เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 142 กู้หย่วนผู้เป็นที่หมายปอง!

ตอนที่ 142 กู้หย่วนผู้เป็นที่หมายปอง!

ตอนที่ 142 กู้หย่วนผู้เป็นที่หมายปอง!


ความหมายของนักพรตเฮ่อหลิงนั้นชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด

พรสวรรค์ของกู้หย่วนนั้นเหลือเฟือที่จะเป็นศิษย์สืบทอด เพียงแต่ศิษย์สืบทอดไม่ใช่ตำแหน่งที่นึกอยากจะเป็นก็เป็นได้ และไม่ใช่ว่าแค่มีรากฐานพรสวรรค์ดีแล้วจะเพียงพอ

หนทางสู่การเป็นศิษย์สืบทอดนั้นมีเพียงสองทางเท่านั้น

ทางแรกคือได้รับความโปรดปรานจากผู้อาวุโสสูงสุด ยกตัวอย่างเช่น ซุนจง ผู้ครอบครองพรสวรรค์กายาเบญจสายฟ้าก็เข้ามาด้วยเส้นทางนี้

ส่วนอีกทางหนึ่งก็คือ การทะลวงเข้าสู่ขอบเขตขั้นเทียนเหรินเสียก่อน จากนั้นค่อยไปแข่งขันกับศิษย์สายในคนอื่นๆ ผู้ชนะคนสุดท้ายก็จะสามารถกลายเป็นศิษย์สืบทอดได้

หากเปรียบเทียบกับระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในชาติก่อนของกู้หย่วน สองเส้นทางนี้ก็เหมือนกับว่า ซุนจงได้รับโควตารับตรง ส่วนคนส่วนใหญ่คือคนที่ต้องสอบเอนทรานซ์ตามปกติ

สำหรับกู้หย่วน โอกาสที่จะได้เดินบนเส้นทางรับตรงนั้นมีไม่มากนัก ทว่าด้วยพรสวรรค์ของเขา ขอเพียงแค่ค่อยๆ บำเพ็ญเพียร (เรียน) ไปตามขั้นตอน ไม่ช้าก็เร็วเขาย่อมสามารถสอบผ่านเอนทรานซ์และกลายเป็นศิษย์สืบทอดได้อยู่ดี

"เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว"

นักพรตเฮ่อหลิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

ตอนนี้ยิ่งเขามองกู้หย่วนก็ยิ่งรู้สึกถูกใจ เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม ทว่ายังว่านอนสอนง่าย มีมารยาท ทั้งยังมีไหวพริบเฉียบแหลมอีกด้วย

นิสัยเช่นนี้ เมื่อเทียบกับคนซื่อบื้ออย่างหนิวโหย่วเต๋อแล้ว เห็นได้ชัดว่าจะช่วยให้หลีกเลี่ยงการเดินหลงทางไปได้มาก

"กายาวิญญาณธาตุน้ำ พรสวรรค์ใจกระบี่..."

ซิงอวิ๋นจื่อเดินเข้ามา เอื้อมมือไปบีบแขนกู้หย่วนเบาๆ ก่อนจะอดทอดถอนใจไม่ได้ว่า

"สหายเฮ่อหลิงช่างโชคดีเสียจริง พรสวรรค์ของเด็กคนนี้โดดเด่นมากจริงๆ ไม่ได้ด้อยไปกว่าศิษย์ไม่ได้เรื่องที่ข้าเพิ่งรับเข้ามาเลยแม้แต่น้อย"

ด้วยระดับการบำเพ็ญเพียรของเขา ย่อมสามารถตรวจสอบได้ว่ารากฐานของกู้หย่วนนั้นบริสุทธิ์และมั่นคงยิ่งนัก รากกระดูกก็ล้ำเลิศ ราวกับไข่มุกวิญญาณอันโปร่งแสงที่กลมกลึงไร้ที่ติ

ต้นกล้าชั้นเลิศเช่นนี้ หากไม่รู้ดีว่านักพรตเฮ่อหลิงไม่มีทางยอมยกให้เด็ดขาด เขาเองก็อยากจะรับตัวเข้ามาเป็นศิษย์ในสำนักเช่นกัน

กู้หย่วนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ซิงอวิ๋นจื่อผู้นี้แม้มองดูแล้วร่างเล็ก ทว่าเมื่อมายืนอยู่ข้างกาย กู้หย่วนกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ข้างสัตว์อสูรดาราขนาดยักษ์จากพรรพกาล

"สหายนักพรตเกรงใจกันเกินไปแล้ว กายากระบี่หยวนเฉินของศิษย์ท่านนั้น เกิดมาก็เข้ากับวิชาและอิทธิฤทธิ์ของสำนักกระบี่ดาราของพวกท่านอย่างสมบูรณ์แบบ เด็กคนนี้จะเอาอะไรไปเทียบได้..."

นักพรตเฮ่อหลิงมองเห็นเจตนาของซิงอวิ๋นจื่อลางๆ เขาลอบระวังตัวอยู่เงียบๆ แล้วดึงกู้หย่วนเข้ามาแนบกายโดยไม่ให้ผิดสังเกต

ของล้ำค่าเช่นนี้ อย่าว่าแต่ซิงอวิ๋นจื่อเลย ต่อให้เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องของเขาเองคิดจะสอดมือเข้ามา เขาก็ไม่มีวันยอมเด็ดขาด!

ใครกล้าคิดตุกติกกับกู้หย่วน ก็ต้องถามกระบี่ของเขาดูก่อนว่าจะยอมหรือไม่!

ซิงอวิ๋นจื่อเห็นดังนั้นก็หลุดขำออกมา ทว่าก็ไม่ได้รู้สึกว่าปฏิกิริยาของนักพรตเฮ่อหลิงมีอะไรผิดแปลก

หากก่อนหน้านี้เขาไม่ได้บังเอิญพบกับศิษย์ผู้มีกระดูกกระบี่หยวนเฉินคนนั้น ไม่แน่ว่าเขาอาจจะหวั่นไหว และหาวิธีแย่งชิงตัวกู้หย่วนไปจริงๆ

อุปกรณ์เวทหาได้ง่าย แต่ศิษย์ชั้นเลิศนั้นหายากยิ่ง

สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรที่ประสบความสำเร็จในระดับเขา นอกจากการบำเพ็ญเพียรของตนเองแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าการสืบทอดเต๋าของตนอีก

ผู้บำเพ็ญเพียรหัวโบราณหลายคน ถึงขนาดยกให้การสืบทอดเต๋านั้นสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของตนเองเสียอีก!

หากได้รับศิษย์ที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศมาสืบทอดวิชาของตน ไม่เพียงแต่จะสามารถฝากฝังการสืบทอดได้เท่านั้น แต่ในอนาคตหากศิษย์บำเพ็ญเพียรจนสำเร็จ ก็จะกลายเป็นผู้ช่วยที่ใกล้ชิดและน่าไว้วางใจที่สุด หรือกระทั่งอาจจะหันกลับมาช่วยเหลือผู้เป็นอาจารย์ให้บรรลุเต๋าได้ด้วยซ้ำ

คำว่าลูกศิษย์นั้น ในบางแง่มุม ศิษย์ก็เปรียบเสมือนลูกในไส้!

นักพรตเป่าฉานขยับเข้ามาใกล้ พร้อมเผยรอยยิ้มที่เป็นมิตรและแฝงแววประจบประแจงเล็กน้อย

"น้องเฮ่อหลิง เจ้าก็รู้ดีว่ารากฐานของชายชราผู้นี้ไม่ค่อยจะดีนัก ติดแหง็กอยู่ในขอบเขตจินตานมาเป็นร้อยปีโดยไม่ก้าวหน้าเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ตัวข้าไม่ตั้งความหวังกับขอบเขตหยินเสินอีกแล้ว ความเสียใจเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตนี้ คือวิชาความรู้ของข้าไม่มีใครสืบทอด ดังนั้น..."

"ตาเฒ่าคางคก เจ้าอย่าได้แม้แต่จะคิด!"

ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะพูดจบ นักพรตเฮ่อหลิงก็เข้าใจความหมายของเขาได้ทันที

ใบหน้าของนักพรตเฮ่อหลิงเย็นเยียบ ปราณอันแหลมคมกดดันแผ่ซ่านออกมา ทำให้ผู้คนที่อยู่รอบๆ หน้าเปลี่ยนสีไปตามๆ กัน พวกเขารู้สึกปวดแปลบที่หน้าอกและลำคอ ราวกับถูกกระบี่คมกริบจ่อคอหอยไว้

สายเลือดของสำนักพวกเขาในตอนนี้กำลังขาดแคลนบุคลากร รุ่นเก่าและรุ่นใหม่ไม่ต่อเนื่องกัน อีกทั้งยังถูกขั้วอำนาจตระกูลใหญ่กดทับจนแทบจะหายใจไม่ออก

คนรุ่นเก่ายังพอทำเนา แต่คนรุ่นหนุ่มสาวกลับไม่มีใครที่สามารถเป็นเสาหลักแบกรับภาระได้เลย หากขาดช่วงไป ยอดเขาโอสถจะต้องตกไปอยู่ในกำมือของพวกขั้วอำนาจสายตระกูลเป็นแน่!

ตอนนี้อุตส่าห์รับต้นกล้าชั้นดีเข้ามาได้ไม่กี่คน โดยเฉพาะกู้หย่วนที่เขาหมายมั่นปั้นมือให้เป็นหัวเรือใหญ่ในการฟื้นฟูสายเลือดของสำนักในอนาคต ตาเฒ่าเป่าฉานกลับคิดจะมาชุบมือเปิบขวางทางกลางคันเช่นนี้ จะเป็นไปได้ยังไง?!

"ระดับการบำเพ็ญวิถีกระบี่ของนักพรตเฮ่อหลิงผู้นี้ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก... ความสำเร็จในเพลงกระบี่ของเขาเกรงว่าคงบรรลุถึงขั้นใจกระบี่กระจ่างแจ้งแล้วกระมัง มากพอที่จะเรียกขานว่าเป็นเซียนกระบี่ได้เลยทีเดียว..."

เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตจำนงกระบี่ที่ทั้งพลิ้วไหวและดุดันซึ่งนักพรตเฮ่อหลิงปล่อยออกมา กู้หย่วนก็สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ยิ่งไร้เดียงสาก็ยิ่งไร้ความกลัว

หากเป็นเมื่อก่อน กู้หย่วนย่อมไม่มีทางสัมผัสได้ถึงสิ่งใด แต่ตอนนี้เขาครอบครองพรสวรรค์ใจกระบี่แล้ว สิ่งที่มองเห็นจึงมากมายขึ้นเรื่อยๆ

นักพรตเฮ่อหลิงยังไม่ได้เรียกกระบี่บินออกมาด้วยซ้ำ ไม่ได้โคจรพลังเวท และยิ่งไม่ได้ใช้วิชาเทวะใดๆ

เพียงแค่ปลดปล่อยเจตจำนงกระบี่สายหนึ่งออกมา ก็สามารถบีบให้ผู้ฝึกยุทธและผู้ฝึกยุทธเซียนเทียนนับร้อยคนที่อยู่ตรงนั้นล่าถอยไปได้อย่างง่ายดาย รวมถึงผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตเทียนเหรินอย่างเซี่ยมิ่งหยางด้วย นี่มันเป็นเพลงกระบี่ระดับใดกันแน่?!

แม้แต่ซิงอวิ๋นจื่อยังต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนประหลาดใจ

สำนักกระบี่ดารานั้นมีการสืบทอดที่ยิ่งใหญ่สองสาย ได้แก่ วิถีดาราและเพลงกระบี่ ภายในสำนักมีปรมาจารย์เพลงกระบี่อยู่ไม่น้อย

รวมไปถึงตัวซิงอวิ๋นจื่อเอง เขาก็เป็นยอดฝีมือเพลงกระบี่เช่นกัน

ทว่าเมื่อเขาได้เห็นเพลงกระบี่ของนักพรตเฮ่อหลิงในยามนี้ถึงกับต้องอุทานด้วยความตื่นตะลึง ในสำนักที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ผู้ที่มีความสำเร็จด้านเพลงกระบี่ทัดเทียมกับนักพรตเฮ่อหลิงในยามนี้... เกรงว่านับนิ้วมือข้างเดียวก็คงไม่เกินนี้แน่

"เอ่อ... น้องเฮ่อหลิง เจ้าอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธสิ!"

นักพรตเป่าฉานโบกไม้โบกมือ เขาไม่ได้แปลกใจกับปฏิกิริยาของนักพรตเฮ่อหลิงแต่อย่างใด หากเขาเป็นอีกฝ่าย ก็คงจะแสดงท่าทีแบบเดียวกัน

รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาดูประหลาดชอบกลขณะกล่าวว่า

"หากข้าเดาไม่ผิด กระบี่บินประจำกายของเจ้าตอนนี้คงจะหลอมรวมมาถึงช่วงเวลาสำคัญแล้วสินะ?"

"กระบี่บินของเจ้านั้นเดิมทีก็เป็นตัวอ่อนกระบี่คุณภาพเยี่ยมที่มีรากฐานไม่ธรรมดาอยู่แล้ว หลังจากที่เจ้าใช้เหล็กวิญญาณและโลหะอัศจรรย์ต่างๆ หลอมรวมมันมานานกว่าร้อยปี ตอนนี้อาคมหวงห้ามของมันก็ใกล้จะสมบูรณ์แบบเต็มที หากทำสำเร็จ เจ้าก็จะได้ครอบครองกระบี่บินระดับอุปกรณ์เวทสุดยอด และในภายภาคหน้าก็ใช่ว่าจะเลื่อนระดับกลายเป็นของวิเศษไม่ได้ เพียงแต่ขั้นตอนนี้ จะว่ายากก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว!"

นักพรตเป่าฉานพูดเองเออเอง พร้อมกับชี้นิ้วไปทางกู้หย่วน

"ทว่า... หากเจ้ายอมยกเด็กคนนี้ให้ตาเฒ่าอย่างข้า ข้าจะมอบทองคำแท้หกตะวันหนักกว่าห้าร้อยชั่งที่ข้าบังเอิญได้มาก่อนหน้านี้ให้เจ้าเป็นการตอบแทน เป็นอย่างไรล่ะ?"

กู้หย่วนอ้าปากค้าง อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป ในใจรู้สึกสับสนเล็กน้อย เขาอยากจะสวนไปสักประโยคเหลือเกินว่า

'พวกตาแก่นี่มัวแต่แย่งไปแย่งมา เคยหันมาถามความเห็นข้าบ้างไหม?'

แต่เขาไม่กล้าหรอก การทำตัวผลีผลามล่วงเกินปรมจารย์ระดับจินตานผู้ยิ่งใหญ่เป็นพฤติกรรมของคนโง่เขลา

"ทองคำแท้หกตะวัน?!"

เมื่อซิงอวิ๋นจื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

"ทองคำแท้หกตะวันนั้นจัดว่าเป็นหนึ่งในวัสดุวิญญาณชั้นยอดที่สุดสำหรับการหลอมกระบี่บิน เป็นรองเพียงเก้าแร่เทพศักดิ์สิทธิ์อย่างทองคำแท้ประจิม ทองคำต้นกำเนิดไท่อี้ เหล็กมารเก้าปรโลก ทรายดาราแม่น้ำสวรรค์ แก่นทองคำไท่ไป๋ และทรายเงินเทียนกังเท่านั้น แม้แต่จะนำไปหลอมสร้างเป็นของวิเศษก็ยังเหลือเฟือ สหายเป่าฉานช่างใจป้ำเสียจริง!"

วัสดุวิญญาณชั้นยอดเช่นนี้ แม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกหวั่นไหว!

เพราะอย่างไรเสีย เขาก็บำเพ็ญวิถีกระบี่ ย่อมต้องการนำมาหลอมกระบี่บินของตัวเองเช่นเดียวกัน!

จบบทที่ ตอนที่ 142 กู้หย่วนผู้เป็นที่หมายปอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว