- หน้าแรก
- ทวีปโต้วหลัว ร่างจริงจุติ กายาเนื้อบรรลุขั้นศักดิ์สิทธิ์
- บทที่ 18 ข้าจะจัดการพวกเจ้าทุกคนด้วยตัวคนเดียว
บทที่ 18 ข้าจะจัดการพวกเจ้าทุกคนด้วยตัวคนเดียว
บทที่ 18 ข้าจะจัดการพวกเจ้าทุกคนด้วยตัวคนเดียว
บทที่ 18 ข้าจะจัดการพวกเจ้าทุกคนด้วยตัวคนเดียว
"ผมไม่ทราบว่ามันอยู่ใกล้ขนาดนี้ครับ ท่านอาจารย์"
ดวงตาของลู่เฉินฉายแววตัดพ้อเล็กน้อย
เขาไม่รู้เรื่องที่ทำการส่วนนอกของสำนักกายาจริงๆ
เขานึกว่ามันจะอยู่ไกล ที่ไหนได้กลับอยู่ห่างออกไปเพียงสองหรือสามกิโลเมตรเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม แม้ระยะทางจะไม่ไกล แต่การเดินทางไปพร้อมกับถังหย่ายังคงมีความเสี่ยง
สู้ยอมจ่ายเงินเพียงเล็กน้อยเพื่อความสบายใจย่อมดีกว่า
"เจ้าหนู อย่ามาเรียกข้าแบบนั้น ใครเป็นอาจารย์ของเจ้ากัน? ตาแก่อย่างข้าไม่มีลูกศิษย์ที่กลัวตายอย่างเจ้าหรอก"
ตู๋กูเซียนแสร้งทำหน้าดุ จ้องมองลู่เฉินตาเขม็ง
คติพจน์ของสำนักกายาคือการรุดหน้าอย่างองอาจและไม่เคยถอยหลัง จะมาขี้ขลาดตาขาวแบบลู่เฉินได้อย่างไร
แต่เมื่อสือเฟิงได้ยินเช่นนี้ เขากลับคิดว่าเป็นเพียงอาจารย์ที่กำลังโมโหศิษย์ที่ไม่เอาถ่าน โดยไม่ได้สงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน เขายังช่วยพูดแก้ต่างให้ลู่เฉินด้วยการแนะนำอย่างระมัดระวังว่า
"ท่านประมุขแห่งกายา ลู่เฉินยังเยาว์วัยนรนัก การระมัดระวังตัวย่อมเป็นเรื่องปกติ อย่าให้เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้มาทำให้ความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ต้องขุ่นมัวเลยครับ"
ตู๋กูเซียนเหลือบมองสือเฟิง มุมปากกระตุกเล็กน้อย
หากหมอนี่ไม่ใช่คนสนิทของกงเป่ยอวี่ เขาคงฟาดสักปราบไปแล้ว
ลู่เฉินหัวเราะร่าพลางแทรกขึ้นว่า "ท่านอาสือพูดถูกครับ อีกอย่าง ลูกศิษย์ไม่ได้กลัวเจ้าพวกนั้นจริงๆ เสียหน่อย ผมก็แค่เป็นห่วงความปลอดภัยของพี่เสี่ยวหย่าน่ะครับ"
"เจ้าแน่ใจนะ?"
ดวงตาของตู๋กูเซียนหรี่ลงเล็กน้อย พลันล้มเลิกความคิดที่จะรับเขาเป็นศิษย์โดยตรงในทันที
เขาอยากจะเห็นศักยภาพที่แท้จริงของเจ้าเด็กคนนี้
หัวใจของลู่เฉินกระตุกวูบ ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่นด้วยสายตาที่มั่นคง
เขารู้ดีว่าการเรียก "อาจารย์" ลอยๆ ย่อมไม่ทำให้อีกฝ่ายยอมรับฐานะศิษย์อาจารย์ที่แท้จริงได้
สำนักกายาอาจจะเข้าได้ง่าย แต่การเป็นศิษย์ของตู๋กูเซียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
วันหนึ่งเป็นครู ทั้งชีวิตคือบิดา
โดยเฉพาะสำหรับสำนักที่มีประเพณีเก่าแก่ดั้งเดิมอย่างสำนักกายา พวกเขาจะยิ่งให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้เป็นพิเศษ
ยิ่งไปกว่านั้น เป้าหมายของเขาคือการเป็นเจ้าสำนักคนต่อไป
สายตาของตู๋กูเซียนคมปลาบขึ้น พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
"เจ้าหนู ในเมื่อเจ้าไม่กลัว ถ้าอย่างนั้นจงเดินทางคนเดียวจากที่นี่ไปยังที่ทำการส่วนนอกของสำนักกายาซะ
หากเจ้าสามารถไปถึงที่นั่นก่อนรุ่งสาง ข้าจะยอมรับสิ่งที่เจ้าพูดเมื่อครู่"
"อะไรนะ?!"
ทันทีที่สิ้นคำพูด เฉินลวี่ เจียงอี้ซี กงเป่ยอวี่ และถังหย่า ต่างก็ตกใจไปตามๆ กัน
แม้ตู๋กูเซียนจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่นี่หมายความชัดเจนว่าเขามีเจตนาจะรับลู่เฉินเป็นศิษย์!
เฉินลวี่เบิกตากว้าง หัวใจเต็มไปด้วยความตกตะลึง
"จะได้เป็นศิษย์ของเจ้าสำนัก! นี่เป็นสิ่งที่แม้แต่ศิษย์พี่อ้าวเทียนยังทำไม่สำเร็จเลย!"
กงเป่ยอวี่สงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วหลังจากตกใจได้ครู่หนึ่ง
วิญญาณยุทธ์ของลู่เฉินคือร่างกาย และดูจะสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าของตู๋กูเซียนเสียอีก
อัจฉริยะเช่นนี้เหมาะสมที่สุดที่จะสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักคนต่อไป
การที่เจ้าสำนักตั้งบททดสอบเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว
"แต่บททดสอบนี้มันยากเกินไปนะคะ" เธอมัดคิ้วพึมพำ
ระยะทางหกลี้ ปกติแล้ววิญญาณจารย์จะใช้เวลาเพียงชั่วธูปดับ
ทว่าด้านนอกนั้นมีกลุ่มคนนอกรีตที่หิวโหยรออยู่ ซึ่งมีระดับพลังวิญญาณตั้งแต่ระดับอัครวิญญาณจารย์ขึ้นไป และยังมีระดับปรมาจารย์วิญญาณอีกมากมาย
สำหรับลู่เฉินที่เป็นเพียงผู้ฝึกหัดวิญญาณ การจะฝ่าวงล้อมพวกนั้นไปได้ ช่างมีความหวังที่เลือนลางนัก
ประกายแสงวาบผ่านดวงตาของลู่เฉิน เขาเอ่ยยืนยันว่า "ท่านอาจารย์ ท่านพูดจริงนะครับ?"
ตู๋กูเซียนจ้องเขาเขม็ง พลางเอ่ยอย่างหัวเสียว่า
"ข้าผู้เป็นถึงราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับสูง จะไปพูดโกหกเด็กน้อยอย่างเจ้าเพื่ออะไร?"
เขาหยุดเว้นจังหวะครู่หนึ่งก่อนเสริมว่า "แน่นอนว่าหากเจ้าสู้ไม่ไหวจริงๆ ก็อย่าโง่เง่าฝืนตัวเองจนเกินไป รีบส่งเสียงขอความช่วยเหลือซะ"
เขากลัวจริงๆ ว่าเจ้าเด็กนี่จะดื้อรั้นจนต้องมาทิ้งชีวิตไว้ข้างนอก
ลู่เฉินตบหน้าอกตนเอง เอ่ยอย่างมั่นใจว่า "ท่านอาจารย์วางใจเถอะครับ ลูกศิษย์รู้ลิมิตของตัวเองดี!"
...
ลู่เฉินส่งแหวนที่บรรจุกระดูกวิญญาณให้แก่ถังหย่า จากนั้นก็เดินออกจากห้องไปภายใต้สายตาที่งุนงงของสือเฟิง
ตู๋กูเซียนใช้พลังเคลื่อนย้ายถังหย่าและคนอื่นๆ ขึ้นไปบนท้องฟ้า
การทดสอบนี้จัดขึ้นเพื่อลู่เฉินเพียงคนเดียวเท่านั้น
"หัวหน้า ไอ้เด็กนั่นออกมาแล้ว!"
เมื่อเห็นลู่เฉินเดินมาเพียงลำพัง ชายจมูกขอก็รีบเอ่ยขึ้นทันที ก่อนจะถามด้วยความสับสน "ทำไมมีแต่มันล่ะ? ยัยผู้หญิงคนนั้นหายไปไหน?"
ชายรอยแผลเป็นแค่นเสียงเหี้ยม "ใครจะไปสนยัยนั่น! ยัยคนนั้นไม่มีของมีค่าอะไรติดตัวหรอก ขอแค่แหวนวงนั้นยังอยู่ก็พอ"
ว่าแล้ว ดวงตาของเขาก็จ้องมองแหวนอุปกรณ์วิญญาณที่นิ้วกลางของลู่เฉินด้วยความโลภ
ชายจมูกขอคิดตามแล้วเห็นว่ามันก็มีเหตุผล
"ไป!"
ทั้งสองแอบตามไปติดๆ
คนอื่นๆ รอบด้านต่างก็มีความคิดคล้ายกัน พวกเขาพากันลอบติดตามลู่เฉินไปเงียบๆ ในขณะที่เขาเดินออกจากสนามประลองวิญญาณ
ยามนี้เป็นเวลาดึกสงัด ด้านนอกมืดมิดสนิท
ถนนที่เคยพลุกพล่านบัดนี้เหลือเพียงเงาร่างไม่กี่ร่างที่เดินเตร่ไปมา
สายตาของพวกเขาคอยชำเลืองมองมายังทางออกของสนามประลองวิญญาณเป็นระยะ เห็นได้ชัดว่ากำลังมองหาเหยื่อที่เหมาะสม
ลู่เฉินเหลือบมองด้วยหางตา เขาสัมผัสได้ว่ามีสายตามากมายกำลังจับจ้องมาที่เขา
"ดูเหมือนจะรอกันไม่ไหวแล้วสินะ"
ดวงตาของลู่เฉินหรี่ลงเล็กน้อย ประกายแห่งความตื่นเต้นวาบผ่านเข้ามา
"ถ้าอย่างนั้น... มาเริ่มกันเลย!"
สิ้นเสียงคำพูด พื้นดินใต้เท้าของเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และร่างของเขาก็พุ่งออกไปราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่
แสงสีทองเจิดจ้าห่อหุ้มร่างกายของเขาไว้
มันคือวิญญาณยุทธ์สถิตร่าง!
"แย่แล้ว ไอ้เด็กนี่คิดจะหนี!"
ชายรอยแผลเป็นที่อยู่ด้านหลังตกใจ รีบปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์เพื่อไล่ตามไปทันที
"เจ้าหนู แกหนีไม่พ้นหรอก! ส่งแหวนมาให้พวกเราดีๆ ซะ!"
ในเวลานี้ เสียงตะโกนเย็นชาพลันดังขึ้นจากบนถนน "ทักษะวิญญาณที่สาม เถาวัลย์ปีศาจพันธนาการ!"
วงแหวนวิญญาณสีเหลืองกระพริบแสง เถาวัลย์สีเขียวหลายเส้นพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ใกล้เคียง
พวกมันเลื้อยรัดราวกับอสรพิษเข้าพันรอบตัวลู่เฉิน หมายจะสกัดกั้นเส้นทางข้างหน้าของเขาไว้อย่างสมบูรณ์
"อัครวิญญาณจารย์งั้นเหรอ..."
แววตาของลู่เฉินคมปลาบ ฝีเท้าของเขาไม่มีความลังเล
มือขวาของเขาวาบผ่าน มีดสั้นปรากฏขึ้นในอุ้งมือ
มันคืออุปกรณ์วิญญาณโจมตีระยะประชิดระดับ 6 "คมมีดวิญญาณ" ที่เป่ยอวี่เสวียนมอบให้เป็นของขวัญนั่นเอง
แม้ว่าด้วยระดับพลังวิญญาณในตอนนี้ เขาจะไม่สามารถเปิดใช้งานพลังของมันได้อย่างเต็มที่
แต่ความคมของตัวมีดเองก็เหนือชั้นกว่ามีดดาบทั่วไปอย่างเทียบไม่ได้
ลู่เฉินตวัดแขนขวาอย่างรวดเร็ว
ประกายเย็นวาบผ่านไป เถาวัลย์ทั้งหมดที่ขวางหน้าถูกตัดขาดกระจุย
"ช่างเป็นมีดสั้นอุปกรณ์วิญญาณที่คมกริบยิ่งนัก!"
เมื่อเห็นลู่เฉินหลุดออกมาได้ ดวงตาของอัครวิญญาณจารย์ผู้นั้นก็ลุกวาวด้วยความยินดีแทนที่จะเป็นโทสะ "ฮ่าๆ อุปกรณ์วิญญาณชิ้นนี้ต้องอยู่ในระดับ 5 เป็นอย่างน้อย มูลค่าต้องหลายหมื่นเหรียญทองแน่!"
เมื่อคิดได้ดังนั้น ความโลภในดวงตาก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น วงแหวนวิญญาณสีขาวพลันสว่างขึ้นใต้เท้าของเขาในทันที
"ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง แส้เถาวัลย์ปีศาจ!"
เถาวัลย์เส้นหนาพุ่งออกมาจากใต้เท้า ตวัดเข้าใส่ลู่เฉินราวกับแส้ยาว
"ทักษะวิญญาณขยะอะไรกันเนี่ย?"
มุมปากของลู่เฉินกระตุกเล็กน้อย เขาเบี่ยงกายหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย
ทว่าในวินาทีนั้น เงาร่างหนึ่งก็พลันพุ่งออกมาจากทางซ้าย มีดสั้นที่แหลมคมแทงตรงเข้าที่ลำคอของเขา
มีชั้นของก๊าซพิษสีเขียวเคลือบอยู่บนใบมีดนั้นด้วย
"ตายซะ!"
ดวงตาของคนผู้นั้นฉายแววเหี้ยมเกรียมพร้อมรอยยิ้มประดุจงูพิษ
ในเวลาเดียวกัน อีกร่างหนึ่งก็ไล่ตามมาถึงด้านหลังของลู่เฉิน กรงเล็บที่แหลมคมทอแสงเย็นเยียบชวนขนลุก
วงแหวนวิญญาณวงที่สามของพวกเขาสว่างขึ้นพร้อมกัน
เห็นได้ชัดว่านี่คือการร่วมมือกันโจมตีของอัครวิญญาณจารย์สองคน!
"ถูกอัครวิญญาณจารย์สองคนรุมโจมตีจากทั้งหน้าและหลัง ศิษย์น้องเล็กจะหลบพ้นไหมคะ?" เจียงอี้ซีเต็มไปด้วยความกังวล
"เขาทำได้แน่นอน!"
ถังหย่ากำหมัดแน่น น้ำเสียงหนักแน่น "ฉันเชื่อมั่นในตัวเขา!"
เมื่อต้องเผชิญกับการรุมโจมตี ดวงตาของลู่เฉินกลับเย็นเยียบโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
เขามองข้ามการโจมตีจากด้านหลัง และยื่นฝ่ามือซ้ายเข้าหาพุ่งมีดสั้นที่อยู่ตรงหน้าโดยตรง
"ฉึก!"
มีดสั้นทิ่มทะลุฝ่ามือของลู่เฉินไปได้อย่างง่ายดาย คนผู้นั้นแสยะยิ้มอย่างดูแคลน
"เจ้าเด็กนี่ ยังอ่อนหัดนัก! ทั้งที่มีอาวุธไว้ป้องกัน แต่กลับลนลานจนต้องใช้มือเปล่ามารับเอาไว้"
ทว่าในวินาทีถัดมา เมื่อเขาพยายามจะชักมีดกลับ เขากลับพบว่าข้อมือของตนถูกลู่เฉินยึดไว้แน่นจนขยับไม่ได้!
"อะไรกัน?!" คนผู้นั้นทั้งตกใจและโกรธเกรี้ยว
ในชั่วพริบตาที่เขากำลังเสียสมาธิ มีดสั้นในมือของลู่เฉินก็แทงสวนขึ้นจากใต้คางของเขาอย่างกะทันหัน
มันพุ่งทะลุผ่านกระหม่อมจากล่างขึ้นบน นำพามาซึ่งฝอยเลือดที่ร้อนระอุ
รูม่านตาของคนผู้นั้นขยายกว้างในทันที แม้ในยามตายเขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าตนเองจะมาจบชีวิตลงง่ายๆ เช่นนี้
ลู่เฉินมีสีหน้าเรียบเฉย เขารีบหมุนกายอย่างรวดเร็วโดยใช้ศพเป็นโล่กำบังให้ตัวเอง
"แควก!"
บาดแผลฉกรรจ์สามรอยปรากฏขึ้นบนร่างของศพนั้นแทน
คนที่อยู่ด้านหลังถึงกับเปลี่ยนสีหน้าและร้องออกมาด้วยความตกใจ
"งูสายฟ้า!"
ลู่เฉินอาศัยแรงปะทะถอยฉากออกมาอย่างรวดเร็ว และลงสู่พื้นตรงกึ่งกลางถนน
เขาสะบัดศพทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ บาดแผลที่ฝ่ามือซ้ายของเขาบัดนี้กลับคืนสู่สภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว