เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 จิตใจสั่นสะท้าน

บทที่ 49 จิตใจสั่นสะท้าน

บทที่ 49 จิตใจสั่นสะท้าน


บทที่ 49 จิตใจสั่นสะท้าน

ฉินหมิงและตาเฒ่าหลิวง่วนอยู่กับงานสารพัด ทั้งผ่าฟืน ปูทาง ดักสัตว์ และอื่นๆ ตอนนี้ทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จสรรพแล้ว

“มดหัวเงินกินไม่เลือก จมูกไว แถมยังไวต่อกลิ่นที่มันชอบเป็นพิเศษ ตอนนี้เห็นผลชัดเจนเลยทีเดียว!” ฉินหมิงกล่าว

เขาและตาเฒ่าหลิวยอมทุ่มเงินซื้อน้ำผึ้งมาจำนวนหนึ่ง แถมยังเตรียมเลือดสัตว์ไว้เพียบ พวกเขาหยดเลือดไปตามทางสลับกับป้ายน้ำผึ้งเป็นระยะ ลากยาวจากไกลเข้ามาใกล้

สองคนปู่หลานเพิ่งจะเดินเลาะรอยแยกของภูเขาเข้ามา กลิ่นทั้งสองชนิดก็ไปกระตุ้นมดหัวเงินที่เคยหยุดนิ่งให้เริ่มขยับตัวตื่นขึ้น

“พวกมันบางส่วนเริ่มขยับแล้ว รีบจุดไฟเร็วเข้า!”

“ระวังหน่อยล่ะ อย่าให้ไฟคลอกตัวเองเข้าล่ะ!”

ทั้งสองคนสาดน้ำมันเข้าไปหลายถัง โยนคบเพลิงตามเข้าไป แล้วหันหลังวิ่งแน่บทันที

บึ้ม!

แสงเพลิงสว่างวาบ มดหัวเงินในถ้ำถูกปลุกให้ตื่นขึ้นทั้งหมด ถึงจะโดนไฟคลอกตายไปเยอะ แต่พวกมันมีเยอะเกินไปจริงๆ ยั้วเยี้ยเบียดเสียดกันเต็มไปหมด แถมโครงสร้างรังมดก็ซับซ้อนมาก หลายๆ จุดไฟก็ลามไปไม่ถึง

ชั่วพริบตา มดหัวเงินก็โกรธเกรี้ยว พวกมันแห่กันทะลักออกมาตามรอยแยกดินราวกับกระแสน้ำหลาก

“เข้ามาสิวะ ไปเรียกนางพญามดออกมาด้วยก็ดีนะ!” ตาเฒ่าหลิวถือดาบใหญ่สันหนา ตะโกนท้าทาย

“รีบไปเถอะขอรับ พวกมันแห่กันมาแล้ว!” ฉินหมิงดึงแขนเขาแล้วเริ่มวิ่งขึ้นเขา

สองคนปู่หลานไม่กังวลเลยว่ามดหัวเงินพวกนี้จะไม่ตามมา เพราะตลอดทางเต็มไปด้วยน้ำผึ้งและเลือดสัตว์ ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งมีชีวิตพวกนี้ไม่ใช่แค่สัตว์ธรรมดาอีกต่อไป พวกมันหวงถิ่นขั้นสุดและดุร้ายป่าเถื่อน ใครกล้าบุกรุกรังของมัน มันย่อมตามล้างแค้นทันควัน

“ทำไมมดหัวเงินบางตัวมันบินได้ด้วยล่ะขอรับ?” ฉินหมิงวิ่งไปยังไม่ถึงร้อยเมตร ก็ได้ยินเสียงหึ่งๆ ดังมาจากข้างหลัง

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?” ตาเฒ่าหลิวเองก็งงงวย มดมีปีกตัวเท่ากำปั้นบินตามมาเป็นร้อยตัวเลย ตัวใหญ่กว่ามดทั่วไปตั้งเยอะ

“ท่านยังจะมาถามข้าอีกเหรอ?” ฉินหมิงรู้สึกทะแม่งๆ ตาเฒ่าคนนี้ชักจะพึ่งพาไม่ได้เสียแล้ว ไม่ใช่ว่ารู้เรื่องในภูเขาลึกทะลุปรุโปร่งหรือไง? ดันไม่รู้ซะงั้นว่ามีมดหัวเงินที่บินได้ด้วย!

ตาเฒ่าหลิวฟันมดบินด้วยดาบใหญ่สันหนาพลางตอบ “น่าจะเป็นเพราะในรังมีของวิเศษอุดมสมบูรณ์เกินไป มดหัวเงินบางส่วนก็เลยวิวัฒนาการ เมื่อห้าปีก่อนยังไม่มีเลยนะ!”

“ท่าน... นี่ข้อมูลล้าหลังไปตั้งห้าปีเลยเรอะ?” ฉินหมิงเอาค้อนทุบมดมีปีกตัวเท่ากำปั้นไปตัวนึง รู้สึกได้เลยว่าเปลือกมันแข็งมาก คนธรรมดาทุบทีเดียวคงไม่แตกหรอก

มดบินมีสีแดงเข้ม ลวดลายสีเงินบนหัวสว่างและมีมากกว่าปกติ ปีกของพวกมันโปร่งใส เสียงกระพือปีกดังก้องอยู่เหนือลานหิมะ ฟังดูชวนขนลุกเล็กน้อย

ขากรรไกรบนของพวกมันเหมือนคีมยักษ์คู่หนึ่งที่มีสีแดงฉาน พอเกาะติดตัวคนได้ก็กัดชุดเกราะจนดังเคร้งคร้าง คิดดูเอาเถอะว่าพลังโจมตีของมันจะรุนแรงขนาดไหน

แค่ร้อยกว่าตัวที่โผล่มานี้ ก็มากพอจะแทะกินคนธรรมดาจนเกลี้ยงไม่เหลือซากได้ในพริบตา

“ไม่เป็นไร มดบินมีไม่เยอะหรอก แค่ร้อยกว่าตัวยังไม่พอให้เราฆ่าด้วยซ้ำ” ตาเฒ่าหลิวแกว่งดาบติดๆ กัน พร้อมกับระวังป้องกันใบหน้าไปด้วย

เขาเพิ่งจะพูดจบ ก็มีมดบินพุ่งออกมาจากรอยแยกอีกหลายร้อยตัว เสียงกระพือปีกดังสนั่นเหมือนแผ่นเหล็กเสียดสีกัน ฟังแล้วเสียวสันหลังวาบ

สีหน้าฉินหมิงเปลี่ยนไป หากพวกมันแห่กันออกมาไม่ขาดสายเป็นพันเป็นหมื่นตัวล่ะก็ งานเข้าแน่ๆ

สองคนปู่หลานพละกำลังล้นเหลือ วิ่งรวดเดียวก็ถึงยอดเขาเตี้ยๆ

รอบกายพวกเขา มดบินหลายร้อยตัวพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง สภาพอากาศหนาวเหน็บขนาดนี้กลับไม่ส่งผลกระทบต่อความเร็วของพวกมันเลยแม้แต่น้อย

เสียงดังก๊องแก๊งเหมือนช่างตีเหล็กกำลังทำงาน ฉินหมิงใช้ค้อนทุบแมลงร้ายพวกนี้จนแหลกไปทีละตัวๆ

ตาเฒ่าหลิวเองก็ไม่น้อยหน้า แกว่งดาบใหญ่ฟันฉับๆ ท่ามกลางแสงดาบที่สว่างวาบ เสียงกระดองแมลงแตกก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซากมดร่วงกราวเต็มพื้นรอบตัวพวกเขาทั้งสอง

พวกเขายืนอยู่บนยอดเขาเตี้ยๆ มองลงไปข้างล่าง เห็นสีแดงคล้ำเป็นปื้นๆ ดูแล้วตาลายไปหมด มดหัวเงินจำนวนมหาศาลกำลังไต่หิมะขึ้นมา

อันที่จริง พวกเขาไม่ต้องหยดเลือดสัตว์กับน้ำผึ้งเลยด้วยซ้ำ แมลงร้ายพวกนี้อาฆาตมาดร้ายสุดๆ จมูกก็ไวเป็นเลิศ แค่ได้กลิ่นของสองคนปู่หลาน มันก็ยกโขยงตามมาแล้ว

“ในสภาพอากาศหนาวจัดแบบนี้ ทำไมความเร็วของพวกมันถึงยังไม่ตกลงอีกล่ะขอรับ?”

“ช้าลงนิดหน่อยแล้วล่ะ แค่เวลายังไม่พอ เราต้องยื้อต่อไปอีกสักพัก”

สองคนปู่หลานยืนหยัดอยู่บนเขาเตี้ยๆ โดยไม่หนีไปไหน มือก็สู้กับมดบินสุดโหด ตาก็คอยมองกองทัพมดหัวเงินที่ไต่เขาขึ้นมา ใกล้ตัวพวกเขาเข้ามาทุกที

“พวกมันเริ่มช้าลงแล้ว ข้าว่าอีกสักพักคงโดนแช่แข็งแน่ๆ”

“จุดไฟเผาพวกมันสักหน่อยดีกว่า จะได้อบอุ่นร่างกายให้พวกมันไง จะได้ล่อมดในรังออกมาเยอะๆ ด้วย”

ทั้งสองตวัดดาบ เหวี่ยงค้อน พร้อมกับไม่ลืมจุดคบเพลิง หากอยากเข้าไปในรังมดก็ต้องกำจัดกองทัพมดหัวเงินด้านล่างให้สิ้นซากเสียก่อน

“ระวังด้วยล่ะ อย่าโยนคบเพลิงผิดที่นะเว้ย!” ตาเฒ่าหลิวร้องเตือน แกกลัวว่าฉินหมิงจะซุ่มซ่าม ไปจุดชนวนระเบิดทำมือเข้าให้

ระเบิดทำมือนี่เป็นผลพลอยได้จากการหลอมยาของยอดฝีมือจากสำนักลึกลับ พอแพร่หลายไปตามที่ต่างๆ ผู้คนก็เริ่มนำมาใช้ประโยชน์

“วางใจเถอะขอรับ!”

ไม่นาน พื้นที่บนเขาบางส่วนที่เอาฟืนไปกองไว้ก็ลุกเป็นไฟ เพราะราดน้ำมันไว้ก่อนแล้ว ไฟเลยลุกโชนอย่างรวดเร็ว

มดหัวเงินหลายตัวโดนไฟคลอกตาย แต่นั่นกลับยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณความดุร้ายของพวกมันให้พุ่งสูงขึ้น พวกมันพุ่งทะยานฝ่ากองเพลิงขึ้นมาอย่างไม่คิดชีวิต ราวกับเกลียวคลื่นที่ถาโถมเข้าใส่

“กองทัพมดระลอกสองพุ่งออกมาจากรังแล้ว!” ตาเฒ่าหลิวตะโกนบอก

สถานการณ์เลวร้ายที่สุดไม่ได้เกิดขึ้น มดบินไม่ได้มีเยอะอย่างที่คิด

ทันใดนั้น ตาเฒ่าหลิวก็ร้องลั่น เสียงดังโครมคราม เขาถูกมดบินยักษ์ชนล้ม หัวทิ่มลงไปในกองหิมะ ฝูงมดบินรุมทึ้งกลืนร่างเขาทันที

ฉินหมิงสะดุ้งเฮือก เขาเห็นมดบินตัวหนึ่งใหญ่กว่าหัวคนเสียอีก ลำตัวหลักเป็นสีแดงเลือด ทั้งยังมีลวดลายสีเงินกระจายอยู่ทั่ว มันไม่ได้แค่กลายพันธุ์ธรรมดาๆ แต่น่าจะกลายพันธุ์มาถึงสองครั้งแล้วด้วยซ้ำ

เขารีบพุ่งเข้าไปหา เงื้อค้อนเตรียมทุบ ทว่ามดบินกลายพันธุ์รอบสองตัวนี้มีความเร็วน่าสะพรึง มันหลบฉากในพริบตาแล้วโฉบลงไปหาตาเฒ่าหลิวในกองหิมะแทน

ร่างของฉินหมิงรวดเร็วดุจสายฟ้า พุ่งตามไปติดๆ ฟาดค้อนเข้าใส่มดบินสุดพิเศษตัวนั้น

มดบินกลายพันธุ์รอบสองไม่อยากโดนคนข้างหลังทุบเข้าตอนที่กำลังทับอยู่บนตัวตาเฒ่าหลิว จึงรีบเบี่ยงหลบ มันถูกยั่วโมโห บินพุ่งเข้าหาฉินหมิง โฉบซ้ายทีขวาที โจมตีไม่หยุดหย่อน

ตาเฒ่าหลิวสบถด่าทอ ตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากกองหิมะ กวัดแกว่งดาบฟันใส่มดบินขนาดเท่ากำปั้นพวกนั้น

“คนตัวโตๆอย่างข้าดันถูกมดตัวเดียวชนล้ม วันนี้เสียหน้าชะมัด หรือว่าข้าจะแก่จนแข้งขาอ่อนแรง ถือดาบไม่ไหวแล้วจริงๆ? ข้า... ซี๊ดด มดบินกลายพันธุ์รอบสอง! เสี่ยวฉิน เจ้าไหวไหม?”

ฉินหมิงตอบกลับอย่างรวดเร็วพร้อมเตือน “ข้าไม่เป็นไรขอรับ ท่านระวังตัวด้วยล่ะ อาจจะมีมดบินกลายพันธุ์รอบสองตัวอื่นอีก!”

ตาเฒ่าหลิวหน้าเครียด กล่าว “ใช่แล้วล่ะ ถึงแม้นางพญามดจะเป็นสัตว์กลายพันธุ์ระดับสาม แต่ก็ไม่ได้ถนัดเรื่องต่อสู้ มันต้องเพาะพันธุ์พวกมดนักรบมีปีกแบบนี้ออกมาคอยปกป้องมันแน่นอน”

ฉินหมิงแกว่งค้อนเหล็กนิลด้ามยาวติดต่อกัน ฟาดโดนมดบินไปหลายครั้ง เสียงกระแทกดังเป๊งๆ เหมือนกำลังตีเหล็กไม่มีผิด ตัวมันแข็งมากจริงๆ ไม่ธรรมดาเลย

ทว่า ท้ายที่สุดมันก็ต้านทานพละกำลังมหาศาลของฉินหมิงไม่ไหว ทุกครั้งที่โดนทุบ บนตัวมันก็จะมีรอยร้าวปริแตกออกมา จากนั้นก็ดังโผล๊ะ ถูกทุบจนแหลกเละเป็นโจ๊ก

“แย่แล้ว มีมดบินตัวเป้งโผล่มาอีกสามตัว” ตาเฒ่าหลิวหน้าถอดสี

ตรงเชิงเขานั่น มดบินสามตัวที่มีขนาดใหญ่โตเกินปกติกำลังกระพือปีกเสียงดังสยองขวัญบินสวนขึ้นมา ข้างหลังพวกมันยังมีมดบินอีกหกตัวที่ตัวเล็กกว่าหน่อย แต่ก็ยังใหญ่กว่ามดบินทั่วไปมาก

“กลายพันธุ์รอบสองสามตัว กลายพันธุ์รอบแรกหกตัว รังมดพวกนี้รับมือยากจริงๆ!”

ส่วนมดหัวเงินธรรมดา บางส่วนไต่ขึ้นมาถึงยอดเขาแล้ว กองกำลังหลักด้านหลังแม้จะเชื่องช้าลง แต่พอเห็นคนสองคนอยู่แค่เอื้อม พวกมันก็ยังตะบึงบุกขึ้นมาอยู่ดี

“ได้เวลาแล้วขอรับ!” ฉินหมิงกล่าวพลางสกัดมดบินที่แกร่งที่สุดสามตัวนั้นเอาไว้

ตาเฒ่าหลิวได้ยินดังนั้นก็รีบจุดไฟ ตู้ม! ระเบิดทำมือที่ฝังไว้ล่วงหน้าทำงาน ส่งผลให้เกิดหิมะถล่ม ท่ามกลางเสียงดังกึกก้อง มดหัวเงินจำนวนมหาศาลก็ถูกฝังกลบอยู่เบื้องล่าง

พวกเขากะเวลาเอาไว้แล้ว คิดว่ากองทัพมดเดิมทีก็ใกล้จะแข็งทื่ออยู่รอมร่อ พอโดนฝังเข้าไปแบบนี้ ส่วนใหญ่คงตะเกียกตะกายออกมาไม่ได้ ร้อยทั้งร้อยคงถูกแช่แข็งตายอนาถ

“มดตัวกระจ้อยร่อยอย่างเจ้ายังคิดจะชนข้าให้ปลิวอีกเรอะ? ข้าไม่ยอมเสียหน้าหรอกโว้ย!” ตาเฒ่าหลิวขวางมดบินกลายพันธุ์รอบสองไว้ตัวหนึ่ง แล้วแกว่งดาบเข้าห้ำหั่น

“กระดองแข็งชะมัด ฟันดาบเดียวไม่ขาดเลยแฮะ!” ตาเฒ่าหลิวมือไม้ปั่นป่วน เพราะรอบด้านยังมีมดบินธรรมดาตัวอื่นๆ ปะปนอยู่ด้วย

ฉินหมิงทุ่มสุดตัว คลื่นพลังสีทองอร่ามปรากฏขึ้นบนร่าง ท่ามกลางเสียงดังกังวาน ในที่สุดเขาก็ทุบมดบินกลายพันธุ์รอบสองแหลกไปทีละตัว จากนั้นก็ควงค้อนเหล็กนิลด้ามยาวเป็นกังหันลม เสียงดังผลั้วะๆ ซากศพมดร่วงหล่นรอบกายไม่ขาดสาย

“ไม่ต้องมายุ่ง ข้าจัดการเอง!” ตาเฒ่าหลิวเป็นพวกไม่ยอมแพ้ใคร สุดท้ายแกก็จัดการฆ่ามดบินกลายพันธุ์รอบสองตัวนั้นได้สำเร็จ

หลังจากสองคนปู่หลานจัดการมดหัวเงินที่ปีนขึ้นมาบนยอดเขาแต่ยังไม่ทันถูกแช่แข็งจนหมดเกลี้ยง พวกเขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

“พวกเราถือว่ากำจัดภัยร้ายให้ชาวบ้านล่วงหน้าแล้วล่ะ ถ้านางพญามดกลายพันธุ์เป็นรอบที่สี่ ขุมกำลังของมดหัวเงินขยายใหญ่ขึ้นเมื่อไหร่ ที่ไหนที่พวกมันเดินผ่านรับรองว่าไม่เหลือซากแน่” ตาเฒ่าหลิวทิ้งตัวนั่งแหมะลงบนกองหิมะแล้วเอ่ยขึ้น

“ยังไม่จบนะขอรับ ในรอยแยกของภูเขามีพวกมันยกโขยงออกมาอีกฝูงใหญ่เลย” ฉินหมิงเตือนสติ

ตาเฒ่าหลิวได้ยินแบบนั้นก็หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ยังดีที่ครั้งนี้ไม่มีมดบินกลายพันธุ์รอบสอง มีแต่มดหัวเงินธรรมดายั้วเยี้ยไต่ขึ้นมาอีกระลอก

“ไม่เยอะเท่ายกเมื่อกี้แล้ว ฆ่าพวกนี้หมดก็คงจะเกลี้ยงแล้วล่ะมั้ง”

ตอนนี้ใช้แผนหิมะถล่มไม่ได้แล้ว มดหัวเงินพวกที่อยู่ข้างล่างเหมือนจะได้รับคำสั่ง พอใกล้จะโดนแช่แข็ง พวกมันก็เริ่มทยอยคลานกลับรังกันแล้ว

“พวกเราลงเขากันเถอะขอรับ ไปล่อพวกมันออกมานอกรัง แล้วค่อยบี้มันในระยะประชิด”

วันนี้แม้แต่ฉินหมิงยังเหนื่อยล้า เขาเอาแต่ฆ่ามดไม่หยุดหย่อน

ขนาดช่วงราตรีตื้นใกล้จะจบลงแล้ว ก็ยังมีมดหัวเงินคลานออกมาอีกเพียบ

ส่วนตาเฒ่าหลิวนั้นหมดอาลัยตายอยากไปนานแล้ว แทบจะยกดาบไม่ขึ้นด้วยซ้ำ

โชคดีที่บริเวณนี้ห่างไกลความเจริญนัก ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นหน้าไหนกล้ามาสร้างรังใกล้กับมดหัวเงิน จึงไม่ได้ดึงดูดพวกสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ให้มาแอบดู

“พรุ่งนี้ค่อยลุยต่อก็แล้วกัน!”

……

ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ชาวบ้านบางคนเริ่มกลับเข้าไปในถ้ำหินย้อยที่หุบเขารอยแยก แล้วก็เก็บอาวุธชั้นดีกลับมาได้ ทำเอาคนอื่นๆ ตื่นเต้นกันใหญ่ มีคนแห่ไปเสี่ยงโชคที่นั่นกันล้นหลาม

อาวุธและชุดเกราะมากมายล้วนเป็นของที่ลูกหลานชนชั้นสูงจากเมืองฉีเสียทิ้งไว้หลังตกตาย แน่นอนว่าต้องเป็นของชั้นเลิศ

ฉินหมิงกับตาเฒ่าหลิวคิดไม่ถึงเลยว่า นับตั้งแต่วันแรกที่กำจัดมดหัวเงินไปอย่างมหาศาล พวกเขาลงมือฆ่าพวกมันติดต่อกันมาสามวันแล้ว ก็ยังล้างบางได้ไม่หมดเสียที

“ข้าว่าวันนี้คงได้ที่แล้วล่ะ บุกเข้าไปในรังมันเลยก็คงไม่มีปัญหาหรอก”

“ท่านน่ะปากเปราะนัก เลิกพูดอะไรแบบนี้เถอะขอรับ!”

วันที่สี่ สองคนปู่หลานเดินคุยกันไปพลาง ตอนที่เดินผ่านหุบเขารอยแยก ฉินหมิงก็ชะงักกึก เขาขยี้ตาตัวเองให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด ในหุบเขานั้นมีกลุ่มหมอกสีดำสายหนึ่งเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็วราวกับงูวิญญาณ

“ท่านลองดูตรงหุบเขารอยแยกนั่นสิขอรับ...” ฉินหมิงส่งสัญญาณบอก

“ดูอะไรล่ะ? ไม่เห็นมีอะไรเลย” ตาเฒ่าหลิวประหลาดใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง

ฉินหมิงเงียบเสียงลง แกล้งทำเป็นตาฝาดไปเอง ทว่าในใจเขากลับไม่สงบนัก แอบคาดเดาว่าคงเป็นเพราะตนเองดูดซับของเหลวลึกลับนั่นเข้าไป เลยทำให้สามารถรับรู้ถึงกลุ่มหมอกสีดำที่ผิดปกติพวกนั้นได้

“เรื่องที่ข้าฝากให้ท่านช่วยติดต่อพวกสำนักหรือตระกูลที่เคยยิ่งใหญ่แต่ตอนนี้ตกอับไปแล้วน่ะ มีวี่แววบ้างไหมขอรับ?”

ตาเฒ่าหลิวตอบ “มีสำนักนึงยอมเปิดปากแล้ว ข้าว่าไม่น่ามีปัญหานะ”

“แบบนั้นก็เยี่ยมไปเลยสิขอรับ!” ฉินหมิงดีใจเนื้อเต้น

“เฮ้ย พวกแกสองคน มานี่ซิ เมื่อกี้มัวชะเง้อมองอะไรอยู่ฮะ?” จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากที่ไกลๆ บริเวณทางออกของหุบเขารอยแยกปรากฏเงาร่างสองสายขึ้นตามลำดับ

ทั้งสองมีรังสีอำมหิตแผ่ซ่าน แค่มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นยอดฝีมือที่อันตรายสุดๆ เล่นเอาฉินหมิงใจหล่นวูบ

ตาเฒ่าหลิวมองดูตราสัญลักษณ์ตรงปลายแขนเสื้อของทั้งสอง แล้วลดเสียงลงพูดกระซิบ “แขนเสื้อพวกมันมีลวดลายสีทองอยู่ด้วย หมายความว่าพวกมันได้รับการยอมรับจากพวกโจรทองคำแล้ว น่าจะเป็นพวกหัวหน้าจากสันเขาไก่ทองแน่ๆ สองคนนี้แหละคือยอดฝีมือที่เก่งที่สุดของพวกมันเลย”

จากนั้นเขาก็หุบปากฉับไม่พูดพร่ำทำเพลง ดึงแขนฉินหมิงให้เดินตรงเข้าไปหา

ฉินหมิงย่อมรู้จักมหาโจรสองคนนี้ดี โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ได้ยินข่าวลือหนาหูว่าพวกมันเป็นผู้ผลัดกายรอบสี่ จัดเป็นกลุ่มคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาขุมกำลังท้องถิ่น

พวกมันสองคนมาทำอะไรที่หุบเขารอยแยกกันล่ะเนี่ย? กลุ่มหมอกสีดำนั่นเกี่ยวข้องกับพวกมันด้วยหรือเปล่านะ? เขาแอบสงสัยในใจ

“ชักช้าอยู่ได้ รีบๆเข้ามานี่สิวะ!” มหาโจรคนหนึ่งตวาดลั่น

“พวกข้ากำลังจะเข้าป่าไปล่าสัตว์ แค่เดินผ่านมาทางนี้เท่านั้นเองขอรับ” ตาเฒ่าหลิวแสดงท่าทีนอบน้อมถ่อมตนสุดๆ

มหาโจรทั้งสองอายุราวสี่สิบปี แววตาเย็นเยียบดุดัน หนึ่งในนั้นกระชากคอเสื้อตาเฒ่าหลิวขึ้นมาอย่างแรง หิ้วตัวเขาจนลอย

“ถึงจะเป็นผู้ผลัดกายแต่ก็แก่หงำเหงือกขนาดนี้ ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว!” มหาโจรคนนั้นเอ่ยปากวิจารณ์พลางเหวี่ยงตาเฒ่าหลิวทิ้งไปอีกทาง ทำเอาเขาเซถลาแทบจะล้มคะมำลงกับพื้น

มันเดินเข้ามาตรงหน้าฉินหมิง แล้วกล่าวว่า “เจ้านี่อายุยังน้อยก็ผลัดกายได้แล้ว ไม่เลวเลยนี่”

จากนั้นมันก็ขยุ้มคอเสื้อฉินหมิงแล้วพูดต่อ “ช่วงสองวันนี้สันเขาไก่ทองจะเปิดรับสมัครคน เจ้าอย่าลืมไปลงชื่อด้วยล่ะ เข้าใจไหม? ข้าจำเบ้าหน้าเจ้าไว้แล้วนะเว้ย!”

มหาโจรผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แม้ไม่ได้ตะเบ็งเสียงดัง แต่ก็เด็ดขาดจนไม่อาจปฏิเสธได้

“ได้ขอรับ ท่านวางใจเถอะ เดี๋ยวพอถึงเวลาข้าจะพาเขาไปสมัครเอง” ตาเฒ่าหลิวหลิวรีบพูดแทรกขึ้นมา แกกลัวว่าฉินหมิงที่กำลังเลือดร้อนจะเผลอไปเถียงพวกมันเข้า ขืนทำแบบนั้นมีหวังโดนฆ่าตายแน่!

“เจ้าแก่ปูนนี้แล้ว จะให้พวกข้าเลี้ยงเสียข้าวสุกรึไง” มหาโจรปรายตามองเขา

“ข้าหมายถึง จะพาเขาไปส่งเฉยๆน่ะขอรับ” ตาเฒ่าหลิวรีบอธิบาย

“อืม!” มหาโจรพยักหน้า พร้อมกับปล่อยมือจากคอเสื้อของฉินหมิง

“เมื่อกี้ถามไปไม่ได้ยินรึไง เป็นใบ้เหรอวะฮะ เข้าใจที่พูดไหม?” มหาโจรอีกคนโพล่งขึ้นมา ตวาดใส่ฉินหมิงอย่างเย็นชา

“อ้อ เมื่อกี้ข้าแค่ตกใจน่ะขอรับ เข้าใจแล้วขอรับ ถึงเวลาข้าจะไปลงชื่อแน่นอน” ฉินหมิงพยักหน้ารับคำ

……

“ไอ้พวกระยำเอ๊ย ขอให้พวกมัน...” พอมาถึงบริเวณใกล้รังมด ตาเฒ่าหลิวก็สบถพ่นคำด่าทอออกมาเป็นชุด ช่างคับแค้นใจเสียจริง เขาอัดอั้นตันใจมาตลอดทาง

จากนั้นเขาก็รีบหันมาเกลี้ยกล่อมฉินหมิงว่าห้ามวู่วามเด็ดขาด ครั้งนี้ต้องอดทนกลืนเลือดชั่วคราว ไปลงชื่อสมัครซะก่อน

“เจ้ายังเด็ก ฝีมือก็เก่งกาจถึงเพียงนี้ อนาคตจะต้องร้ายกาจยิ่งกว่าเดิม อะไรๆก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ถึงเวลานั้น...”

ฉินหมิงรับลูกพูดต่อว่า “ถึงเวลานั้น ข้าจะลุยเดี่ยวบุกสันเขาไก่ทองกลางดึก ฆ่าล้างบางพวกโจรชั่วนั่นให้สิ้นซากเลย!”

ตาเฒ่าหลิวรีบห้ามปรามทันควัน “เบาเสียงหน่อย เรื่องแบบนี้เอามาพูดเล่นไม่ได้นะเว้ย รอให้เจ้าผลัดกายรอบสี่หรือรอบห้าได้เมื่อไหร่ ค่อยมาคิดเรื่องนี้ก็ยังไม่สาย!”

หลังจากนั้นทุกอย่างก็ราบรื่นไร้อุปสรรค พอพวกเขาทะลวงเข้าไปในรังมด ก็พบว่ากองทัพมดหัวเงินส่วนใหญ่ถูกกวาดล้างไปแทบจะเหี้ยนเตียนตั้งแต่สามวันก่อนแล้วจริงๆ

ในที่สุดนางพญามดก็ปรากฏตัว มันเป็นหนอนสีเงินตัวหนึ่ง แม้จะเป็นสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์รอบสาม แต่ก็อ่อนหัดเรื่องต่อสู้อย่างที่คิดไว้จริงๆ มีแค่ของเหลวเรืองแสงที่พ่นออกมาจากปากเท่านั้นที่มีพลังทำลายล้างค่อนข้างสูง พลังทะลวงก็น่าทึ่ง แถมยังมีฤทธิ์กัดกร่อนชุดเกราะอีกด้วย

ตอนเจอหน้ากันครั้งแรก ฉินหมิงกับตาเฒ่าหลิวโดนมันพ่นของเหลวใส่แบบไม่ทันตั้งตัวจนเกือบจะพลาดท่า ชุดเกราะชั้นแรกถูกเจาะทะลุเป็นรูพรุน โชคดีที่บริเวณหน้าอกของพวกเขายังมีแผ่นเหล็กเสริมไว้อีกชั้น

หลังจากนั้น การต่อสู้ก็ไม่มีอะไรให้ต้องลุ้นอีก มดนักรบที่เก่งที่สุดตายตกไปก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้ว พอนางพญามดขาดกองทัพมดหัวเงินนับไม่ถ้วนคอยคุ้มกัน ไม่นานก็ถูกสองคนปู่หลานเด็ดหัวทิ้งอย่างง่ายดาย

“รวยเละแล้วงานนี้!” ตาเฒ่าหลิวเดินเข้าไปถึงส่วนลึกของรังมด พอเห็นเหล้าน้ำผึ้งที่ถูกเก็บรักษาไว้ในขี้ผึ้งของพวกมด ตาก็เป็นประกายวิบวับ ถึงแม้ว่าช่วงหน้าหนาวจะโดนกินไปเยอะแล้ว แต่ของที่เหลืออยู่แค่นี้ก็มีมูลค่ามหาศาลแล้ว

ฉินหมิงกล่าว “ฝังมันไว้ก่อนดีกว่าขอรับ ถ้าขืนเอาไปขายล่ะก็ เรื่องที่พวกเราจะได้ผลัดกายครั้งที่สามมันต้องความแตกแน่ๆ ตอนนี้พวกโจรจากสันเขาไก่ทองมันทำตัวเลวทรามต่ำช้า ถ้าพวกมันรู้เข้าล่ะก็ มีหวังเป็นเรื่องใหญ่แน่”

ตาเฒ่าหลิวย่อมเข้าใจเรื่องพรรค์นี้ดี จึงได้แต่พยักหน้าหงึกหงักอยู่ตรงนั้น

ไม่นาน พวกเขาก็เจอของเหลวพลังวิเศษสีทองอ่อนๆ ทำเอาทั้งสองคนดีใจจนเนื้อเต้น ปริมาณมันมากพอสำหรับพวกเขาทั้งสองคนเลยล่ะ

……

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ฉินหมิงมองดูของเหลวสีทองอ่อนในโถกระเบื้องด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน จิตใจสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

ช่วงนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ทำให้ภายในใจเขาไม่อาจสงบนิ่งลงได้ ทว่าขอเพียงเขาแข็งแกร่งมากพอ อุปสรรคปัญหาสารพัดที่ประดังประเดเข้ามาก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

จบบทที่ บทที่ 49 จิตใจสั่นสะท้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว