เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3​ : วิชา​ดาบ​อัศนี

บทที่ 3​ : วิชา​ดาบ​อัศนี

บทที่ 3​ : วิชา​ดาบ​อัศนี


บทที่ 3​ : วิชา​ดาบ​อัศนี

ชูเกอกลับไปที่ห้องของเขา

วิชายุทธ์ที่เจ้าของร่างเดิมฝึกฝนนั้น ได้แก่ [หมัดสุริยัน]​ ซึ่งเป็นวิชายุทธ์ระดับ​มนุษย์​ขั้นกลาง และ [ดาบพิรุณ]​ ซึ่งเป็นวิชายุทธ์ระดับ​มนุษย์​ขั้นสูง

วิชาแรกเป็นวิชาที่เน้นพละกำลัง ดังนั้นพลังทำลายจึงไม่ด้อยไปกว่าวิชายุทธ์ระดับ​มนุษย์​ขั้นสูงทั่วๆไป

ส่วน, ดาบพิรุณนั้นเป็นวิชาดาบที่เน้นความพลิ้วไหว คล่องแคล่ว และงดงาม

พลังทำลายนั้นไม่ถึงกับแข็งแกร่ง แต่จุดเด่นอยู่ที่กระบวนท่าที่แปรผันได้หลากหลาย…ทำให้คู่ต่อสู้ตั้งรับได้ยาก

การที่ชูเกอสามารถก้าวขึ้นมาติดลำดับท็อปสิบของศิษย์สายในได้ ทั้งๆ ที่มีพลังฝึกฝนอยู่แค่อาณาจักร​ทะเลทุกข์ยากขั้นปลาย…ก็เพราะวิชายุทธ์ทั้งสองอย่างนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาดาบพิรุณ เขาฝึกฝนจนชำนาญถึงขีดสุด…เเละการที่เหยียนเฮ่าต้องพ่ายแพ้ต่อเขามาโดยตลอด ก็เป็นเพราะวิชาดาบนี้

ชูเกอชักดาบออกมา

จากนั้น​หลับตาลงเเละทบทวนความรู้สึกตอนที่ร่างเดิมฝึกฝนวิชานี้อย่างละเอียด

ดาบเคลื่อนไหวตามใจ

ใจเคลื่อนไหวไปตามความคิด

ความคิดเกิดขึ้นจากใจ เมื่อควบคุมน้ำหนักได้…ก็จะควบคุมดาบได้

ทันใดนั้น​มันก็ค่อยๆมีพลังปราณอันเจือจางแผ่ออกมารอบๆตัวชูเกอ

ดาบในมือสั่นไหว ปรากฏเป็นเงาดอกไม้กลางอากาศอันงดงาม​

ทันใดนั้น, เขาก็ตวัดดาบออกไปข้างหน้า!

เปรี้ยง!

อากาศเบื้องหน้าสั่นสะเทือน!

กระแสลมที่มองไม่เห็นพัดกระหน่ำออกมา…ทำให้เสื้อผ้าของชูเกอกระพือปลิวไสว

"ล้มเหลว!"

ชูเกอลืมตาขึ้นพร้อมกับความผิดหวัง

ตอนนี้เขาไม่สามารถใช้วิชา 《ดาบพิรุณ》ได้อีกเเล้ว

การเปลี่ยนจิตวิญญาณ ก็คือการเปลี่ยนจิตวิญญาณ

แม้จะรับรู้ถึงกระบวนท่า แต่มันก็ไม่ใช่วิชาของตนเอง

ความรู้สึกแปลกแยกนี้ ทำให้มือของเขาเคลื่อนไหวไม่เป็นธรรมชาติ

จากนั้น​ชูเกอก็ไม่ได้ลองใช้วิชา《หมัดสุริยัน》

หนึ่งคือ…เขามีเวลาเหลือน้อยมาก

ดังนั้น​เขาอยากจะฝึกฝนวิชาใดวิชาหนึ่งให้เชี่ยวชาญไปเลย, เขาจึงตัดสินใจล้มเลิก 《หมัดสุริยัน》

สองคือ, เขาไม่ค่อยชอบวิชานี้สักเท่าไหร่

เเละความจริงอีกข้อ ชูเกอก็ไม่ได้ชอบวิชา 《ดาบพิรุณ》 เช่นกัน

วิชาดาบพิรุณนั้นพลิ้วไหวเกินไป แม้กระบวนท่าจะแปรผันได้หลากหลาย ทำให้รับมือได้ยาก…แต่ส่วนตัวเขากลับชอบวิชาดาบที่ดุดัน เร่าร้อน และตรงไปตรงมามากกว่า

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ชูเกอก็เกิดความคิดขึ้นมา

ในเมื่อเขาต้องฝึกฝนวิชายุทธ์ใหม่ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว, เหตุใดจึงไม่ไปเลือกวิชาใหม่ที่หอคัมภีร์​เล่า?

การเลือกวิชาที่ตนเองชอบ และเหมาะสมกับตนเอง…จะทำให้การฝึกฝนนั้นง่ายขึ้นเป็นเท่าตัว

ชูเกอเป็นคนเด็ดเดี่ยว คิดอะไรได้ก็ลงมือทำทันที

ดังนั้น, เขาจึงเดินออกจากเรือนพัก…เเละมุ่งหน้าไปยังหอคัมภีร์​ของสำนักซวนหยุนทันที​

…….

เมื่อมายืนอยู่หน้าหอคัมภีร์​ของสำนักซวนหยุน, ชูเกอก็รู้สึกตื้นตันใจอย่างประหลาด

แท้จริงแล้ว หอคัมภีร์​ก็เปรียบเสมือนห้องสมุดในโลกเดิมของเขานั่นเอง

เมื่อเดินเข้าไปในหอคัมภีร์​ ก็จะเห็นหญิงสาวรูปงามนางหนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะ

เธอกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ

ขณะที่​แสงแดดส่องกระทบตัวเธอ, มันยิ่งขับให้เธอดูอ่อนหวานและงดงามมากยิ่งขึ้น

ชั่วขณะหนึ่ง ชูเกอก็นึกถึงข่งเหยียนฉีขึ้นมา

ครั้งหนึ่ง เขาก็เคยเห็นข่งเหยียนฉีถือหนังสือเล่มหนึ่ง, เเละนั่งอ่านอยู่บนเก้าอี้ข้างหน้าต่างเช่นกัน

ทันใดนั้น​หญิงสาวผู้นั้นก็รู้สึกตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองชูเกอ…ดวงตาอันงดงามฉายแววสงสัย เห็นได้ชัดว่าเธอต้องเคยได้ยินชื่อของชูเกอมาก่อน หรืออาจจะเป็นไปได้ว่า เธอเคยเห็นการประลองระหว่างเขากับเหยียนเฮ่า

ในฐานะผู้ดูแลหอคัมภีร์, เฟิงหลินย่อมรู้ดีถึงพลังทำลายของวิชาทั้งสองที่ชูเกอใช้

หากชูเกอยังไม่ได้สูญเสียพลังฝึกฝนไป วิชาทั้งสองอย่างนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เขากลายเป็นศิษย์สายในแถวหน้าของสำนักซวนหยุนได้

เช่นนั้น ชูเกอมาที่หอคัมภีร์​ทำไมกัน?

วิชายุทธ์ระดับวิญญาณ​นั้นไม่สามารถใช้ออกได้…หากยังไม่บรรลุอาณาจักร​น้ำพุ​เเห่ง​ชีวิต

หรือ​แม้จะอยู่ในอาณาจักร​น้ำพุ​เเห่ง​ชีวิต…ก็ยังไม่อาจแสดงพลังที่แท้จริงของวิชาออกมาได้

วิชายุทธ์นั้นแบ่งออกเป็น, ระดับมนุษย์, ระดับวิญญาณ, ​ระดับเซียน​, และระดับจักรพรรดิ​

วิชาในระดับม​นุษย์​นั้นเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่อยู่ในอาณาจักร​ทะเล​เเห่ง​ความ​ทุกข์​ยาก

มันไม่สำคัญว่าวิชานั้นจะมีพลังทำลายมากน้อยเพียงใด, ความเหมาะสมต่างหากที่สำคัญที่สุด

ชูเกอละสายตาออกจากวิชาเหล่านั้น แล้วเดินตรงไปยังชั้นวางวิชาดาบ

เมื่อได้เห็นคัมภีร์​วิชาดาบมากมายนับไม่ถ้วนที่เรียงรายอยู่เต็มชั้น…เขาก็อดตื่นเต้นไม่ได้

ชูเกอเพิ่งเคยเห็นคัมภีร์​วิชาดาบเป็นครั้งแรก…ความฝันที่อยากจะเป็นจอมยุทธ์พเนจรในโลกเดิม ก็ดูเหมือนจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม

โชคดีที่ชูเกอเป็นคนสุขุมเยือกเย็น…เขาจึงสามารถระงับความตื่นเต้นในใจลงได้อย่างรวดเร็ว

เเละที่เรียกว่าคัมภีร์​นั้น, แท้จริงแล้วก็คือแผ่นหยกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่บันทึกวิชาเอาไว้

เพียงแค่กวาดตามอง ข้อมูลของวิชาในแผ่นหยกก็จะปรากฏขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ

"《ดาบเงาจันทร์》 วิชายุทธ์ระดับ​มนุษย์​ขั้นกลาง, ดาบกลายเป็นเงาจันทร์ เน้นความเร็วเป็นหลัก ฆ่าคนได้ในพริบตา…เมื่อฝึกฝนวิชานี้จนถึงขั้นสูงสุด ก็จะสามารถรวบรวมพลังปราณเป็นรูปเงาจันทร์ออกมาได้ ซึ่งในทางทฤษฎีแล้วมันสามารถสะท้อนการโจมตีทุกชนิดได้!"

"《ดาบยันต์มังกร》 วิชายุทธ์ระดับ​มนุษย์​ขั้นสูง, เป็นวิชาที่ปรมาจารย์อาณาจักร​สะพาน​ศั​ก​ดิ์สิทธิ์​รังสรรค์ขึ้นหลังจากที่ได้เห็นมังกรฟ้า, วิชานี้ฝึกฝนได้ยากยิ่ง แต่หากฝึกฝนจนสำเร็จ ก็จะไร้ผู้ต่อต้านในระดับเดียวกัน…ถือเป็นวิชายุทธ์ระดับ​สูงสุด​ในบรรดาวิชาในระดับ​มนุษย์​"

"《ดาบวิญญาณภูติ​》 วิชายุทธ์ระดับ​มนุษย์​ขั้นสูง, ดาบรวดเร็วราวกับเงาภูติ ไร้รูปร่าง ไร้เงา ลึกลับยิ่งนัก…วิชานี้เหมาะสำหรับนักฆ่า"

หลังจากไล่ดูคัมภีร์​ไปเรื่อยๆ…ทันใดนั้นชูเกอก็แสดงสีหน้าดีใจ

เขายื่นมือขวาออกไป หยิบแผ่นหยกแผ่นหนึ่งออกมาจากชั้นวาง

ข้อมูลของวิชาในแผ่นหยกปรากฏขึ้นทันที​

"《ดาบอัศนี》 วิชายุทธ์ระดับ​มนุษย์​ขั้นสูง, ดาบพุ่งออกไปราวกับสายฟ้าฟาด ทรงพลังดุจสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก…การฟาดดาบเเต่ละครั้งเหมือนดั่งสายฟ้าฟาด"

นี่แหละ…วิถีแห่งดาบที่เขาต้องการ!

สิ่งที่เขาต้องการ คือจิตวิญญาณที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ

คือดาบที่สามารถผ่าท้องฟ้าเเละแยกผืนปฐพี​ได้!

เฟิงหลินบิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้าน เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนภายใต้เสื้อผ้า

ยอดเขาอันอวบอิ่มทำให้ศิษย์คนอื่นๆ ในหอคัมภีร์​ต่างจ้องมองจนตาค้าง

เฟิงหลินได้เป็นศิษย์หลักของสำนักซวนหยุนตั้งแต่ปีที่แล้ว ปัจจุบันเธอมีพลังฝึกฝนอยู่ที่ขั้นสูงสุดของอาณาจักรทะเลทุกข์ยาก…ใกล้จะก้าวเข้าสู่อาณาจักร​น้ำพุ​เเห่ง​ชีวิต​ อันเป็นระดับที่สามารถฝืนลิขิตฟ้าดินได้เเล้ว

อาจารย์ของเธอเห็นว่าระดับพลังของเธอเริ่มติดคอขวด​…การฝึกฝนอย่างหนักต่อไปคงไม่เป็นผลดี

เขาจึงให้เธอมาเป็นผู้ดูแลหอคัมภีร์…เพื่อผ่อนคลายอารมณ์และหาอะไรทำ

"ศิษย์​พี่หญิง ข้าต้องการคัดลอกวิชานี้"

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างๆหูของเฟิงหลิน

เฟิงหลินเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้า พร้อมกับมองวิชาในมือของเขาเล็กน้อย

เธอขมวดคิ้วเเล้วเอ่ยถาม

"《ดาบอัศนี》?"

"เท่าที่ข้ารู้, เจ้ามีวิชาดาบอยู่แล้ว และวิชาดาบที่เจ้าฝึกฝนก็เป็นวิชาที่เน้นความพลิ้วไหว”

“เเล้วทำไมจู่ๆถึงเปลี่ยนสไตล์ล่ะ?”

“อีกไม่นานก็จะถึงการคัดเลือกศิษย์หลักแล้ว แทนที่เจ้าจะรีบฟื้นฟูพลังฝึกฝน….เเต่กลับมาเลือกวิชาใหม่ นี่มันเสียเวลามากรู้ไหม!”

ถ้าเป็นคนอื่น เฟิงหลินคงไม่พูดอะไรมากมายขนาดนี้

แต่เธอเคยเห็นการต่อสู้ระหว่างชูเกอกับเหยียนเฮ่ามาหลายครั้ง, เธอจึงรู้ว่าเขาเป็นศิษย์น้องที่ดีคนหนึ่งเเละอดตักเตือนไม่ได้

เมื่อได้ยิน​เช่นนี้, ชูเกอก็เผยรอยยิ้มบางๆ

"ศิษย์​พี่หญิงวางใจเถอะ ข้ารู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่"

“หึ....รู้ดี?”

“ถ้าเจ้ารู้ดีจริง ระดับพลังของเจ้าคงไม่ตกต่ำถึงเพียงนี้หรอก!”

ทันทีที่ชูเกอพูดจบ, มันก็มีเสียงเยาะเย้ยดังขึ้นจากด้านข้าง

ชูเกอหันไปมอง ก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนหนึ่งเดินนำหน้าชายฉกรรจ์หลายคนเข้ามา

เเละชายหนุ่มคนนั้นมีรอยแผลเป็นบนใบหน้า

ชูเกอขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้จักชายผู้นี้

ชายรอยแผลเป็นผู้นี้เป็นลูกน้องคนสนิทของม่อเสี่ยวหลาง, ศิษย์สายในลำดับที่ห้าสิบเอ็ด

มันมีนามว่าหวังอู่

แม้พลังฝึกฝนของมันจะไม่แข็งแกร่ง…แต่มันกลับเป็นคนสอพลอเก่ง จึงทำให้ม่อเสี่ยวหลางไว้ใจมันมาก

ตอนที่ชูเกอยังเป็นศิษย์สายในลำดับที่สิบแปด หวังอู่เคยมีปากเสียงกับเขาครั้งหนึ่ง จนทำให้ชูเกอโกรธมากจนเกือบจะฆ่าหวังอู่ตาย

ต่อมา,​ ม่อเสี่ยวหลางต้องมาช่วยพูดให้

ถึงแม้ม่อเสี่ยวหลางจะปกป้องหวังอู่ไว้ได้ แต่ชูเกอก็ยังระบายความโกรธด้วยการสั่งสอนม่อเสี่ยวหลางไปชุดใหญ่

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่หวังอู่เห็นชูเกอ…เขาก็จะรู้สึกหวาดกลัวราวกับเห็นยมบาล

"สมแล้วที่เขาว่ากันว่า 'เสือตกถังยังต้องพ่ายเเพ้แมว'....แม้แต่คนอย่างหวังอู่ก็ยังกล้ามาหาเรื่องข้า"

ชูเกอแสยะยิ้มอย่างดูถูก

หวังอู่เห็นว่ามีลูกน้องอยู่ข้างๆหลายคน…มันจึงยืดอกเชิดหน้าอย่างองอาจ จ้องมองชูเกอด้วยหางตาแล้วเอ่ยถาม

“มองอะไร?”

“ข้าหมายถึงเจ้านั่นแหล่ะ”

“ทำไม? ไม่พอใจรึไง?”

“งั้นมาสู้กันสักตั้งไหมล่ะ!”

หวังอู่จ้องมองชูเกอด้วยแววตาเคียดแค้น

หลังจากได้ยินว่าชูเกอสูญเสียพลังฝึกฝนจนตกลงมาอยู่ที่อาณาจักร​ทะเลทุกข์ยากขั้นกลางแล้ว…เขาก็ให้ลูกน้องตามสืบหาตัวชูเกอเพื่อหาโอกาสเหยียบย่ำและแก้แค้น

ถึงแม้จะยั่วยุให้ชูเกอลงมือไม่ได้ แค่ได้เห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของชูเกอ เขาก็รู้สึกสะใจแล้ว!

"ตัวตลก!" ชูเกอพูดอย่างเย็นชา

"แก…กล้าดียังไงมาว่าข้าเป็นตัวตลก!”

“เเน่จริงออกมาสู้กันตัวต่อตัวเลยสิวะ!”

หวังอู่โมโหราวกับแมวโดนเหยียบหาง เขาชี้หน้าชูเกอด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว

เเต่ทันใดนั้น​เฟิงหลินก็ตบโต๊ะเสียงดัง

“เอะอะโวยวายอะไรกันในหอคัมภีร์”

“ถ้ายังไม่หยุดส่งเสียงดังอีก ก็ไสหัวไปให้พ้น!”

เมื่อเห็นเฟิงหลินผู้เป็นศิษย์หลักโกรธ…สีหน้าของหวังอู่ก็เปลี่ยนไปทันที​

เขาไม่กล้าหาเรื่องชูเกออีก, ทำได้แค่พูดจาดูถูกด้วยน้ำเสียงเบาๆ

"ไอ้ขี้ขลาด คอยหลบอยู่หลังผู้หญิง"

ชูเกอไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองแต่อย่างใด, เขาหันมากล่าวกับเฟิงหลินด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"พี่หญิง, คัดลอกให้ข้าชุดหนึ่งได้หรือไม่"

จริงๆแล้ว…ชูเกอไม่ได้โกรธอะไร

อีก​อย่าง, ตอนนี้ระดับพลังของเขาก็ลดลง…แถมยังใช้วิชายุทธ์ไม่ได้อีก

ถ้าลงมือตอนนี้ เขาคงถูกหวังอู่ที่อยู่ในระดับเดียวกันกระทืบเละอย่างแน่นอน

"อ้อ…ได้สิ"

เฟิงหลินเห็นว่าชูเกอยืนกราน เธอจึงไม่ได้ขัดอะไรอีก

ชูเกอรับแผ่นหยกที่คัดลอกวิชาเสร็จ…แล้วก็เดินออกไป

หวังอู่มองตามแผ่นหลังของชูเกอไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง

ทันใดนั้น เขาก็แสยะยิ้มอย่างร้ายกาจเเล้วเอ่ยเสียงดัง

"ชูเกอ, ข้าเห็นผู้หญิงของเจ้าเดินควงไปกับโอวหยางเซวียน!"

เมื่อได้ยินดังนั้น ชูเกอก็หยุดชะงักไป

เเต่ชูเกอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

เรื่องของหลินเมี่ยวเข่อ ไม่ได้​เกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีกต่อไปแล้ว

หวังอู่เห็นชูเกอหยุดเดิน จึงแสยะยิ้มอย่างเย็นชา

ที่เขามาวันนี้ ไม่ได้ตั้งใจจะลงมือกับชูเกอ

แค่ได้เห็นชูเกอหน้าเจื่อน, เขาก็พอใจแล้ว

ปกติ​แล้ว​ชูเกอไม่ใช่คนใจเย็นอะไร…หวังอู่รู้ถึงความโหดเหี้ยมของชูเกอเป็นอย่างดี

แต่ตอนนี้ชูเกอกลับทนต่อคำดูถูกโดยไม่โกรธเกรี้ยว…นั่นหมายความว่าอย่างไร?

หมายความว่าตอนนี้ชูเกออ่อนแอลงมาก!

"ถ้าอย่างนั้น ร้านของไอ้เด็กเวรหลินเทียน…ข้าก็จะยึดมันมาเอง ฮ่าๆๆ!"

หลินเทียน, แต่ก่อนเป็นคนที่ชูเกอให้คอยคุ้มครอง

ตอนนี้ชูเกอก็เหมือนหุ่นดินเหนียวข้ามน้ำ

เเค่เอาตัวรอดยังแทบไม่รอด, แล้วจะไปมีกะจิตกะใจที่ไหนไปคุ้มครองคนอื่นอีก?

………………..

จบบทที่ บทที่ 3​ : วิชา​ดาบ​อัศนี

คัดลอกลิงก์แล้ว