เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 56 : แรนช์: สวัสดี

ตอนที่ 56 : แรนช์: สวัสดี

ตอนที่ 56 : แรนช์: สวัสดี


แสงไฟทั้งสองข้างทางของถนนด้านนอกจัตุรัสอนุสรณ์เกราเริ่มสว่างเป็นแถวเหมือนกับแม่น้ำแห่งแสงที่ไหลผ่านไปในระยะไกล สามารถมองเห็นเส้นขอบฟ้าอันเป็นสัญลักษณ์ของไอเซอร์ไรต์และอาคารสูงตระหง่านได้ มันดูน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าในท้องฟ้ายามค่ำคืน

แต่บนถนนในเวลานี้

“บัดซบ ทำไมถึงเป็นมนุษย์ที่ได้ค้นพบมัน”

ทาเลียกำหมัดแน่น รู้สึกไม่พอใจอย่างลับๆ

ในโลกแห่งภาพฉายที่ไม่สามารถรับรู้ยุคสมัยได้นี้ จะต้องมีความรู้มากมายที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเธอ

อย่างไรก็ตาม โลกแห่งภาพฉายนี้เป็นการถ่ายทอดสดฉากต่างๆ แบบคร่าวๆ เท่านั้น และเป็นไปไม่ได้ที่จะชมขั้นตอนการท้าทายทั้งหมดผ่านทางหน้าจอเวทมนตร์กลางแจ้งของมหาวิทยาลัย

ข้อมูลที่ครอบคลุมและค่อนข้างเฉพาะเจาะจงจะถูกเก็บรักษาโดย [โปรแกรมบันทึกเขตแดนโลกแห่งภาพฉาย] ของผู้ท้าทายเท่านั้น

ดูเหมือนว่าวันนี้เธอจะทำได้เพียงตั้งใจดูให้ละเอียดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ขณะที่ทาเลียกำลังคิดเรื่องนี้ คิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากัน

เพราะเธอค้นพบว่าผู้ท้าทายในโลกแห่งภาพฉายนี้คือลูกศิษย์ที่ผุดมาจากนรกของเธอ!

“ชายคนนั้น…”

แม้ทาเลียจะไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่ผุดมาจากนรกผู้นี้ถึงกลายเป็นปีศาจเรืองแสงแทนที่จะเป็นปีศาจจากขุมนรก

แต่ตอนนี้เธอรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก

แรนช์เป็นเหมือนร้านค้าลึกลับ เขามักจะเสนอสินค้าใหม่ๆ ให้กับเธออยู่เสมอ

และทุกสิ่งที่แรนช์มีอยู่ในมือ เธอสามารถแลกเปลี่ยนมันกับเขาได้!

ตัวอย่างเช่น ข้อมูลทั้งหมดใน [โปรแกรมบันทึกเขตแดนโลกแห่งภาพฉาย] ของแรนช์

ตอนนี้ทาเลียยอมรับแล้วว่าแรนช์สามารถนำสิ่งที่เธอต้องการมาให้ได้ทุกครั้ง เช่นเดียวกับดาวนำโชคของเธอ

ถ้าเธอไม่รู้สึกสงสัยอยู่เสมอว่าชายคนนี้มักจะคิดเรื่องบ้าๆ บางอย่าง ทัศนคติของเธอที่มีต่อแรนช์อาจจะดีขึ้นเล็กน้อย

แต่ในขณะนี้เอง.

เมื่อทาเลียเห็นกวีแห่งความรักผู้ยิ่งใหญ่ที่มีใบหน้าเหมือนเธอทุกประการบนหน้าจอ เปลือกตาของเธอก็หลุบลงทันที สีหน้าราวกับว่าเธอต้องการจะฆ่าแรนช์

เธอหันหลังกลับทันควันและออกจากสถานที่นั้นอย่างรวดเร็ว ลดศีรษะลงพลางกัดชีสเค้กเข้าไปคำหนึ่ง โดยกลัวว่านักศึกษาจากมหาวิทยาลัยไอเซอร์ไรต์ที่อยู่ที่นี่จะค้นพบว่าเธอมีความคล้ายคลึงกับสิ่งมีขีวิตที่ถูกเจ้าคนผุดจากนรกผู้นี้อัญเชิญมา

ชายผู้นี้สมควรตายจริงๆ

...

โถงทางเดินของสถาบันปีศาจยังคงดูคลาสสิกและงดงาม แสงไฟสลัวๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของไม้โบราณ ราวกับเป็นเวทมนตร์จากส่วนลึกของกาลเวลา สุดทางเดินในระยะไกลดูเหมือนจะถูกกลืนหายไปตลอดกาลจากความมืดมิด พร้อมด้วยความลึกลับที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้

พื้นหินอ่อนสีเข้มสลักด้วยลวดลายสีทอง ตรงกลางปูด้วยพรมที่มีลวดลายดอกไม้ปีศาจ บนผนังมีภาพบุคคลและกระจกแปลกๆ ปรากฏขึ้นทุกๆ สองถึงสามก้าว ราวกับพวกมันกำลังมองดูนักเรียนที่เดินไปมาตามโถงทางเดิน

ในทางเดินแห่งนี้ นักเรียนปีศาจหลายคนซึ่งมีสีหน้าหวาดกลัวหรือไม่ก็เคร่งขรึมรีบเร่งเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังก้องอยู่ในทางเดินที่เปล่าเปลี่ยว เสียดแทงเข้าไปในต้นตอของความเงียบงัน ราวกับเป็นโหมโรงของการไล่ล่าและหลบหนี

พวกเขาวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ดูหวาดกลัวมากกว่าเดิมในแสงสลัวๆ เหมือนกับว่าพวกเขาเพิ่งรอดพ้นจากฝันร้ายที่ไม่อาจบรรยายได้

ถึงแม้จะผ่านไปสักพักก็ยังไม่ชัดเจนว่าจุดประสงค์การกระทำของพวกเขาคืออะไร แต่ท่าทางที่ตื่นตระหนกของพวกเขาก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาแค่อยากอยู่ห่างจากห้องสอบที่บ้าคลั่งแห่งนั้นให้มากที่สุด!

อย่างไรก็ตาม ในแถวรั้งท้ายของร่างเหล่านี้ ปีศาจสองตนที่มีสีหน้าตื่นตระหนกน้อยกว่าก็แอบเข้ามาเกาะกลุ่มเช่นกัน และนักเรียนปีศาจที่อยู่ข้างหน้าก็ไม่ได้สังเกตเห็นพวกเขาเลย

เนื่องจากแรนช์และไฮพีเรียนยังไม่มั่นใจในกฎของสถาบันปีศาจแห่งนี้ พวกเขาจึงไม่กล้าโจมตีนักเรียนปีศาจคนอื่นๆ อย่างหุนหันพลันแล่น ทั้งคู่รู้สึกว่าการใช้กำลังเพื่อจับกุมนักเรียนมาเค้นข้อมูลนั้นมีความเสี่ยงมากเกินไป

ในโถงทางเดินแห่งนี้ความรู้สึกของการถูกจ้องมองด้วยภาพวาดและกระจกนั้นดูน่าขนลุกอยู่ตลอดเวลา ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ากลไกบางอย่างที่ซ่อนอยู่จะถูกกระตุ้นขึ้นมาหรือเปล่า

ดังนั้น กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือการติดตามนักเรียนที่มีคุณสมบัติค่อนข้างดีที่นั่งอยู่แถวหน้าของพวกเขาก่อนหน้านี้ ค้นหากลยุทธ์การเอาชีวิตรอดที่ดีที่สุดในปัจจุบัน หาโอกาสที่ดีกว่าและลองอีกครั้งโดยไม่ต้องลงมือทำอะไร เพียงแค่โน้มน้าวใจคนที่มีคุณธรรม

“...”

ไฮพีเรียนหันศีรษะของเธอแล้วมองไปยังแรนช์

เธอเพิ่งเอื้อมมือออกไปแล้วมอบเหรียญหนาๆ สองสามเหรียญที่เพิ่งเก็บมาจากศพให้กับแรนช์ เธอเชื่อว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดอะไรในการให้แรนช์เป็นผู้ดูแลบัญชีของทีม และความสำเร็จเหล่านี้เดิมทีก็เป็นของแรนช์

แรนช์ไม่ได้พูดอะไร พยักหน้าและยอมรับเหรียญลึกลับเหล่านี้

แม้ว่าไฮพีเรียนจะรู้สึกปลอดภัยเมื่อได้ติดตามแรนช์ และก็ดูเหมือนว่าสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในสถาบันก็คือการอยู่ใกล้ๆ เขา

แต่สภาพอารมณ์ของเธอในขณะนี้ค่อนข้างซับซ้อน เธอต้องการถามแรนช์บางอย่าง แต่เธอกลับลังเลที่จะพูด

เดิมทีเธอกังวลว่ามิตรภาพนี้จะจบลงหลังจากที่แรนช์รู้เรื่องสายเลือดปีศาจของเธอ

แต่ตอนนี้เธอเริ่มกลัวว่าหลังจากที่เขารู้ว่าเธอเป็นปีศาจ แรนช์จะกลายเป็นนักล่าปีศาจและทรมานเธอเหมือนกับนักเรียนและผู้คุมสอบในห้องสอบปีศาจ

“แรนช์ นายคิดยังไงกับปีศาจ?”

ในที่สุดไฮพีเรียนก็ถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาขณะกำลังวิ่ง

แรนช์ตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งนี้

“สามารถมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาว แม้ว่าจะอายุหลายร้อยปีแต่ก็ยังดูเหมือนกับหญิงสาว”

แรนช์อดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปากพลางตอบคำถาม เขาไม่รังเกียจถ้าไฮพีเรียนต้องการสนทนาถึงเรื่องนี้

เขาอยากจะพูดอย่างตามใจมานานแล้ว แต่ไม่มีใครพูดถึงหัวข้อนี้กับเขาเลย

ปรากฎว่าไฮพีเรียนเองก็สนใจปีศาจเช่นกัน!

“...”

ไฮพีเรียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าคำพูดของแรนช์ทำให้เธอขุ่นเคืองเล็กน้อย

แม้ว่าอันที่จริงเธอยังอยู่ในช่วงวัยเยาว์ แต่อายุขัยของเธอในฐานะปีศาจลูกผสมจะยาวนานกว่ามนุษย์อย่างแน่นอน และคำพูดของแรนช์ก็เป็นการว่าร้ายให้เธอในอีกร้อยปีต่อจากนี้

ไม่สิ ทำไมจุดสนใจของเขามันถึงฟังดูแปลกๆ?

“แล้วถ้าในโลกจริงนายได้พบกับปีศาจ นายจะทำแบบเดียวกับเมื่อกี้ไหม?”

ไฮพีเรียนถามอย่างไม่สบายใจเล็กน้อย

แรนช์แค่มองเธอโดยไม่พูดอะไรสักคำ

ความเงียบงันเกิดขึ้นสักพัก

“เธอคิดว่าฉันเป็นคนแก่ที่กินสารหนูเข้าไปหรือไง คิดว่าฉันอายุยืนเกินไปงั้นเหรอ?”

“…”

“อย่าเพิ่งพูดถึงว่าการหาเรื่องปีศาจเป็นอันตรายหรือเปล่า ในบรรดาพวกเขาก็อาจจะมีคนดีอยู่ในนั้น ไฮพีเรียน โปรดอย่าเลือกปฏิบัติกับปีศาจ”

แรนช์แนะนำอย่างจริงจัง

“...งั้นเหรอ”

ไฮพีเรียนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งหลังจากได้ยินเช่นนี้ จากนั้นก็ก้มศีรษะลง เม้มริมฝีปากแล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ

ด้วยเหตุผลบางอย่าง หินหนักที่กดทับหัวใจของเธอดูเหมือนจะหายไปเพราะคำพูดที่จริงจังของแรนช์

เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันหนึ่งที่มีคนพูดกับเธอว่า “อย่าเลือกปฏิบัติกับปีศาจ”

แม้ว่าคำพูดของแรนช์จะมีความรู้สึกถึงพระแม่มารีก็ตาม

แต่ไฮพีเรียนเชื่อมั่นว่าแรนช์ไม่ใช่พวกหน้าซื่อใจคดแบบนั้น

แต่เป็นพระแม่มารีที่แท้จริง

เพราะเขาสามารถประคองน้ำในชามให้เท่ากัน[1] ไม่เพียงแต่กับปีศาจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตอนที่เขาทรมานมนุษย์ด้วย

...

ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที ในหมู่นักเรียนปีศาจที่หลบหนีไปตามโถงทางเดิน บางคนยังคงวิ่งหน้าตั้งราวกับว่ากำลังมองหาบางสิ่งบางอย่าง ในขณะที่บางคนเลือกห้องเรียนใหม่อีกครั้งและวิ่งเข้าไปโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยง

จากมุมมองนี้ โถงทางเดินเองก็ควรจะเป็นสถานที่ที่น่าหวาดกลัวและอันตรายไม่น้อยไปกว่าห้องเรียนเลย ไม่เช่นนั้นนักเรียนเหล่านี้คงไม่กระตือรือร้นที่จะมองหาชั้นเรียนกันขนาดนี้

“ใกล้ถึงเวลาที่เราต้องหาโอกาสลงมือแล้ว”

ถ้าเป็นไปได้แรนช์ก็ไม่ต้องการเสียเวลาเพียงแค่เข้าไปในห้องเรียนและทำตามกลไกของระบบ สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันปีศาจ

มีเพียงการเข้าใจกฎเท่านั้น เขาจึงจะกระทำได้อย่างมั่นใจและกล้าหาญ แม้แต่คิดหาวิธีที่สามารถผ่านได้อย่างรวดเร็วเพื่อค้นหา “เวทมนตร์ปีศาจโบราณที่ใช้ในการปรับเปลี่ยนทรงผม” ที่เขาต้องการเรียนรู้

ไฮพีเรียนเข้าใจโดยธรรมชาติว่าแรนช์หมายถึงอะไร

ปัจจุบันตรงหน้าพวกเธอเหลือนักเรียนอยู่เพียงคนเดียว ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายสามารถเข้าไปพูดคุยด้วยได้

เธอเร่งฝีเท้าและก้าวไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ พลางเอื้อมมือไปคว้านักเรียนผู้โชคดี

“เจ้าแตะ…!”

หลังจากที่ไหล่ของเขาถูกไฮพีเรียนคว้าไว้ ปีศาจที่มีเกล็ดสีเขียวบนคอก็หันกลับมาอย่างดุร้าย เขายกมือขึ้นและกำลังจะพุ่งเข้าหาไฮพีเรียน

อย่างไรก็ตาม.

ทันทีที่สายตาของเขาเพ่งไปยังพื้นที่ถัดไป เขาก็เห็นอย่างชัดเจนว่าผู้คุมสอบแรนช์ยืนอยู่ด้านหลังไฮพีเรียน

ความกลัวจากจิตวิญญาณโหมกระหน่ำเข้าสู่หัวใจของปีศาจเกล็ดเขียวราวกับกระแสน้ำป่า มือของเขาค้างนิ่งอยู่กลางอากาศ ราวกับว่าไม่มีที่สำหรับวางมันลง

“โอ้…”

เมื่อแรนช์เห็นการปรากฏตัวของปีศาจเกล็ดเขียว เขาก็เปิดริมฝีปากด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

ปรากฏว่าคนที่พวกเขาเล็งไว้ก็คือคนที่แรนช์ใช้เป็นเป้าหมายของ [มารยาทพื้นฐาน] ก่อนหน้านี้ เขาหวาดกลัวปีศาจเขามังกรและปีศาจนกฮูกเป็นเวลาหลายสิบวินาทีและในที่สุดก็สามารถหลบหนีออกมาได้ภายใต้จมูกของพวกนั้น แถมยังมีผู้เข้าสอบที่สุดจะชั่วร้ายคนนั้นอีก!

ช่างเป็นโชคชะตาจริงๆ แรนช์อดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อยเมื่อมองไปที่เขา

แม้ว่าแรนช์จะยังไม่ได้พูดอะไรก็ตาม

แต่นักเรียนปีศาจเกล็ดเขียวกลับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวเรียบร้อยแล้ว

แรนช์: “สวัสดี”

แค่คำกล่าวทักทายง่ายๆ

มันทำให้นักเรียนปีศาจดูเหมือนได้ยินเสียงเรียกจากขุมนรก เขารู้สึกว่าบรรพบุรุษของตัวเองกำลังเรียกให้เขากลับไปพบกันอีกครั้ง

“เพื่อนร่วมชั้น ข้าควรจะเรียกเจ้าว่าอะไรดี?”

แรนช์เดินไปหานักเรียนปีศาจเกล็ดเขียวโดยเอามือไพล่หลัง ลักษณะท่าทางยังคงดูเหมือนผู้คุมสอบ เขาถามด้วยรอยยิ้ม

“บา...บาเชล…”

นักเรียนปีศาจดวงตาเหมือนงูเกล็ดสีเขียวตอบสนองด้วยอาการสั่นเทาตามสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด ผิวของเขาซีดลงกลายเป็นไร้เลือดเนื่องจากความกลัว แข้งขาของเขาก็อ่อนแรงราวกับว่าจะล้มเข่าพับได้ตลอดเวลา

(จบตอน)

[1] ประคองน้ำในชามให้เท่ากัน 一碗水端平 หมายถึง ปฏิบัติด้วยความยุติธรรม ไม่โอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

จบบทที่ ตอนที่ 56 : แรนช์: สวัสดี

คัดลอกลิงก์แล้ว