- หน้าแรก
- เมื่อผมเลิกชอบคุณ ไฉนคุณถึงเพิ่งมาเสียดาย
- บทที่ 17 มุกเดิมๆ งั้นเหรอ? ใช้กับเธอไม่ได้ผลหรอกนะ
บทที่ 17 มุกเดิมๆ งั้นเหรอ? ใช้กับเธอไม่ได้ผลหรอกนะ
บทที่ 17 มุกเดิมๆ งั้นเหรอ? ใช้กับเธอไม่ได้ผลหรอกนะ
หร่วนเนี่ยนซีส่ายหน้า "เปล่าหรอก ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ แค่เมื่อตอนกลางวันฉันกินไอศกรีมที่นายซื้อมาให้เยอะไปหน่อย อาการมันก็เลยกำเริบขึ้นมานิดหน่อยน่ะ"
เซี่ยซู : "???"
"รู้ว่าตัวเองกินไม่ได้ แล้วจะฝืนกินเข้าไปทำไมเล่า! ทำไมถึงได้ดื้อแบบนี้นะ หืม? รู้อยู่แก่ใจว่าช่วงนี้ร่างกายไม่ปกติ ยังจะกล้ากินของเย็นๆ เข้าไปอีก" เซี่ยซูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผลอขึ้นเสียงดุเธอด้วยความเป็นห่วง
ถึงแม้น้ำเสียงของเขาจะฟังดูดุดันและเต็มไปด้วยการตำหนิ แต่ครั้งนี้ หร่วนเนี่ยนซีกลับไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดใจเหมือนอย่างเคย
ตรงกันข้าม เธอกลับแอบรู้สึกดีใจอยู่ลึกๆ เสียด้วยซ้ำ
เซี่ยซูบ่นกระปอดกระแปดใส่เธออีกชุดใหญ่ แต่หร่วนเนี่ยนซีก็เอาแต่นั่งก้มหน้างุด ยอมรับฟังคำดุพวกนั้นอย่างว่าง่ายโดยไม่เถียงสักคำ
จริงๆ แล้วเธอไม่ได้ตั้งใจจะกินไอศกรีมเยอะขนาดนั้นในช่วงวันนั้นของเดือนหรอกนะ
การกินของเย็นจัดเข้าไปรวดเดียวเยอะขนาดนั้น มันเป็นตัวเร่งให้ประจำเดือนของเธอมาเร็วกว่ากำหนด... ตอนที่กิน เธอไม่ได้คิดอะไรให้ลึกซึ้งเลย คิดแค่ว่านี่เป็นของที่เซี่ยซูตั้งใจซื้อมาให้เธอ เธอเลยอยากจะเก็บมันไว้กินเองทั้งหมด
แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่ช่วงนี้ใกล้จะถึงรอบเดือนของเธอพอดี เธอเลยเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้ล่วงหน้าเสมอ ไม่อย่างนั้นคงได้ขายหน้าแย่แน่ๆ
"งั้นเธอนั่งพักอยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปหาอะไรอุ่นๆ มาให้กินรองท้อง" เซี่ยซูบ่นจนพอใจแล้วก็เอ่ยปากบอก
พูดจบ เขาก็ก้าวยาวๆ เดินออกไปอีกครั้ง
จนกระทั่งเขาเดินลับสายตาไปนั่นแหละ หร่วนเนี่ยนซีถึงได้กล้าเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของเขา
เซี่ยซูไม่ได้เดินเข้าไปในโรงอาหาร เธอเห็นเขาแวะเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตก่อน แล้วก็เดินออกมาซื้อของที่ร้านขายโจ๊กข้างนอก ควักโทรศัพท์มือถือออกมาสแกนจ่ายเงิน เสร็จแล้วก็รีบจ้ำอ้าวเดินกลับมาหาเธอ
เมื่อเห็นเซี่ยซูเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ริมฝีปากของหร่วนเนี่ยนซีก็ค่อยๆ คลี่ออกเป็นรอยยิ้มบางๆ
เซี่ยซูเดินกลับมาหาหร่วนเนี่ยนซี เขาเดินอ้อมไปด้านหลังเก้าอี้ของเธอ แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวข้างๆ
เขาวางของทั้งหมดที่หอบหิ้วมาลงบนโต๊ะ หยิบถ้วยโจ๊กขึ้นมาเจาะหลอดให้เรียบร้อย แล้วยื่นส่งให้เธอ
"ขอบคุณนะ"
หร่วนเนี่ยนซีเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่ว เธอใช้สองมือประคองถ้วยโจ๊กเอาไว้ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ ช่วยให้ร่างกายของเธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้าง
เซี่ยซูตอบรับในลำคอเบาๆ เขากระเทาะเปลือกไข่ต้มกับขอบโต๊ะ แล้วค่อยๆ แกะเปลือกออกอย่างเบามือ
เขาปอกจนเหลือเปลือกแค่ชิ้นเล็กๆ ติดไว้ตรงปลาย แล้วถึงยื่นส่งให้หร่วนเนี่ยนซี
หร่วนเนี่ยนซีรับไข่ต้มใบนั้นมาด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มใจ ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาขณะที่จ้องมองใบหน้าของเขา
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันช่างดูราวกับความฝันเสียเหลือเกิน
เซี่ยซูดูแลเอาใจใส่เธอดีเหลือเกิน เหมือนกับตอนก่อนที่ซูเชี่ยนอีจะก้าวเข้ามาในชีวิตของพวกเขา เธอมีความสุขมากจริงๆ
"เห็นเธอไม่ค่อยสบาย ฉันเลยไม่กล้าซื้อของกินอย่างอื่นมาให้ ซื้อมาแต่โจ๊กเผื่อไว้หลายถ้วยหน่อย เดี๋ยวเธอก็หิ้วกลับไปกินที่หอแล้วกัน อ้อ แล้วนี่ก็น้ำตาลทรายแดง กลับไปถึงห้องแล้วก็ชงดื่มซะนะ จะได้ช่วยให้ดีขึ้น"
เซี่ยซูดันถุงข้าวของบนโต๊ะไปตรงหน้าหร่วนเนี่ยนซี พร้อมกับเอ่ยกำชับอย่างใส่ใจ
หร่วนเนี่ยนซียังคงนั่งฟังอย่างว่าง่าย และพยักหน้ารับคำเป็นระยะๆ
ภายนอกทุกอย่างดูสงบราบเรียบ แต่มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่า ภายในใจของเธอมันอึดอัดและทรมานมากแค่ไหน
เธอรู้สึกเหมือนความคิดของตัวเองกำลังจะเตลิดเปิดเปิง ควบคุมไม่อยู่ อาการหลงผิดที่หมอเคยเตือน ดูเหมือนว่ามันกำลังจะกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง
สติสัมปชัญญะที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด พยายามร้องเตือนให้เธอใจเย็นๆ และทำตัวให้เป็นปกติที่สุด
มันทรมานจนทนแทบไม่ไหว เธออยากจะหยิบยาขึ้นมากินเพื่อระงับอาการ แต่ก็กลัวว่าถ้าหยิบออกมาตอนนี้ เซี่ยซูจะต้องเห็นแน่ๆ
และถ้าเขาเห็นเข้า เขาอาจจะรังเกียจและถอยห่างจากเธอไปตลอดกาลก็ได้
เพื่อไม่ให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น เธอจึงต้องพยายามกัดฟันข่มความทรมานเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยให้เซี่ยซูจับสังเกตถึงความผิดปกติใดๆ ได้เลย
หลังจากนั่งเป็นเพื่อนหร่วนเนี่ยนซีอยู่พักใหญ่ เซี่ยซูก็เดินไปส่งเธอที่หอพัก
พอเดินมาถึงหน้าหอพักหญิง เขาก็ส่งของทั้งหมดที่ซื้อมาให้กับเธอ พร้อมกับกำชับให้เธอดูแลตัวเองดีๆ
เมื่อยืนมองจนกระทั่งเธอเดินลับเข้าไปในตัวตึก เขาก็หมุนตัวเดินกลับ
เขาแวะซื้อข้าวกล่องสี่กล่องจากร้านอาหารเล็กๆ หน้าโรงอาหาร แล้วมุ่งหน้ากลับไปยังหอพักของตัวเอง
ตลอดทาง เขาไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามีใครบางคนกำลังแอบมองเขาอยู่จากด้านหลัง... ตรงหน้าหอพักหญิงนั่นแหละ
อันเถียนเคาะประตูหอพักก่อนจะเดินเข้าไป เธอวางข้าวกล่องที่ซื้อมาฝากลงตรงหน้าซูเชี่ยนอี
ซูเชี่ยนอีเอ่ยปากขอบคุณ อันเถียนพยักหน้ารับเบาๆ แล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไถดูนู่นดูนี่อยู่พักหนึ่ง แต่ด้วยความที่รู้สึกอึดอัดใจแปลกๆ สุดท้ายก็ต้องวางโทรศัพท์ลง
เธอหันไปมองซูเชี่ยนอีที่กำลังจะลงมือกินข้าว "เชี่ยนอี เออ... วันนี้เซี่ยซูได้ทักมาหาเธอบ้างไหม"
มือที่กำลังจับตะเกียบของซูเชี่ยนอีชะงักกึก สีหน้าของเธอทะมึนทึนลงในพริบตา
เมื่อตอนบ่าย เธอต้องทนนั่งดูเซี่ยซูเล่นเกมอย่างหน้าชื่นตาบาน จากที่เล่นกันสี่คนก็กลายเป็นห้าคน โดยไม่มีใครคิดจะชวนเธอไปร่วมตี้ด้วยเลยสักคน
เขาทำให้เธอโกรธจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว!
เธอต้องมุดตัวร้องไห้อยู่ใต้ผ้าห่มตั้งนานสองนาน
พอเริ่มทำใจได้ เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกรอบ หวังลึกๆ ว่าเขาจะส่งข้อความมาง้อ แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า
แล้วเธอก็ต้องมานั่งเสียใจเพราะเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เซี่ยซูมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอมากเสียจนเธอไม่มีสมาธิจะวาดรูปเลย เธอต้องฝืนใจปั่นการบ้านจนดึกดื่นค่อนคืน
จนถึงขั้นต้องวานให้อันเถียนไปซื้อข้าวเย็นมาให้ เพราะต้องรีบปั่นการบ้านให้เสร็จ ทุกนาทีมีค่าสำหรับเธอมากในตอนนี้
อุตส่าห์พยายามลืมเรื่องของเซี่ยซูไปได้ตั้งครึ่งค่อนวันแล้วแท้ๆ ทำไมอันเถียนต้องขุดเรื่องของเขาขึ้นมาพูดอีกเนี่ย?
ซูเชี่ยนอีทำหน้าหงิกงอ บ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน "ไม่อะ แล้วทำไมเขาต้องทักมาด้วยล่ะ? ฉันก็บอกเขาไปตั้งหลายรอบแล้วไงว่าเลิกตามตื๊อฉันสักที การที่เขาเลิกยุ่งกับฉัน มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง"
อันเถียนกระแอมไอเบาๆ "เอ่อ ฉันแค่รู้สึกว่าวันนี้เขาดูแปลกๆ ไปน่ะ ปกติเวลาที่เธอปฏิเสธเขา เขาก็ไม่เคยหายหน้าหายตาไปนานขนาดนี้นี่นา เธอไม่กลัวว่าเขาจะแอบไปชอบคนอื่นบ้างเหรอ"
ซูเชี่ยนอีรู้สึกเจ็บแปลบที่ก้อนเนื้อตรงอกซ้ายเมื่อได้ยินประโยคนั้น แต่เธอก็ยังปากแข็ง "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะว่าเขาจะไปชอบใคร? อีกอย่าง มันก็สิทธิ์ของเขาไม่ใช่เหรอที่จะไปชอบใครก็ได้"
อันเถียนถึงกับสะอึกไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดต่อว่า "เชี่ยนอี เอาจริงๆ นะ ฉันว่าเซี่ยซูก็เป็นคนดีมากๆ คนหนึ่งเลยล่ะ เธอลองคิดดูสิ เขาตามจีบเธอมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้ปีสามแล้ว เขาก็ยังเสมอต้นเสมอปลาย คอยดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี ขนาดพวกเราที่เป็นคนนอกยังแอบอิจฉาเธอเลยนะ"
"เขาชอบเธอมาตั้งนาน ตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาสารภาพรักกับเธอไม่รู้ตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เธอก็เอาแต่ปฏิเสธเขาตลอด... อย่างน้อยก็น่าจะเปิดโอกาสให้เขาลองพิสูจน์ตัวเองดูบ้างสิ"
"โดนปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ ต่อให้รักมากแค่ไหน สักวันเขาก็ต้องท้อและถอดใจไปเองนั่นแหละ"
ไม่ว่าอันเถียนจะพยายามหว่านล้อมยังไง ซูเชี่ยนอีก็ยังคงมีท่าทีเฉยเมยไม่สะทกสะท้าน
เพื่อนๆ รอบตัวไม่มีใครรู้เลยว่า แท้จริงแล้วเธอกับเซี่ยซูรู้จักกันมาตั้งหกปีแล้ว และเขาก็ตามจีบเธอมาตลอดหกปีเต็ม
ตลอดหกปีที่ผ่านมา เธอเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เซี่ยซูทุ่มเทและยอมทำเพื่อเธอมาโดยตลอด เธอไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างเซี่ยซูจะเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่นได้ง่ายๆ
ก็ลองคิดดูสิ ขนาดตอนมัธยมปลาย เขายังยอมไปเรียนติวศิลปะเป็นเพื่อนเธอ เพียงเพราะอยากจะอยู่ใกล้ชิดเธอ แถมตอนนี้ก็ยังได้มาเรียนอยู่ห้องเดียวกันอีก
คนที่รักเดียวใจเดียวแถมยังทุ่มเทให้เธอขนาดนี้ จะไปเปลี่ยนใจชอบคนอื่นได้ยังไง!
จะว่าไป ตอนมัธยมปลาย เซี่ยซูก็เคยทำตัวงี่เง่าแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แกล้งทำเป็นหายหน้าหายตา ไม่ยอมติดต่อ ไม่ตอบข้อความเธอ เหมือนจะทนทำแบบนั้นอยู่ได้ตั้งสามวัน สุดท้ายพอเข้าวันที่สี่ เขาก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหว ต้องซมซานกลับมาง้อเธอเองไม่ใช่หรือไง?
คราวนี้เขากะจะใช้มุกเดิมๆ มาเรียกร้องความสนใจจากเธออีกสินะ?
ใครในหอพักเป็นคนต้นคิดแผนการปัญญาอ่อนพวกนี้ให้เขากันเนี่ย เด็กชะมัด!
อาจจะเป็นเพราะเธอไม่เคยถูกเซี่ยซูทำเมินใส่แบบนี้มาหลายปีแล้ว พอจู่ๆ วันนี้เขามาทำตัวห่างเหินใส่ มันก็เลยทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไหร่ล่ะมั้ง
อืมมม ต้องใช่แน่ๆ!
เขาช่างทำตัวเป็นเด็กๆ ไม่รู้จักโตเอาเสียเลย
นี่เขาคิดว่าถ้าแกล้งทำเมินใส่เธอ แล้วเธอจะทนไม่ได้ จนต้องเป็นฝ่ายคลานเข่ากลับไปง้อเขางั้นเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
มุกเรียกร้องความสนใจตื้นๆ แบบนี้ ใช้กับคนอย่างเธอไม่ได้ผลหรอกนะ!
อันเถียนพล่ามบรรยายสรรพคุณของเซี่ยซูอยู่นานสองนาน แต่ซูเชี่ยนอีก็ยังคงนิ่งเฉยไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ สุดท้ายอันเถียนก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา
ในฐานะเพื่อนสนิท เธอรู้ดีว่าซูเชี่ยนอีเป็นคนหัวรั้นและดื้อดึงแค่ไหน จะให้เธอบอกซูเชี่ยนอีไปตรงๆ ได้ยังไงล่ะว่า เมื่อกี้ระหว่างทางเดินไปโรงอาหาร เธอเห็นเซี่ยซูกำลังเดินไปส่งผู้หญิงคนอื่นที่หอพัก?
ตอนนั้น ด้วยมุมที่เธอยืนอยู่ มันบังหน้าผู้หญิงคนนั้นพอดี เธอเลยมองไม่เห็นว่าหล่อนหน้าตาเป็นยังไง แต่ที่แน่ๆ เธอเห็นสายตาและท่าทางของเซี่ยซูชัดเจนเต็มสองตาเลยล่ะ!
เขาดูเป็นห่วงเป็นใยผู้หญิงคนนั้นเอามากๆ
ในสายตาของคนนอกอย่างเธอ ที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเซี่ยซูมาถึงสามปีเต็ม ความเป็นห่วงเป็นใยที่เขาแสดงออกต่อผู้หญิงคนนั้น มันไม่ได้น้อยไปกว่าที่เขาเคยมีให้ซูเชี่ยนอีเลยสักนิด
วินาทีนั้น ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของเธอก็คือ หรือว่าเซี่ยซูกำลังซุ่มจีบใครคนอื่นอยู่... แต่เธอก็ไม่กล้าฟันธง และก็ไม่กล้าเดินเข้าไปถามเขาตรงๆ ด้วย
จะให้เธอเดินเข้าไปถามเขาว่ายังไงล่ะ?
ถามเขาว่า ทำไมถึงไปทำดีกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ซูเชี่ยนอีงั้นเหรอ?
ก็ในเมื่อเขากับซูเชี่ยนอียังไม่ได้คบเป็นแฟนกันเสียหน่อย แล้วเธอจะเอาสิทธิ์อะไรไปตั้งคำถามพรรค์นั้นกับเขาล่ะ?
ดังนั้น ตอนนั้นเธอจึงเลือกที่จะอยู่เฉยๆ ทำเพียงแค่แอบสะกดรอยตามเซี่ยซูไปเงียบๆ จนถึงโรงอาหาร ยืนดูเขาซื้อข้าวกล่องเสร็จ แล้วค่อยเดินปลีกตัวกลับมา
แต่พอเห็นซูเชี่ยนอียังคงทำตัวหยิ่งผยองไม่สนโลกแบบนี้... เฮ้อออ
ถึงเธอจะพูดเตือนสติไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี
ส่วนเรื่องของเซี่ยซู... เธอก็ได้แต่หวังว่าตัวเองจะแค่คิดมากไปเอง
ผู้ชายแสนดีอย่างเซี่ยซู หาไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ
ถ้าซูเชี่ยนอียังทำตัวไม่เห็นค่าเขาแบบนี้ สักวันหนึ่งที่เธอต้องเสียเขาไปจริงๆ ระวังจะมานั่งร้องไห้เสียใจทีหลังก็แล้วกัน