- หน้าแรก
- วิถีเซียนจ้าวอสูร เมื่อระบบเปลี่ยนสัตว์ป่าเป็นสัตว์เทวะบรรพกาล
- ตอนที่ 151 ผู้บำเพ็ญเพียรมารนิรนาม!
ตอนที่ 151 ผู้บำเพ็ญเพียรมารนิรนาม!
ตอนที่ 151 ผู้บำเพ็ญเพียรมารนิรนาม!
กู้หย่วนจำเป็นต้องสร้างรากฐานมรรคาน้ำพุชีวิต ควบแน่นยันต์คาถาไท่หยวน ซึ่งต้องใช้ปราณบริสุทธิ์แห่งน้ำและแก่นแท้แห่งน้ำกุ่ยเป็นจำนวนมาก
หากพึ่งพาแค่กำลังของกู้หย่วนเพียงคนเดียว คอยดูดซับปราณฟ้าดินและแก่นแท้แห่งน้ำกุ่ยทุกวัน สะสมทีละเล็กทีละน้อย ต่อให้ใช้เวลาสักสามสิบหรือห้าสิบปีก็อาจจะยังสร้างรากฐานมรรคาไม่สำเร็จ
ทว่าหากมีไข่มุกหอยมุกพันปีเม็ดนี้ ย่อมสามารถช่วยเขาควบแน่นยันต์คาถาไท่หยวนได้กว่าครึ่งอย่างแน่นอน ส่วนที่เหลืออีกเล็กน้อย ก็สามารถใช้ของวิเศษธาตุน้ำที่เซี่ยมิ่งหยางหามาให้ในการควบแน่นได้
สำหรับคัมภีร์แท้หลัวซาของชิ้นนี้ไม่ค่อยมีประโยชน์กับกู้หย่วนเท่าไหร่นัก สู้เอาไปแลกเป็นของที่มีประโยชน์ดีกว่า
หลังจากตกลงเวลานัดพบครั้งหน้ากันเรียบร้อย เปาต้าถงก็เตรียมตัวจะขอตัวลา
จู่ๆ ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อ สังเกตเห็นว่าข้างกายกู้หย่วนมีชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่สมส่วน หน้าตาหล่อเหลา ทว่าแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความชั่วร้ายลึกลับปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ในฐานะที่เป็นผู้รู้สารพัด การที่เปาต้าถงสามารถท่องไปทั่วหล้าเป็นเวลาหลายปี และยังมีชีวิตรอดปลอดภัยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ย่อมต้องมีความพิเศษบางอย่างซ่อนอยู่
เขามีพรสวรรค์พิเศษในการรับรู้อันตราย
ทุกครั้งที่เผชิญกับอันตราย เขาจะเผ่นแน่บไปทันที ต่อให้เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เขาก็สามารถเลือกหนีไปในทิศทางที่มีกลิ่นอายอันตรายน้อยที่สุดได้
เปาต้าถงสัมผัสได้ว่า ชายวัยกลางคนผู้นี้ลึกลับอย่างยิ่ง และอันตรายถึงขีดสุด!
เพียงแค่เห็นเงาร่างของคนผู้นี้ สัญญาณเตือนภัยในใจเขาก็ดังลั่น สัญชาตญาณพร่ำบอกให้เขารีบถอยห่างจากคนผู้นี้ และไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!
"ผู้เฒ่าเฉิน?"
ทว่าสิ่งที่ทำให้เปาต้าถงประหลาดใจก็คือ กู้หย่วนกลับรู้จักคนผู้นี้
กู้หย่วนมองดูเงาร่างที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตาตรงหน้าด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่งเช่นกัน
คนตรงหน้านี้ ก็คือตาเฒ่าเฉิน หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ตาเฒ่าเฉินที่ใช้วิชามารฟ้าช่วงชิงมรรคา เพื่อสร้างรากฐานและร่างกายขึ้นมาใหม่!
"ไอ้หนูกู้ ไม่เจอกันนานเลยนะ"
เฉินฉีไม่ได้สนใจเปาต้าถงที่กำลังระแวดระวังอยู่ด้านข้าง เขาเอ่ยทักทายกู้หย่วนอย่างสบายๆ
ก่อนจะมองกู้หย่วนด้วยสายตาที่ซับซ้อนเล็กน้อย แล้วเอ่ยว่า
"กายาวิญญาณธาตุน้ำ พรสวรรค์ใจกระบี่ แถมยังกราบผู้อาวุโสเฮ่อหลิงเป็นอาจารย์อีก เจ้าหนูนี่สร้างความประหลาดใจให้ข้าชุดใหญ่เลยนะเนี่ย..."
เขารู้จักกู้หย่วนมาตั้งแต่แรก และเป็นคนแรกที่ค้นพบพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรของกู้หย่วน แม้จะไม่รู้ว่าพรสวรรค์ของกู้หย่วนคืออะไร แต่เขาก็เคยทอดถอนใจอยู่หลายครั้งว่า หากรากฐานของเขาไม่พังทลายลงเสียก่อน เขาคงจะรับกู้หย่วนเป็นศิษย์ไปแล้ว
มาตอนนี้ กู้หย่วนได้ก้าวกระโดดขึ้นฟ้า จากผู้ฝึกยุทธในอำเภอเล็กๆ กลายเป็นศิษย์สายในของสำนักยอดเขาโอสถ เป็นศิษย์ของปรมจารย์ระดับจินตานผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งอาจารย์ของเขาก็มีศักดิ์เป็นผู้อาวุโสของเขาด้วยซ้ำ เรื่องนี้ทำให้แม้แต่เฉินฉีก็ยังรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
พรสวรรค์ของกู้หย่วนดีกว่าที่เขาคิดไว้มาก!
ยิ่งไปกว่านั้น หากตอนนี้เขายังอยู่ในสำนักยอดเขาโอสถ ตามลำดับอาวุโสแล้ว เขาอาจจะต้องเรียกกู้หย่วนว่าศิษย์น้องด้วยซ้ำ
"ผู้เฒ่าเฉิน ท่านมาที่นี่ได้ยังไง?"
กู้หย่วนอดไม่ได้ที่จะถาม
เฉินฉีไม่ได้ตอบคำถาม แต่ปรายตามองเปาต้าถงที่อยู่ด้านข้างด้วยสายตาเรียบเฉย ทำเอาเปาต้าถงขนลุกซู่ไปทั้งตัว เย็นสันหลังวาบ
เปาต้าถงหัวเราะแห้งๆ
"สหายกู้ ข้าไม่กวนเวลาพวกท่านรำลึกความหลังแล้ว ขอตัวก่อนนะขอรับ!"
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไปทันที ฝีเท้าเร็วรี่ราวกับโดนหมาไล่กัดก็ไม่ปาน
ทั้งสองคนไม่มีใครสนใจเขาเลย
เมื่อเปาต้าถงจากไป ทั้งคู่ก็สบตากันอยู่ครู่หนึ่ง เฉินฉีหัวเราะ
"จะเพราะอะไรล่ะ? ข้าก็ต้องมาเพราะตำหนักเซียนมังกรชาดอยู่แล้ว"
กู้หย่วนไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับคำตอบนี้เลยแม้แต่น้อย เขาจึงส่งเสียงผ่านจิตไปว่า
"แต่รากฐานของท่านคือรากฐานฝ่ายมารนะ หากว่า..."
แม้กู้หย่วนจะพูดไม่จบ แต่เฉินฉีก็เข้าใจความหมายของกู้หย่วนดี เห็นได้ชัดว่ากู้หย่วนกังวลเรื่องสถานะฝ่ายมารของเขาในตอนนี้ หากนักพรตเฮ่อหลิงหรือผู้ผดุงความยุติธรรมคนอื่นๆ จับสังเกตได้ ก็คงไม่แคล้วต้องลงมือสังหารมารปราบปีศาจโดยไม่เห็นแก่หน้าใครแน่
อันที่จริง นับตั้งแต่ตอนที่ตาเฒ่าเฉินเลือกใช้วิชามารฟ้าช่วงชิงมรรคา สร้างร่างกายและเปลี่ยนรากฐานไปเป็นฝ่ายมาร เขาก็กลายเป็นศิษย์ฝ่ายมารอย่างเต็มตัวแล้ว ซึ่งก็เท่ากับทรยศต่อสำนักยอดเขาโอสถ
หากนักพรตเฮ่อหลิงมาเจอเข้า คงไม่พ้นใช้กระบี่เดียวฟันคอเขาขาดกระเด็นแน่
"ในเมื่อข้ากล้ามา ย่อมมีเหตุผลและความมั่นใจของข้า"
เฉินฉีไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่ส่ายหน้า
"เจ้าหนู เจ้าก็เลิกเรียกข้าว่าผู้เฒ่าเฉินได้แล้ว ข้าได้เปลี่ยนรากฐานและร่างกาย เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว ฐานะและเรื่องราวในอดีตก็ให้มันผ่านไปเถอะ อย่าพูดถึงมันอีกเลย"
"เจ้าเรียกข้าว่าเฉินฉี ที่แปลว่าประหลาด หรือจะเรียกสหายเฉิน ไม่ก็เหล่าเฉินก็ได้"
"งั้นเรียกเหล่าเฉินก็แล้วกัน"
กู้หย่วนไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร เขากวาดสายตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง
"แต่ว่านะเหล่าเฉิน นี่มันเพิ่งผ่านไปเท่าไหร่เอง ท่านก็ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเทียนเหรินได้อีกแล้ว ความเร็วไม่เบาเลยนี่!"
แม้เฉินฉี หรือจะเรียกให้ถูกคือเฉินฉีคนใหม่ จะเก็บซ่อนกลิ่นอายบนร่างเอาไว้ แต่มันก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของกู้หย่วนไปได้ เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตเทียนเหรินแล้ว
"จะไปเร็วเท่าเจ้าได้ยังไง เพิ่งผ่านไปไม่นาน เจ้าก็ผลัดเปลี่ยนโลหิตจนสมบูรณ์ เริ่มสร้างรากฐานมรรคาแล้ว ส่วนข้านั้น เดิมทีก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตเทียนเหรินอยู่แล้ว มีรากฐานของผู้ฝึกยุทธเซียนเทียนตั้งแต่เริ่มแรก ประกอบกับการบำเพ็ญวิชามารที่ขึ้นชื่อเรื่องความรวดเร็ว การบรรลุขอบเขตเทียนเหรินก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว"
เฉินฉีถอนหายใจเบาๆ มองกู้หย่วนด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ แล้วส่ายหน้า
เมื่อได้ยินดังนั้น กู้หย่วนก็หรี่ตาลง ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา กลับก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว มองเฉินฉีด้วยสายตาจับผิดและระแวดระวัง ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น
"ท่านไม่ใช่ตาเฒ่าเฉิน ท่านเป็นใครกันแน่?!"
"ไอ้หนูกู้ เจ้าพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?"
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของกู้หย่วน บนใบหน้าอันหล่อเหลาของเฉินฉีก็ปรากฏร่องรอยแห่งความประหลาดใจ
"ข้าสร้างรากฐานใหม่ เริ่มต้นใหม่หมดแล้ว ย่อมไม่ใช่ตาเฒ่าเฉินคนเดิม เรื่องนี้เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่หรือ?"
"เรื่องนั้นข้าย่อมรู้ดี แต่ท่านก็น่าจะเข้าใจความหมายที่ข้าจะสื่อ แต่ท่านกลับทำเป็นกลบเกลื่อน"
กู้หย่วนแค่นเสียงเย็น
"นั่นยิ่งพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าท่านไม่ใช่ตาเฒ่าเฉินเลยแม้แต่น้อย!"
"พอได้แล้ว!"
เฉินฉีขมวดคิ้ว
"ไอ้หนูกู้ ข้าไม่เข้าใจว่าเจ้าเสียสติอะไรขึ้นมา แต่ในเมื่อเจ้าสงสัยในตัวตนของข้า ข้าก็สามารถเอาหลักฐานมายืนยันได้"
"ตอนนั้น ข้าเป็นคนถ่ายทอดเคล็ดวิชาเต่าลี้ลับซ่อนกระดองครึ่งแรกให้เจ้า เพื่อให้เจ้าช่วยข้ากำจัดเฒ่าปีศาจเสวียนโยว"
"ต่อมา เจ้าช่วยข้าสังหารเฒ่าปีศาจเสวียนโยว ข้าจึงมอบเคล็ดวิชาเต่าลี้ลับซ่อนกระดองครึ่งหลัง และคัมภีร์แท้หลัวซาให้เจ้าเป็นสิ่งตอบแทน"
พูดถึงตรงนี้ เฉินฉีก็แค่นเสียงเย็น
"แถมเจ้ายังแอบเลี้ยงสัตว์มารสัตว์อสูรไว้อีก เรื่องนี้เจ้าคงไม่เคยปริปากบอกใครหรอกนะ... เรื่องพวกนี้มีแค่เจ้ากับข้าที่รู้ ยังใช้พิสูจน์ตัวตนของข้าไม่ได้อีกหรือไง?"
"เรื่องที่ท่านพูดมา ถูกต้องทุกอย่างไม่ผิดเพี้ยนเลย"
กู้หย่วนถอนหายใจยาว
"แต่เท่าที่ข้ารู้มา วิชามารนั้นแปลกประหลาดพิสดาร มีลูกไม้แพรวพราว สามารถขโมยความทรงจำและความคิดของผู้อื่นได้ สามารถกระชากวิญญาณแย่งชิงร่างได้ กระทั่งนำจิตวิญญาณของผู้อื่นไปหลอมเป็นมารหยิน มารเทพ สร้างเป็นร่างแยก และสวมรอยเป็นคนๆ นั้นได้..."
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าที่ดูไม่ค่อยจะสู้ดีนักของเฉินฉีก็กลับกลายเป็นสงบนิ่งอย่างประหลาด
"ดีมาก!"
สายตาที่เขามองกู้หย่วนเต็มไปด้วยความชื่นชม บนใบหน้าค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มของพรานที่เจอเหยื่อถูกใจ ราวกับว่ากู้หย่วนในยามนี้ได้กลายเป็นเหยื่ออันโอชะในสายตาของเขาไปแล้ว
ส่วนตัวกู้หย่วนเอง ก็รู้สึกได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับถูกตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวบางอย่างจ้องมองอยู่!