- หน้าแรก
- มือสังหารสายคลั่ง
- บทที่ 10 ท่านแม่ข้าช่างไร้ยางอายเหลือทน!
บทที่ 10 ท่านแม่ข้าช่างไร้ยางอายเหลือทน!
บทที่ 10 ท่านแม่ข้าช่างไร้ยางอายเหลือทน!
ใบหน้าของนางอู๋ซีดเผือดลงทันควัน
"ไม่... ไม่นะ พวกข้าจะไปใส่ยาพิษได้อย่างไรกัน?"
"ใช่แล้วๆ" นางหลวี่รีบผสมโรง "สะใภ้รอง พวกข้าทำไปก็เพราะหวังดีกับเจ้านะ"
หวังดีกับข้าอย่างนั้นหรือ?
ขอบใจพวกเจ้ามากก็แล้วกัน!
เซี่ยงซีตบโต๊ะเสียงดังปัง ก่อนจะควงมีดทำครัวไปจ่อตรงหน้านางอู๋ "กินซะ!"
เมื่อจ้องมองไปยังคมมีดที่สะท้อนแสงวาววับ นางอู๋รู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น แต่นางก็จำต้องกลั้นใจคีบเนื้อไก่ชิ้นหนึ่งยัดเข้าปากไป
เอาเถอะ กินก็กิน
อย่างไรเสียมันก็ไม่ใช่ยาที่ถึงแก่ชีวิต อย่างมากที่สุดคืนนี้นางก็แค่ต้องเหนื่อยปรนนิบัติหลิวคนโตให้หนักหน่อยเท่านั้น
เห็นนางเริ่มกิน เซี่ยงซีก็หันไปทางนางหลวี่และหลิวคนโต "พวกเจ้าสองคนก็กินด้วยสิ!"
หลิวคนโตไม่ได้คัดค้านอะไร เพราะอย่างไรเขาก็ตั้งใจจะทำ ‘เรื่องอย่างว่า’ อยู่แล้ว การกินเข้าไปสักหน่อยคงช่วยปลุกอารมณ์ให้คึกคักได้ไม่น้อย
แต่นางหลวี่นั้นกลับทุกข์ทรมานใจยิ่งนัก นางเป็นหญิงหม้ายนะ!
กินเจ้านี่เข้าไปแล้วนางจะทำอย่างไรเล่า?
เจ้าเซ่อรองก็ดันไปเก็บแตงกวาในไร่มาจนเกลี้ยงแล้วด้วย!
แต่ถ้าไม่กิน ชีวิตของหญิงแก่อย่างนางอาจจะจบสิ้นลงตรงนี้!
เอาวะ กินก็กิน
ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็จัดการเนื้อไก่ไปคนละชิ้น นางอู๋เอ่ยขึ้นว่า "น้องสะใภ้ เห็นไหมเล่า? พวกข้ากินกันหมดแล้วก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เจ้าเองก็รีบกินเสียเถอะ เดี๋ยวจะเย็นชืดเสียหมด"
เซี่ยงซีแค่นยิ้มในใจ คิดว่าคนอย่างข้าจะดูไม่ออกหรืออย่างไร?
"ไม่ล่ะ" นางส่ายหน้า "พวกเจ้ากินให้หมดนั่นแหละ"
นางหลวี่: ...
หลิวคนโต: ...
นางอู๋: ...
นังผู้หญิงบ้าคนนี้ ทำไมถึงหลอกยากหลอกเย็นเช่นนี้!
"ถ้ากินไม่หมด ข้าจะกรีดพุงพวกเจ้าแล้วเทกรอกลงไปให้สิ้นเรื่อง!"
จบกัน ดูท่าแผนการครั้งนี้คงจะล้มเหลวเสียแล้ว
แต่ยังดีที่มันไม่ใชียาพิษร้ายแรง อีกอย่างหากครั้งนี้พลาดไปก็ยังมีคราวหน้า นังคนบ้านี่คงไม่ระแวดระวังตัวไปได้ตลอดหรอก
หลิวคนโตกับนางอู๋สบตากันอย่างรู้ความหมาย ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็กินๆ ให้มันจบไป จะได้รีบไปล้างไม้ล้างมือเข้านอนกันแต่หัวค่ำ
ส่วนนางหลวี่นั้นกินไปพลางคิดไปว่า: หรือว่าความเยาว์วัยของหญิงแก่อย่างข้ากำลังจะกลับคืนมาอีกครั้ง?
เมื่อเห็นทั้งสามคนก้มหน้าก้มตากินไก่กันอย่างเอร็ดอร่อย เซี่ยงซีก็ยิ่งนึกสงสัยว่ายาที่พวกเขาสามคนใส่ลงไปนั้นคือยาอะไรกันแน่
"ท่านพี่" นางอู๋เอ่ยขึ้น "พวกเราอิ่มกันแล้ว ไปนอนกันเถอะ"
"ได้เลย"
"เดี๋ยวก่อน!"
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะปลีกตัวไป เซี่ยงซีก็ร้องตะโกนขึ้นมา
มีบางอย่างผิดปกติ ผิดปกติอย่างร้ายแรง!
คนทั้งสองเพิ่งจะกินไก่เข้าไป ไม่ได้ดื่มเหล้าสักหยด แต่เหตุใดใบหน้าถึงได้แดงซ่านขนาดนั้น?
พอหันไปมองนางหลวี่ หญิงชราที่อายุปาเข้าไปค่อนคนแล้วกลับมีผิวพรรณแดงระื่อราวกับสาวแรกรุ่น ดวงตาฉ่ำน้ำแวววาวดูเอียงอายส่อพิรุธ...
"พวกสุนัขลอบกัด พวกเจ้ากล้าใช้ยาต่ำช้าแบบนี้เชียวหรือ?" เซี่ยงซีจ้องเขม็งพร้อมตวาดลั่น "แผนของใคร?"
นางหลวี่และอีกสองคนถึงกับสะดุ้งในใจ คิดว่าแย่แล้ว นังคนบ้านี่ดูออกจนได้
"พูดมา! แผนใคร!"
"ข้าพูดแล้ว ข้าพูดแล้ว!" คราวนี้นางหลวี่กลัวโดนดีจึงตัดสินใจทรยศพวกเดียวกันทันที "เป็นแผนของพี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้า!"
"ท่านแม่ ท่าน..." นางอู๋กัดฟันจนแทบแหลกละเอียด ในเมื่อท่านไร้น้ำใจก่อน ก็อย่ามาโทษว่าข้าอธรรมก็แล้วกัน "ท่านแม่นั่นแหละที่เป็นคนไปซื้อยานี้มา!"
เมื่อเห็นว่าถูกโยนความผิดกลับมา นางอู๋จึงตัดสินใจแฉให้หมดไส้หมดพุง
ในเมื่อจะพัง ก็ต้องพังไปด้วยกันให้หมด!
"ท่านพี่คนโตนั่นแหละที่อยากจะทำเรื่องนั้นกับเจ้า! เพื่อจะสืบทอดตระกูลหลิวอย่างไรเล่า!"
หลิวคนโตใจหายวาบ เขาถึงกับยืนอึ้ง "ข้า... ข้าบริสุทธิ์นะ!"
ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาเป็นเพียงฝ่ายที่ถูกจัดแจงมาตลอด!
"พวกนางสองคนปรึกษากันเองทั้งนั้น ไม่เกี่ยวกับข้าเลยสักนิด!"
เซี่ยงซีหัวเราะเย็นเยียบ
สามีภรรยาเปรียบเสมือนนกในป่าเดียวกัน พอภัยมาถึงตัวก็ต่างคนต่างบินหนีสินะ?
ดี! ถ้าอย่างนั้นข้าจะจับพวกเจ้ามารวมกันในข้องเดียวเสียเลย—แม่คนนี้จะไม่ยอมให้ใครหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!
เซี่ยงซีคว้าตัวคนหนึ่งไว้ในมือซ้าย อีกคนในมือขวา แล้วใช้เท้าถีบคนที่สามจนกระเด็น ก่อนจะโยนทั้งสามคนลงไปกลางลานบ้าน
ถึงตอนนี้ ฤทธิ์ยาในตัวของทั้งสามคนเริ่มออกผลอย่างเต็มที่ ไม่เพียงแต่ร่างกายจะร้อนรุ่มจนแทบทนไม่ไหว แต่สติสัมปชัญญะก็เริ่มพร่าเลือนลุ่มหลงไปตามแรงตัณหา
หลิวคนโตกับนางอู๋ประดุจสุนัขบ้าที่ตกมัน พวกเขาฉีกทุ้งเสื้อผ้าของกันและกันจนขาดวิ่นเพียงไม่กี่อึดใจ ก่อนจะโผเข้าหากันจนล้มคว่ำลงบนพื้นเสียงดังตุ้บ
จะโทษใครก็ไม่ได้ ต้องโทษนางอู๋เองที่ใส่ยาปลุกกำหนัดลงไปมากเกินขนาด!
นางหลวี่ยังพอมีสติมากกว่าเล็กน้อยตามประสาคนมีอายุ แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะหนีบขาเข้าหากันแน่นด้วยความกระสับกระส่าย
"เจ้าเซ่อ!"
"จ๊ะ!"
"พี่ใหญ่ของเจ้ากำลังจะตีพี่สะใภ้ใหญ่ตายแล้ว!"
"หา?"
หลิวเจ้าเซ่อมองไปเห็นเหตุการณ์เข้าจริงๆ พี่ใหญ่กำลังกดพี่สะใภ้ใหญ่ลงกับพื้นแล้วระดมแรงเข้าใส่ แถมยังฉีกเสื้อผ้าของนางจนขาดรุ่งริ่ง!
พี่สะใภ้ใหญ่เองก็ส่งเสียงร้องโหยหวนปานจะขาดใจ!
"เมียจ๋า... เรา... เราจะทำอย่างไรดีจ๊ะ!"
"ไปตามคนมาช่วยสิ!"
"โอ้!"
หลิวเจ้าเซ่อหมุนตัวเตรียมจะวิ่งออกไป แต่เซี่ยงซีกลับทักขึ้นว่า "เอาอ่างทองแดงไปด้วย!"
"จริงด้วย!"
ดวงตาของหลิวเจ้าเซ่อเป็นประกาย อ่างของเขาเสียงดังมาก หากเคาะมันลั่นหมู่บ้าน ทุกคนจะต้องรีบมาช่วยทันทีแน่ๆ!
เขาจึงคว้าอ่างทองแดงแล้วพุ่งทะยานออกไปข้างนอก
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
"ใครก็ได้มาช่วยที!"
"พี่ใหญ่ข้าจะตีพี่สะใภ้ข้าตายแล้ว!"
"ช่วยด้วย! พี่สะใภ้ข้าจะหมดลมหายใจแล้ว!"
...
ชาวบ้านที่กำลังวุ่นอยู่กับการทำมื้อค่ำ เมื่อได้ยินว่าจะมีคนตายที่บ้านตระกูลหลิว มีหรือที่จะเพิกเฉยได้?
ในสถานที่ห่างไกลอย่างหมู่บ้านหนานจูแห่งนี้ กว่าจะมีเรื่องคอขาดบาดตายเกิดขึ้นสักครั้งก็นับว่าหาได้ยากยิ่ง
"เร็วเข้า ไปดูกัน!"
ทุกคนต่างทิ้งงานในมือแล้วพุ่งตรงไปยังลานบ้านตระกูลหลิวราวกับพายุ
"ว๊าย—"
หญิงชาวบ้านคนแรกที่วิ่งเข้าไปถึงกับกรีดร้อง รีบยกมือปิดตาแล้ววิ่งพรวดพราดออกมา
"เกิดอะไรขึ้น? มีอะไรกัน?"
"ถุย! ถุยๆๆ—คนตระกูลหลิวสองคนนั้นช่างไร้ยางอายสิ้นดี! อัปมงคลจริงๆ ถุยๆๆ—"
คนที่ตามมาข้างหลังต่างพากันสงสัย จึงรีบกรูเข้าไปดูให้เห็นกับตา
ซี้ด—
ทุกคนถึงกับชะงักกึก พร้อมใจกันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง
หลิวคนโตกับเมียของเขา... พวกเขา... พวกเขาช่างป่าเถื่อนเหลือเกิน!
มาทำเรื่องพรรค์นี้กันกลางลานบ้านเนี่ยนะ!
เสื่อสักผืนก็ไม่ปู แถมยังทำต่อหน้าต่อตาแม่บังเกิดเกล้าอีกต่างหาก!
จากนั้นทุกคนก็หันไปมองนังผู้หญิงบ้าคนนั้น ที่กำลังถือชามใส่เนื้อไก่ครึ่งอ่างนั่งแทะอย่างเอร็ดอร่อยสบายอารมณ์
จบสิ้นแล้ว ดูท่าคนบ้านตระกูลหลิวคงจะเสียสติกันไปหมดแล้วจริงๆ!
หญิงชาวบ้านบางคนรีบคว้าหูสามี "มองอะไรอยู่น่ะ? กลับบ้านเดี๋ยวนี้!"
"ขออีกนิดเถอะนะ อีกแวบเดียว..."
"ข้าจะนับหนึ่งถึงสาม!"
"เอ่อ... ไม่มองแล้วจ๊ะ ไม่มองแล้ว กลับเถอะ"
...
ทันใดนั้นเอง ท่านหัวหน้าหมู่บ้านผู้ชราก็วิ่งหอบแฮกมาถึง เมื่อเห็นผู้คนกำลังจะแยกย้ายกันไปจึงรีบถามว่า "เป็นอย่างไรบ้าง ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม?"
"ฮิๆๆ ยัง ‘ฟัด’ กันนัวเลยจ้ะท่านหัวหน้าหมู่บ้าน มีคนกำลังจะสิ้นใจจริงๆ ด้วย!"
"อะไรนะ?" ท่านหัวหน้าหมู่บ้านเริ่มกระวนกระวาย "ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าจะกลับกันทำไม?"
"พวกข้าไม่อยากกลับหรอกจ้ะ แต่เมียข้าไม่ให้อยู่!"
ท่านหัวหน้าหมู่บ้านถึงกับมุมปากกระตุก นี่มันตรรกะอะไรกัน?
แต่ช่างเถอะ ชีวิตคนสำคัญกว่า ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน เขาต้อง... เขาต้อง...
"หลิวคนโต! เจ้า... เจ้า..."
เมื่อท่านหัวหน้าหมู่บ้านเห็นภาพเบื้องหน้ากลางลานบ้าน เขาก็โกรธจนแทบจะสิ้นลมหายใจเสียตรงนั้น!
กลางวันแสกๆ!
ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย!
ในโลกที่สว่างไสวและสงบสุขเช่นนี้!
พวกเจ้าสุนัขไร้ยางอายสองคนกลับกล้าทำเรื่องที่น่าอับอายและบัดสีเช่นนี้ออกมาได้!
"รีบเข้าไปในบ้านเดี๋ยวนี้!"
แต่หลิวคนโตกับเมียของเขากำลังสติเลอะเลือน มุ่งหวังเพียงการระบายความต้องการเยี่ยงสัตว์ป่า ไม่ว่าคำพูดใดก็ไม่อาจเข้าถึงโสตประสาท พวกเขายังคงตั้งหน้าตั้งตา ‘ไถนา’ กันอย่างสุดกำลัง
ท่านหัวหน้าหมู่บ้านยกมือปิดหน้า รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ
คนพวกนี้มันเป็นอะไรกันไปหมดในแต่ละวัน!
"นางหลวี่!" ท่านหัวหน้าหมู่บ้านเดินเข้าไปหานางหลวี่ทั้งที่มือยังปิดหน้าอยู่พลางดุด่าด้วยความผิดหวัง "เจ้าทำหน้าที่แม่ได้อย่างไร? ลูกชายกับลูกสะใภ้ทำตัวเหลวไหลขนาดนี้ เจ้ากลับนิ่งเฉยไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือ?"
นางหลวี่ลืมตาที่พร่ามัวขึ้นแล้วจ้องเขม็งไปที่เขา
ท่านหัวหน้าหมู่บ้านสะดุ้งเฮือก สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี "เจ้ามองข้าแบบนั้นทำไม?"
"หัวหน้า... หมู่บ้านหรือ?"
"ก็ข้าน่ะสิ" ท่านหัวหน้าหมู่บ้านสังเกตเห็นความผิดปกติของนางหลวี่เช่นกัน แต่เขายังไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของสถานการณ์ "นางหลวี่ เจ้าเป็นอะไรไป? ไม่สบายหรือ?"
"แฮ่—"
นางหลวี่ส่งเสียงร้องประหลาดก่อนจะโผเข้าตะครุบตัวท่านหัวหน้าหมู่บ้าน จนเขาตกใจแทบสิ้นสติ
"นางหลวี่ เจ้าจะทำอะไร? ปล่อยข้านะ... ปล่อย..."
แต่ในที่สุดก็ได้คว้าตัวผู้ชายไว้ได้แล้ว นางจะยอมปล่อยไปง่ายๆ ได้อย่างไร?
"ช่วยด้วย... ใครก็ได้มาลากนางออกไปที... ช่วยข้าด้วย... อ๊าก..."
ท่านหัวหน้าหมู่บ้านดิ้นรนสุดชีวิต ขณะที่ชาวบ้านได้แต่ยืนมองตาค้างอย่างโง่งม
นางหลวี่คนนี้ช่างดุดันเหลือเกิน!
จังหวะนั้นเอง หลิวเจ้าเซ่อก็วิ่งวนกลับมาจากการประกาศข่าวรอบหมู่บ้าน เมื่อเห็นแม่บังเกิดเกล้าของตนกำลังกดท่านหัวหน้าหมู่บ้านลงกับพื้นพลางระดมฟัดเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
"ท่านแม่ข้าฉุดท่านหัวหน้าหมู่บ้านไปฟัดแล้วจ้า!"
"ท่านแม่ข้าช่างไร้ยางอายจริงๆ เลยเฮ้ย!"