- หน้าแรก
- ชายผู้ไร้เทียมทาน ตำนานเริ่มที่ร้านแผงลอย
- บทที่ 15: พนักงานทำความสะอาดก้น?
บทที่ 15: พนักงานทำความสะอาดก้น?
บทที่ 15: พนักงานทำความสะอาดก้น?
บทที่ 15: พนักงานทำความสะอาดก้น?
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจสำเร็จ คะแนนประเมินรวม +30]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ จ้าวเหยียนก็ดีใจจนเนื้อเต้น
ในที่สุดก็จบลงเสียที!
แม้ว่าเขาจะชอบกินอาหารอร่อยๆ และพอรับได้กับการเข้าครัวเป็นบางครั้งเพื่อขัดเกลาจิตใจ แต่เขาก็ทนไม่ได้หรอกนะที่จะต้องมาทำอาหารทุกวันเป็นเวลานานๆ
"ระบบ ยุติการสัมผัสประสบการณ์อาชีพเชฟ"
ตอนนี้คะแนนประเมินรวมของเขาถึง 90 แล้ว เขาจึงตัดสินใจยุติมันอย่างเด็ดขาด
แม้ว่าคะแนนอาจจะแตะ 100 ได้ถ้าเขารออีกสักหน่อย แต่มันก็ไม่จำเป็นหรอก สำหรับอาชีพนี้แค่ได้ 'ทักษะทำอาหารระดับเทพเจ้า' มาครอบครองก็ยอดเยี่ยมมากพอแล้ว
[การสัมผัสประสบการณ์อาชีพเชฟสิ้นสุดลง คะแนนประเมินรวมของโฮสต์มากกว่า 80 ทักษะ 'ทำอาหารระดับเทพเจ้า' ถูกผสานเข้ากับตัวโฮสต์อย่างถาวร และได้รับรางวัลสุ่มจับรางวัลหนึ่งครั้ง]
สุ่มจับรางวัลเหรอ เยี่ยมไปเลย
แค่ไม่รู้ว่าจะสุ่มได้อะไรออกมาก็เท่านั้น
โบราณว่าไว้ ก่อนจะจับรางวัลต้องล้างมือให้สะอาดเสียก่อน เทพเจ้าแห่งโชคลาภจะได้เข้าประทับร่าง
จ้าวเหยียนล้างมืออย่างพิถีพิถัน
"ระบบ เริ่มสุ่มรางวัลได้เลย!"
[ขอแสดงความยินดีด้วยโฮสต์ คุณสุ่มได้เงินสด 1 ล้านหยวน]
เมื่อมองดูข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าทางโทรศัพท์ จ้าวเหยียนก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ นี่เขาสุ่มได้เงินสดมาตรงๆ เลยงั้นสิ?
เขาคิดมาตลอดว่าน่าจะเป็นทักษะหรือไอเทมอะไรพวกนั้นเสียอีก
ดูเหมือนเขาจะยังไม่เข้าใจระบบดีพอสินะ
"ระบบ การสัมผัสประสบการณ์อาชีพครั้งต่อไปจะเริ่มเมื่อไหร่?"
จ้าวเหยียนเลิกสนใจเรื่องที่ผ่านไปแล้ว และหันมาจดจ่อกับอาชีพต่อไปแทน
[โฮสต์สามารถเลือกเริ่มสัมผัสประสบการณ์อาชีพได้ตลอดเวลา]
"งั้นก็เริ่มตอนนี้เลย!"
[อาชีพที่สุ่มได้ในครั้งนี้คือ—พนักงานทำความสะอาดก้น]
[ขอแสดงความยินดีด้วยโฮสต์ คุณได้รับทักษะเฉพาะตัวของพนักงานทำความสะอาดก้น: สิบแปดกระบวนท่าขัดถู]
???
ชั่วขณะหนึ่ง จ้าวเหยียนนึกว่าตัวเองหูฝาดไป
พนักงานทำความสะอาดก้น? สิบแปดกระบวนท่าขัดถู? ทำไมชื่ออาชีพนี้มันฟังดู... ล่อแหลมจังวะ?
จ้าวเหยียนเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี เพื่อความชัวร์ เขาจึงเปิดดูคำอธิบายโดยละเอียด
[พนักงานทำความสะอาดก้น: ช่วยเหลือกลุ่มคนพิเศษในการทำความสะอาดบั้นท้าย]
[สิบแปดกระบวนท่าขัดถู: เมื่อใช้เทคนิคนี้ จะสามารถทำให้บั้นท้ายสะอาดเอี่ยมอ่องเหมือนใหม่ได้ในพริบตา]
บัดซบเอ๊ย!
เมื่อเห็นคำอธิบายของอาชีพนี้ จ้าวเหยียนก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย
ฉันเป็นถึงชายหนุ่มรูปงามระดับเทพบุตรเชียวนะ แล้วนี่จะให้ฉันไปช่วยคนอื่นล้างก้นเนี่ยนะ?
แถมยังให้ไอ้ 'สิบแปดกระบวนท่าขัดถู' บ้าบอนี่มาอีก? ไปขัดก้นแกเองเถอะ!
ไปลงนรกซะ!
"ปฏิเสธ! ปฏิเสธ! ปฏิเสธโว้ย!"
อาชีพน่าสะอิดสะเอียนแบบนี้ มีแต่พวกชอบไม้ป่าเดียวกันเท่านั้นแหละที่ตื่นเต้น... ชายชาตรีอกสามศอกอย่างเขาไม่มีทางทำเด็ดขาด
[โฮสต์ได้ปฏิเสธอาชีพนี้ การสัมผัสประสบการณ์อาชีพครั้งต่อไปจะเริ่มขึ้นในอีกสามวัน]
"สามวันก็ดี ช่วงนี้ฉันจะได้พักผ่อนให้เต็มที่สักหน่อย"
ผ่านมาสิบกว่าวันแล้วตั้งแต่เขาทะลุมิติมา เขายังไม่ได้ตรวจสอบความแตกต่างระหว่างสองโลกนี้อย่างจริงจังเลย
ตอนนี้มีเงินในบัญชีเป็นล้านแล้ว ชั่วคราวนี้เขาก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีก
วันรุ่งขึ้น จ้าวเหยียนเตรียมตัวย้ายไปอยู่บ้านที่ใหญ่ขึ้นอีกนิด
เขาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายหน้าจัดการเรื่องพวกนี้ไปเลย
หลังจากตระเวนดูบ้านหลายหลังติดต่อกัน จ้าวเหยียนก็เลือกหมู่บ้านที่ชื่อว่า ชิงเจียงการ์เด้น เป็นอพาร์ตเมนต์แบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น ค่าเช่าเดือนละ 10,000 หยวน
เขาต้องยอมรับเลยว่า ราคาบ้านในเมืองเซี่ยงไฮ้แห่งนี้มันเป็นดั่งเวทมนตร์สมชื่อจริงๆ
ถ้าเป็นเมืองอื่น ราคานี้เช่าอพาร์ตเมนต์สามห้องนอนได้สบายๆ เลย
ไหนๆ สัญญาเช่าบ้านเดิมก็ใกล้จะหมดอายุแล้ว จ้าวเหยียนจึงไม่ต่อสัญญา ข้าวของส่วนใหญ่ข้างในก็เป็นของเจ้าของร่างเดิมและไม่ได้มีค่าอะไรนัก เขาจึงทิ้งมันไว้แบบนั้น หยิบเสื้อผ้ามาแค่ไม่กี่ชิ้นแล้วย้ายเข้ามาอยู่เลย
ช่วงบ่าย จ้าวเหยียนออกไปซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน จากนั้นก็ชวนเฉิงจื่อหลานมาที่บ้านใหม่เพื่อฉลองขึ้นบ้านใหม่ด้วยกัน
จะว่าไปแล้ว เธอคือเพื่อนคนแรกของเขาในโลกนี้ ส่วนเฒ่าหวังน่ะ อย่างมากก็เป็นได้แค่เพื่อนคู่กัดเท่านั้น
ตกเย็น
จ้าวเหยียนลงมือเข้าครัวด้วยตัวเอง เขาทำอาหารทั้งหมดหกอย่างกับซุปอีกหนึ่งที่
ทว่า เขาสังเกตเห็นว่าเฉิงจื่อหลานดูเหมือนจะเข้าสู่โหมดปลงตก ดูไร้ชีวิตชีวาชอบกล
หลังจากยืนยันซ้ำๆ ว่าอาหารพวกนี้ทำมาจากทักษะทำอาหารระดับเทพเจ้า จ้าวเหยียนก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย "ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง? ทำเงินหล่นหายหรือไง?"
ในสายตาของเขา เฉิงจื่อหลานมักจะเป็นเด็กสาวที่ร่าเริง สดใส หัวอ่อน และเป็นยัยตัวตะกละจอมเปิ่นมาตลอด
แต่ตอนนี้ มีของอร่อยวางอยู่เต็มโต๊ะแท้ๆ เธอกลับดูไม่ค่อยมีความสุขและไม่พุ่งตัวเข้ามาแย่งกินทันที นี่มันผิดปกติสุดๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉิงจื่อหลานก็ถอนหายใจ "ก็ประมาณนั้นแหละ ฉันตกงานแล้ว แบบนี้มันต่างอะไรกับเสียเงินก้อนโตไปล่ะ?"
พูดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าเล็กๆ ของเธอก็เต็มไปด้วยความหดหู่
เมื่อสองวันก่อน เธอมีปากเสียงกับผู้กำกับ ด้วยความโมโหจึงปาป้ายชื่อทิ้งแล้วเดินสะบัดก้นออกมาอย่างเท่ๆ ตอนนั้นมันสะใจมาก
แต่ไม่นานเธอก็ยิ้มไม่ออก ผู้กำกับไล่เธอออกจากกองถ่ายโดยตรง และตอนนี้เธอก็กลายเป็นคนตกงานไปแล้ว
"เกิดอะไรขึ้น? เป็นเพราะฉันงั้นเหรอ?"
จ้าวเหยียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เข้าใจเรื่องราว ยังไงซะเขาก็เป็นคนที่เฉิงจื่อหลานพาไป และเธอก็เป็นคนต่อสู้เพื่อให้เขาได้ค่าตัวหนึ่งแสนหยวน
แม้เขาจะไม่ได้สนใจเงินก้อนเล็กๆ นี้ แต่เขาก็ซาบซึ้งในน้ำใจของเธอ ถ้าเฉิงจื่อหลานต้องเสียงานไปเพราะเขา...
เขาคงจะรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย
"เปล่าหรอก จริงๆ แล้วฉันทนเรื่องตุกติกพวกนั้นไม่ได้มาตั้งนานแล้ว แค่ไม่เคยมีความกล้าพอที่จะพูดออกไปเท่านั้นเอง จะว่าไปก็ต้องขอบคุณนายนะ ถึงฉันจะตกงาน แต่ก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลย"
พูดถึงตรงนี้ เฉิงจื่อหลานก็คลี่ยิ้มออกมาและดูร่าเริงขึ้น
"วันนี้เป็นวันฉลองขึ้นบ้านใหม่ของไอดอลฉันนี่นา เราอย่าพูดเรื่องแย่ๆ พวกนั้นเลย มา ฉันขอชนแก้วก่อนเพื่อเป็นการแสดงความยินดี"
"ขอบใจ! แล้วหลังจากนี้เธอวางแผนจะทำอะไรต่อล่ะ?" จ้าวเหยียนชนแก้วกับเธอแล้วถามขึ้นลอยๆ
"อืม~ ฉันขอพักสักระยะก่อนดีกว่า ความจริงความฝันของฉันคือการเป็นนักแสดงนะ แค่ที่บ้านไม่ยอม ฉันก็เลยเลือกมาทำงานเบื้องหลังแทน"
พอพูดถึงคำว่า 'นักแสดง' ดวงตาของเฉิงจื่อหลานที่กำลังกินจนปากมันแผล็บก็เปล่งประกายขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะเลือนหายไปในพริบตา
"ด้วยนิสัยแบบเธอ ขืนเข้าไปอยู่ในวงการบันเทิงมีแต่จะพังเร็วกว่าเดิมน่ะสิ"
เมื่อได้ยินความฝันของเฉิงจื่อหลาน จ้าวเหยียนไม่ได้ให้กำลังใจเธอ แต่กลับพูดดับฝันอย่างตรงไปตรงมา
ถึงแม้เด็กสาวคนนี้จะหน้าตาดี แต่เธอก็เป็นคนปากตรงกับใจ คิดอะไรก็พูดออกมาแบบนั้น แถมยังชอบทำตัวเป็นศาลเตี้ยทวงความยุติธรรมอีก เธอไม่มีทางอยู่รอดในวงการบันเทิงได้แน่ๆ
"นายนี่มันช่างบั่นทอนกำลังใจคนอื่นเก่งจริงๆ นี่คือวิธีทำตัวเป็นไอดอลของนายเหรอ?"
เฉิงจื่อหลานผลักจ้าวเหยียนเบาๆ น้ำเสียงของเธอแฝงความกระเง้ากระงอด
แน่นอนว่าเธอรู้ดีว่าจ้าวเหยียนพูดถูก ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่ได้ยินแบบนี้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว
ตั้งแต่เริ่มทำงาน เธอได้เห็นการฮั้วกันแบบลับๆ และการทำธุรกรรมที่สกปรกมาสารพัดรูปแบบ ดูจากเรื่องพวกนี้แล้ว วงการบันเทิงก็คงไม่น่าจะต่างกันเท่าไหร่นัก
"เธอสนใจจะมาเรียนทำอาหารกับฉันไหมล่ะ?" จู่ๆ จ้าวเหยียนก็ถามขึ้นหลังจากจิบเบียร์ไปอึกหนึ่ง
เขากำลังคิดอยู่ว่าจะปั้นลูกศิษย์สักคนดีไหม เพื่อที่ในอนาคตจะได้มีคนทำอาหารให้เขากิน ไม่อย่างนั้นการต้องมานั่งทำอาหารกินเองทุกมื้อมันช่างวุ่นวายเกินไป
ไม่ต้องถึงขั้นสอนให้เก่งกาจอะไรมากมายหรอก ขอแค่เธอมีฝีมือทำอาหารสักครึ่งหนึ่งของเขา เธอก็เจ๋งกว่าพวกเชฟมิชลินสามดาวแล้ว
แล้วเขาก็ไม่ต้องมานั่งทำอาหารเองแถมยังมีเวลาว่างอีกต่างหาก สมบูรณ์แบบสุดๆ
"ทำอาหารเหรอ? ไอดอล นายคิดว่าฉันเหมาะกับเรื่องพวกนี้จริงๆ เหรอ?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของเฉิงจื่อหลานก็มืดมนลง ถึงแม้เธอจะชอบตระเวนกินของอร่อยๆ แต่เธอกลับไม่มีความรู้เรื่องการทำอาหารเลยแม้แต่นิดเดียว
"ฉันว่าเธอทำได้น่า ลองดูหน่อยจะเป็นไรไป ไหนๆ ช่วงนี้เธอก็ว่างงานอยู่แล้ว ส่วนเรื่องเงินเดือน เอาเป็นเดือนละหนึ่งหมื่นหยวนเป็นไง?"
การเสนอเงินเดือนสูงลิบลิ่วขนาดนี้ก็เป็นวิธีชดเชยให้เฉิงจื่อหลานในแบบของเขาเช่นกัน
แม้ว่าครั้งก่อนเขาจะรู้สึกสะใจมาก แต่เขาก็ไม่ได้คำนึงถึงสถานการณ์ของเธอเลย
"ว้าว เงินเดือนสูงขนาดนั้นเลยเหรอ?"
เฉิงจื่อหลานอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ จนกระดูกที่เธอกำลังแทะอยู่หล่นแหมะลงมา
ตอนที่เธอทำงานในกองถ่ายเมื่อก่อน เธอได้เงินเดือนแค่แปดพันหยวนเองนะ
"แน่นอนสิ ฉันตั้งความหวังกับเธอไว้สูงมากนะ ในอนาคตร้านแผงลอยของฉันต้องพึ่งพาให้เธอมาสืบทอดกิจการต่อแล้วล่ะ"
จ้าวเหยียนยิ้มบางๆ พลางให้กำลังใจเธอไปด้วยในตัว
เฉิงจื่อหลาน "..."
เธอกลอกตาบนอย่างหมดคำจะพูด
ใครเขาอยากจะไปรับช่วงต่อร้านแผงลอยในตลาดกลางคืนกันหา?
จะให้หญิงสาวบอบบางน่าทะนุถนอมอย่างเธอไปยืนจับตะหลิวผัดข้าวขายทุกวันเนี่ยนะ—แบบนั้นแขนเธอจะไม่ใหญ่เป็นมัดๆ หรือไง?