- หน้าแรก
- วิถีเซียนจ้าวอสูร เมื่อระบบเปลี่ยนสัตว์ป่าเป็นสัตว์เทวะบรรพกาล
- ตอนที่ 141 พรสวรรค์คู่ ตะลึงงันกันทั่วหน้า!
ตอนที่ 141 พรสวรรค์คู่ ตะลึงงันกันทั่วหน้า!
ตอนที่ 141 พรสวรรค์คู่ ตะลึงงันกันทั่วหน้า!
"เอ๊ะ? สภาพร่างกายเช่นนี้... แม้แต่นักพรตเฒ่าอย่างข้าก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยแฮะ"
ซิงอวิ๋นจื่อที่เอาแต่เงียบมาตลอดส่งเสียงประหลาดใจออกมาด้วยความสงสัยและตื่นตะลึง
"หรือว่าจะเป็นกายาวิญญาณธาตุน้ำที่กลายพันธุ์กันแน่?"
"ประสบการณ์อันกว้างขวางของสหายเต๋าซิงอวิ๋นจื่อ แม้แต่นักพรตผู้ยากไร้อย่างข้าก็ยังเทียบไม่ติดเลย"
นักพรตเฮ่อหลิงเอ่ยด้วยความประหลาดใจ
"ในเมื่อแม้แต่สหายเต๋าก็ยังไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ดูท่าพรสวรรค์ของเด็กคนนี้น่าจะเป็นกายาวิญญาณธาตุน้ำชนิดใหม่ที่ไม่เคยปรากฏขึ้นที่ไหนมาก่อนเป็นแน่"
ส่วนนักพรตเป่าฉานที่อยู่ด้านข้างมีสีหน้าดำทะมึนดุจก้นหม้อ ปิดปากเงียบกริบ
เดิมทีตั้งใจจะมาดูเรื่องขำขันของนักพรตเฮ่อหลิงแท้ๆ ใครจะไปคิดว่าตัวตลกจะกลายเป็นตัวเองไปเสียนี่!
ในเวลานี้ แสงสีฟ้าบนถาดกลไกเร้นลับค่อยๆ หม่นแสงลง
ขณะที่กู้หย่วนกำลังจะชักมือกลับ ทันใดนั้นเอง...
เชิ้ง!
สิ้นเสียงกระบี่ร้องกังวานก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกร บนถาดกลไกเร้นลับก็ปรากฏประกายกระบี่สายหนึ่งผุดขึ้นมา
ประกายกระบี่สายนี้ดูลื่นไหลและพลิ้วไหวราวกับมังกรเจียว (มังกรน้ำ) ที่กำลังแหวกว่าย พลิกแพลงสุดหยั่งคาด แผ่กลิ่นอายความคมกริบไร้เทียมทานออกมา!
แม้จะเป็นเพียงภาพเงาของกระบี่ที่เลือนราง ทว่าทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความคมกริบที่พุ่งเข้าปะทะหน้า จนรู้สึกเจ็บแปลบที่ผิวหนังเบาๆ
กู้หย่วนตกตะลึงไปเล็กน้อย คาดไม่ถึงว่าพรสวรรค์ใจกระบี่ของตนเองจะถูกตรวจสอบพบด้วย
"..."
ทั่วทั้งลานกว้างพลันตกอยู่ในความเงียบงันอย่างประหลาด
ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาเอ่ยดี
"อะไรกันเนี่ย?!"
แม้กระทั่งปรมาจารย์ระดับจินตานอย่างซิงอวิ๋นจื่อและนักพรตเป่าฉานก็ยังหน้าเปลี่ยนสี เก็บอาการไม่อยู่อีกต่อไป
กายาวิญญาณธาตุน้ำก็ว่าน่าตกใจแล้ว แต่นี่จู่ๆ ก็มีประกายกระบี่โผล่มาอีก นี่มันหมายความว่าอย่างไร?
กายาวิญญาณธาตุน้ำหนึ่งอย่าง พรสวรรค์มรรคากระบี่อีกหนึ่งอย่าง... คนๆ เดียวครอบครองพรสวรรค์ถึงสองอย่างเชียวหรือ?
เรื่องพรรค์นี้พวกเขาก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเช่นกัน
"ประกายกระบี่นั่นหมายความว่าอย่างไร? พรสวรรค์มรรคากระบี่รึ?"
"ถูกต้อง และเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นพรสวรรค์ระดับกายาวิญญาณอีกอย่างด้วย!"
"จะเป็นไปได้อย่างไร? คนๆ เดียวจะไปมีพรสวรรค์ระดับกายาวิญญาณถึงสองอย่างได้อย่างไร?!"
"ตามหลักเหตุผลแล้วย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่มันก็เกิดขึ้นให้เห็นอยู่ทนโท่นี่ไง"
"สิ่งที่ข้าอยากรู้มากกว่าก็คือ เขาเป็นใครมาจากไหนถึงได้ครอบครองพรสวรรค์ถึงสองอย่างแบบนี้ คิดดูสิว่าวันข้างหน้าไอ้หนุ่มนี่จะต้องมีอนาคตที่ไกลลิบลิ่วขนาดไหน..."
"หากไม่มีอะไรผิดพลาด พรสวรรค์ของกู้หย่วนผู้นี้ คงจะเป็นอันดับหนึ่งในการทดสอบครั้งนี้แล้วกระมัง? อย่างไรเสีย มีพรสวรรค์สองอย่าง มันก็ต้องดีกว่าอย่างเดียวอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?"
"..."
หลังจากความเงียบงันผ่านพ้นไป ทั่วทั้งลานกว้างก็พลันอึกทึกครึกโครมขึ้นมาทันที เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ดังระงมไปทั่ว
บางคนถึงกับปรายตามองหลี่ฉางชิงด้วยสายตาหยอกล้อ
เจ้านี่จัดขบวนใหญ่โตโอ่อ่า วางก้ามใหญ่โต ทำตัวเป็นศูนย์กลางของจักรวาล
หลายคนอาจจะไม่กล้าพูดอะไรเพราะเกรงใจบารมีของตระกูลหลี่ แต่ในใจคงแอบหมั่นไส้และเคียดแค้นอยู่ไม่น้อย
ตอนนี้มีกู้หย่วนโผล่มาข่มหลี่ฉางชิงจนมิด พวกเขาย่อมยินดีที่จะได้ดูเรื่องสนุก
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาหลากหลายรูปแบบที่มองมา สีหน้าของหลี่ฉางชิงก็ดำคล้ำลง ดูย่ำแย่ยิ่งนัก
แต่เขาก็ต้องยอมรับว่า หากกู้หย่วนเติบโตขึ้นมาได้ด้วยพรสวรรค์ของอีกฝ่าย ย่อมต้องกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของเขาอย่างแน่นอน!
"นี่คือ... พรสวรรค์ใจกระบี่รึ?"
นักพรตเฮ่อหลิงเองก็มีสีหน้าตกตะลึง เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขา สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปมาหลายตลบ ทั้งตกตะลึงและปีติยินดี
จากนั้น ร่างของเขาก็วูบไหว ก้าวเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้ากู้หย่วนอย่างร้อนรน ภายในดวงตาทอประกายเร่าร้อน ทว่าน้ำเสียงกลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
"เจ้าชื่อกู้หย่วนใช่หรือไม่? ข้าจำเจ้าได้ คราวที่แล้วตอนที่ข้ามาเมืองเป่ยเหลียง เจ้าก็อยู่ที่นั่นด้วย"
ตอนนั้นเขาแค่รู้สึกว่ากู้หย่วนน่าจะมีพรสวรรค์ไม่เลว และอาจจะมีสติปัญญาในด้านมรรคากระบี่อยู่บ้าง
ใครจะไปคาดคิดว่า กู้หย่วนจะมอบเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้เขาขนาดนี้!
กายาวิญญาณธาตุน้ำ นี่ก็ถือว่าเป็นพรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่งแล้ว และตามมาติดๆ ด้วยพรสวรรค์ใจกระบี่ ซึ่งก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากายาวิญญาณธาตุน้ำเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ในสายตาของเขา อย่างหลังนั้นสำคัญกว่ามาก... เพราะตัวเขาเองก็เป็นถึงเซียนกระบี่ของแท้แน่นอน!
กายาวิญญาณแม้จะเป็นพรสวรรค์ที่หาได้ยาก แต่ในยามที่ยอดเขาโอสถเปิดรับศิษย์ ก็มักจะพบเจอสักคนสองคนอยู่เสมอ
ทว่าพรสวรรค์ที่เกี่ยวข้องกับมรรคากระบี่อย่างใจกระบี่ กระดูกกระบี่ หรือวิญญาณกระบี่นั้น มักจะหาพบได้ยากยิ่งกว่า!
และในตอนนี้ เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับครอบครองมันทั้งสองอย่าง นี่มันเป็นวาสนาที่ยิ่งใหญ่ปานใด?
กู้หย่วนประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม
"ถูกต้องขอรับ ศิษย์กู้หย่วน ขอน้อมคารวะท่านนักพรต"
"เด็กดี ไม่ต้องมากพิธี รีบลุกขึ้นเถิด"
ใบหน้าของนักพรตเฮ่อหลิงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม กวาดสายตามองกู้หย่วนตั้งแต่หัวจรดเท้า ยิ่งมองเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา
แม้กระทั่งใบหน้าบูดบึ้งของนักพรตเป่าฉานที่อยู่ด้านข้าง ในตอนนี้เขาก็ยังมองว่ามันดูน่ารักน่าชังขึ้นมาหลายส่วน จะมองมุมไหนก็ดูตลกไปหมด
เซี่ยมิ่งหยางเหม่อมองตาค้าง อดไม่ได้ที่จะขยี้ตาตัวเอง
นักพรตเฮ่อหลิงเมื่ออยู่ในสำนัก มักจะขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชา ไร้ความรู้สึก และเด็ดขาดอำมหิต ภายใต้กระบี่บินของเขามีวิญญาณเร่ร่อนสังเวยชีวิตมาแล้วนับไม่ถ้วน
ศิษย์หลายคนต่างแอบตั้งฉายาให้เขาอย่างลับๆ ว่า "เทพสังหารหน้าตาย"!
ทว่าเทพสังหารหน้าตายผู้ซึ่งทำให้ศิษย์ในสำนักหลายคนต้องพากันหลีกลี้หนีหน้าและหวาดกลัว ในยามนี้กลับยิ้มแย้มเบิกบานราวกับดอกไม้บาน ทำให้เซี่ยมิ่งหยางแทบจะไม่กล้ามอง
ภาพจำความเย็นชาและอำมหิตของนักพรตเฮ่อหลิงในใจของเขา พลันแตกสลายลงในพริบตา!
นักพรตเฮ่อหลิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมือเรียกเซี่ยมิ่งหยางให้เข้ามาหา
"ผู้อาวุโสเก้า!"
เซี่ยมิ่งหยางประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม ก่อนจะปรายตามองกู้หย่วนที่ยืนสำรวมอยู่ด้านข้างด้วยสายตาที่ซับซ้อน รู้สึกว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าดูแปลกตาไปอย่างน่าประหลาด
"มองคนผิดไปจริงๆ..."
เขาลอบทอดถอนใจ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆ
หากรู้แต่แรกว่ากู้หย่วนมีพรสวรรค์ล้ำเลิศถึงเพียงนี้ เขาย่อมต้องทุ่มเทดึงตัวและสร้างไมตรีอย่างสุดกำลังแน่นอน
แม้กระทั่งหากจำเป็น ต่อให้ต้องยกลูกสาวให้แต่งงานกับกู้หย่วน เขาก็ยินดี
เมล็ดพันธุ์แห่งวิถีเซียนที่มีพรสวรรค์สูงส่งเช่นนี้ วันข้างหน้าย่อมต้องกลายเป็นบุคคลสำคัญที่สั่นสะเทือนโลกผู้ฝึกยุทธอย่างแน่นอน ต่อให้จะให้ความสำคัญมากแค่ไหนก็ไม่มีทางมากเกินไปหรอก
น่าเสียดาย... ตอนนี้จะมาเสียใจก็สายไปเสียแล้ว!
ดังคำกล่าวที่ว่า มิตรภาพย่อมสร้างขึ้นในยามยากลำบาก
ก่อนหน้านี้ตอนที่กู้หย่วนยังไม่ผงาดขึ้นมา ตอนนั้นกู้หย่วนก็เป็นแค่เด็กหนุ่มชาวนาธรรมดาๆ อายุยังน้อย หากเขายอมลดตัวลงไปดึงตัวมา ย่อมสามารถซื้อใจเด็กหนุ่มคนนี้ได้อย่างแน่นอน
น่าเสียดายที่ในตอนนั้น เขาไม่ได้ใส่ใจกู้หย่วนเลยแม้แต่น้อย
ทว่าในยามนี้ กู้หย่วนถูกนักพรตเฮ่อหลิงค้นพบแล้ว ฐานะและสถานะย่อมแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง หากเขาคิดจะเข้าไปตีสนิทตอนนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว
นักพรตเฮ่อหลิงเอ่ยถาม
"กู้หย่วนผู้นี้ เจ้าเป็นคนเสนอชื่อมาใช่หรือไม่?"
"เรียนผู้อาวุโส เป็นศิษย์เสนอชื่อมาเองขอรับ"
สีหน้าของเซี่ยมิ่งหยางกลับมาจริงจัง
นักพรตเฮ่อหลิงพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยถามเซี่ยมิ่งหยางถึงเรื่องประวัติความเป็นมาของกู้หย่วนต่อหน้าเจ้าตัว
เมื่อแน่ใจว่ากู้หย่วนมีประวัติขาวสะอาด และเพิ่งจะเริ่มฝึกฝนวรยุทธ์ได้ไม่นาน เขาก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง โบกมือไล่เซี่ยมิ่งหยางให้ถอยไป ก่อนจะหันมามองกู้หย่วน
"คำพูดของข้าเมื่อครู่นี้ เจ้าคงได้ยินแล้ว ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า การจะได้เป็นศิษย์สืบทอดของสำนักเราย่อมเพียงพออย่างแน่นอน"
"ทว่าการจะได้เป็นศิษย์สืบทอดของยอดเขาโอสถนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หากเจ้าต้องการเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สืบทอด ไม่เจ้าก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสองท่านเสียก่อน เฉกเช่นเดียวกับซุนจงผู้นั้น ที่ได้รับสิทธิพิเศษจากผู้อาวุโสสูงสุดจื่อเชวี่ยหยวนหลัว หรือไม่อย่างนั้น เจ้าก็ต้องรอให้บรรลุระดับเทียนเหรินเสียก่อน แล้วค่อยไปประลองกับศิษย์ร่วมสำนัก ผู้ชนะจึงจะได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สืบทอด"
"ดังนั้น ในตอนนี้นักพรตผู้ยากไร้จึงทำได้เพียงมอบโควตาศิษย์สายในให้เจ้าก่อน เจ้าเข้าใจหรือไม่?"
"ศิษย์เข้าใจขอรับ"
กู้หย่วนประสานมือคารวะ สีหน้าสงบเยือกเย็นเป็นธรรมชาติ