- หน้าแรก
- อสูรวิญญาณสะท้านภพ
- อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 7 เจ้าหญิงหิมะ vs อสูรฝันร้ายสีฟ้า
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 7 เจ้าหญิงหิมะ vs อสูรฝันร้ายสีฟ้า
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 7 เจ้าหญิงหิมะ vs อสูรฝันร้ายสีฟ้า
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 7 เจ้าหญิงหิมะ vs อสูรฝันร้ายสีฟ้า
“เซี่ยกวงฮั่น มิใช่ว่าข้าสงสัยวิจารณญาณของเจ้า เจ้าหญิงหิมะตนนั้นเป็นนักรบชั้นยอดจริง แต่ถึงอย่างไรอสูรฝันร้ายสีฟ้าก็คืออสูรฝันร้ายสีฟ้า… เจ้าหญิงหิมะต้องถึงระดับหกจึงจะพอเทียบกับอสูรฝันร้ายสีฟ้าระดับห้าได้ง ส่วนเจ้าหญิงหิมะระดับห้าขั้นเก้า แถมยังจะจัดการให้เสร็จภายในห้านาที…” โจวลู่เหลิงกล่าว
“ในเมื่อเจ้ากังขาคำของข้า เช่นนั้นเราก็ตั้งเดิมพันกันได้ ยังเป็นคริสตัลจิตวิญญาณคุณสมบัติคู่ระดับสี่เหมือนเดิม ว่าอย่างไร?” เซี่ยกวงฮั่นมองโจวลู่เหลิง ก่อนเอ่ยอย่างเรียบเฉย
โจวลู่เหลิงเผยสีหน้าลังเล แม้เขาจะไม่ชอบซูอวี่ผู้ครอบครองอสูรฝันร้ายสีฟ้าเอาเสียเลย ถึงขั้นมีความรังเกียจอยู่หลายส่วน แต่ความต่างของพลังระหว่างอสูรวิญญาณทั้งสองกลับชัดเจนจริงๆ
โจวลู่เหลิงกับเซี่ยกวงฮั่นเดิมทีก็ไม่ลงรอยกันอยู่แล้ว เขาเหลือบมองอสูรฝันร้ายสีฟ้าในสนามรบที่อานุภาพกดทับเต็มเปี่ยม สุดท้ายกลับตอบตกลงทันควัน “เอาตามที่เจ้าว่า!”
เซี่ยกวงฮั่นยิ้มบาง ไม่กล่าวต่อ สายตาจับจ้องสนามรบ โจวลู่เหลิงเองก็ทุ่มความสนใจทั้งหมดลงไปในสนามเช่นกัน เมื่อคนใหญ่คนโตสองฝ่ายงัดข้อกัน การต่อสู้ครั้งนี้ย่อมยิ่งน่าดูขึ้นไปอีก!
ในสนามรบ
ซูอวี่ยืนอยู่ริมเหวลึกตลอดเวลา อสูรฝันร้ายสีฟ้าของเขามีความสามารถลอยตัวได้แล้ว ร่างกายเปลววิญญาณสีฟ้าขับเน้นเรือนร่างอัปมงคลกำยำดุจอัศวินแห่งความตาย เพลิงวิญญาณสีฟ้าเข้มลึกล้ำลอยวนอย่างอิสระเหนือเหวลึก!!
เจ้าหญิงหิมะก็มีความสามารถลอยตัวเช่นกัน น้ำแข็งลึกลับพร่ามัวรองรับร่างใสกระจ่างดุจผลึกแก้วคริสตัลของนาง แขนเรียวยาวทั้งสองข้างร่ายรำอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นในปากก็ร่ายคาถาภูตเป็นสายๆ ที่ยากจะเข้าใจ!
“เดี๋ยวจะทำให้เจ้าหญิงหิมะของเจ้าเหลือแค่น้ำเย็นเจิ่งนอง!” ซูอวี่ไม่ใช้ทักษะวิญญาณใดๆ เลย เพียงสั่งการอย่างหยิ่งผยองให้อสูรฝันร้ายสีฟ้าก้าวข้ามเหวมหึมากว้างยี่สิบเมตร พุ่งสังหารไปยังตำแหน่งของฉูมู่
ฉูมู่เองก็ไม่ใช้ทักษะวิญญาณ ที่จริงหากมีทักษะวิญญาณเหมาะสม เขาย่อมไม่ปล่อยไว้ไม่ใช้ เพียงแต่ เนตรโลหิต ส่งผลได้เฉพาะอสูรวิญญาณสายสัตว์อสูรเท่านั้น กล่าวคือ เนตรโลหิตใช้ได้กับโมเซี่ยเท่านั้น
ฉูมู่ไม่เคยพูดมากยามต่อสู้ เพราะทันทีที่ศัตรูปรากฏตรงหน้า เขาจะทุ่มทั้งกายใจลงไปทั้งหมด เว้นเสียแต่ยืนยันได้ว่าศัตรูตายแล้ว มิฉะนั้นจะไม่ผ่อนคลายความระวังแม้แต่น้อย นี่คือความเคยชินที่ฉูมู่สั่งสมมาตลอดสามปี หากไม่มีสัญชาตญาณแบบเงื่อนไขนี้ ฉูมู่คงตายไปแล้วไม่น้อยกว่าสิบครั้ง!
“งานเต้นรำของเทพีหิมะ!”
คาถาภูตของเจ้าหญิงหิมะแทบไม่เคยขาดตอน เจ้าหญิงหิมะระดับห้าขั้นเก้า หลังเติบโตผ่านวิวัฒนาการตลอดสามปี ก็ไม่ใช่เด็กน้อยใสซื่อชวนเอ็นดูดังเดิมอีกต่อไป หากค่อยๆ เผยความได้เปรียบอันเด็ดขาดในฐานะบุตรแห่งน้ำแข็งและเวหา ภายใต้แรงกดดันของกลิ่นอายสายพันธุ์ผู้บัญชาการอันแข็งแกร่งของอสูรฝันร้ายสีฟ้า นางกลับไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม นางเหมือนฉูมู่ เต็มไปด้วยจิตวิญญารแห่งการต่อสู้ที่ไม่ยอมศิโรราบ!!
เกล็ดหิมะแปดแฉกสีขาวนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นไม่หยุดเหนือเหวลึกล้ำ เกล็ดน้ำแข็งคมกริบเหลือคณานับโบยบิน เบ่งบานเป็นดอกไม้น้ำแข็งงดงามตระการตาแต่เย็นเยียบ!!
“สวยแต่ไร้สาระ!”
ซูอวี่หัวเราะอย่างดูแคลน ก่อนสั่งให้อสูรฝันร้ายสีฟ้าใช้ร่างอันทรงพลังพุ่งฝ่าทุ่งดอกไม้น้ำแข็งที่ร่ายรำเหนือเหวลึกนั้นโดยตรง!
“งานเต้นรำของเทพีหิมะ ซ้อนทับ”
เห็นอสูรฝันร้ายสีฟ้าล้ำลึกเข้ามาในอาณาเขตงานเต้นรำของเทพีหิมะ ฉูมู่กลับกยิ้มขึ้นทันที แล้วออกคำสั่งแก่เจ้าหญิงหิมะในฉับพลัน งานเต้นรำของเทพีหิมะเดิมทีก็เป็นทักษะที่สร้างความเสียหายรุนแรงอยู่แล้ว หากซ้อนทับทักษะ ผลลัพธ์ย่อมเพิ่มพูนขึ้นในทันใด อสูรฝันร้ายสีฟ้าที่อยู่ท่ามกลางงานเต้นรำของเทพีหิมะ ถูกบุปผาน้ำแข็งนับไม่ถ้วนห่อหุ้มอย่างรวดเร็ว เปลววิญญาณสีฟ้าเข้มบนร่างกลับหม่นลงไปหลายส่วน!
“ทักษะซ้อนทับ…” สีหน้าของโจวลู่เหลิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทักษะซ้อนทับเป็นเคล็ดวิชาพิเศษของอสูรวิญญาณประเภทภูตธาตุ จะฝึกได้หรือไม่ ไม่ได้เกี่ยวกับลำดับชั้นเผ่าพันธุ์หรือการบ่มเพาะเลย แต่ขึ้นอยู่กับความเข้าใจและการฝึกอย่างหนักของอสูรวิญญาณล้วนๆ!
ธาตุเย็นย่อมกดข่มธาตุไฟได้อย่างรุนแรงอยู่แล้ว แม้สิ่งที่อสูรฝันร้ายสีฟ้าครอบครองจะเป็นเพลิงวิญญาณที่เผาไหม้ดวงวิญญาณ ทว่าก็ยังนับเป็นธาตุไฟชนิดหนึ่ง เมื่อใช้เพียงงานเต้นรำของเทพีหิมะท่าเดียว อสูรฝันร้ายสีฟ้ายังพอรับไหว แต่พอซ้อนทับเข้าด้วยกัน เปลววิญญาณสีฟ้าเข้มบนร่างมันก็เริ่มหม่นดับลงอย่างรวดเร็ว
“แค่นี้เองหรือ จะมาสู้กับอสูรฝันร้ายสีฟ้าของข้าได้อย่างไร!” ซูอวี่แม้เดือดดาลแต่ไม่ตื่นตระหนก พลันส่งคำสั่งไปยังอสูรฝันร้ายสีฟ้าทันที
อสูรฝันร้ายสีฟ้าที่ถูกดอกไม้เย็นเยียบนับไม่ถ้วนห่อหุ้ม เริ่มหมุนร่าง ความเร็วในการหมุนยิ่งทวีขึ้นเรื่อยๆ จนค่อยๆ แปรเป็นพายุหมุนเพลิงสีฟ้าเข้มสายหนึ่ง
พายุหมุนเพลิงสลัดหลุดจากการพันธนาการของงานเต้นรำของเทพีหิมะที่ซ้อนทับกันอย่างรวดเร็ว แถมยังพุ่งข้ามร่องลึกไปตรงๆ โถมเข้าหาเจ้าหญิงหิมะที่ลอยอยู่ตรงขอบร่องลึก!
เผชิญหน้าการกวาดถล่มอันดุดันของอสูรฝันร้ายสีฟ้า สายตาของฉูมู่ยังคงเฉยชา เพียงจ้องมองเจ้าหญิงหิมะที่อยู่ไม่ไกลตรงหน้าเขา แม้เพลิงวิญญาณสีฟ้าเข้มอันน่าหวาดผวาจะประชิดเข้ามา ฉูมู่ก็ยังไม่ขยับแม้แต่น้อย
เช่นเดียวกัน เจ้าหญิงหิมะยืนอยู่ที่เดิม เผชิญหน้าพายุหมุนเพลิงของอสูรฝันร้ายสีฟ้าอย่างสงบนิ่งยิ่งนัก พลางร่ายคาถาอย่างมั่นคง
“ตาย!!” ซูอวี่พ่นคำนี้ออกมาอย่างเย็นชา
เห็นว่าอสูรฝันร้ายสีฟ้าใกล้เข้ามา ฉูมู่จึงค่อยขยับความคิด ส่งคำสั่งออกไป
ส่วนเจ้าหญิงหิมะนั้นเตรียมคาถาไว้แล้ว ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แทบจะทันทีที่อสูรฝันร้ายสีฟ้าประชิด รอบกายเจ้าหญิงหิมะก็ปรากฏแสงสีขาววาบขึ้นอย่างฉับพลัน!
ในชั่วขณะที่แสงนั้นเบ่งบาน โดยมีเจ้าหญิงหิมะเป็นศูนย์กลาง บริเวณรอบตัวในรัศมีสิบเมตรกลับปรากฏกระบี่น้ำแข็งยักษ์สิบเล่ม ความยาวห้าเมตร โผล่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!!
กระบี่น้ำแข็งเรียงเป็นวง แผ่แรงกดดันน่าตกใจ ลอยค้างอยู่รอบกายเจ้าหญิงหิมะ และอสูรฝันร้ายสีฟ้าที่แปรเป็นพายุหมุนเพลิงก็พอดีถลำเข้าสู่ค่ายกลกระบี่น้ำแข็งลอยฟ้านี้!
“หึ ทักษะเชื่องช้าเพียงนี้ ยังไม่ทันได้ใช้ก็ตายก่อนแล้ว!” เมื่อเห็นค่ายกลกระบี่น้ำแข็งยักษ์ลอยฟ้าปรากฏ ซูอวี่กลับไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย สั่งให้อสูรฝันร้ายสีฟ้าพุ่งเข้าชนร่างจริงของเจ้าหญิงหิมะโดยตรง
“ผลแพ้ชนะตัดสินแล้ว” เซี่ยกวงฮั่นเอ่ยช้าๆ ทว่าสายตากลับจับจ้องไปที่กำแพงน้ำแข็งซึ่งเรียบลื่นไร้ตำหนิที่เจ้าหญิงหิมะทิ้งไว้ตั้งแต่ตอนตั้งรับครั้งแรก
อสูรฝันร้ายสีฟ้ากร่างกร้าวอย่างยิ่ง อำนาจกดข่มของสายพันธุ์ผู้บัญชาการถูกแสดงออกมาอย่างเต็มที่ ราวกับว่าการป้องกันใดๆ ภายใต้เพลิงมารอันน่าสะพรึงนั้นล้วนเปราะบางนัก สามารถถูกเผาผลาญจนสิ้นได้โดยง่าย!
แต่เจ้าหญิงหิมะยังคงร่ายคาถาไม่หยุด ปลายกระบี่น้ำแข็งยักษ์สีขาวที่ลอยอยู่กลางอากาศทั้งหมด ได้ล็อกเป้าไปยังอสูรฝันร้ายสีฟ้าซึ่งอยู่ในวงค่ายกลกระบี่น้ำแข็งแล้ว!
“ฟู่ฟู่ฟู่!!”
เพลิงวิญญาณอันเชี่ยวกรากกวาดผ่านอย่างบ้าคลั่ง ปกคลุมร่างอันเพรียวบางของเจ้าหญิงหิมะในพริบตา ท่ามกลางเปลวไฟสีฟ้าเข้มที่แลบวูบวาบ เจ้าหญิงหิมะราวกับถูกหลอมละลายชั่วขณะ ก่อนจะหายไปอย่างสิ้นเชิง!
“ขยะก็ยังเป็นขยะ” ซูอวี่มองร่างเจ้าหญิงหิมะที่ถูกอสูรฝันร้ายสีฟ้ากลืนกิน แล้วเผยรอยยิ้มแบบเดิมในอดีตขึ้นมา
โจวลู่เหลิงเห็นเจ้าหญิงหิมะที่ถนัดโจมตีระยะไกลถูกเพลิงวิญญาณของอสูรฝันร้ายสีฟ้าห่อคลุม ก็พ่นลมหายใจโล่งอกอย่างแรง ก่อนจะลอบยินดีในใจ
“มีทักษะธาตุน้ำแข็งชนิดหนึ่ง เรียกว่า กระจกน้ำแข็ง รูปแบบของมันคล้ายกำแพงน้ำแข็งอย่างยิ่ง แต่ผิวจะลื่นเรียบกว่ากำแพงน้ำแข็งมาก คนที่ไม่มีประสบการณ์ต่อสู้เห็นเข้า ก็มักจะแยกไม่ออก สับสนกันได้ง่าย” ครานี้ เซี่ยกวงฮั่นกลับเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า
พอเซี่ยกวงฮั่นพูดเช่นนั้น ทุกคนจึงตระหนักขึ้นฉับพลันว่า ในสนามรบเหมือนจะมี กำแพงน้ำแข็ง ตั้งตระหง่านอยู่ตลอดจริงๆ!
กำแพงน้ำแข็งนั้นเป็นสิ่งที่เจ้าหญิงหิมะปลดปล่อยออกมาตั้งแต่ตอนเริ่มต่อสู้กับอสูรฝันร้ายสีฟ้า มองเผินๆ คล้ายปล่อยผิดที่ ไม่ได้ช่วยขวางกั้นสิ่งใด จึงถูกทิ้งค้างอยู่ในสนามรบเช่นนั้นมาตลอด
แต่เมื่อเซี่ยกวงฮั่นเตือน ทุกคนถึงได้เห็นชัดว่า กำแพงน้ำแข็งนั้นเรียบลื่นกว่าปกติ แสงอาทิตย์ส่องต้องแล้ว แทบจะเหมือนกระจกบานหนึ่ง!
“ฟิ้ว!!! ฟิ้ว!!”
กระบี่น้ำแข็งสิบเล่มที่ลอยค้างอยู่พลันขยับ!
ก่อนหน้านี้ กระบี่น้ำแข็งสิบเล่มวนล้อมอยู่รอบเจ้าหญิงหิมะ ทว่าตำแหน่งที่เจ้าหญิงหิมะยืนอยู่กลับถูกเพลิงวิญญาณของอสูรฝันร้ายสีฟ้ากลืนกินไปแล้ว บัดนี้ อสูรฝันร้ายสีฟ้ากลับอยู่ตรงศูนย์กลางของกระบี่น้ำแข็งสิบเล่มนั้นพอดี!!
กระบี่น้ำแข็งสิบเล่มพุ่งแทงจากทุกทิศทุกทางอย่างบ้าคลั่งใส่อสูรฝันร้ายสีฟ้าที่อยู่กลางวงล้อม ค่ายกลกระบี่น้ำแข็งสร้างความเสียหายต่ออสูรฝันร้ายสีฟ้าเป็นสองเท่า ต่อให้มันมีพลังป้องกันระดับหกขั้นกลาง ก็ยังถูกความหนาวเย็นแทงทะลุถึงภายใน ก่อบาดแผลสาหัสอย่างยิ่ง!
“กี๊!!”
อสูรฝันร้ายสีฟ้าส่งเสียงกรีดร้องแหลมคมด้วยความเจ็บปวด เพลิงวิญญาณของมันถูกกระบี่น้ำแข็งยักษ์สิบเล่มแทงทะลุจนมืดหม่นลงอย่างรวดเร็ว ราวกับใกล้จะดับสิ้น!
ขณะมันกรีดร้อง ร่างแท้ของเจ้าหญิงหิมะกลับค่อยๆ ลอยออกมาจากด้านหลังกระจกน้ำแข็ง ดวงตาสีหิมะคู่นั้นจ้องมองอสูรฝันร้ายสีฟ้าที่ลำดับขั้นสูงกว่าตนอย่างหยิ่งผยอง
“การใช้ทักษะกับสำนึกการต่อสู้ของเจ้า แทบจะสู้ผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณขั้นต้นบางคนยังไม่ได้ด้วยซ้ำ” ฉูมู่จ้องซูอวี่ที่นิ่งงันอย่างเย็นชา แล้วเอ่ยช้าๆ
พูดจบ ฉูมู่โบกมือให้เจ้าหญิงหิมะยกเลิกพิษน้ำแข็งที่แทรกซึมลึกเข้าไปในร่างอสูรฝันร้ายสีฟ้า หากไม่ใช่เพราะเซี่ยกวงฮั่นเตือน ฉูมู่คงไม่ลังเลที่จะให้เจ้าหญิงหิมะใช้พิษเหมันต์ทำลายต้นกำเนิดเพลิงวิญญาณภายในร่างมัน ให้อสูรฝันร้ายสีฟ้าสายเลือดสูงศักดิ์กลายเป็นภูตผีที่ไร้เปลววิญญาณ
ตลอดสามปีเต็ม ฉูมู่ต่อสู้อย่างไม่หยุดยั้ง และศัตรูที่เผชิญหน้าล้วนเป็นผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณอายุมากกว่ามาก เป็นพวกเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ ทั้งสามปีนั้น เขายังต่อสู้กับนักโทษหลากหลาย ต่อสู้กับอสูรวิญญาณนานาชนิด จนเข้าใจเทคนิคและประสบการณ์การต่อสู้สารพัด
หลายครั้ง หากด้านคุณสมบัติธาตุได้เปรียบ การต่อสู้กับอสูรวิญญาณที่สูงกว่าหนึ่งระดับชั้นก็ไม่ใช่ปัญหา
กระบวนการบ่มเพาะเจ้าหญิงหิมะของฉูมู่เป็นธาตุน้ำแข็งที่บริสุทธิ์ที่สุด ตัวเจ้าหญิงหิมะเองก็มีพรสวรรค์ธาตุน้ำแข็งระดับสูงสุดในบรรดาสายพันธุ์นักรบ
อสูรวิญญาณทุกตัวล้วนมีจุดแข็งและจุดอ่อนของตน การตัดสินลำดับชั้นเผ่าพันธุ์ ก็คือการประเมินจากความสามารถหลากด้านโดยรวมแล้วสรุปออกมา
หากพิจารณาเพียงการควบคุมทักษะธาตุน้ำแข็ง พลังต่อสู้ของเจ้าหญิงหิมะเทียบได้กับสายพันธุ์ผู้บัญชาการ แต่เมื่อรวมด้านอื่นๆ อย่างความสามารถประชิด ความเร็ว สติปัญญา การป้องกัน การโจมตี และอื่นๆ แล้ว เจ้าหญิงหิมะก็ยังเป็นเพียงสายพันธุ์นักรบ
ศึกครั้งนี้ ฉูมู่ดึงความสามารถในการควบคุมธาตุน้ำแข็งระดับสายพันธุ์ผู้บัญชาการของเจ้าหญิงหิมะออกมาได้อย่างถึงแก่น อีกทั้งด้านคุณสมบัติธาตุ เจ้าหญิงหิมะก็ได้เปรียบอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เพลิงวิญญาณของอสูรฝันร้ายสีฟ้าแทบไม่มีผลต่ออสูรวิญญาณประเภทภูตธาตุซึ่งเป็นธาตุล้วนๆ
ศึกนี้ ซูอวี่ย่อมพ่ายแพ้แน่นอน และเป็นความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ!