- หน้าแรก
- มีลูกชายย้อนเวลามาทั้งที พ่อขอแอบก๊อปวิธีรวยหน่อยนะ
- บทที่ 23 - ลูกชายร้องลั่น: พ่อไปเกาหลีมาเหรอ?!
บทที่ 23 - ลูกชายร้องลั่น: พ่อไปเกาหลีมาเหรอ?!
บทที่ 23 - ลูกชายร้องลั่น: พ่อไปเกาหลีมาเหรอ?!
บทที่ 23 - ลูกชายร้องลั่น: พ่อไปเกาหลีมาเหรอ?!
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนเข้าสู่ปลายเดือนสิงหาคม
หลังจากการเติบโตอย่างบ้าคลั่งตลอดครึ่งค่อนปีที่ผ่านมา ธงของ 'พายุ' ก็ได้ถูกปักลงบนเมืองสำคัญๆ ของมณฑลเจียงซูและเจ้อเจียงจนแทบจะครบถ้วนแล้ว
จำนวนสาขาร้านเน็ต พุ่งพรวดขึ้นไปแตะที่ 21 สาขา
คิดถัวเฉลี่ยแล้ว เดือนนึงจะมีสาขาใหม่เปิดตัวถึงสองแห่งเลยทีเดียว
ความเร็วในการแตกตัวระดับนี้ ผลลัพธ์โดยตรงที่ตามมาก็คือ กระเป๋าเงินของเฉินเฟิงมันพองจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว
แค่เฉพาะเดือนสิงหาคมเดือนเดียว ยอดรายได้รวมของบริษัทพายุเทคโนโลยี ก็พุ่งสูงถึง 10,200,000 หยวน!
แน่นอนว่า ส่วนใหญ่ก็มาจากยอดเติมเงินสมาชิกนั่นแหละ
ก็แหม เปิดสาขาใหม่เยอะซะขนาดนั้น ต้นหอม... เอ้ย พระเจ้า ที่แห่มาเติมเงินเพื่อเอาโปรโมชันก็ย่อมเยอะตามไปด้วยเป็นธรรมดา
ถึงแม้ว่าในช่วงหลัง ยอดเติมเงินอาจจะลดลงบ้าง แถมยังต้องหักค่าภาษี, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน, และเงินลงทุนสำหรับสาขาใหม่ แต่พอเฉินเฟิงได้เห็นตัวเลขในบรรทัดสุดท้ายของงบการเงิน เขาก็ยังคงยิ้มจนหุบปากไม่ลงอยู่ดี
มีเงินสดพร้อมใช้ลอยลำอยู่ในบัญชีอีกตั้ง 6,700,000 กว่าหยวน
มีเสบียงในมือ จะไปกลัวอะไร
เฉินเฟิงไม่ยอมให้เงินก้อนนี้นอนแช่อยู่เฉยๆ เขาบินไปกว้านซื้อที่กว่างโจวและเซินเจิ้นต่อทันที
สองเมืองเอกทางตอนใต้นี้ ราคาบ้านพุ่งสูงกว่าปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด ราคาเฉลี่ยพุ่งไปแตะสามพันกว่าหยวนแล้ว
เฉินเฟิงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง กวาดซื้อบ้านในสองเมืองนี้มาเมืองละ 10 หลัง จ่ายเงินดาวน์ไปสองล้านหยวน แลกกับสัญญาซื้อขายปึกหนาสีแดงๆ กลับมาสองปึก
ส่วนเงินทุนที่เหลืออีกเกือบห้าล้านหยวน เฉินเฟิงดึงออกมาสามล้าน แล้วอาศัยเส้นสายนำไปแลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ
เงินเกือบสี่แสนดอลลาร์สหรัฐ นอนนิ่งๆ อยู่ในบัญชีเงินตราต่างประเทศของเขา
นี่คือกระสุนที่เตรียมไว้สำหรับทริปเกาหลี
ตามที่ลูกชายเคยบ่นไว้ในใจ บริษัทที่ชื่อ Shanda นั้น ใช้เงินแค่สามแสนดอลลาร์ในการคว้า 'จ้วนฉี' มาครอง
เฉินเฟิงมั่นใจว่า เงินก้อนที่เขามีอยู่ในมือตอนนี้ ยังไงก็พอที่จะฟาดหัวซื้อเกมนั้นมาได้สบายๆ แน่นอน
และอีกอย่าง กระแสลมในตลาดตอนนี้ ก็เป็นการยืนยัน 'คำทำนาย' ของลูกชายได้อย่างดี
'ราชาแห่งราชัน', 'สโตนเอจ', 'สามก๊กออนไลน์' เกมออนไลน์เหล่านี้ทยอยเปิดตัวในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และความฮิตของมันก็ทำเอาหลายคนต้องอ้าปากค้าง
แม้แต่ในร้านเน็ตของเฉินเฟิงเอง ก็มีวัยรุ่นมาเหมาข้ามคืนเพื่อเปิดบอทเก็บเลเวลกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ
นี่คือสัญญาณเตือนว่า ยุคของเกมออนไลน์มาถึงแล้วจริงๆ
ในเมื่อทิศทางลมได้รับการยืนยันแล้ว เรื่องไปเกาหลีก็เลื่อนออกไปไม่ได้อีกต่อไป
ก่อนออกเดินทาง เฉินเฟิงเรียกหลินหว่าน, ซูชิง, และเฒ่าอู๋มาที่ห้องประชุมบริษัท
แอร์ในห้องประชุมเปิดไว้เย็นฉ่ำ
ซูชิงนั่งอยู่ทางซ้ายมือของเฉินเฟิง วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาว ชายเสื้อยัดเข้าไปในกระโปรงทรงเอสีดำรัดรูป
เนื่องจากต้องออกไปวิ่งงานข้างนอกบ่อยๆ ถึงแม้ผิวเธอจะไม่ได้คล้ำลง แต่ทั้งตัวก็แผ่กลิ่นอายความกระฉับกระเฉงทะมัดทะแมงออกมา
ส่วนหลินหว่านนั่งอยู่ทางขวามือ สวมชุดสูททำงานสีเทาเข้ม ดูเป็นผู้ใหญ่และสุขุมยิ่งขึ้น
"ผู้จัดการหลิน"
เฉินเฟิงใช้นิ้วเคาะโต๊ะ "ต่อไปนี้ ทิศทางการขยายสาขาร้านเน็ตของเราต้องเปลี่ยนแผนนิดหน่อย เราจะบุกขึ้นเหนือ บุกเข้าสู่เมืองหลวง (ปักกิ่ง)"
"ศักยภาพตลาดในปักกิ่งก็ใหญ่ไม่แพ้เซี่ยงไฮ้ ผมกันเงินไว้ในบัญชีให้สองล้าน คุณเอาไปจัดการก่อน ถ้าไม่พอก็เอาเงินหมุนเวียนจากรายได้สาขามาโปะ ผมขอตั้งเป้าหมายว่า ภายในสิ้นปีนี้ ต้องเปิดสาขาที่ปักกิ่งให้ได้อย่างน้อย 4 ถึง 5 สาขา"
"ครั้งนี้ผมจะไม่ดึงเงินทุนกลับมาแล้ว คุณลุยได้เต็มที่เลย ขาดคนก็รับเพิ่ม ขาดเงินก็ไปหาเฒ่าอู๋"
หลินหว่านดันแว่นตาบนดั้งจมูก แววตาประกายความตื่นเต้น "ไม่มีปัญหาค่ะ บอสเฉิน ตลาดปักกิ่งฉันเคยไปสำรวจมาแล้ว ฉันมั่นใจค่ะ"
เฉินเฟิงพยักหน้าอย่างพอใจ
หลังจากผ่านการขัดเกลามาค่อนปี ตอนนี้หลินหว่านสามารถทำงานใหญ่ได้ด้วยตัวเองแล้ว
เขาหันหน้าไป มองไปที่ซูชิง
พอซูชิงสัมผัสได้ถึงสายตาของเจ้านาย เธอก็ยืดหลังตรงโดยอัตโนมัติ ทำให้เสื้อเชิ้ตสีขาวยิ่งดูรัดตึงขึ้นไปอีก
"ซูชิง ช่วงที่ผ่านมาคุณทำได้ดีมาก ร้านเน็ตในเจียงซูและเจ้อเจียงแทบจะโดนระบบเราครอบคลุมไปหมดแล้ว"
"ก้าวต่อไป ผมต้องการให้คุณหว่านแหให้กว้างกว่านี้อีก ภายในสองเดือน ผมต้องการให้ 'พายุเน็ตมาสเตอร์' ครอบคลุมไปทั่วภูมิภาคหัวตง (East China)"
"ใช้กติกาเดิม แจกฟรี บริการติดตั้งถึงที่ คนไม่พอก็ไปรับเพิ่ม งบประมาณไม่อั้น"
ตาของซูชิงเป็นประกาย ตอบรับเสียงใส "บอสเฉินวางใจได้เลยค่ะ! พรุ่งนี้ฉันจะรีบไปขยายทีมทันที ตอนนี้ชื่อเสียงของเราติดตลาดแล้ว การไปเสนอโปรโมตมันก็ง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยค่ะ"
"ดีมาก"
เฉินเฟิงมองดูขุนพลคู่ใจตรงหน้า แล้วยิ้มออกมา "จากผลงานที่ผ่านมาของคุณ ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป ผมจะปรับฐานเงินเดือนให้คุณเป็น 6,000 หยวน"
"ขอบคุณค่ะบอส!"
ซูชิงตื่นเต้นจนแก้มแดงระเรื่อ
หกพันหยวน!
ในยุคนี้ ต่อให้เป็นในเซี่ยงไฮ้ นี่ก็คือรายได้ระดับหัวกะทิของมนุษย์เงินเดือนเลยนะ
สายตาที่เธอมองเฉินเฟิง นอกเหนือจากความซาบซึ้งแล้ว มันยังมีอารมณ์ความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกแฝงอยู่อีกด้วย
ผู้ชายคนนี้ ทั้งใจป้ำ ทั้งตาแหลมคม การเลือกเดินตามเขา เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆ
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ เฉินเฟิงก็รู้สึกว่าภาระบนบ่าเบาลงไปเยอะ
ในเมื่อฐานทัพหลังมั่นคงแล้ว ลำดับต่อไป ก็คือการเดิมพันระดับชาติครั้งใหญ่นี้แหละ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
เซี่ยงไฮ้ในเดือนกันยายน ลมฤดูใบไม้ร่วงเริ่มพัดโชยมา
เฉินเฟิงพาตัวล่ามภาษาเกาหลีระดับมืออาชีพที่ยอมจ่ายเงินก้อนโตจ้างมา เดินทางขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าสู่กรุงฮั่นเฉิง (โซล)
เป้าหมายคือ: 'จ้วนฉี'
......
เครื่องบินลงจอดที่สนามบินนานาชาติคิมโป กรุงฮั่นเฉิง
เฉินเฟิงเข้าพักที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง และพักผ่อนอยู่หนึ่งคืน
วันรุ่งขึ้น เขาก็พาคิมมียอน ล่ามสาวสวยที่จ้างมาด้วยราคาสูงลิ่ว มุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทางทันที
คิมมียอนเป็นสาวสวยสไตล์คาบสมุทรเกาหลีแบบฉบับ ผิวขาวจั๊วะสะท้อนแสง
ถึงแม้อากาศจะเริ่มเย็นลงแล้ว เธอก็ยังคงสวมถุงน่องสีเนื้อ โชว์เรียวขายาวตรงสวย คู่กับรองเท้าส้นสูงสีดำ
ชุดทำงานรัดรูปเน้นให้เห็นเอวที่คอดกิ่ว เวลาเดิน บั้นท้ายที่ส่ายไปมาก็ชวนให้สะกดสายตายิ่งนัก
ด้วยการนำทางของเธอ เฉินเฟิงก็สืบข้อมูลจนรู้ตื้นลึกหนาบางได้อย่างรวดเร็ว
บริษัทเป้าหมายมีชื่อว่า Wemade หรือที่ต่อมาจะโด่งดังในชื่อ 'วีเมด เอ็นเตอร์เทนเมนต์' นั่นเอง
แต่ในตอนนี้ มันยังเป็นแค่บริษัทลูกของ Actoz ที่ยังไม่มีชื่อเสียงอะไรเลย
และที่บังเอิญยิ่งกว่านั้นก็คือ เมื่อสิบกว่าวันก่อน เกมที่พัฒนาโดยบริษัทนี้ซึ่งมีชื่อว่า 'The Legend of Mir 2' ก็เพิ่งจะเปิดให้บริการในช่วง Open Beta ไปหมาดๆ
นอกจากเกมนี้แล้ว บริษัทนี้ก็ยังไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย
ตอนแรก เฉินเฟิงยังแอบระแวงอยู่ในใจนิดๆ
ชื่อเกมมันไม่เห็นเหมือนคำว่า 'จ้วนฉี' (Legend) เลยนี่นา?
แต่เขาก็นึกขึ้นได้ทันทีว่า คำว่า 'จ้วนฉี' ที่ลูกชายบ่นถึงในใจนั้น มันคือชื่อภาษาจีนที่ตั้งขึ้นตอนถูกนำเข้ามาเปิดบริการในประเทศต่างหาก
ชื่อภาษาอังกฤษของเกมนี้แปลตรงตัวได้ว่า 'ตำนานแห่งเมียร์' (The Legend of Mir) และเมื่อดูจากสไตล์ภาพและรูปแบบการเล่นแล้ว รับรองว่าไม่มีทางผิดตัวแน่นอน!
เพื่อความชัวร์ เฉินเฟิงจึงไม่ได้แสดงท่าทีว่าอยากได้จนออกนอกหน้า
เขาเริ่มจากการเข้าพบผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแม่ Actoz ในฐานะนักลงทุนก่อน แล้วก็แกล้งพูดแย้มๆ ไปว่าอยากจะขอซื้อลิขสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายเกม 'The Legend of Mir 2' ไปเปิดที่ตลาดเมืองจีนดูบ้าง
บนโต๊ะเจรจา กลุ่มผู้บริหารเกาหลีสบตากันไปมา พอมองมาที่เฉินเฟิงซึ่งเป็นคนจีน ใบหน้าของพวกเขาก็ฉายแววโลภออกมา
"หนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐ"
อีกฝ่ายเปิดราคามาซะเว่อร์วัง "นี่แค่ค่าตัวแทนจำหน่ายนะ ส่วนแบ่งรายได้ต้องคิดแยกต่างหาก"
เฉินเฟิงหัวเราะหยันอยู่ในใจ
เกม 2D ที่เพิ่งจะเปิดเบต้า อนาคตจะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้ กล้าเรียกราคาตั้งหนึ่งล้านดอลลาร์เชียวเหรอ?
ไอ้พวกนี้เห็นเขาเป็นหมูในอวยหรือไง
แต่ภายนอกเขาก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ เพียงแค่จิบกาแฟ แล้วพูดเสียงเรียบว่า "ผมขอรับไปพิจารณาดูก่อนก็แล้วกัน"
จากนั้น เขาก็พาคิมมียอนเดินออกจากห้องประชุมไป แล้วจองตั๋วบินกลับเซี่ยงไฮ้ภายในวันนั้นเลย
ทริปนี้ ถือว่าได้มาล้วงลูกและหย่อนเหยื่อทิ้งไว้แล้ว
ต่อจากนี้ก็แค่รอวัดความอดทนกัน
พอกลับมาถึงคฤหาสน์หรูที่ไว่ทาน เฉินเฟิงก็หยิบหุ่นโมเดลทรานส์ฟอร์เมอร์สที่ซื้อมาจากร้านปลอดภาษีในสนามบินออกมาจากกระเป๋าเดินทาง
"ลูกพ่อ ดูสิ พ่อเอาอะไรมาฝาก?"
เฉินเฟิงยื่นของเล่นให้เฉินเสี่ยวเทียนที่กำลังดูทีวีอยู่บนโซฟา พลางยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอกเฒ่า "นี่พ่ออุตส่าห์หิ้วมาจากเกาหลีเพื่อลูกโดยเฉพาะเลยนะ"
ก่อนหน้านี้เฉินเสี่ยวเทียนไม่รู้เลยว่าพ่อไปเกาหลี นึกว่าแค่ไปทำงานต่างเมืองธรรมดา
พอได้ยินคำว่า 'เกาหลี' มือที่กำลังเล่นของเล่นอยู่ก็ชะงักกึก เขาเงยหน้าขวับทันที
"พ่อ พ่อ... พ่อไปเกาหลีมาเหรอฮะ?!"