- หน้าแรก
- นารูโตะ ระบบกลุ่มแชท
- บทที่ 7 : โศกนาฏกรรมแห่งแสงอุษา และการเคลื่อนพลของมินาโตะ
บทที่ 7 : โศกนาฏกรรมแห่งแสงอุษา และการเคลื่อนพลของมินาโตะ
บทที่ 7 : โศกนาฏกรรมแห่งแสงอุษา และการเคลื่อนพลของมินาโตะ
บทที่ 7 : โศกนาฏกรรมแห่งแสงอุษา และการเคลื่อนพลของมินาโตะ
ในขณะที่ยูยูเอะจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา แต่บางคนกลับยังคงข่มตาหลับไม่ลงในค่ำคืนนี้
ณ หมู่บ้านโคโนฮะ ในเส้นเวลาปีที่ 48
ในห้องทำงานโฮคาเงะ แม้จะดึกสงัดแต่แสงไฟยังคงสว่างโรจน์ นามิคาเสะ มินาโตะ นั่งขมวดคิ้วอยู่ที่โต๊ะทำงาน พยายามทบทวนทุกรายละเอียดจากวิดีโอในกลุ่มแชทอย่างละเอียด
‘เหตุการณ์เก้าหางบุกหมู่บ้านคือวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่นารูโตะเกิด ยังพอมีเวลาอีกไม่กี่เดือน’
‘เราควรจะชิงลงมือก่อน หรือจะใช้จังหวะนั้นซ้อนแผนตลบหลังดี...’
‘ช่วงเวลานี้ โอบิโตะน่าจะแอบบงการมิซึคาเงะอยู่ที่หมู่บ้านคิริคางุระสินะ...’
‘ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ยุคหมอกโลหิตได้กวาดล้างนินจาขีดจำกัดสายเลือดไปมหาศาล เราควรส่งหน่วยลับไปตรวจสอบที่นั่นดีไหม’
ขณะที่ความคิดกำลังหลั่งไหล สายตาของมินาโตะก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายคู่กับอาจารย์จิไรยะที่วางอยู่บนโต๊ะ
วินาทีนั้นเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมากลางใจ คำถามที่เร่งด่วนยิ่งกว่ากลับผุดขึ้นมาในหัวทันที!
อาจารย์จิไรยะเคยรับลูกศิษย์ไว้สามคนในแคว้นอาเมะ นั่นคือ ยาฮิโกะ, นางาโตะ และโคนัน
องค์กรแสงอุษา ที่จะสั่นสะเทือนโลกนินจาในอนาคต ถูกก่อตั้งขึ้นโดยพวกเขาสามคนนี่แหละ แต่ในตอนนี้นั้น แสงอุษายังเป็นเพียงกลุ่มวัยรุ่นที่มีอุดมการณ์แรงกล้า เป็นกลุ่มเล็กๆ ที่เดินหน้าเพื่อสันติภาพของโลก ยังห่างไกลจากองค์กรอาชญากรรมที่ล่าสัตว์หางในภายหลังมากนัก
กุญแจสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป คือแผนการชั่วร้ายที่ถูกบงการโดย ชิมูระ ดันโซ
ตาแก่ดันโซคนนี้ไม่ใช่คนปกติ เขาแอบส่งคนเข้าไปในแคว้นอาเมะเพื่อลักพาตัวโคนัน และใช้เธอเป็นเครื่องมือบีบให้ยาฮิโกะต้องยอมตายเพื่อรักษาชีวิตเพื่อน…
โศกนาฏกรรมครั้งนั้นเองที่ผลักให้นางาโตะถลำลึกเข้าสู่ความมืดมิด
ผลที่ตามมาคือนางาโตะกลายร่างเป็น "เทพเจ้า" ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์และพยายามสยบโลกด้วยกำลัง พอสร้างความฉิบหายเสร็จ ดันโซก็สะบัดตูดหนี ทิ้งให้ฮันโซผู้โชคร้ายรับกรรมไปเต็มๆ ไม่เพียงแต่เสียลูกน้องเกือบทั้งหมด แต่ในอีกไม่กี่ปีต่อมาเขายังถูกเพนฆ่าตายอย่างอนาถ
ส่วนตัวต้นเรื่องอย่างดันโซกลับลอยนวลอยู่ได้นานจนกระทั่งถูกซาสึเกะปิดบัญชีแค้นก่อนสงครามโลกนินจาครั้งที่ 4 จะเริ่ม
หลังจากดูวิดีโอที่ยูยูเอะแชร์เกี่ยวกับวีรกรรมของดันโซที่ทำกับโคโนฮะมานานหลายทศวรรษ มินาโตะแทบอยากจะพุ่งไปจัดการตาแก่นั่นเดี๋ยวนี้เลย
แต่ในฐานะโฮคาเงะ ท่ามกลางสายตาคนทั้งหมู่บ้าน เขาจะลงมือตามอารมณ์ไม่ได้
“ครั้งนี้ จะยอมให้ดันโซทำร้ายพวกเขามหาศาลแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด”
ในแง่ความสัมพันธ์ พวกเขาคือลูกศิษย์ของอาจารย์จิไรยะ หรือก็คือ "ศิษย์ผู้น้อง" ของเขา ในเมื่อรู้เรื่องแล้วจะนิ่งดูดายไม่ได้
ในแง่ยุทธศาสตร์ นางาโตะในแสงอุษาครอบครอง เนตรสังสาระ แม้จะเป็นของที่มาจากมาดาระ แต่ตอนนี้นางาโตะคือผู้ใช้มัน นั่นหมายความว่านี่คือกำลังรบที่ทรงพลังมหาศาล
‘ในวิดีโอบอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากฉันเป็นโฮคาเงะ... ซึ่งก็น่าจะเป็นช่วงนี้แหละ’
เมื่อคิดได้ดังนั้น มินาโตะจึงกดปุ่มส่งสัญญาณบนโต๊ะทันที ครู่ต่อมา นินจาหน่วยลับคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า
"ท่านโฮคาเงะ" หน่วยลับทำความเคารพอย่างนอบน้อม
"ช่วยตรวจสอบความเคลื่อนไหวของที่ปรึกษาดันโซให้ที ฉันอยากรู้ว่าเขาออกจากหมู่บ้านไปหรือยัง" มินาโตะสั่งการด้วยเสียงเรียบเย็น
"รับทราบครับ!"
หน่วยลับรับคำสั่งแล้วหายวับไป ผ่านไปพักใหญ่เขาก็กลับมารายงาน
"ท่านรุ่นที่ 4 ที่ปรึกษาดันโซแอบออกจากหมู่บ้านไปอย่างลับๆ พร้อมกับสมาชิกหน่วยราก อีกกว่าสิบคนครับ"
"อะไรนะ? ตั้งแต่เมื่อไหร่!" มินาโตะขมวดคิ้วแน่น นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย
"ตั้งแต่วงเช้าตรู่นี้ครับ นี่คือบันทึกการเข้าออก"
เมื่อได้รับข้อมูล มินาโตะก็พบว่าดันโซออกไปนานกว่าสิบชั่วโมงแล้ว
‘แย่แล้ว...’ เขาอุทานในใจ
ทันใดนั้น ร่างของนามิคาเสะ มินาโตะ ก็กลายเป็นแสงสีทองและหายวับไปในชั่วพริบตา!
เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูหมู่บ้านโคโนฮะเป็นที่เรียบร้อย
"ท่าน... ท่านโฮคาเงะ?!"
นินจายามที่เฝ้าประตูถึงกับขยี้ตาเพราะนึกว่าตาฝาดไปเอง จู่ๆ ท่านโฮคาเงะจะมาเดินตรวจการตอนกลางดึกแบบนี้ได้ยังไง?
มินาโตะพยักหน้าให้เล็กน้อย ก่อนจะใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาเปลี่ยนร่างเป็นเงาเลือนรางทะยานฝ่าความมืดออกนอกหมู่บ้านไป
‘ต้องไปให้ทัน...’
เปลวไฟแห่งความกังวลแผดเผาอยู่ในใจของมินาโตะ ตอนที่โอบิโตะตาย เขาไปไม่ทัน ตอนที่รินตาย เขาป้องกันไว้ไม่ได้…
ครั้งนี้ เขาจะไม่มีวันยอมให้โศกนาฏกรรมซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด!
--
แคว้นอาเมะ
ดินแดนแห่งนี้ดูเหมือนจะถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกหนาทึบและสายฝนที่ตกกระหน่ำอย่างไม่มีวันสิ้นสุดตลอดทั้งปี
ภายในหุบเขาลึกที่มีเทือกเขาตั้งตระหง่านโอบล้อมทั้งสองทิศ ลูกน้องของฮันโซและสมาชิกหน่วย "ราก" ของดันโซกระจายกำลังกันล้อมพื้นที่ไว้อย่างหนาแน่นจนมดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม
ฮันโซยืนอยู่บนยอดเขา ก้มมองพวกของยาฮิโกะด้วยสายตาหยิ่งยโส
"หัวหน้ากลุ่มแสงอุษา วันนี้คือวันสุดท้ายของพวกแก และที่นี่จะเป็นสุสานของพวกแกด้วย"
ด้วยคำยุยงปลุกปั่นของดันโซ ทำให้ฮันโซรู้สึกว่ากลุ่มแสงอุษาที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเริ่มเป็นภัยต่ออำนาจการปกครองของเขาในแคว้นอาเมะ
พวกเขาจึงอาศัยจังหวะที่คนันอยู่คนเดียวเข้าจับกุมเธอมาเป็นตัวประกัน เพื่อบีบให้ยาฮิโกะและคนอื่นๆ ต้องฆ่าตัวตาย
"เจ้าผมแดงนั่นน่ะ ฆ่ายาฮิโกะซะ! ตราบใดที่เขาตาย ฉันจะปล่อยแกกับผู้หญิงคนนี้ไป"
ฮันโซโยนคุไนลงไปแบบไม่ใส่ใจ ปลายแหลมคมของมันปักลงที่แทบเท้าของนางาโตะและยาฮิโกะ ราวกับเป็นคำสั่งประหารที่เหี้ยมเกรียม
เมื่อนางาโตะได้ยิน ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความสับสนและทรมานพุ่งพล่านอยู่ในใจ
จะให้ฉัน ฆ่ายาฮิโกะด้วยมือตัวเองงั้นเหรอ?
"อย่าไปฟังมันนะนางาโตะ! ยาฮิโกะ ทิ้งฉันไว้แล้วหนีไปซะ!" โคนันตะโกนเสียงแหบพร่าทั้งน้ำตา
เมื่อเห็นนางาโตะนิ่งงัน ฮันโซจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
"นี่แกไม่สนเป็นสนตายของผู้หญิงคนนี้แล้วจริงๆ งั้นรึ?"
ยาฮิโกะที่นิ่งเงียบมานาน ในที่สุดก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา
"นางาโตะ ลงมือเถอะ แล้วมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อสานต่ออุดมการณ์ของฉัน"
นางาโตะตัวสั่นไปทั้งร่าง สายตาของเขาสั่นไหวสลับไปมาระหว่างยาฮิโกะและโคนันที่ตกอยู่ในอันตราย หัวใจเหมือนถูกกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สุดท้าย เขาก็ค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบคุไนเล่มนั้นขึ้นมา…
ทว่า ในจังหวะที่โศกนาฏกรรมดูเหมือนกำลังจะอุบัติขึ้น เสียงฉีกกระชากอากาศก็ดังขึ้นกะทันหัน!
เคร้ง!
ตามมาด้วยเสียงโลหะกระทบกัน คุไนอีกเล่มพุ่งเข้าปะทะจนคุไนเล่มเดิมกระเด็นไป ก่อนจะปักลึกลงในดินอย่างมั่นคง!
ยังไม่ทันที่ใครจะตั้งตัว ประกายแสงสีทองเจิดจรัสก็พลันปรากฏขึ้น วินาทีถัดมาร่างของใครคนหนึ่งก็มายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพวกเขา
เส้นผมสีเหลืองทองสะดุดตาพร้อมกับเสื้อคลุมโฮคาเงะที่สะบัดพลิ้วตามแรงลม ด้านหลังสลักอักษรไว้ชัดเจนว่า โฮคาเงะรุ่นที่สี่!
นามิคาเสะ มินาโตะ มาถึงสนามรบในวินาทีสุดท้าย!
"ทันเวลาพอดี..."
มินาโตะหอบหายใจเล็กน้อย เขาใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาต่อเนื่องจากโคโนฮะมาถึงที่นี่ แม้จะสูญเสียจักระไปมหาศาล แต่เขาก็รู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่ตัวเองมาไม่สายเกินไป
"นามิคาเสะ มินาโตะ?!"
ฮันโซและดันโซสบตากันด้วยความตกตะลึง ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
"เอายังไงดี?" ฮันโซเริ่มลนลานเล็กน้อย หากเป็นช่วงที่เขาท็อปฟอร์ม เขาอาจจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับ "ประกายแสงสีทอง" ที่ชื่อก้องโลกนินจาคนนี้ได้
แต่ตอนนี้สังขารเขาโรยราลงมาก ขณะที่มินาโตะกำลังอยู่ในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุด โอกาสชนะช่างริบหรี่เหลือเกิน
"จะลนลานไปทำไม? คนที่ได้ฉายาว่ากึ่งเทพอย่างท่าน ทำไมถึงโดนเด็กรุ่นหลังขู่จนเสียอาการขนาดนี้ล่ะ"
ดันโซเหลือบมองฮันโซด้วยสายตาเย็นชาพลางเอ่ยขึ้นนิ่งๆ แต่ในใจกลับแฝงไปด้วยความเกลียดชังที่ปิดไม่มิด
นามิคาเสะ มินาโตะ อีกแล้ว...ทำไมต้องเป็นแกทุกทีที่มาขัดขวางแผนการของฉัน?
ย้อนกลับไปตอนที่โฮคาเงะรุ่นที่ 3 สละตำแหน่ง โอโรจิมารุเลือกที่จะทรยศหมู่บ้านและหนีไป ดันโซหมายมั่นปั้นมือกับตำแหน่งโฮคาเงะรุ่นที่ 4 อย่างมาก แต่จู่ๆ มินาโตะก็โผล่มาเป็นก้างขวางคอชิ้นโต ด้วยผลงานสงครามอันโดดเด่นจนแม้แต่ไดเมียว ยังพยักหน้ายอมรับว่าเขาคือผู้สืบทอดที่เหมาะสมที่สุด
ต่อให้ดันโซจะพยายามขัดขวางโดยอ้างว่าเขายังเด็กเกินกว่าจะรับภาระใหญ่ แต่มันก็ไร้ผลเมื่อไดเมียวให้การสนับสนุน มินาโตะจึงก้าวขึ้นสู่บัลลังก์โฮคาเงะอย่างสง่างาม
และนั่นทำให้ความฝันที่จะเป็นโฮคาเงะของดันโซแตกสลายไม่มีชิ้นดี
ดันโซก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง พร้อมเอ่ยคำถามบีบคั้น
"นามิคาเสะ มินาโตะ ในฐานะโฮคาเงะ นายแอบบุกแคว้นอาเมะยามวิกาลแบบนี้ คิดจะจุดฉนวนสงครามระหว่างสองแคว้นงั้นเหรอ?"
"หากสงครามปะทุขึ้นอีกครั้ง นายคนเดียวนั่นแหละคือต้นเหตุของความบาดหมางทั้งหมด!"
คำพูดของดันโซเหมือนดาบแหลมคมที่จิ้มเข้าจุดตายทันที ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอ "สวมหมวก" (ยัดความผิด) ให้ศัตรูไว้ก่อนเป็นพอ
แต่มินาโตะไม่ได้หลบเลี่ยง เขาสวนกลับด้วยคำถามที่เจ็บแสบกว่า
"นั่นมันคำถามที่ผมควรจะถามท่านมากกว่านะ ที่ปรึกษาดันโซ?"
"ท่านลงมือโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากโฮคาเงะ นำทีมบุกลึกเข้ามาในแคว้นอาเมะเพื่อแทรกแซงกิจการภายในของแคว้นอื่น จุดประสงค์ที่แท้จริงของท่านคืออะไรกันแน่?"
สายตาที่มีเลศนัยของมินาโตะทำให้ดันโซใจกระตุก
หรือว่ามันจะรู้แผนการชิง 'เนตรสังสาระ' ของเรา?
ไม่สิ... ขนาดเรายังเพิ่งรู้ข้อมูลนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง มันจะไปรู้ได้ยังไง?
เมื่อไม่นานมานี้ ดันโซสั่งให้ลูกน้องปลอมตัวเป็นนินจาจากหมู่บ้านอิวะเพื่อสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งกับนินจาอาเมะ หวังจะกระตุ้นให้เกิดสงครามระหว่างแคว้น
แต่ดันแจ็คพอตไปเจอกับสามแกนนำแสงอุษาเข้าพอดี และในนาทีวิกฤต นางาโตะได้ปลุกพลังเนตรสังสาระอัญเชิญ "เทวรูปมารนอกรีต" ออกมาถล่มคนของดันโซ จนความลับเรื่องเนตรสังสาระแดงขึ้นมา
กลายเป็นว่าตอนนี้ ดันโซกับฮันโซพยายามจะกำจัดแสงอุษา โดยที่ดันโซแอบรอจังหวะชิงเนตรสังสาระมาเป็นของตัวเอง
แน่นอนว่าดันโซไม่มีทางยอมรับ เขาแผดเสียงโต้ตอบอย่างโกรธจัด
"พูดเหลวไหลอะไรของแก! ฉันมีจุดประสงค์เดียวเท่านั้น คือการผดุงความยุติธรรม!"
"กลุ่มแสงอุษานี่ต่างหากที่ทำตัวเป็นขบถ ในฐานะพลเมืองแคว้นอาเมะ พวกเขากลับโจมตีพวกเดียวกันเอง หวังจะขยายอิทธิพลและล้มล้างอำนาจของหมู่บ้านอาเมะงากุระ!"
สิ้นเสียงของเขา ยาฮิโกะที่ยืนอยู่ข้างหลังมินาโตะก็ลุกพรวดขึ้นด้วยความโกรธแค้น
"แกนั่นแหละที่พูดจาเหลวไหล พวกเราไม่เคยโจมตีนินจาคนไหนในแคว้นอาเมะเลยสักครั้ง!"
"ท่านโฮคาเงะ อย่าไปเชื่อเขานะครับ เขาโกหก!"
ยาฮิโกะกังวลมากว่ามินาโตะจะโดนดันโซเป่าหูจนหลงเชื่อ เพราะในตอนนี้ ความหวังเดียวของพวกเขามีเพียงโฮคาเงะรุ่นที่ 4 ที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างปาฏิหาริย์คนนี้เท่านั้น
มินาโตะหันไปส่งยิ้มที่แสนอบอุ่นให้
"ไม่ต้องห่วงนะ 'ศิษย์น้อง' ทั้งสองคน ฉันจะทวงความยุติธรรมให้พวกนายเอง"
"ศิษย์น้องงั้นเหรอ?" คำเรียกของมินาโตะทำเอาทั้งยาฮิโกะและนางาโตะถึงกับอึ้งไป
"อาจารย์จิไรยะ หนึ่งในสามนินจาในตำนาน ก็คืออาจารย์ของฉันเหมือนกัน"
เมื่อได้ยินคำอธิบายของมินาโตะ ยาฮิโกะก็ถึงกับบางอ้อทันที
"อ๋อ... ที่แท้พี่ก็คือ 'ศิษย์พี่' สุดอัจฉริยะที่อาจารย์เคยเล่าให้ฟังนี่เอง!"
"อาจารย์มักจะพูดถึงพี่บ่อยมาก เขาบอกว่าอัจฉริยะหน้าไหนก็ต้องหมองไปเลยถ้าอยู่ต่อหน้ารุ่นพี่"
"ไม่นึกเลยว่ารุ่นพี่จะได้เป็นถึงโฮคาเงะรุ่นที่ 4 แห่งโคโนฮะ สุดยอดไปเลยครับ!" ยาฮิโกะพูดพลางชูนิ้วโป้งให้ด้วยความเลื่อมใส
ในวินาทีนี้ ภูเขาที่หนักอึ้งอยู่ในใจของเขาก็พังทลายลง เพราะคนที่ใกล้ชิดกับอาจารย์จิไรยะ ไม่มีทางเป็นคนไม่ดีแน่นอน!