- หน้าแรก
- วายร้ายตัวพ่อ ก็แพ้เงื้อมมือท่านเทพผู้แสนดี
- บทที่ 15: รางวัลสำหรับเด็กดี
บทที่ 15: รางวัลสำหรับเด็กดี
บทที่ 15: รางวัลสำหรับเด็กดี
"ไม่ได้อยู่แล้ว"
ฉิวเยี่ยที่เพิ่งจะอิงแอบแนบชิดกับหลวนโยวเปลี่ยนสีหน้าทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น และเอ่ยปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้า
"...เข้าใจแล้ว"
อารมณ์ของหลวนโยวดิ่งวูบลงอย่างเห็นได้ชัด หากเขามีหูและหาง ตอนนี้มันคงจะลู่ตกอย่างแน่นอน
แม้ว่าเขาและฉินฉิวเยี่ยจะใจตรงกันแล้ว แต่มันก็เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว ใครเล่าจะยอมเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างให้กับคนที่เพิ่งเริ่มคบหากัน?
ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉิวเยี่ยหมายถึง
เขายื่นมือออกไปบีบนวดใบหูของชายหนุ่มเบาๆ แล้วเอ่ยอย่างเนิบนาบ "หลวนโยว ทุกคนล้วนมีความลับ ต่อให้เป็นคนรักที่ผูกพันกันลึกซึ้งแค่ไหน ก็ยังมีบางมุมที่อยากเก็บซ่อนไว้ไม่อยากให้ใครรู้"
"ความจริงแล้ว ฉันไม่รังเกียจที่จะเปิดเผยทุกอย่างให้นายรู้หรอกนะ"
"แต่ความรักมันต้องเดินไปพร้อมกันทั้งสองฝ่าย การเป็นผู้ให้หรือผู้รับเพียงฝ่ายเดียวมันไม่มีความหมายหรอก ถ้านายอยากรู้จักฉันให้มากขึ้น ก็ต้องเข้ามาค้นหาด้วยตัวเองสิ"
"ฉันจะสนุกและมีความสุขมากที่ได้เห็นนายพยายามเรียนรู้เรื่องราวของฉัน"
"และแน่นอน... ฉันเองก็จะพยายามเรียนรู้เรื่องของนายเช่นกัน"
เห็นได้ชัดว่าทักษะการพูดจาหว่านล้อมของเทพมังกรน้อยผู้บ้าคลั่งอย่างฉิวเยี่ยนั้นอยู่ในระดับทะลุหลอด เพียงไม่กี่ประโยคก็สามารถง้อหลวนโยวจนกลับมายิ้มกว้างได้อย่างสำเร็จ
"เข้าใจแล้ว ฉันจะเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนายให้ได้!" ชายหนุ่มให้คำมั่นสัญญากับร่างโปร่งด้วยสีหน้าจริงจัง
"เด็กดี"
ยิ่งฉิวเยี่ยจ้องมองผู้ชายคนนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าอีกฝ่ายช่างเซ็กซี่เหลือร้าย จนอดไม่ได้ที่จะเขย่งปลายเท้าขึ้นไปประทับริมฝีปากเบาๆ
และหลวนโยวก็ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าฉิวเยี่ยจะทำเช่นนี้ ทันทีที่อีกฝ่ายเขย่งเท้าขึ้น เขาก็สอดวงแขนโอบรัดเอวบางไว้แล้วรั้งตัวร่างโปร่งขึ้นมาเล็กน้อย—
หลวนโยวทำท่วงท่าเหล่านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติและไร้ซึ่งความลังเล ราวกับว่าเขาเคยทำมันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
เขายังรู้สึกราวกับว่าคุ้นเคยกับฉินฉิวเยี่ยมาเนิ่นนาน เหมือนกับว่าพวกเขาเป็นคนรักที่เคียงคู่กันมาข้ามภพข้ามชาติ หากไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว จะอธิบายได้อย่างไรว่าทำไมหัวใจของเขาถึงพองโตเพียงแค่ได้จูบฉินฉิวเยี่ย?
และจะอธิบายได้อย่างไรว่าทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนได้ครอบครองทั้งโลกเพียงแค่ได้ตระกองกอดฉินฉิวเยี่ยไว้ในอ้อมแขน?
เขาว่ากันว่าอัลฟ่าทุกคนล้วนมีโอเมก้าแห่งโชคชะตาเป็นของตัวเอง แม้โอกาสที่จะได้พบเจอกันนั้นจะริบหรี่เพียงใดก็ตาม เมื่อก่อนหลวนโยวเคยเย้ยหยันความคิดนี้ ทว่าตอนนี้เขาเชื่ออย่างหมดใจแล้ว
ฉินฉิวเยี่ยคือโชคชะตาของเขา
เพราะเขาสามารถรับรู้ได้เพียงกลิ่นฟีโรโมนของฉินฉิวเยี่ย และหัวใจของเขาก็เต้นแรงเพื่อคนคนนี้เพียงคนเดียว
"พอแล้ว ถ้าขืนจูบกันต่อมีหวังเตลิดไปไกลแน่" ไม่กี่นาทีต่อมา ฉิวเยี่ยจำต้องตัดใจผลักหลวนโยวออกเพื่อยุติรสจูบอันดูดดื่มนี้
ทั้งคู่ต่างหอบหายใจหนักหน่วง
ปฏิกิริยาทางร่างกายของพวกเขายิ่งปั่นป่วนว้าวุ่น
หลวนโยวไม่อยากปล่อยมือจากฉิวเยี่ยเลยแม้แต่น้อย เมื่อนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของร่างโปร่ง เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ถ้างั้นก็ไม่ต้องหยุดสิ ฉันสามารถสร้างพันธะถาวรให้นายได้นะ"
"แต่พรุ่งนี้ฉันมีธุระสำคัญต้องไปทำ หรือว่า..." ฉิวเยี่ยหลุบตาลง มองต่ำลงไปใต้เข็มขัดของหลวนโยวอย่างมีเลศนัย แล้วเย้าแหย่ว่า "นายสามารถสร้างพันธะถาวรให้เสร็จได้ภายในคืนเดียวงั้นเหรอ?"
"ไม่มีทางอยู่แล้ว!" หลวนโยวรีบปฏิเสธทันควัน
ฉิวเยี่ยรู้สึกขบขันกับท่าทีของเขา
"ของดีๆ ก็ต้องค่อยๆ ละเลียดชิมถึงจะได้รสชาติที่แท้จริง เพราะงั้นอดใจรออีกหน่อยเถอะ รอให้ฉันจัดการธุระเสร็จเมื่อไหร่ แล้วฉันจะเป็นฝ่ายชวนนายออกมาเอง"
"แล้วจะเสร็จเมื่อไหร่ล่ะ?"
หลวนโยวโพล่งถามออกไป พอพูดจบถึงเพิ่งรู้ตัวว่าคำพูดของตัวเองฟังส่อไปในทางชู้สาวขนาดไหน ทำตัวราวกับพวกหื่นกามที่หวังเคลมแค่ร่างกายของฉินฉิวเยี่ยอย่างนั้นแหละ!
"ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ..."
"ฉันรู้" ฉิวเยี่ยพูดแทรกคำแก้ตัวของเขา "ฉันบอกไม่ได้หรอกว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ แต่ขอสัญญาว่าจะจัดการให้เร็วที่สุด"
หลวนโยวพยักหน้าเห็นด้วย
เขารู้ดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้ของร่างโปร่งนั้นย่ำแย่เพียงใด ในเวลาแบบนี้ เขาจะไปเป็นตัวถ่วงอีกฝ่ายไม่ได้เด็ดขาด!
ฉิวเยี่ยพอใจกับความรู้ความของหลวนโยวเป็นอย่างมาก
เขาให้หลวนโยวปล่อยเขาลง จากนั้นก็เดินไปที่โซฟา หยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า แล้วยัดมันใส่มือของหลวนโยว "นายทำตัวเป็นเด็กดีมาก ฉันชอบนะ ดังนั้นเพื่อเป็นรางวัล ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะให้ของขวัญชิ้นนี้แก่นาย"
หลวนโยวนึกขึ้นได้ทันทีว่า ตอนที่ฉินฉิวเยี่ยลากเขาเข้าไปในมุมอับของโถงทางเดิน อีกฝ่ายเคยพูดไว้จริงๆ ว่าเตรียมของขวัญมาให้
นี่คือของขวัญชิ้นนั้นงั้นหรือ?
หลวนโยวเปิดกล่องออกด้วยความคาดหวัง แต่ก็ต้องชะงักงันเมื่อเห็นของที่อยู่ข้างใน
"นี่มัน... กล่องพลังงานงั้นเหรอ?"
"ใช่แล้ว กล่องพลังงาน"
ฉิวเยี่ยสร้างกล่องพลังงานขึ้นมาทั้งหมดสามกล่อง นอกเหนือจากกล่องที่มอบให้เย่ชิงซวีแล้ว ก็มีอีกกล่องที่เขาต้องพึ่งความช่วยเหลือจากหลี่ถิงในการเตรียมไว้ใช้เอง
ส่วนกล่องสุดท้ายนี้ ถูกตีขึ้นมาเพื่อหลวนโยวโดยเฉพาะ และเขายังใช้พลังจิตสลักตราสัญลักษณ์รูปขวดไวน์เอาไว้บนนั้นด้วย
"นี่คือกล่องพลังงานที่ฉันเตรียมไว้ให้นายเป็นพิเศษ ชอบไหมล่ะ?"
หลวนโยวเข้าใจผิดไปถนัด
เขาไม่ได้สังเกตเห็นสัญลักษณ์รูปขวดไวน์บนกล่องพลังงานเลยแม้แต่น้อย โดยทึกทักเอาเองว่ามันก็แค่กล่องพลังงานมาตรฐานของกองพลที่สองที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป
"ชอบสิ ชอบมากๆ ขอบใจนะ"
ไม่ว่ามันจะเป็นกล่องพลังงานแบบไหน สิ่งสำคัญก็คือมันเป็นกล่องพลังงานที่ฉินฉิวเยี่ยให้เขา และเป็นของขวัญชิ้นแรกที่ฉินฉิวเยี่ยเคยมอบให้ เขาตั้งใจว่าจะเอามันกลับไปและเก็บรักษาไว้อย่างดี
"นายชอบก็ดีแล้ว"
ฉิวเยี่ยลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แน่นอนว่าถึงอีกฝ่ายจะไม่ชอบ เขาก็ไม่มีนโยบายรับคืนเด็ดขาด
กล่องพลังงานชิ้นนี้ใช้เวลาและหยาดเหงื่อแรงกายในการสร้างมากกว่าสองกล่องแรกเสียอีก ตลอดชีวิตที่เหลือนี้เขาไม่อยากจะตีกล่องที่สองขึ้นมาอีกแล้ว ถ้าหลวนโยวกล้าไม่ชอบมันล่ะก็... หึ คอยดูเถอะ เขาจะฟาดหัวให้กะโหลกเบี้ยวเลย
"เอาล่ะ ตอนนี้ฉันต้องพักผ่อนแล้ว ไว้เจอกันคราวหน้านะ" ฉิวเยี่ยไม่พูดพร่ำทำเพลง ดันตัวหลวนโยวออกไปนอกห้องทันที
งานตีเหล็กนี่มันไม่ใช่งานของคนเลยจริงๆ หรือแม้แต่ของมังกรก็เถอะ เขาต้องการการพักผ่อนอย่างเร่งด่วน ขืนปล่อยให้หลวนโยวอยู่ที่นี่ต่อ ในหัวเขาก็คงมีแต่เรื่องของผู้ชายคนนี้—แล้วแบบนี้เขาจะได้พักผ่อนได้ยังไงวะ?
"คราวหน้าคือเมื่อไหร่ล่ะ?" หลวนโยวรีบยันประตูเอาไว้
"ไม่รู้สิ อาจจะสองสามวัน อาจจะสามสี่วัน หรือว่า... อาจจะพรุ่งนี้ก็ได้" ร่างโปร่งแตะริมฝีปากที่บวมเจ่อของตนเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มพิมพ์ใจให้เขา ก่อนจะปิดประตูลง
...
เมื่อออกจากพระราชวัง
หลวนโยวก็มานั่งประจำที่ในรถของตัวเอง
ในมือประคองกล่องพลังงานเอาไว้ ภายในหัวเต็มไปด้วยภาพของฉิวเยี่ย—พวกเขาเพิ่งจะแยกจากกันแท้ๆ แต่เขาก็เริ่มคิดถึงอีกฝ่ายขึ้นมาเสียแล้ว
หลวนโยวหัวเราะเบาๆ
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกอัลฟ่าถึงได้คลั่งรักโอเมก้าของตัวเองนักหนา เพราะตอนนี้เขาก็กำลังคลั่งรักฉินฉิวเยี่ยอยู่เหมือนกัน
คลั่งรักทั้งตัวและหัวใจ
ขณะที่หลวนโยวกำลังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เป็นคนบ้าอยู่นั้น จู่ๆ สายฉุกเฉินส่วนตัวของเขาก็ดังขึ้น คนที่ติดต่อมาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเย่ชิงซวีนั่นเอง
หลวนโยวตกใจเล็กน้อย รีบกดรับสายทันที
"ผู้อาวุโสเย่ พวกเผ่าเซิร์กมีความเคลื่อนไหวอีกแล้วงั้นเหรอครับ? หรือว่าพวกมันหมดความอดทนและกำลังเปิดฉากบุกโจมตีจักรวรรดิเต็มรูปแบบแล้ว?"
เย่ชิงซวีชะงักไปครู่หนึ่ง
"เซิร์กบุกโจมตีอะไรกัน? ไม่มีพวกเซิร์กบุกโจมตีอะไรทั้งนั้นแหละ! ฉันตามหานายเพราะมีเรื่องจะคุยด้วยต่างหาก!"
หลวนโยว: "??"
หลวนโยวถึงกับงุนงงไปพักใหญ่: "ถ้ามีเรื่องจะคุยกับผม โทรเข้าเบอร์สื่อสารปกติของผมก็ได้นี่ครับ ทำไมต้องใช้สายฉุกเฉินด้วย?"
เรื่องนี้จะโทษว่าหลวนโยวคิดมากไปเองก็ไม่ได้
สายฉุกเฉินเป็นเบอร์บังคับที่ทหารทุกคนในกองทัพต้องมี มันสามารถเชื่อมต่อได้แม้จะไม่มีสัญญาณ และด้วยคุณสมบัติพิเศษนี้ มันจึงถูกจำกัดให้เปิดใช้งานเฉพาะในช่วงสงครามเท่านั้น
"ฉันก็อยากจะโทรเข้าเบอร์ปกตินายอยู่หรอก! แต่ฉันโทรมาเป็นชั่วโมงๆ แล้ว! เป็นสิบๆ หรือไม่ก็ร้อยสายแล้วมั้ง! นายรับสายฉันบ้างไหมล่ะหา?" เย่ชิงซวีทนไม่ไหวต้องตวาดลั่น
เมื่อสี่ชั่วโมงก่อน เขาเพิ่งจะทำการประเมินระดับกล่องพลังงานที่ฉินฉิวเยี่ยมอบให้เสร็จสิ้น
แท่นทดสอบพลังงานถูกสร้างขึ้นโดยทีมวิศวกรผู้ก่อตั้งกองพลที่สอง ใช้สำหรับประเมินระดับกล่องพลังงานโดยเฉพาะ แท่นทดสอบนี้จะเก็บบันทึกประวัติการประเมินเอาไว้ และจนถึงปัจจุบัน กล่องพลังงานระดับสูงสุดที่เคยถูกประเมินโดยแท่นทดสอบนี้คือ กล่องพลังงานระดับ 7
แน่นอนว่าหลังจากผ่านสงครามกับเผ่าเซิร์กมาหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะสงครามครั้งล่าสุด กล่องพลังงานระดับ 7 ก็กลายเป็นเพียงตำนานไปแล้ว แม้แต่ตัวเย่ชิงซวีเองก็ยังสร้างมันขึ้นมาไม่ได้
ทว่ากล่องพลังงานที่ฉินฉิวเยี่ยสร้างขึ้นกลับทำลายสถิติสูงสุดนั้นไปได้อย่างราบคาบ ผลการประเมินระดับสุดท้ายออกมาว่ามันคือ กล่องพลังงานระดับแปด!
กล่องพลังงานระดับแปดเชียวนะ!
แถมยังเป็นกล่องพลังงานระดับแปดแบบอึดถึกทนพิเศษด้วย!
นี่มันหมายความว่ายังไง? มันหมายความว่าถ้ากองทัพได้รับการติดตั้งกล่องพลังงานชนิดนี้ พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องพกพากล่องพลังงานระดับต่ำทีละหลายๆ กล่องอีกต่อไป เมื่อต้องทำสงครามกับเผ่าเซิร์กอย่างแท้จริง พวกเขาก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องพลังงานหมดอีกต่อไป!
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าฉินฉิวเยี่ยสามารถหลอมกล่องพลังงานระดับแปดขึ้นมาได้ หุ่นรบระดับสูงก็คงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอย่างแน่นอน!
จักรวรรดิยังไม่ถึงคราวล่มสลาย! พวกเขายังมีประกายแห่งความหวังนี้อยู่!
และประกายไฟเพียงเล็กน้อย ก็สามารถลุกลามกลายเป็นไฟไหม้ทุ่งได้!
ก่อนที่จะไปพบกับฉินฮ่าวหลิน หลวนโยวได้ปิดเครื่องมือสื่อสารของตัวเองไว้ เมื่อเปิดดูตอนนี้ เขาก็เห็นสายที่ไม่ได้รับจากเย่ชิงซวีจำนวนมากจริงๆ ด้วย
"ผู้อาวุโสเย่มีธุระอะไรจะให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ?"
หูของเย่ชิงซวีกระตุก
มีบางอย่างไม่ถูกต้อง!
ไอ้เด็กจากกองพลที่หนึ่งคนนี้—เรื่องความสามารถน่ะไร้ที่ติจริงๆ แต่นิสัยมันแย่จนเป็นที่เลื่องลือ วันๆ เอาแต่ทำหน้าตึงเปรี๊ยะแถมยังพูดจาเย็นชาเป็นตู้เย็นเดินได้
แต่วันนี้ทำไมน้ำเสียงของมันถึงได้ดูนุ่มนวลผิดปกตินักล่ะ?
กินยาผิดซองมาหรือเปล่าเนี่ย?
ช่างเถอะ นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ!
"ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน?"
"ผม..."
ทันทีที่หลวนโยวอ้าปาก เย่ชิงซวีก็พูดแทรกขึ้นมาทันที "ช่างเถอะ แกจะอยู่ที่ไหนก็ช่าง พรุ่งนี้เช้าจงเข้าไปในพระราชวัง แล้วพาตัวฉินฉิวเยี่ยมาที่ศูนย์บัญชาการกองทัพซะ"