เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 : แผนใหม่ของแรนช์

ตอนที่ 11 : แผนใหม่ของแรนช์

ตอนที่ 11 : แผนใหม่ของแรนช์


ทาเลียละสายตาออกมาจากการ์ดซึ่งกำลังเปล่งแสงสีม่วง นัยน์ตาของเธอดูทำอะไรไม่ถูก เธอถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้สาเหตุ

เธอไม่ได้สร้างการ์ดมาเป็นเวลานาน และเกือบจะลืมแสงที่มาพร้อมกับพลังเวทมนตร์ซึ่งไหลเวียนอยู่บนตัวการ์ดไปแล้ว

แสงที่ว่ามันจะเปล่งประกายเจิดจ้าโดยเฉพาะตอนที่กำลังสร้างและตอนที่สร้างมันสำเร็จ

ซึ่งแสงเหล่านี้มันจะสะท้อนถึงความแข็งแกร่ง มูลค่า และความหายากของการ์ดเป็นส่วนใหญ่

[สีขาวทั่วไป] เป็นเกรดต่ำสุดสามารถพบได้ทุกที่ และยังเป็นการ์ดเวทมนตร์ที่มีการแพร่กระจายมากที่สุดในตลาดอีกด้วย

ส่วนใหญ่จะเป็นการ์ดคาถาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีการ์ดอุปกรณ์และการ์ดอัญเชิญเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย

การ์ดเวทมนตร์เกรด [สีน้ำเงินหายาก] จะมีเอฟเฟ็กต์ที่สมบูรณ์และสามารถใช้งานได้จริง มันเป็นผลงานที่ประณีตและไร้ที่ติซึ่งต้องใช้ทักษะที่มั่นคงและยอดเยี่ยมในการสร้าง

หากผู้สร้างการ์ดมือใหม่สามารถสร้างการ์ดเวทมนตร์ที่มีคุณภาพระดับนี้ได้ พวกเขามักจะถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์

ส่วนการ์ดเวทมนตร์เกรด [สีม่วงล้ำค่า] มันเป็นการ์ดขั้นสูงซึ่งเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านมูลค่าและความแข็งแกร่ง คนธรรมดาไม่สามารถสู้ราคาของมันได้

สำหรับขุนนางที่มีทรัพยากรทางการเงินอันแข็งแกร่งและเป็นผู้มีอำนาจเหลือล้น การ์ดเวทมนตร์เกรดสีม่วงมักจะเป็นการ์ดสำคัญที่เข้ากันได้กับอาชีพการต่อสู้และสร้างเป็นรูปแบบเฉพาะของตนเอง

หากการ์ดเวทมนตร์ในเกรดนี้มีเอฟเฟ็กต์เพิ่มเติมที่สามารถใช้งานได้จริง แม้ว่าระดับจะต่ำ แต่ก็อาจมีเอฟเฟ็กต์ที่คาดไม่ถึง

ส่วนระดับสูงกว่านี้คนส่วนใหญ่ไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับมันด้วยซ้ำ

ท้ายที่สุดแล้วการ์ดเวทมนตร์เกรด [สีชมพูศักดิ์สิทธิ์] สำหรับมนุษย์ส่วนใหญ่นั้นเป็นเหมือนสัญลักษณ์และแนวคิดที่อยู่ห่างไกลมากกว่า

ในสถานที่เล็กๆ บริเวณเขตชายแดนของอาณาจักรเช่นนี้ คงเป็นเรื่องยากที่จะได้พบเห็นผู้ถือครองการ์ดเกรดศักดิ์สิทธิ์ต่อให้เฝ้ารออยู่ตลอดทั้งปี

สาเหตุของความหายากไม่ใช่แค่มันหายากเท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะผูกมัดมันเข้ากับจิตวิญญาณด้วย

ภายใต้สถานการณ์ปกติ การ์ดเวทมนตร์จะไม่ถูกผูกมัดกับเจ้าของอย่างถาวรหลังจากที่ใช้งาน

เพียงแต่ว่ายิ่งเกรดสูงเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในการปลดมันออกจากจิตวิญญาณก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นการ์ดเวทมนตร์เกรด [สีชมพูศักดิ์สิทธิ์] แล้ว จะไม่สามารถปลดและผูกใหม่ได้ตามต้องการเหมือนกับการ์ดสามเกรดแรก มันต้องผ่านขั้นตอนการปลดออร่าที่ซับซ้อนและจะสร้างความเสียหายระยะยาวให้กับตัวผู้ผูกมัด

สำหรับเกรด [สีส้มมหากาพย์] มันคือการ์ดเวทมนตร์ระดับสูงสุดที่มีอยู่ในโลกและเป็นระดับสูงที่สุดที่สิ่งมีชีวิตทั้งหมดเคยเห็นมา

การ์ดมหากาพย์ทุกใบต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นสิ่งที่คงอยู่มาเป็นเวลานานและดำเนินไปตามประวัติศาสตร์โลก

เมื่อมันถูกผูกมัดกับจิตวิญญาณของคุณแล้ว มันก็ยากที่จะปลดออกแม้ว่าคุณจะยอมจ่ายด้วยราคามหาศาลก็ตาม

การบังคับปลดออกจากจิตวิญญาณจะทำให้ทั้งผู้ใช้และการ์ดได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นความเสียหายที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้

ดังนั้นสีขาว สีน้ำเงิน สีม่วง จึงมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถสลับสับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาตามแต่กลยุทธ์ แม้ว่าสีชมพูและสีส้มจะมีความสามารถที่ทรงพลังกว่า แต่ในระยะยาว แม้จะมีโอกาสผูกมัดกับมันก็ต้องไตร่ตรองดูให้ดีว่ามันเข้ากับรูปแบบของตนเองหรือไม่

ในตำนานโบราณแห่งโลกปีศาจ ว่ากันว่ามีเกรดที่อยู่เหนือมหากาพย์อยู่ แต่มันก็ไม่ได้ปรากฏออกมาให้เห็นนานนับพันปีแล้ว และเนื่องจากการล่มสลายของเผ่าปีศาจ เบาะแสเกี่ยวกับการ์ดใบนี้จึงไม่สามารถหาได้จากที่ไหนอีกต่อไป…

สำหรับทาเลียผู้รอบรู้แล้ว เกรดสีม่วงล้ำค่าที่หาได้ยากนั้นไม่ถือว่าเป็นอะไรเลย

ตัวเธอเองได้สร้างมันขึ้นมามากมายจนนับไม่ถ้วน

แต่เมื่อเทียบกับเกรดของการ์ดที่แรนช์เป็นคนสร้าง ทาเลียรู้สึกประหลาดใจกับเอฟเฟ็กต์แปลกๆ ของการ์ดมากกว่า

โดยทั่วไป.

ผลงานชิ้นแรกๆ ของผู้สร้างการ์ดจะสะท้อนถึงสไตล์การสร้างการ์ดหลังจากนั้นของพวกเขา

ทาเลียไม่สามารถเดาได้ว่าในอนาคตชายคนนี้จะสร้างอะไรที่สุดโต่งกว่านี้ขึ้นมาอีกหรือเปล่า

ทาเลียจมอยู่ในความคิดของเธอชั่วขณะหนึ่ง ส่งผลให้ห้องสร้างการ์ดตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง

“…”

เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้พูดอะไร แรนช์ก็หยุดรบกวนเธอ

แสงแดดยามบ่ายอันเงียบสงบส่องผ่านก้อนเมฆอย่างเงียบๆ เงาของโครงหน้าต่างสะท้อนลงบนพื้นสีน้ำตาลอย่างเด่นชัด จากสว่างไสวกลายเป็นแสงสลัวๆ

ในที่สุดการทำงานแบบอดหลับอดนอนตลอดทั้งสองสัปดาห์ก็บรรลุผล แรนช์ค่อยๆ ผ่อนคลายพลางเอนหลังนั่งบนเก้าอี้ ในช่วงเวลาที่เหมาะกับการงีบหลับนี้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกง่วงนอนเบาๆ

เวลาในห้องสร้างการ์ดดูเหมือนจะหยุดลงชั่วครู่ บรรยากาศรอบๆ อบอวลไปด้วยความเงียบสงบอันน่าแปลกประหลาด ปากกาแกะสลัก หม้อที่ใช้ในการเล่นแร่แปรธาตุ ขวดหมึก และอุปกรณ์อื่นๆ บนโต๊ะทำงานดูเหมือนจะเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ ราวกับพวกมันกำลังกระซิบบทกวีสดุดีในห้วงอาณาจักรแห่งจินตนาการนี้

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่แรนช์กำลังจะตกลงสู่ห้วงแห่งความฝัน คำถามของทาเลียก็เหมือนกับบ่วงเชือกที่ลอยมาตามสายลม เหนี่ยวรั้งจิตใจของเขาให้ฟื้นตื่นขึ้นมา

“คุณอายุเท่าไหร่?”

เสียงของเธอยังคงเย็นชาเช่นเคยโดยไม่มีคลื่นอารมณ์ใดๆ

“ปีหน้าเป็นวันเกิดปีที่สิบเจ็ดของผม”

แรนช์เงยหน้าขึ้นพลางจ้องมองไปยังทาเลีย

เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างยิ่ง

ท้ายที่สุดเขาไม่รู้ว่าทาเลียจะตัดสินว่าคำพูดของเขาเป็นเรื่องโกหกหรือเปล่า ถ้าเขาบอกว่าตัวเองอายุสิบหกปี

อายุร่างกายของเขานั้นแน่นอนว่าคือสิบหกปี แต่อายุจิตวิญญาณน่าจะคำนวณตามอายุก่อนที่เขาจะเดินทางข้ามโลกมา

“ถ้างั้นก็ยังไม่สายเกินไปสำหรับคุณที่จะเรียนรู้วิธีสร้างการ์ด”

ทาเลียมองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอได้เฝ้าดูแรนช์ด้วยตาของตัวเอง จากคนที่ไม่รู้อะไรเขาก็ค่อยๆ กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญผ่านการฝึกฝน ดังนั้นเธอจึงมั่นใจมากว่าแรนช์ไม่เคยมีประสบการณ์ในการสร้างการ์ดมาก่อน

จากสิ่งที่เธอได้เห็นตลอดหลายปีที่ผ่านมา การเดินทางจากปลายเหนือสุดของทวีปมายังทางทิศใต้ ผ่านอาณาจักรมากมายของมนุษย์ ชายหนุ่มที่มีนามว่าแรนช์ผู้นี้ นอกเหนือจากการเริ่มต้นเรียนรู้ช้ากว่าคนอื่นๆ ในหมู่ผู้สร้างการ์ดที่เป็นมนุษย์ และถึงแม้จะมีอัตราความสำเร็จค่อนข้างต่ำ แต่เขาก็เรียกได้ว่าเป็นช่างฝีมือเวทมนตร์โดยกำเนิด

“ทาทา คุณคิดว่าการ์ดเวทมนตร์ที่ผมสร้างนั้นค่อนข้างดีหรือเปล่า?”

ใบหน้าของแรนช์ยังคงมีรอยยิ้มตามปกติ

เขาไม่ได้ตั้งใจจะใช้คำพูดโอ้อวด แต่ดูเหมือนเขาจะมั่นใจมากว่าทาเลียมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ ดังนั้นเขาจึงขอคำแนะนำอย่างจริงใจ

“...หากสามารถสร้างแบบจำนวนมากได้ เมื่อมันเข้าสู่ตลาด มันก็อาจกลายเป็นการ์ดที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายใบใหม่”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ทาเลียก็ตอบกลับ

เหตุผลที่ว่าทำไมการ์ดใบนี้ถึงถูกใช้อย่างแพร่หลายก็เป็นเรื่องง่ายมาก

เพราะใครๆ ก็อยากได้มัน

เมื่อการ์ดใบนี้เข้าสู่ตลาด รูปแบบของการต่อสู้ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงจนแทบจะแตกต่างจากเดิม

ถึงขั้นสามารถทำให้ศัตรูคุกเข่าได้ แพ้ชนะก็อาจไม่สำคัญอีกต่อไป

และในการต่อสู้ที่ยุติธรรม นี่ก็ถือเป็นอุปสรรคเช่นกัน — “ถ้าคุณกล้าให้ฉันคุกเข่าลง ฉันก็จะทำให้คุณคุกเข่าลงเหมือนกัน” มันสามารถเก็บไว้ได้แม้จะไม่ใช้งาน แต่ถ้าให้ทิ้งมันไปก็คงเป็นเรื่องน่าเสียดาย

แม้แต่ทาเลียก็ยังคิดว่าแรนช์สมควรตายจริงๆ เมื่อเธอนึกถึงฉากที่ตนเองจะต้องป้องกันศัตรูที่ใช้คาถาอย่างกับสุสานกระบี่แบบนี้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว หากจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของมนุษยชาติกลายเป็นความยุ่งเหยิง นี่ก็จะเป็นสิ่งที่ดีในการกอบกู้อาณาจักรของเธอเช่นกัน

ดังนั้นเธอจะไม่เป็นฝ่ายห้ามแรนช์ไม่ให้ใช้การ์ดใบนี้ในทางที่ผิด เพื่อให้เขาสร้างมลพิษให้กับระบบการ์ดเวทมนตร์ของมนุษย์และส่งผลต่อส่ิงแวดล้อมรอบด้าน

“แบบนี้นี่เอง”

แรนช์หยิบการ์ด [มารยาทพื้นฐาน] ในมือของเขาขึ้นมาดู รอยยิ้มที่ค่อนข้างเป็นมิตรปรากฏที่มุมปาก จากนั้นเขาก็หันไปมองทาเลีย

“ผมให้ใบนี้กับคุณไม่ได้ แต่ผมยินดีที่จะขายใบต่อไปให้คุณ แต่ตามอัตราความสำเร็จนี้อาจต้องใช้เวลาอีกหลายวัน ช่วงนี้ผมยุ่งอยู่กับการเตรียมสอบด้วย เพราะงั้นผมคงสามารถช่วยคุณสร้างมันได้หลังจากที่สอบเสร็จ”

“ราคาเท่าไหร่”

แม้ทาเลียจะแปลกใจเล็กน้อยแต่เธอก็ยังถามโดยไม่ลังเล คำพูดของเธอไม่มีน้ำเสียงตั้งคำถามเลย ราวกับว่ามันเป็นแค่ประโยคบอกเล่า

เธอรู้ดีว่าก่อนที่การ์ดอเนกประสงค์ใบนี้จะถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ การ์ดใบนี้ยังอยู่ในสภาพที่ขาดแคลนและมีมูลค่าสูงมากอย่างไม่ต้องสงสัย

แม้ว่ามันจะเป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรก แต่ก็ยังใช้คำว่า “ต้นฉบับ” กับมันได้อยู่

เนื่องจากแรนช์ยินดีที่จะขายใบที่สองให้เธอ ราคาก็ไม่น่าจะถูกเกินไป

(จบตอน)

สุสานกระบี่ เป็นมีมตลกๆ หมายความว่าคำสาป มีที่มีมาจากนิยายกำลังภายในเรื่อง ‘ดาบพิฆาตกลางหิมะ’ สุสานกระบี่ของตระกูลอู๋นั้นแข็งแกร่งที่สุด ผู้ที่มาท้าประลองและพ่ายแพ้จะถูกขังอยู่ในสุสานกระบี่ ไม่สามารถหนีออกไปได้ตลอดชีวิต จึงเปรียบสุสานกระบี่เหมือนกับเป็นคำสาป

จบบทที่ ตอนที่ 11 : แผนใหม่ของแรนช์

คัดลอกลิงก์แล้ว