- หน้าแรก
- อสูรวิญญาณสะท้านภพ
- อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 182 จับอสูรวิญญาณสำเร็จ
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 182 จับอสูรวิญญาณสำเร็จ
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 182 จับอสูรวิญญาณสำเร็จ
เล่มที่ 2 บทที่ 182 จับอสูรวิญญาณสำเร็จ
“ปี๊~~~”
ภูตเทพจตุรธาตุถูกโมเซี่ยม้วนกวาดขึ้นไปแล้ว ก็ส่งเสียงแหลมโหยหวนด้วยความเจ็บปวดในทันที ร่างกายดุจเครื่องเคลือบค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด ภูตเทพจตุรธาตุบิดเรือนกาย รวบรวมเปลวไฟร้อนระอุก้อนหนึ่ง แล้วเริ่มเผาไหม้ส่วนหางของโมเซี่ย!
เปลวไฟสีแดงฉานลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง แปรเป็นลิ้นไฟนับไม่ถ้วนพุ่งพล่านไปทั่ว จุดอากาศรอบข้างให้ติดไฟอย่างรวดเร็ว พลังร้อนระอุปะทะเข้ามาเต็มหน้า ทำให้ฉูมู่รู้สึกราวกับเส้นเลือดทั่วร่างถูกจุดติด!
“เพลิงโลหิต!” ใบหน้าฉูมู่เผยแววยินดี
โดยทั่วไปแล้ว อสูรวิญญาณสายพันธุ์ผู้บัญชาการต้องถึงระดับเจ็ดจึงจะมีโอกาสครอบครองผลึกพลังระดับสูงกว่าได้ ผู้ที่สามารถควบคุมได้ก่อนถึงระดับเจ็ด ล้วนถือว่ามีพรสวรรค์สูงยิ่ง ภูตเทพจตุรธาตุตัวนี้น่าจะอยู่ราวๆ ระดับหกขั้นสอง หากมันมีเพลิงโลหิต ก็ยิ่งแสดงว่ามันมีพรสวรรค์ด้านธาตุไฟเหนือกว่าอสูรวิญญาณประเภทภูตธาตุทั่วไป
เพลิงโลหิตที่ภูตเทพจตุรธาตุครอบครองนั้น มิอาจนับว่าอ่อนแอ ทว่าโมเซี่ยเองก็เป็นผู้ควบคุมเพลิงโลหิต อีกทั้งยังมีเพลิงปีศาจอีกชนิดหนึ่ง เพลิงโลหิตของภูตเทพจตุรธาตุจึงทำได้เพียงให้ปลายหางของโมเซี่ยมีกลิ่นไหม้จางๆ หาได้สร้างความเสียหายจริงจังไม่
“ค้อนเก้าหาง!”
“อู้~~~~~~~”
โมเซี่ยเชิดศีรษะสูง ส่งเสียงยาวหนึ่งครา หางทั้งเก้าฟาดลงสู่พื้นอย่างหนักหน่วง กระแทกใส่ก้อนหินหนาทึบก้อนหนึ่งจนแตกเป็นผุยผง พื้นภูเขายุบต่ำลงไปอย่างเห็นได้ชัด!
พลังของค้อนเก้าหางนั้น ต่อให้เป็นราชันระดับเก้าก็ยังอาจถูกทุบจนมึนงงได้ การโจมตีครั้งนี้ หากตกลงเต็มๆ แทบจะสังหารภูตเทพจตุรธาตุได้ในพริบตา โมเซี่ยเองก็รู้จักกะน้ำหนัก มันจะไม่ฆ่าภูตเทพจตุรธาตุจริงๆ
“ปี๊~~~~~~”
ภูตเทพจตุรธาตุครางครวญทันที ร่างงดงามสูงหนึ่งเมตรปรากฏรอยแตกร้าวเสียหายชัดเจน มันกลิ้งดิ้นไม่หยุดอยู่บนพื้น
ฉูมู่ฉวยจังหวะที่ภูตเทพจตุรธาตุกำลังเจ็บปวดที่สุด รีบท่องคาถาในทันที ใช้คาถาจับอสูรวิญญาณ บังคับเก็บภูตเทพจตุรธาตุตัวนี้เข้าไปในแหวนอสูรวิญญาณของตน
เมื่ออสูรวิญญาณได้รับบาดเจ็บสาหัส ย่อมต้องทนทุกข์ทรมานอยู่บ้าง และในยามนี้ หากใช้คาถาจับอสูรวิญญาณ ส่งพวกมันเข้าไปในแหวนอสูรวิญญาณซึ่งคล้ายมิติจิตวิญญาณ ก็จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ระดับหนึ่ง อสูรวิญญาณที่เจตจำนงไม่แข็งแกร่งนัก มักจะไม่ดิ้นรนขัดขืนการเข้าสู่แหวนอสูรวิญญาณของผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณ เช่นนี้ผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณก็ถือว่าจับได้สำเร็จ
ทว่า ยิ่งอสูรวิญญาณมีสติปัญญาเติบโตเต็มที่เท่าใด การจับยิ่งยากขึ้นเท่านั้น ระดับหกขั้นสองนับว่าเป็นวัยที่สติปัญญาสุกงอมแล้ว มันไม่มีทางยอมเป็นเชลยของผู้อื่นโดยง่าย
พลังของคาถาจับอสูรวิญญาณกดทับลงบนอสูรวิญญาณตัวนี้ เมื่อพลังจิตของฉูมู่แทรกเข้าสู่จิตวิญญาณของมัน เขาก็สัมผัสได้ทันทีถึงแรงกระแทกทางจิตอันรุนแรงที่สะท้อนกลับมาหาเขา
แรงกระแทกนี้คือการโจมตีทางจิตวิญญาณรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อจิตวิญญาณของผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณได้ระดับหนึ่ง หากผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณมีความต้านทานทางจิตอ่อนแอ ก็อาจได้รับบาดแผลทางจิตเช่นกัน
แน่นอนว่า ตอนนี้ฉูมู่อยู่ในขอบเขตราชันจิตวิญญาณอสูร การต่อต้านทางจิตของภูตธาตุสายพันธุ์ผู้บัญชาการระดับหกขั้นสอง ย่อมไม่อาจสร้างความเสียหายแก่เขาได้มากนัก เมื่อปราการจิตวิญญาณของฉูมู่ก่อตัวขึ้น ก็สลายแรงสะท้อนทางจิตของอสูรวิญญาณตัวนี้ได้อย่างง่ายดาย
คาถาถูกท่องขึ้นอีกครั้งอย่างเยือกเย็น โอกาสสำเร็จในครั้งเดียวมิได้สูงนัก ท้ายที่สุดนี่คือผู้บัญชาการระดับหก ฉูมู่ย่อมไม่ยอมเลิกราเร็วเพียงนั้น
“โมเซี่ย ควบคุมจิตใจ”
ในขณะที่ฉูมู่ขยับพลังจิตท่องคาถา เขาก็ถ่ายทอดเจตนาของตนไปถึงโมเซี่ยพร้อมกัน ดวงตาของโมเซี่ยเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน แสงสีเงินขาวพลันเบ่งบาน คลื่นพลังจิตอันรุนแรงสายหนึ่งพุ่งทะลวงเข้าไปในจิตวิญญาณของภูตเทพจตุรธาตุ
ทักษะด้านจิตวิญญาณต่ออสูรวิญญาณประเภทภูตธาตุให้ผลไม่เด่นชัดนัก ทว่าอย่างน้อยก็ยังสร้างแรงกระแทกทางจิตได้บ้าง วิธีนี้ย่อมทำให้อัตราสำเร็จของคาถาจับอสูรวิญญาณของฉูมู่สูงขึ้นอีกหลายส่วน
เป็นดังคิด เมื่อทักษะทางจิตของโมเซี่ยเข้าแทรกแซง ภูตเทพจตุรธาตุที่ถูกหางของโมเซี่ยพันธนาการไว้ ดวงตาพลันฉายแววเลื่อนลอย ความตั้งใจต่อต้านอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“ดี ได้มาอีกตัวแล้ว” ฉูมู่ยิ้มขึ้นบนใบหน้า
ภูตเทพจตุรธาตุเดิมทีก็เป็นอสูรวิญญาณที่หายากในประเภทภูตธาตุอยู่แล้ว เพียงภูตเทพจตุรธาตุทั่วไป ราคาก็แตะหลักล้าน ยิ่งไปกว่านั้นมันยังควบคุมเพลิงโลหิตซึ่งเป็นผลึกพลังธาตุไฟได้แล้ว ราคาย่อมต้องพุ่งขึ้นอีกหลายเท่า
คาถาจับอสูรวิญญาณแปรเป็นตราประทับ ค่อยๆ หดตัวมุดเข้าไปในร่างของภูตเทพจตุรธาตุ เมื่อใดที่ตราประทับเข้าไปครบถ้วน ก็หมายความว่าอสูรวิญญาณตัวนี้ยอมละทิ้งการต่อต้านโดยสิ้นเชิง และจะเข้าสู่แหวนอสูรวิญญาณด้วยตนเอง
“โหน่งโหน่ง!!!!!!!!!!!!”
ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นจากไม่ไกล สะเทือนจนภูเขารอบด้านสั่นไหวอย่างชัดเจน! เสียงคำรามนั้นหนักแน่นเกรียงไกร ถึงกับฝืนตัดคาถาจับอสูรวิญญาณของฉูมู่ในจังหวะที่เขาใกล้จับกุมสำเร็จ!
ฉูมู่หันกลับไปอย่างประหลาดใจ สายตากวาดผ่านโขดหินสูงต่ำไม่เสมอกัน เพียงชั่วพริบตาก็เห็นอสูรวิญญาณขนาดมหึมาตัวหนึ่งยืนอยู่ระหว่างแท่งหินรูปหน่อไม้สองแท่ง ร่างมันถูกหุ้มด้วยสิ่งที่คล้ายหมวกเกราะแม่ทัพ!
“โหน่งโหน่ง!!!!!!!!!!!!”
เสียงครืนครั่นดังขึ้นอีกครั้ง ภูเขาสั่นสะเทือน ศีรษะนั้นกระโจนขึ้นจากช่องว่างระหว่างภูเขาสองลูก เผยร่างศิลาสง่างามดุดัน!
ลำตัวสูงใหญ่ดุจเผ่ายักษ์ ถูกปกคลุมด้วยเกราะหินสีดำปนน้ำตาลหนาเตอะของธาตุปฐพี มองไปคล้ายเกราะทองสัมฤทธิ์สีน้ำตาล แข็งกระด้างเย็นเยียบ แผ่กลิ่นอายดุร้ายใหญ่โตชวนหวาดหวั่น!
“ขุนพลหินผนึกเสริมพลัง ระดับแปด!”
[ขุนพลหิน: อสูรวิญญาณประเภทภูตธาตุ ธาตุปฐพี เผ่าพันธุ์โกเลม เผ่าย่อยขุนพลหิน สายพันธุ์นักรบ]
ขุนพลหินสายพันธุ์นักรบ นับเป็นยอดสูงสุดในประเภทภูตธาตุ เพียงความองอาจดุจแม่ทัพผู้กวาดล้างไร้ผู้ต้าน ก็พอมองออกแล้วว่าพลังต่อสู้ของมันใกล้เคียงกับผู้บัญชาการจำนวนไม่น้อย!
“ต้าเย่ จ้านเย่ พัวพันมันไว้!” ฉูมู่ท่องคาถาทันที เรียกต้าเย่กับจ้านเย่ออกมา ให้พวกมันรับมืออสูรวิญญาณธาตุปฐพีสายพันธุ์นักรบตัวนี้
ฉูมู่ย่อมไม่ยอมปล่อยภูตเทพจตุรธาตุที่อยู่ในมือ เขาท่องคาถาอีกครั้ง บังคับจับกุมภูตเทพจตุรธาตุเข้าสู่แหวนอสูรวิญญาณของตน
“โหน่งโหน่ง!!!!!!!!!”
ทันทีที่ฉูมู่เริ่มท่องคาถา ขุนพลหินก็คำรามทันควัน หวังใช้ทักษะคำรามตัดคาถาของฉูมู่
ทว่าฉูมู่เตรียมการไว้แล้ว ครั้นเสียงคำรามพุ่งเข้ามา เขาก็ยึดมั่นพลังจิตของตนอย่างแน่วแน่ ท่องคาถาจับอสูรวิญญาณต่อไปอย่างลื่นไหลจนจบ
ตราประทับสีน้ำเงินเข้มปรากฏขึ้นอีกครั้ง เมื่อฉูมู่เปล่งวรรคสุดท้าย ตราประทับก็หลอมรวมเข้าไปในร่างของภูตเทพจตุรธาตุที่บาดเจ็บ ร่างของมันค่อยๆ เลือนสลาย จากลวดลายค่อยๆ มุดเข้าสู่แหวนอสูรวิญญาณของฉูมู่
“โหน่งโหน่ง!!!!!!!!! โหน่ง!!!!!!!!!!!!!!!”
ขุนพลหินเห็นภูตเทพจตุรธาตุถูกฉูมู่จับกุม ดวงตาสีดำปนน้ำตาลคู่นั้นกลับพ่นไอสีดำออกมา กลายเป็นพลังมืดที่อัดแน่นด้วยอารมณ์เดือดดาล แผ่คลุมพื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมด! พลังของขุนพลหินระดับแปดที่ถูกเสริมแกร่งนั้น เกรงว่าเริ่มเข้าใกล้โกเลมหินหางตะขาบที่ฉูมู่เคยพบในเทือกเขาบาปในครั้งก่อนเสียแล้ว กลิ่นอายธาตุมืดของมันถึงกับกดทับรัศมีของต้าเย่กับจ้านเย่ได้!
“โมเซี่ย ไปช่วยพวกเขา” ฉูมู่ย่อมรู้ว่าขุนพลหินระดับแปดตัวนี้แข็งแกร่งยิ่ง จึงให้โมเซี่ยเข้าร่วมศึก
“อู้ อู้ อู้~~~~~~”
โมเซี่ยเปล่งเสียงคำรามยาว อำนาจบ้าคลั่งของผู้ยิ่งใหญ่ถูกปลดปล่อยอย่างไม่ปิดบัง เงาร่างวูบหนึ่งครั้ง ก็แทบจะปรากฏตรงหน้าขุนพลหินที่กำลังพุ่งเข้ามาในชั่วพริบตา!
“ดาบเพลิงราชัน!!”
ดาบเพลิงกรีดเฉียบผ่านอกของขุนพลหิน ขุนพลหินถอยกรูดไปหลายก้าว ฝ่ามือใหญ่กำยำคว้าก้อนหินมหึมาสูงตระหง่านสองก้อนเอาไว้
“พลังป้องกันสูงนัก…” ฉูมู่เหลือบมองหน้าอกของขุนพลหิน กลับพบว่าบนร่างมันมีเพียงรอยตื้นๆ เท่านั้น!
แม้จะไม่มีอาวุธวิญญาณครอบคลุมทุกสภาวะระดับหกแล้ว แต่การโจมตีของดาบเพลิงราชันของโมเซี่ยก็ยังแตะระดับแปดขึ้นไป การโจมตีระดับแปดกลับทิ้งไว้เพียงรอยตื้นบนร่างอสูรวิญญาณธาตุปฐพีตัวนี้ นั่นหมายความว่าการป้องกันของมันเกรงว่าจะถึงระดับแปด!
โดยทั่วไปแล้ว มีเพียงอสูรวิญญาณธาตุปฐพีสายพันธุ์ผู้บัญชาการเท่านั้น ที่เมื่ออยู่ระดับแปดจึงจะมีการป้องกันระดับแปดได้ แต่ขุนพลหินสายพันธุ์นักรบตัวนี้กลับทำได้ตั้งแต่ระดับแปดขั้นสาม เห็นได้ชัดว่ามันผ่านการเสริมแกร่งด้วยสมบัติทางจิตญญาณธาตุปฐพีบางอย่างมาแล้ว และไม่ใช่เพียงครั้งเดียว
“เป็นผลึกศิลาดำ ตัวนี้คือขุนพลศิลาดำที่ดูดซับธาตุมืด พลังต่อสู้ไม่ด้อยไปกว่าสายพันธุ์ผู้บัญชาการขั้นสูงสุดเลย อสูรวิญญาณป่าที่เสริมแกร่งได้ถึงระดับนี้ นับเป็นปาฏิหาริย์ ลองดูว่าจะจับกุมได้หรือไม่ ถ้าได้ เอาไปขายก็มีเป็นล้าน” แร็กคูนเฒ่าหลี่เอ่ย
อสูรวิญญาณที่ถูกจับส่วนใหญ่ประเมินมูลค่าจากศักยภาพ ขุนพลหินตัวนี้พลังต่อสู้ชัดเจนว่าเหนือกว่าภูตเทพจตุรธาตุมาก ทว่าพื้นที่ให้ยกระดับกลับเหลือจำกัดแล้ว แน่นอนว่าอสูรวิญญาณระดับแปดเช่นนี้ สติปัญญาสุกงอมยิ่ง โอกาสจะจับกุมแทบเลือนราง ต่อให้ใช้พลังวิญญาณจนหมดเกลี้ยงก็อาจไม่สำเร็จ
“หนามเกราะหมึก!!”
ความเร็วของอัศวินรัตติกาลจ้านเย่ก็ไม่ช้าแล้วเช่นกัน อาศัยจังหวะที่โมเซี่ยกับราชสีห์เงาสายฟ้าดึงความสนใจของขุนพลหิน จ้านเย่ใช้เคลื่อนเงาปรากฏด้านหลังมัน แล้วแทงหนามเกราะหมึกเข้าใส่ร่างมันอย่างโหดเหี้ยม!
“โหน่งโหน่ง!!!!!!!!!”
หนามเกราะหมึกที่สามารถเมินการป้องกันส่วนใหญ่ได้ แทงทะลุเข้าไปโดยไร้อุปสรรค ผลของความมืดกัดกร่อนแผ่ลามไปถึงขาของขุนพลหิน!
“โจมตีขามัน!” ฉูมู่ออกคำสั่งทันที
ดาบเพลิงราชัน!!!! ลำแสงแห่งความตาย!!!
สองทักษะถล่มลงที่ขาของขุนพลหินในเวลาเดียวกัน ขาที่ถูกกัดกร่อนทำให้พลังป้องกันลดต่ำกว่าระดับแปด เมื่อถูกโจมตีซ้ำ ตำแหน่งต้นขาแข็งดุจหินพลันเกิดรอยแหว่งไหม้ดำขนาดใหญ่ ร่างกายมันเตี้ยลงอย่างเห็นได้ชัด!
“โมเซี่ย โซ่เก้าหาง!”
“อู้ อู้ อู้~~~~~”
หางทั้งเก้าพลันแปรเป็นโซ่เก้าหางที่ทั้งแข็งทั้งอ่อน พาดผ่านลำตัวขุนพลหิน ก่อนจะปักลงพื้นอย่างหนักหน่วง แล้วรัดตรึงหน้าอกและศีรษะของมันไว้แน่น
คาถาจับอสูรวิญญาณถูกท่องขึ้น ในจังหวะที่ขุนพลหินถูกควบคุม ฉูมู่ก็ตัดสินใจเด็ดขาด ใช้ทักษะจับอสูรวิญญาณฝืนดึงขุนพลหินตัวนี้เข้าสู่มิติจิตวิญญาณ!
“โหน่งโหน่ง!!!!!!!!!”
แรงสะท้อนกลับทางจิตวิญญาณอันรุนแรงพุ่งกระแทกเข้าสู่จิตวิญญาณของฉูมู่ ทำให้จิตวิญญาณของเขาสั่นไหวอย่างชัดเจน
“เลิกเถอะ เจ้าตัวใหญ่ตัวนี้ ต่อให้ท่านใช้พลังวิญญาณจนหมด มันก็ไม่ยอมสยบหรอก” แร็กคูนเฒ่าหลี่กล่าวเสียงเรียบ