่มขึ้นแล้ว!


บทที่ 24 - บินสู่เกาหลีอีกครั้ง แผนงูเหลือมกลืนช้างเริ่มขึ้นแล้ว!

"ใช่"

เฉินเฟิงปลดเนกไทออก นั่งลงบนโซฟา แล้วแกล้งทำเป็นพูดขึ้นลอยๆ "ก็อยากจะไปสำรวจตลาดเกมออนไลน์ดูน่ะ พ่อไปคุยมาหลายบริษัท แล้วก็ไปถูกใจเกมที่ชื่อว่า 'The Legend of Mir 2' เข้าเกมนึง"

"แต่ไอ้พวกเกาหลีนี่มันหน้าเลือดชะมัด อ้าปากมาก็ขอตั้งหนึ่งล้านดอลลาร์ พ่อก็เลยยังไม่ตกลง กะว่าจะกลับมาประเมินดูอีกที ว่าไอ้เกมนี้มันมีค่าถึงราคานั้นจริงๆ ไหม"

[The Legend of Mir 2?!]

ตาของเฉินเสี่ยวเทียนเบิกโพลงเป็นไข่ห่าน ความตกตะลึงในใจนั้นแทบจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลย

[นี่มันคือชื่อภาษาอังกฤษของเกมจ้วนฉีนี่หว่า! พ่อจะดวงดีเกินไปแล้วมั้ง? แค่ไปเดินเล่นสุ่มๆ ก็ไปเหยียบโดนไข่ทองคำฟองนี้เข้าอย่างจังเลยเนี่ยนะ?]

[ลองนับเวลาดู ตอนนี้ก็คือช่วงที่จ้วนฉีเพิ่งเปิดตัวเบต้าที่เกาหลีพอดีเลย สัญชาตญาณนักธุรกิจของพ่อนี่ มันขั้นเทพชัดๆ!]

[แต่ว่า... หนึ่งล้านดอลลาร์เหรอ? ไอ้พวกนี้มันหน้าเงินเกินไปแล้วมั้ง!]

[จำได้ว่าตอนเปิดตัวที่เกาหลี เกมจ้วนฉีมันก็งั้นๆ ไม่ได้โด่งดังอะไรมากมายเลยนะ ปีหน้าที่เฉินเทียนเฉียวแห่งบริษัท Shanda ไปเจรจา เขาใช้เงินแค่สามแสนดอลลาร์ก็ซื้อลิขสิทธิ์มาได้แล้วนะ!]

[หนึ่งล้าน? หลอกฟันหัวแบะกันชัดๆ!]

คิดได้ดังนั้น เฉินเสี่ยวเทียนก็รีบวางของเล่นลง แล้วมองหน้าเฉินเฟิงด้วยท่าทางจริงจัง

"พ่อฮะ ผมว่าการทำธุรกิจมันต้องแบบนี้แหละฮะ เขาเรียกแพงมา เราก็กดราคาให้ต่ำๆ ไปเลย! เขาขอหนึ่งล้าน พ่อก็ต่อเหลือสักหนึ่งแสนสิฮะ! ค่อยๆ ยื้อกันไป ยังไงตอนนี้ในประเทศเราก็ไม่มีใครไปแย่งซื้อกับเขาหรอกฮะ"

ฟังเสียงในใจของลูกชายแล้ว เฉินเฟิงก็แอบสะใจ แต่ภายนอกก็แกล้งพยักหน้าเห็นด้วย: "วีรบุรุษมักคิดเหมือนกัน พ่อก็คิดแบบนั้นแหละ กะจะดองพวกมันไว้สักพัก แล้วค่อยไปต่อราคาสักหนึ่งในสาม"

"เกมที่เพิ่งเปิดเบต้าได้แค่ครึ่งเดือน นอกจากพ่อแล้ว คงไม่มีใครยอมมาเป็นผู้รับเหมาหรอก พวกนั้นน่ะร้อนใจ แต่พ่อไม่ร้อนใจ"

"อื้อๆ!" เฉินเสี่ยวเทียนพยักหน้าหงึกๆ

หนึ่งในสาม ก็คือสามแสนนิดๆ ซึ่งตรงกับราคาในประวัติศาสตร์พอดี พ่อแกนี่ฝีมือร้ายกาจจริงๆ

แต่เฉินเสี่ยวเทียนก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก กลัวจะหลุดพิรุธ

แต่ไม่นาน เขาก็มีความคิดใหม่ผุดขึ้นมาในหัว คิ้วเล็กๆ เริ่มขมวดเข้าหากัน

[เดี๋ยวก่อนนะ แค่ได้สิทธิ์ตัวแทนจำหน่าย มันก็มีความเสี่ยงสูงอยู่นะ]

[จำได้ว่าหลังจากบริษัท Shanda โตขึ้นมา ก็ไปทะเลาะกับผู้พัฒนาเกมซะใหญ่โต พวกเกาหลีมันอิจฉาที่บริษัทจีนทำกำไรได้มหาศาล ก็เลยคอยหาเรื่องเตะตัดขา แถมยังขู่จะยึดสิทธิ์คืน จนต้องฟ้องร้องกันให้วุ่นวายไปหมด]

[ที่แย่ที่สุดคือ เพราะเรื่องข้อพิพาทลิขสิทธิ์นี่แหละ ทำให้ซอร์สโค้ด (Source Code) ของเกมหลุดออกมา จนพวกเซิร์ฟเวอร์เถื่อนกับพวกโปรแกรมบอทผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ทำให้อายุขัยของเกมจ้วนฉีสั้นลงไปเยอะเลย]

[ในเมื่อยังไงก็ต้องเสียเงิน... ทำไมไม่รวบหัวรวบหางซื้อขาดมันไปเลยล่ะ?]

[ตอนนี้ Wemade เป็นแค่บริษัทลูกของ Actoz ไม่มีอำนาจต่อรองอะไร แถมยังไม่มีเงินด้วย ถ้าเราฉวยโอกาสนี้ซื้อกิจการบริษัท Wemade ไปเลยล่ะ...]

[ดึงเอาต้นน้ำมาอยู่ในมือเรา ต่อไปอยากจะปรับปรุงแก้ไขอะไรก็ทำได้ตามใจชอบ ไม่ต้องแบ่งเงินให้ใครด้วย! นี่แหละต้นไม้เขย่าเงินของแท้!]

[การเข้าซื้อ Wemade น่าจะใช้เงินประมาณหนึ่งล้านดอลลาร์ ถึงจะแพงกว่าแค่ซื้อสิทธิ์ตัวแทนจำหน่ายหน่อย แต่มันคือการแก้ปัญหาแบบม้วนเดียวจบเลยนะ!]

[เงินสดในมือพ่อตอนนี้อาจจะไม่ถึงหนึ่งล้านดอลลาร์ แต่เราขอผ่อนจ่ายได้นี่! ขอแค่จ่ายเงินดาวน์ไปก่อน พอเกมเปิดตัวในจีนเมื่อไหร่ กระแสเงินสดก็จะไหลมาเป็นน้ำหลาก ถึงตอนนั้นจะจ่ายส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องจิ๊บๆ!]

[แบบนี้เขาเรียกว่า งูเหลือมกลืนช้าง! เป็นไปได้แน่นอน!]

......

พอได้ยินแผนการสุดบ้าระห่ำในใจลูกชาย เฉินเฟิงก็ถึงกับสะดุ้งเฮือก

ที่แท้ไอ้บริษัทที่ชื่อ Shanda ในอนาคตต้องไปเจอเรื่องปวดหัวพวกนี้ด้วยเหรอเนี่ย? การที่ตัวแทนจำหน่ายถูกบริษัทผู้พัฒนาบีบคอ ถือเป็นเรื่องต้องห้ามในการทำธุรกิจเลยนะ

เขาจะไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองเด็ดขาด

ในเมื่อรู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมีปัญหา ก็ต้องถอนรากถอนโคนมันซะ

หนึ่งล้านดอลลาร์...

ตีเป็นเงินไทย... เอ้ย เงินจีนก็ประมาณแปดล้านกว่าหยวน

เฉินเฟิงคำนวณในหัว ตอนนี้บัญชีเงินตราต่างประเทศของเขามีเงินอยู่ไม่ถึงสี่แสนดอลลาร์ แปลงเป็นเงินจีนก็แค่สามล้านกว่าหยวน

ยังขาดอีกตั้งแปดล้านเลยทีเดียว

แต่ว่า กระแสเงินสดจากร้านเน็ตก็ยังคงไหลเข้ามาไม่ขาดสายในทุกๆ เดือน

ขอแค่เจรจาขอผ่อนจ่ายกับทางนั้นได้ จ่ายเงินดาวน์ไปก่อนสักสี่แสนดอลลาร์ ที่เหลือก็ผ่อนจ่ายภายในครึ่งปี แค่นี้เรื่องก็จบแล้ว!

นี่มันคือการจับเสือมือเปล่าขั้นแอดวานซ์ชัดๆ

ขณะที่เฉินเฟิงกำลังครุ่นคิดอยู่ เฉินเสี่ยวเทียนที่นั่งอยู่บนโซฟาก็เงยหน้าขึ้นมา มองเขาด้วยแววตาซื่อตาใส

"พ่อฮะ พ่อว่าไอ้บริษัทเกาหลีที่พ่อบอกน่ะ มันไว้ใจได้ไหมฮะ? ถ้าเกิดต่อไปเกมเราฮิตขึ้นมา พวกเขาริษยาแล้วจะเบี้ยวสัญญาจะทำยังไงล่ะฮะ? หรือถ้าเกิดหาเรื่องตัดเน็ตเราดื้อๆ เราไม่ขาดทุนแย่เหรอฮะ?"

"นี่มันธุรกิจข้ามชาติเลยนะ ถ้าเขาเกิดเล่นแง่ขึ้นมา เราจะไปฟ้องร้องใครได้ล่ะฮะ?"

เฉินเสี่ยวเทียนกะพริบตาปริบๆ ทำท่าเหมือนหวังดีสุดๆ "ผมว่านะฮะ ถ้าบริษัทนั้นมันไม่ได้ใหญ่โตอะไร เราก็ซื้อมาเป็นของเราเองเลยไม่ดีกว่าเหรอฮะ? เหมือนตอนเราซื้อบ้านไงฮะ ได้ถือโฉนดแดงไว้ในมือ มันอุ่นใจกว่ากันเยอะเลย"

เฉินเฟิงมองดูลูกชายที่พยายามตีหน้าซื่อทำเป็นพูดจาประสาเด็ก แล้วก็ต้องกลั้นขำเอาไว้สุดฤทธิ์

"เอ๊ะ? ลูกพูดแบบนี้ก็เข้าท่าแฮะ"

เฉินเฟิงตบต้นขาฉาดใหญ่ แกล้งทำเป็นเพิ่งคิดได้ "ซื้อกิจการมาเลย เป็นวิธีแก้ปัญหาแบบม้วนเดียวจบจริงๆ ด้วย เอาล่ะ! พ่อจะเชื่อลูก! อีกสองสามวันพ่อจะไปเกาหลีอีกรอบ ครั้งนี้เราจะไม่คุยเรื่องสิทธิ์ตัวแทนจำหน่ายแล้ว เราจะไปคุยเรื่องซื้อกิจการเลย!"

เฉินเสี่ยวเทียนชะงักไปนิด เอามือเกาหัวด้วยความงุนงง

[เอ๊ะ? พ่อจะเชื่อคนง่ายไปไหมเนี่ย?]

[ฉันยังไม่ได้พ่นเหตุผลที่เตรียมไว้อีกตั้งเยอะแยะเลยนะ ดันตัดสินใจเลยซะงั้น?]

[แต่ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเปลืองแรงแต่งเรื่องหลอก พ่อเป็นคนใจป้ำแบบนี้ อนาคตต้องเป็นคนใหญ่คนโตได้แน่ๆ!]

พอได้ยินเสียงในใจของลูกชาย เฉินเฟิงก็แอบยิ้มที่มุมปาก

ไอ้ลูกบ้า ก็พ่อของแกยืนอยู่บนไหล่ยักษ์อย่างแกไงล่ะ ถึงได้มองการณ์ไกลขนาดนี้

......

สามวันต่อมา ณ กรุงฮั่นเฉิง, สำนักงานใหญ่บริษัท Actoz

เฉินเฟิงกลับมานั่งอยู่ที่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง ฝั่งตรงข้ามก็ยังคงเป็นพัคชางมิน ผู้จัดการทั่วไปของ Actoz

"คุณเฉินครับ เรื่องค่าลิขสิทธิ์ของเกม 'The Legend of Mir 2' ที่เราคุยกันคราวที่แล้ว คุณตัดสินใจได้หรือยังครับ? หนึ่งล้านดอลลาร์ นี่คือราคาต่ำสุดที่เราจะให้ได้แล้วนะครับ"

พัคชางมินหมุนปากกาในมือ ทำท่าเหมือนมั่นใจว่ายังไงก็กินรวบเฉินเฟิงได้แน่ๆ

หลังจากล่ามสาวคิมมียอนแปลให้ฟัง เฉินเฟิงก็ส่ายหน้า รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้า

"ไม่ๆๆ ผู้จัดการพัคครับ หนึ่งล้านดอลลาร์นี่มันไร้สาระเกินไปแล้ว"

"แปดล้านกว่าหยวน เพื่อแลกกับเกมที่ยังไม่รู้อนาคตเนี่ยนะ? พูดตรงๆ นะครับ ถึงผมจะคิดว่าเกมนี้มันน่าสนใจอยู่บ้าง แต่ผลตอบรับในประเทศคุณ... ดูเหมือนจะไม่ได้เรื่องเลยไม่ใช่เหรอครับ?"

"เปิดเบต้ามาตั้งครึ่งเดือน จำนวนผู้เล่นออนไลน์ยังน้อยจนน่าเกลียด ผลงานแค่นี้ คุณยังกล้าเรียกราคาตั้งหนึ่งล้านอีกเหรอครับ?"

ใบหน้าของพัคชางมินแข็งค้างไปชั่วขณะ

จริงอยู่ว่าผลตอบรับของเกมนี้ในเกาหลีนั้นธรรมดามาก หรือจะเรียกว่าล้มเหลวเลยก็ว่าได้

เขากระแอมไอแก้เขิน "แล้วคุณเฉินคิดว่าราคาไหนถึงจะเหมาะสมล่ะครับ?"

เฉินเฟิงชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว: "หนึ่งแสนดอลลาร์"

"อะไรนะ?! หนึ่งแสน?!"

พัคชางมินแทบจะกระโดดขึ้นจากเก้าอี้ "เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางเด็ดขาด! นี่มันหยามกันชัดๆ!"

จบบทที่ บทที่ 24 - บินสู่เกาหลีอีกครั้ง แผนงูเหลือมกลืนช้างเริ่มขึ้นแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว