เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่​ 2​ : ศัตรู​ในที่มืด

บทที่​ 2​ : ศัตรู​ในที่มืด

บทที่​ 2​ : ศัตรู​ในที่มืด


บทที่​ 2​ : ศัตรู​ในที่มืด

เหยียนเฮ่าจ้องมองชูเกอด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา

เหตุการณ์พลิกผันรวดเร็วจนทุกคนต่างจ้องมองมาที่ภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

ชูเกอชนะแล้ว?

ไม่ว่าจะเป็นศิษย์สำนักเจินหวู่หรือศิษย์สำนักซวนหยุน, ต่างเบิกตากว้าง เเละอ้าปากค้าง

ก่อนหน้านี้ ชูเกอยังนอนราบกับพื้นเหมือนสุนัขตัวหนึ่งอยู่เลย

แต่พริบตาเดียว สถานการณ์กลับพลิกกลับ!

ท่ามกลางฝูงชน มีหญิงสาวชุดแดงผู้หนึ่งมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน

ดูเหมือนเธอจะมีทั้งความรู้สึกผิด, ความสำนึกผิด, และความแน่วแน่ปนความโหดเหี้ยมอยู่ในนั้น

เครั้ง!!!!

ดาบในมือของเหยียนเฮ่าหลุดออกจากมือร่วงลงกระทบพื้นดังกึกก้อง

ที่หน้าอกของเขาถูกแทงทะลุ ปรากฏรอยแผลเหวอะหวะที่ยังคงมีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุดเเละเผยให้เห็นเนื้อหนังที่ปั่นป่วนอยู่ภายใน

เหยียนเฮ่ายกมือขึ้นอย่างสั่นเทา, ดวงตาที่แดงก่ำจ้องมองชูเกอราวกับจะสลักภาพนี้ไว้ในใจ

อย่างไร​ก็ตาม​ชูเกอกลับไม่ได้​เเยเเส

เขาดึงดาบยาวออก, แล้วหันหลังเดินจากไป

ร่างกายของเขาแผ่รังสีสังหารออกมา ราวกับพยามัจจุราช…ทำให้ทุกคนต่างพากันถอยห่าง ไม่มีใครกล้าขวางทางเขา

สายตาที่พวกเขามองชูเกอนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว!

หรือว่าเมื่อครู่เขาแกล้งทำเป็นหมูเพื่อกินเสือ?

มิฉะนั้น ทำไมจู่ๆเขาถึงมีพลังรบที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้?

ชูเกอน่ากลัวเกินไปแล้ว

บรรดาศิษย์สำนักซวนหยุนที่เพิ่งเยาะเย้ยชูเกอต่างพากันปิดปากเงียบ, เเละหลบสายตาด้วยความหวาดหวั่น

“ชั่วช้า! ฆ่าศิษย์สำนักเจินหวู่ของข้า…แล้วคิดจะเดินจากไปง่ายๆอย่างนั้นรึ?”

ผู้อาวุโสที่คอยดูแลการประลองจากฝั่งสำนักเจินหวู่กระทืบเท้าลงกับพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ร่างกายของเขาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับเหยี่ยวเเละใช้นิ้วมือทั้งห้าตะปบเข้าหาชูเกอ

ชูเกอไม่ได้หันกลับไป แต่กลับยกยิ้มเย็นที่มุมปาก

ทันใดนั้น ผู้อาวุโสเก้าจากฝั่งสำนักซวนหยุนก็ปรากฏตัวขึ้นขวางหน้าชูเกอเอาไว้

“บังอาจ!”

“ที่นี่คือสำนักซวนหยุน…เจ้าต้องการจะประกาศสงครามกับสำนักซวนหยุนของข้ารึไง!”

ผู้อาวุโสสำนักเจินหวู่หยุดชะงัก, เเละตะคอกกลับด้วยความโกรธ

"มันฆ่าศิษย์ของข้า!"

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, ผู้อาวุโสเก้าก็สะบัดแขนเสื้อเเล้วกล่าวอย่างเย็นชา

“พวกเขาต่อสู้กันอย่างเปิดเผยและยุติธรรม, เป็นตายก็ขึ้นอยู่กับฝีมือโทษผู้อื่นไม่ได้!”

“เหยียนเฮ่าตายก็เพราะมันอ่อนแอ…ไม่ก็เป็นสำนักเจินหวู่ที่อ่อนแอเอง!”

"แก!!"

ผู้อาวุโสสำนักเจินหวู่โกรธจนพูดไม่ออก

“ดี…ดีมาก”

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อย่าหาว่าสำนักเจินหวู่ของข้าโหดร้าย​!

อีกหกเดือนข้างหน้าในการประลองระหว่าง​สำนัก….หวังว่าสำนักซวนหยุนคงไม่พลาดนะ!"

กล่าวจบ ผู้อาวุโสสำนักเจินหวู่ก็พาลูกศิษย์จากไป

เเต่ในบรรดาศิษย์สำนักเจินหวู่ต่างมองชูเกอด้วยแววตาหวาดกลัว

ดาบเล่มนั้นของชูเกอได้ฝังลึกลงในใจของพวกเขา

ทุกครั้งที่นึกถึง…ก็รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งร่าง

ดาบเล่มนั้น น่ากลัวเกินไป!

ต่อให้เป็นศิษย์ระดับสูง, ก็ไม่แน่ว่าจะต้านทานได้

………

ผู้อาวุโสเก้ามองดูสำนักเจินหวู่ออกไปด้วยรอยยิ้มเย็น

สำนักซวนหยุนกับสำนักเจินหวู่เป็นศัตรูกันมานานแล้ว, การตายของศิษย์เพียงคนเดียวย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่

หลังจากนั้น, ​เขาก็หันกลับมามองชูเกอ…แต่กลับไม่ยิ้มแม้แต่น้อย

สีหน้าเคร่งขรึมเเละพูดว่า​

"ตอนนี้ระดับพลังของเจ้าตกลงมาอยู่ที่อาณาจักร​ทะเลทุกข์ยากขั้นกลางแล้วสินะ"

ชูเกอพยักหน้ารับเบาๆ

ผู้อาวุโสเก้าถอนหายใจ เเล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่, ว่าการที่เจ้าเอาพลังฝึกฝนไปแลกกับพลังรบเช่นนี้…มันส่งผลลัพธ์มันร้ายแรงเพียงใด?"

ชูเกอรีบค้นหาความทรงจำในหัวอย่างรวดเร็ว…จากนั้น​ก็เอ่ยตอบ

"พรสวรรค์จะถูกทำลาย ยากที่จะทะลุผ่านอาณาจักร​น้ำพุ​เเห่ง​ชีวิต​ได้อีก"

เพิ่งมารู้เอาตอนนี้เอง, ว่าการกระทำเมื่อครู่ของเขามันจะส่งผลร้ายแรงถึงเพียงนี้

เท่าที่เขารู้ตอนนี้….วิถีแห่งการฝึกฝนแบ่งออกเป็นสี่อาณาจักร​ได้แก่, ทะเลแห่งความทุกข์​ยาก,​ น้ำพุแห่งชีวิต, สะพานศักดิ์สิทธิ์, และอีกฝากฝั่ง

ในโลกแห่งการฝึกฝนมีคำกล่าวอยู่ว่า

"หากไม่ก้าวเข้าสู่อาณาจักร​น้ำพุ​เเห่ง​ชีวิต…ก็ยังถือว่าเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญ"

อาณาจักร​น้ำพุ​เเห่ง​ชีวิต​ คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการฝืนลิขิตฟ้าดิน

แต่ตอนนี้, ชูเกอมีโอกาสสูงมากที่จะไม่สามารถก้าวเข้าสู่อาณาจักร​น้ำพุ​เเห่ง​ชีวิต​ได้อีก

อย่างไรก็ตาม, ชูเกอไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย

สถานการณ์เมื่อครู่ เขาไม่มีทางเลือกอื่น…เขาทำได้เพียงเดิมพันชีวิตด้วยการเอาพลังฝึกฝนไปแลกกับพลังรบเท่านั้น!

ผู้อาวุโสเก้าพยักหน้าอีกครั้ง

“อีกสามเดือนข้างหน้าจะเป็นการคัดเลือกศิษย์หลัก, เดิมทีเจ้ามีโอกาสสูงมากที่จะได้รับเลือก แต่ตอนนี้…”

“เฮ้อ…เจ้าก็ดูแลตัวเองให้ดีก็แล้วกัน”

กล่าวจบ ผู้อาวุโสเก้าก็จากไปพร้อมกับทิ้งเสียงถอนหายใจอันแสนหนักอึ้งเอาไว้

"สามเดือนงั้นเหรอ..."

ชูเกอพึมพำ, จากนั้นเขาก็เดินออกจากลานประลองเเละมุ่งหน้าไปยังเรือนพักของตน

หลังจากชูเกอจากไป บรรดาศิษย์สำนักซวนหยุนต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์

"ข้าว่าแล้ว ทำไมอยู่ๆชูเกอถึงแข็งแกร่งขึ้นมาได้…ที่แท้ก็เอาพลังฝึกฝนไปแลกกับพลังรบนี่เอง!"

"หึหึ ระดับพลังของชูเกอตกลงมาอยู่ที่อาณาจักร​ทะเลทุกข์ยากขั้นกลางเท่ากับข้าแล้ว…ฮ่าๆๆ อีกสามเดือนข้างหน้าการคัดเลือกศิษย์,​ หลักเขาคงไม่ได้เข้าร่วมแน่ๆ"

"ไม่ต้องให้บอกก็รู้ ตอนนี้เขามีระดับพลังเท่ากับข้า แต่หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส คงจะสู้ข้าไม่ได้แล้วล่ะมั้ง!”

“เมื่อครู่เขาก็แค่เสแสร้งทำเป็นเก่ง เท่านั้นแหละ!”

"ชูเกอหลุดออกจากสิบลำดับ​แรกของศิษย์สายในแล้ว, คนที่น่าจะดีใจที่สุดคงจะเป็นพวกที่อยู่ลำดับ​รองๆลงมา…ไม่แน่ว่าพวกนั้นอาจจะหาเรื่องซ้ำเติมเขาอีกก็ได้!"

ผู้​คนรอบๆต่างสนทนา​กัน​อย่างสนุกสนาน​

เเต่เเน่นอนว่าชูเกอย่อมไม่สนใจ​

เขาเดินมาถึงเรือนพักของตนโดยอาศัยความทรงจำในหัว

ศิษย์สายในสิบลำดับ​แรก จะมีเรือนพักส่วนตัว…นี่คือสิทธิ์ของพวกเขา

ความจริงแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้​ชูเกอจะได้รับบาดเจ็บสาหัส

แต่พลังชีวิตที่แข็งแกร่งก็ได้รักษาบาดแผลของเขาจนเกือบหายสนิทแล้ว

ตอนนี้, อุปสรรคใหญ่หลวงที่สุดของเขาคือระดับพลังที่ตกลงมาอยู่ที่อาณาจักร​ทะเลทุกข์ยากขั้นกลาง

ศิษย์สายในสิบลำดับ​แรก ล้วนมีระดับพลังอยู่ที่อาณาจักร​ทะเลทุกข์ยากขั้นปลาย…ด้วยระดับพลังในตอนนี้ของเขามันช่างไร้ค่า

อย่าว่าแต่สิบลำดับ​แรกเลย ต่อให้ห้าสิบลำดับ​แรกเขาก็คงไปไม่ถึง

ภายในเรือนพัก ดอกไม้ร่วงโรย ใบไม้ปลิวว่อน

ในฐานะคนที่เพิ่งข้ามเวลามาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด…ชูเกอรู้สึกไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมแบบนี้เอาเสียเลย

แต่เขาก็ไม่สามารถแสดงท่าทางแปลกๆออกไปได้

เขาหลับตาลงเเละรีบดูดซับความทรงจำของร่างเดิม

แม้ว่า​ร่างนี้จะมีจิตวิญญาณใหม่เข้ามาแทนที่…แต่เขาก็ยังคงสืบทอดพลังฝึกฝนของร่างเดิมมาได้

เพียงแต่ที่น่าเสียดายคือเขากลับไม่สามารถสืบทอดวิชายุทธของร่างเดิมมาได้

วิชายุทธที่อยู่ในหัวดันให้ความรู้สึกแปลกประหลาด…ทั้งๆที่ฝึกฝนสำเร็จแล้ว, แต่เขากลับไม่สามารถเข้าใจแก่นแท้ของมันได้

ยามออกท่าทาง จึงมีเพียงรูปร่าง…แต่ไร้ซึ่งพลังทำลาย

"ดูเหมือนว่าข้าจะต้องฝึกฝนวิชายุทธใหม่ตั้งแต่ต้น"  ชูเกอครุ่นคิด

"ว่าเเต่สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความโกลาหลนั่นมันคือเรื่องจริงงั้นเหรอ?”

“ที่นั่นคือที่ไหนกันแน่? แล้วพลังชีวิตหลังประตูนั่นมันคืออะไร?”

ชูเกอครุ่นคิดเท่าไหร่ก็หาคำตอบไม่ได้

สุดท้าย, เขาได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่

ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ก็ต้องอยู่ให้ได้

เเต่ทันใดนั้น, ชูเกอนึกถึงน้องสาวที่ชื่อว่า "ชูเหยา" ที่อยู่ในโลกอีกใบ…และ "ข่งเหยียนฉี"

ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเธอเป็นอย่างไรบ้าง …หวังว่าในชาตินี้ เขาจะได้พบกับพวกเธออีกครั้ง

ชูเกอกำหมัดแน่น

โลกใบนี้เป็นโลกแห่งฝึกฝน​

ความแข็งแกร่งคือความยิ่งใหญ่

พลังอำนาจคือที่สุด

ที่นี่ไม่มีราชวงศ์ ไม่มีประเทศชาติ…มีแต่สำนักและดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับการฝึกฝน

เเละในขณะที่ชูเกอกำลังจะกลับห้องเพื่อฝึกฝน

มันก็มีร่างบางระหงในชุดแดงปรากฏตัวขึ้นที่เรือนพักของเขา

หญิงสาวผู้นี้มีอายุราวๆยี่สิบเก้าปี…มีใบหน้าสวยหวาน รูปร่างสะโอดสะอง เเละมีกิริยาท่าทางงดงามชวนมอง

เมื่อเห็นหญิงสาวผู้นี้ ชูเกอก็รู้สึกประหลาดใจ…จึงรีบค้นหาความทรงจำในหัว

ครู่หนึ่ง เขาก็พบคำตอบ

ใบหน้าของเขาพลันเคร่งขรึมลงเเล้วเอ่ยถาม

"หลินเมี่ยวเข่อ เจ้ามาที่นี่ทำไม?"

หญิงสาวผู้นี้มีนามว่า "หลินเมี่ยวเข่อ" เป็นหญิงสาวที่ร่างเดิมของเขาหลงรัก

อย่างไรก็ตาม, หลังจากค้นดูความทรงจำแล้ว…ชูเกอกลับพบความผิดปกติบางอย่าง

ระยะหลังมานี้ พฤติกรรมของหลินเมี่ยวเข่อนั้นค่อนข้างลึกลับ

มีหลายครั้งที่ร่างเดิมของเขาไม่สามารถหาตัวเธอเจอ

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังนึกขึ้นได้อีกว่า ก่อนที่เขาจะประลองกับเหยียนเฮ่า หลินเมี่ยวเข่อได้จุดธูปหอมให้เขา โดยบอกว่าธูปหอมชนิดนี้สามารถทำให้จิตใจสงบ สติปัญญาแจ่มใส เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาพลังฝึกฝน

เนื่องจากร่างเดิมหลงรักหลินเมี่ยวเข่อมาก จึงไม่ได้เอะใจสงสัยอะไร…แต่ชูเกอในตอนนี้ ไม่ได้มีความรู้สึกพิศวาสหลินเมี่ยวเข่อแม้แต่น้อย!

หลินเมี่ยวเข่อต้องมีพิรุธอะไรแน่ๆ!

เมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นชาของชูเกอ…ใบหน้าของหลินเมี่ยวเข่อก็แข็งค้างไปชั่วขณะ

ตามปกติแล้ว ชูเกอไม่น่าจะเย็นชาใส่เธอแบบนี้

หรือว่า...ชูเกอรู้เรื่องที่เธอแอบวางยาพิษเขาแล้ว?

ไม่น่าใช่,​ ด้วยนิสัยของชูเกอ…ถ้าเขารู้เรื่องนี้เข้า​ เขาคงโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงไปแล้ว

หลินเมี่ยวเข่อคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วน แล้วฝืนยิ้มเอ่ยถาม

"พี่ใหญ่ชู บาดแผลของท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”

“อีกสามเดือนข้างหน้าจะเป็นการคัดเลือกศิษย์หลักของสำนัก…พี่ใหญ่ชูยังทันเข้าร่วมหรือไม่?”

ชูเกอแสยะยิ้มในใจ

ยัยผู้หญิงสารเลวนี่มาสืบข่าวเขาอย่างชัดเจน!

เป้าหมายของเธอก็คือต้องการจะรู้ว่าระดับพลังของเขาเป็นอย่างไร…ยังสามารถเข้าร่วมการคัดเลือกศิษย์หลักได้อีกหรือไม่

ดูเหมือนว่า เบื้องหลังหลินเมี่ยวเข่อน่าจะมีคนหนุนหลังอยู่

ว่าเเต่มันเป็นใครกัน?

ทันใดนั้น ชูเกอก็แสร้งทำสีหน้าเจ็บปวดเเล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ

“ตอนนี้ระดับพลังของข้าเหลือแค่อาณาจักร​ทะเลทุกข์ยากขั้นกลาง”

“ร่างกายก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยปีกว่าๆถึงจะหายดี…การคัดเลือกศิษย์หลักในอีกสามเดือนข้างหน้า ข้าคงหมดสิทธิ์เข้าร่วมแล้ว!”

“ทั้งหมดเป็นเพราะข้าประมาทเอง… ข่าไม่น่าเอาพลังฝึกฝนไปแลกกับพลังรบเลย!”

เมื่อหลินเมี่ยวเข่อได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง!

แต่บนใบหน้าของเธอยังคงแสร้งทำเป็นรู้สึกสงสาร

"พี่ใหญ่ชูไม่เป็นไรหรอก ข้าเชื่อว่าท่านต้องฟื้นฟูพลังกลับมาได้แน่ ด้วยพรสวรรค์ของท่าน…การได้เป็นศิษย์หลักเป็นเรื่องของเวลาอยู่แล้ว"

พูดจบหลินเมี่ยวเข่อก็พูดต่อ

"เมี่ยวเข่อยังมีธุระต้องไปทำ, ไม่อยากรบกวนการพักฟื้นของพี่ใหญ่ชู…พี่ใหญ่ชูตั้งใจพักฟื้นเถอะ"

"อืม" ชูเกอพยักหน้า

หลินเมี่ยวเข่อเดินออกจากเรือนพักของชูเกอ

ร่างกายของเธอกระพริบหายไปอย่างรวดเร็ว…เลี้ยวไปตามทางวกวน

จนในที่สุด​มาถึงเรือนพักแห่งหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับเรือนพักของชูเกอ

เธอเคาะประตูอย่างระมัดระวัง เหลียวหลังมองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง ก่อนจะเดินเข้าไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่หลินเมี่ยวเข่อเข้าไปแล้ว, บนต้นไม้ที่ไม่ไกลออกไปก็ปรากฏร่างของชูเกอขึ้น

เขามองตามร่างของหลินเมี่ยวเข่อที่ค่อยๆเลือนหายไป พลางแสยะยิ้ม

“ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง โอวหยางเซวียน ศิษย์สายในลำดับ​ที่สิบ!”

“ยัยผู้หญิงสารเลวนี่ คงจะคบชู้สู่ชายกับโอวหยางเซวียนมานานแล้ว…ตอนนี้คงจะรีบไปรายงานผลงานสินะ!”

โอวหยางเซวียน…ศิษย์สายในลำดับ​ที่สิบ

เขาอยู่​ต่ำกว่าชูเกออยู่สองลำดับ​

แม้ว่าชูเกอจะไม่เคยติดต่อกับโอวหยางเซวียน แต่เขาก็พอจะรู้จักชื่อเสียงของอีกฝ่ายอยู่บ้าง

ว่ากันว่าโอวหยางเซวียนเป็นคนไร้ซึ่งความสามารถและพรสวรรค์ แต่กลับเกิดในตระกูลที่มีอำนาจมาก…พลังฝึกฝนในตอนนี้ ล้วนได้มาจากการกินโอสถ​บำรุงทั้งสิ้น

การที่โอวหยางเซวียนอยากจะเป็นศิษย์หลัก, ถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก

เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่หมายปองตำแหน่งลำดับ​ที่สิบของเขา

การที่เขาเล็งเป้าหมายมาที่ชูเกอซึ่งอยู่ลำดับ​เหนือกว่า ถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

แต่ชูเกอเป็นคนที่ยึดมั่นในคติ "ถ้าใครไม่ทำร้ายข้า ข้าก็จะไม่ทำร้ายผู้นั้น…แต่ถ้าใครคิดร้ายต่อข้า ข้าจะเอาคืนเป็นร้อยเท่า!"

โอวหยางเซวียนมองหลินเมี่ยวเข่อที่รูปร่างสะโอดสะอง งดงามราวกับดอกไม้ พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

"ว่าไง, ไอ้สารเลวชูเกอนั่นคงจะหลุดออกจากสิบลำดับ​แรกแล้วสินะ…คงไม่มาเป็นภัยคุกคามข้าแล้วล่ะสิ"

"ท่านผู้อาวุโสเก้าบอกว่าระดับพลังของเขาตกลงมาอยู่ที่อาณาจักร​ทะเลทุกข์ยากขั้นกลางแล้ว”

“หลังจากนั้นข้าก็แอบไปสืบดูด้วยตัวเอง ก็พบว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ”

“ตอนนี้ชูเกอไม่เหลืออะไรให้โอวหยางเกอต้องกังวลอีกแล้ว”

พลันนึกถึงตอนที่ชูเกอเคยทำดีกับเธอสารพัด

ในตอนนั้นเพื่อโอวหยางเซวียน เธอจึงต้องแสร้งทำเป็นมีความสุข

ตอนนี้ในที่สุดเธอก็เป็นอิสระเสียที

เเต่พอนึกถึงเรื่องนี้ เธอก็อดรู้สึกใจหายไม่ได้

แต่เมื่อสายตาของเธอมองไปที่โอวหยางเซวียนผู้สง่างาม, ความรู้สึกใจหายนั้นก็มลายหายไป

บุรุษที่อยู่ตรงหน้าต่างหาก คือชายที่หัวใจของเธอโหยหา

โอวหยางเซวียนหัวเราะเสียงดัง

"เมี่ยวเข่อ, ​รอให้ข้าได้เป็นศิษย์หลักก่อนเถอะ…ข้าจะพาเจ้ากลับตระกูล"

เมื่อได้ยิน​เช่นนี้, หลินเมี่ยวเข่อก็หน้าแดงด้วยความเขินอาย

………………….

จบบทที่ บทที่​ 2​ : ศัตรู​ในที่มืด

คัดลอกลิงก์แล้ว