- หน้าแรก
- นารูโตะ ระบบกลุ่มแชท
- บทที่ 13 : เมื่อผู้นำปรากฏตัว
บทที่ 13 : เมื่อผู้นำปรากฏตัว
บทที่ 13 : เมื่อผู้นำปรากฏตัว
บทที่ 13 : เมื่อผู้นำปรากฏตัว
ในจังหวะที่เรื่องราวเกือบจะจบลงนั้นเอง
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่?"
น้ำเสียงอันทรงพลังดังแทรกขึ้น ขัดจังหวะความตึงเครียดของสถานการณ์
ทุกคนหันไปมองยังทิศทางของประตูที่พังยับเยิน เห็นชายวัยกลางคนผู้มีบุคลิกน่าเกรงขามและมั่นคงเดินออกมา โดยมีร่างเล็กๆ อีกสามคนเดินตามหลังมาติดๆ
เขาคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ ฮิวงะ ฮิอาชิ ผู้นำตระกูลฮิวงะนั่นเอง
พร้อมด้วยลูกสาวทั้งสองคนอย่าง ฮินาตะผู้เรียบร้อย และฮานาบิผู้ร่าเริง รวมถึงเด็กชายอัจฉริยะจากบ้านสาขาอย่าง ฮิวงะ เนจิ
"ท่านผู้นำตระกูล!"
ฮิวงะ ชินจิ และนินจาคนอื่นๆ รีบทำความเคารพอย่างนอบน้อม ก่อนจะรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด
ในตอนนั้นเอง ดวงตาของฮินาตะก็เหลือบไปเห็นนารูโตะที่ยืนอยู่ข้างหลังยูยูเอะ และตั้งแต่วินาทีนั้น สายตาของเธอก็ไม่คลาดไปจากเขาอีกเลย
นารูโตะราวกับมีสัมผัสพิเศษ เขาหันไปมองทางนั้นพอดี ทำให้ดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน
นารูโตะฉีกยิ้มกว้างเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ ทำเอาแก้มของฮินาตะแดงซ่านราวกับมีก้อนเมฆสีแดงมาแต้มไว้ทันที
"นารูโตะคุง..."
ในขณะเดียวกัน ฮิอาชิก็ได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว สายตาของเขาจับจ้องไปที่ชิโนมิยะ ยูยูเอะ เด็กหนุ่มที่มีวัยใกล้เคียงกับลูกสาวของเขา พร้อมกับประกายความชื่นชมที่วาบผ่านดวงตา
ลำพังตัวคนเดียวสามารถล้มนินจาระดับจูนินที่มีวิชากระบวนท่าโดดเด่นได้ถึง 4 คนในพริบตา พลังนี้ไม่ควรถูกประเมินต่ำจริงๆ
เขาแอบคิดในใจว่า ในอนาคตอาจจะมีนินจาระดับโจนินพิเศษที่เทียบชั้นกับ ฮาตาเกะ คาคาชิ ถือกำเนิดขึ้นอีกคนก็ได้
"ฉันคือผู้นำตระกูลฮิวงะ ฮิวงะ ฮิอาชิ พอจะบอกชื่อของเธอหน่อยได้ไหม?"
ฮิอาชิเดินก้าวมาข้างหน้าช้าๆ พยายามปั้นยิ้มที่ดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ค่อยถนัดเรื่องการยิ้มสักเท่าไหร่
"ชิโนมิยะ ยูยูเอะ ครับ"
ยูยูเอะตอบสั้นๆ ง่ายๆ โดยไม่รู้เลยว่าผู้นำตระกูลฮิวงะเพิ่งจะประเมินพรสวรรค์ของเขาไว้ที่ระดับ คาคาชิ ไปเรียบร้อยแล้ว
"เด็กหนุ่มชิโนมิยะ ฉันพอจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วล่ะ เป็นทางเราเองที่ผิด ฉันต้องขอโทษเธอด้วยจริงๆ" ฮิอาชิกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ
"ท่านผู้นำตระกูลเกรงใจไปแล้วครับ ท่านไม่จำเป็นต้องมาขอโทษด้วยตัวเองหรอก ปัญหามันอยู่ที่สองคนนั้นมากกว่า"
ชิโนมิยะ ยูยูเอะ ยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร ปกติเขาเป็นคนประเภทที่ใครดีมาก็ดีกลับอยู่แล้ว
"เห็นว่าตั้งใจจะมาชวนฮินาตะออกไปเที่ยวเล่นงั้นเหรอ? แน่นอนว่าไม่มีปัญหา วัยอย่างพวกเธอน่ะควรจะออกไปหาประสบการณ์ข้างนอกและสนุกกับช่วงเวลาแห่งวัยเยาว์ให้มากๆ นะ"
พูดจบ ฮิอาชิก็จูงมือฮินาตะให้มาอยู่ต่อหน้าทุกคน
"มาสิฮินาตะ นี่เพื่อนร่วมชั้นของลูกใช่ไหม? ในเมื่ออยู่ห้องเดียวกัน ต่อไปก็ต้องติดต่อสื่อสารกันให้มากขึ้นนะ"
ฮิอาชิผลักดันลูกสาวเบาๆ ฮินาตะจึงก้าวออกมาอย่างเคอะเขิน
ทางด้านยูยูเอะเองก็รวดเร็ว เขาจัดการดันหลังส่งนารูโตะให้ออกมายืนเด่นเป็นสง่าต่อหน้าทุกคนทันที
"ฮินาตะ ไม่เจอกันนานเลยนะ" นารูโตะเกาหัวแก้เขิน ท่าทางดูซื่อบื้อสุดๆ
ฮินาตะเดินเข้ามาหานารูโตะ เธอเขินจนไม่กล้าเงยหน้า ได้แต่ก้มหน้าพึมพำชื่อนารูโตะเบาๆ
"ฮ่าๆ ในเมื่อมากันครบแล้ว ก็ไปกันเถอะ! ไปหาอะไรกินกัน!" ยูยูเอะโบกมือหยอยๆ แล้วเริ่มออกเดินนำไปยังร้านอาหารก่อนใครเพื่อน
อิโนะรีบเดินตามไปติดๆ
"ในที่สุดก็จบลงด้วยดีซะที วันนี้เป็นวันที่น่าตื่นเต้นแล้วก็หวาดเสียวจริงๆ เลยนะ"
นารูโตะกับฮินาตะเดินตามมาติดๆ โดยที่ฮินาตะเอาแต่เงียบเกือบตลอดทาง มีเพียงการพยักหน้าตอบรับคำพูดของนารูโตะเป็นพักๆ เท่านั้น
เมื่อทั้งสี่คนเดินห่างออกไปแล้ว ฮิวงะ ฮิอาชิ ก็กวักมือเรียกฮิวงะ ชินจิ ที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันที
"ท่านผู้นำตระกูล มีอะไรจะสั่งการครับ?"
"ไปสืบเรื่องของชิโนมิยะ ยูยูเอะ มาซะ อัจฉริยะระดับนี้ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ไปสืบมาให้ละเอียด"
ฮิวงะ ชินจิ ตาเป็นประกาย "ท่านผู้นำครับ ท่านวางแผนจะหาโอกาสล้างแค้นคืนเหรอครับ?"
ใบหน้าของฮิอาชิมืดครึ้มลงทันที ก่อนจะตบหน้าชินจิฉาดใหญ่ด้วยหลังมือ
"ไอ้โง่!"
"อัจฉริยะแบบนั้น ฉันย่อมต้องอยากผูกมิตรด้วยอยู่แล้ว เผลอๆ ในอนาคตอาจจะมีโอกาสเชิญเขาเข้าตระกูลฮิวงะก็ได้ อย่าทำเรื่องให้ฉันเสียงานล่ะ"
สั่งความเสร็จ ฮิอาชิก็ทำท่าจะเดินจากไป แต่ก็หยุดชะงักอีกครั้งตอนผ่านประตู
"หาคนมาซ่อมประตูเดี๋ยวนี้ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ 'บ้านสาขา' ของแกเป็นคนจ่าย ความรับผิดชอบครั้งนี้อยู่ที่การจัดการปัญหาที่ห่วยแตกของพวกแกเอง"
มองส่งแผ่นหลังของฮิอาชิที่เดินจากไป ฮิวงะ ชินจิ ก็ทรุดลงกับพื้นแทบอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา นอกจากจะโดนตบฟรีแล้ว ยังต้องควักกระเป๋าตัวเองจ่ายค่าซ่อมอีก
ความแค้นในใจเริ่มสุมทรวง เขาเดินตรงไปหาต้นเรื่องอย่าง ฮิวงะ อาชิ ด้วยใบหน้าที่เขียวคล้ำ
"พี่ชินจิ..." อาชิยังไม่รู้ชะตากรรม ส่งยิ้มร่าเริงให้
"มานี่... เข้าบ้านมากับฉัน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย"
ฮิวงะ ชินจิ เดินไปพลางปลดเข็มขัดที่เอวออกไปพลาง...วันนี้ล่ะ "วิชานินจาเจ็ดสุนัขป่า" อันเลื่องชื่อในโลกนินจากำลังจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ทางด้านพวกยูยูเอะ ภายใต้สายตา "อย่ามาก่อเรื่องในร้านฉันอีกนะ" ของเจ้าของร้าน ทั้งสี่คนก็ได้ที่นั่งลงตัวเสียที
บังเอิญว่าเป็นบริกรคนเดิมที่เข้ามารับออเดอร์
"ขอเซตเมนู 'ใจประสานใจ' 4 ที่ครับ ขอบคุณมาก... ครั้งนี้คงไม่มีปัญหาแล้วนะ" ชิโนมิยะ ยูยูเอะ ยิ้มกริ่มพลางส่งเมนูคืน
บริกรชายกลอกตาใส่ก่อนจะสะบัดก้นเดินจากไป
ไม่นานนัก อาหารรสเลิศก็เต็มโต๊ะ ยูยูเอะที่กำลังหิวโซก็สวมวิญญาณนักกินทันที เขาสอยอาหารเข้าปากรัวๆ
ในจังหวะที่พักหายใจ ยูยูเอะก็ถือโอกาสเปิดดูข่าวสารในกลุ่มแชท
เป็นไปตามคาด มินาโตะกับโอบิโตะ สองศิษย์อาจารย์กำลังรัวแชทกันยับจนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อความของพวกเขาทั้งคู่
ยูยูเอะไล่อ่านไปทีละข้อความจนในที่สุดก็พบว่า โอบิโตะเริ่มหาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว
เห็นเซ็นจู ฮาชิรามะ กับ นามิคาเสะ มินาโตะ ต่างพากันลงมือเปลี่ยนอนาคต โอบิโตะเองก็อยากจะแจมด้วย แต่น่าเสียดายที่ความสามารถของเขาในตอนนี้ไม่อำนวยให้เอาแต่ใจได้ขนาดนั้น
ทั้งฮาชิรามะและมินาโตะต่างเป็นโฮคาเงะ ไม่ใช่แค่พลังส่วนตัวที่แข็งแกร่ง แต่ยังมีอำนาจในมือคอยหนุน ทุกอย่างเลยดูราบรื่น
ส่วนโอบิโตะในตอนนี้เป็นแค่เกะนินตัวจ้อยที่ไม่มีใครสนใจ ต่อให้เบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาได้แล้ว แต่พลังรบก็ยังห่างไกลจากการสยบโลกนินจาอยู่ดี
สงครามโลกนินจาครั้งที่ 3 ยังคงดุเดือด ลำพังตัวเขาในตอนนี้ยังไม่มีปัญญาจบสงครามให้เร็วขึ้นด้วยซ้ำ
ในจังหวะนั้นเอง เขาก็เหลือบไปเห็นเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาของตัวเองวางขายอยู่ใน "ร้านค้าระบบ"
ไอเดียสุดบรรเจิดก็ผุดขึ้นมา เขาตั้งใจจะซื้อมาอีกคู่เพื่ออัปเกรดเนตรของตัวเองให้กลายเป็น "เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์"!
นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาตาบอดจากการใช้พลังเนตรมากเกินไปแล้ว ยังทำให้เขาใช้ 'คามุย' ทะลุผ่านสิ่งของได้แบบไม่จำกัดอีกด้วย
ที่สำคัญ เนตรนิรันดร์ยังปลดล็อก 'ซูซาโนะโอะ' ร่างสมบูรณ์ได้ พลังรบของเขาจะพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดทันที
ไอเดียนี้ฟังดูสมเหตุสมผลทีเดียว
เพราะตามปกติการจะได้เนตรนิรันดร์มา ต้องใช้ดวงตาของพี่น้องร่วมสายเลือดที่เบิกเนตรหมื่นบุปผาได้เหมือนกันมาผสานเข้าด้วยกัน แต่โอบิโตะเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ก็เสียไปตั้งแต่เด็ก ตามหลักแล้วเขาไม่มีโอกาสจะได้เนตรนิรันดร์เลย
การปรากฏของ "ร้านค้าระบบ" จึงเหมือนการเปิดหน้าต่างบานใหม่ให้เขา
แถมเนตรพวกนี้ยังเป็นเนตรดั้งเดิมของเขาเอง ระดับการผสานเข้ากันย่อมต้องสูงกว่าของคนอื่นหลายเท่าแน่นอน
แต่ปัญหามันอยู่ที่ ไอ้หมอนี่ไม่มีตังค์!
เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาของอุจิฮะ โอบิโตะ ถูกตั้งราคาไว้ที่ 300,000 เหรียญทอง แต่เขามีเงินไม่พอ
เขาจึงเริ่มมหกรรมกู้ยืมเงินในกลุ่มแชท…
มินาโตะใจป้ำสุดๆ ยอมให้ยืมเงินเก็บทั้งหมดที่มีคือ 100,000 เหรียญทอง แต่มันก็ยังขาดอีกตั้ง 200,000 เหรียญ
ในนาทีวิกฤตนั้นเอง ชายที่ซุ่มดูมานานก็ได้เอ่ยปากขึ้น
เซ็นจู ฮาชิรามะ : "ต้องการยืมเงินเหรอ? ฉันมีอยู่ 200,000 พอดี เอาไปใช้ก่อนสิ"
อุจิฮะ โอบิโตะ : "อ๊ากกก! จริงเหรอครับท่านรุ่นที่ 1! ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ!"
เซ็นจู ฮาชิรามะ : "ฮ่าๆ ไม่เป็นไรๆ"
พอรู้ว่าโอบิโตะต้องการอะไร ฮาชิรามะก็โอนเหรียญทองให้ทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ยูยูเอะแอบคอมเมนต์ในใจเงียบๆ : ท่านรุ่นที่ 1 นี่สายเปย์ตัวจริงเสียงจริงเลยแฮะ