- หน้าแรก
- พลิกชะตาซื่อจื่อสวะ ระบบลงทุนคืนกำไรขั้นเทพ ปั้นจักรพรรดินีสะท้านโลก
- บทที่ 40 เพิ่งเข้าประตูก็เห็นบุตรแห่งโชคชะตากำลังถูกซ้อม!
บทที่ 40 เพิ่งเข้าประตูก็เห็นบุตรแห่งโชคชะตากำลังถูกซ้อม!
บทที่ 40 เพิ่งเข้าประตูก็เห็นบุตรแห่งโชคชะตากำลังถูกซ้อม!
วันถัดมา...
หลี่อู๋เต้ามิได้ฝึกฝนต่อ ตั้งใจจะออกไปเดินเล่น
เขาไม่ได้ออกไปข้างนอกมาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม แทบจะทำให้อึดอัดจนตายอยู่แล้ว
ที่สำคัญที่สุดคือ!! ทรัพยากรถูกใช้ไปเกือบหมด ถึงเวลาที่จะต้องไปที่ลานฝึกยุทธ์เพื่อ ‘ขูดรีดขนแกะ’ จากเหล่าศิษย์แล้ว
แค่กๆ... ไม่ใช่สิ ถึงเวลาที่จะต้องไปสานสัมพันธ์ต่างหาก
.......
ลานฝึกยุทธ์
หลี่อู๋เต้าฮัมเพลงเบาๆ เดินเข้าไปอย่างสบายอารมณ์
ทว่าเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าไป..ก็ได้ยินเสียงด่าทอดังแว่วมาจากเบื้องหน้าแต่ไกล
ศิษย์สายนอกกลุ่มหนึ่งกำลังมุงล้อมกันอยู่ ดูท่าว่ากำลังรังแกผู้ใดบางคน
แม้หลี่อู๋เต้าจะไม่พอใจกับการที่คนหมู่มากรังแกคนส่วนน้อย แต่ก็มิได้มีความคิดที่จะยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องของผู้อื่น
เขาเดินผ่านบริเวณใกล้เคียง เหลือบมองผ่านฝูงชนไปแวบหนึ่ง กำลังจะจากไป ทว่า!! ในขณะนั้นเอง เขาก็ได้ยินชื่อที่คุ้นเคย
“หลินเหยียน เจ้าเศษสวะนี่ยังกล้าเถียงอีกรึ ดูเหมือนว่าบทเรียนคราก่อนจะยังไม่พอสินะ วันนี้ข้าต้องสั่งสอนให้เจ้าได้รู้สำนึกเสียบ้าง!”
หลี่อู๋เต้าหยุดฝีเท้า ในใจพลันเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมา คงจะไม่ใช่บุตรแห่งโชคชะตาหลินเหยียนคนนั้นหรอกนะ?
เขาขมวดคิ้วแน่น รีบเบียดเสียดแทรกตัวเข้าไปในฝูงชน
วินาทีถัดมา ก็ได้เห็นเด็กหนุ่มที่คุ้นเคย เป็นหลินเหยียนที่เขารู้จักจริงๆ!
สีหน้าของหลี่อู๋เต้าในยามนี้ค่อนข้างจะน่าดูชมทีเดียว ให้ตายเถอะ เขาเพิ่งจะมาถึง ก็ได้เห็นฉากเด็ดเข้าเสียแล้ว
ในตอนนี้
หลินเหยียนกำลังถูกศิษย์สายนอกสองคนผลัดกันรุมทำร้าย ทั้งเตะทั้งต่อย ลงมืออย่างเหี้ยมโหด บนร่างกายเต็มไปด้วยรอยเท้า เลือดกำเดาไหลอาบ
“ไอ้เศษสวะ คราหน้าเจอพวกข้าให้รีบทำความเคารพ รู้หรือไม่? มิเช่นนั้นเจอครั้งไหนซ้อมครั้งนั้น”
“ใช่แล้ว ทำหน้าบึ้งตึงทั้งวันทำเป็นเท่หรืออย่างไรกัน หา? ยังกล้าจ้องข้าอีกรึ ดูสิว่าข้าจะไม่หักขาเจ้าได้อย่างไร!”
ศิษย์สายนอกทั้งสองคนถกแขนเสื้อขึ้น จ้องมองอย่างโกรธเกรี้ยว เตรียมจะลงมือให้หนักกว่าเดิม
หลี่อู๋เต้ายืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าแสดงความไม่เข้าใจ พร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือได้ทุกเมื่อ
ฟังจากน้ำเสียงของอีกฝ่ายแล้ว เรื่องเช่นนี้คงมิใช่ครั้งแรก ซึ่งทำให้เขารู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง
อย่างแรก ด้วยพลังและสถานการณ์ของหลินเหยียน ควรจะตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝน หาวิธีแก้แค้นให้ครอบครัว ไม่น่าจะไปหาเรื่องผู้ใดก่อน
อย่างที่สอง กฎของนิกายชั้นนำนั้นเข้มงวด ศิษย์ที่ทำผิดย่อมต้องถูกลงโทษ การทำร้ายศิษย์ร่วมสำนักมิใช่เรื่องเล็กน้อย
ยกตัวอย่างเช่นเติ้งหลินและถังอี้ ทั้งสองคนเป็นถึงศิษย์สายตรง แต่ก็ยังไม่กล้าลงมืออย่างเปิดเผย ทำได้เพียงหาวิธีจัดการกันเองอย่างลับๆ
ขนาดศิษย์สายตรงยังเป็นเช่นนี้ แล้วศิษย์สายนอกเล็กๆ สองคนนี้จะมีความกล้ามาจากไหนถึงได้ทำร้ายศิษย์ร่วมสำนักต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้?
ในเรื่องนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“ข้าถามตัวเองแล้วว่าไม่ได้ล่วงเกินพวกท่าน เหตุใดจึงต้องหาเรื่องข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า? หรือว่าพลังต่ำต้อยก็สมควรถูกรังแกแล้วอย่างนั้นรึ?!”
หลินเหยียนลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก เช็ดเลือดกำเดา มิได้แสดงความกลัวแม้แต่น้อย ตะโกนถามเสียงดัง
เขาไม่รู้จักคนทั้งสองเลย แต่พออีกฝ่ายเจอเขาก็เข้ารุมด่าทอทำร้าย วันนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว
“ฮ่าๆ เจ้าพูดถูกแล้ว ไร้พลังก็สมควรถูกรังแก!”
“เศษสวะอย่างเจ้าอยู่ในนิกายเสวียนเทียนไม่รู้สึกว่าน่าขันรึ? รีบไสหัวไปเสียแต่เนิ่นๆ อย่าหาเรื่องอับอายขายหน้าตัวเองเลย”
ศิษย์สายนอกทั้งสองคนทำตัวสูงส่ง เย้ยหยันอย่างไม่ใส่ใจ
“พรสวรรค์ของข้าไม่สูงก็จริง แต่ข้าก็พยายามฝึกฝนอยู่ พวกท่านข่มขู่ลงมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า รังแกศิษย์ร่วมสำนัก ไม่กลัวว่านิกายจะสอบสวนเอาความรึ?” หลินเหยียนกำหมัดแน่น ดวงตาแดงก่ำ ในใจอัปยศอดสูอย่างที่สุด
เขาเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ ที่อยู่ระดับล่างสุด สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว หรือว่าแม้แต่การฝึกฝนก็ยังไม่ได้รับอนุญาต?
“หึ ไม่ต้องให้เศษสวะอย่างเจ้ามาเป็นห่วง มารับหมัดรับเท้าเสียดีๆ!”
ใบหน้าของทั้งสองคนไม่ได้มีความกังวลแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าเตรียมแผนรับมือไว้แล้ว ไม่กลัวการลงโทษจากนิกาย
“รังแกกันเกินไปแล้ว ข้าจะสู้ตายกับพวกเจ้า!” แววตาของหลินเหยียนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มิได้คิดจะนั่งรอความตาย ตั้งใจจะสู้จนตัวตายไปข้างหนึ่ง
เพียงแต่ความคิดนั้นสวยงาม แต่ความเป็นจริงนั้นโหดร้าย
บัดนี้เขาเป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาขั้นกลาง ส่วนอีกฝ่ายคนหนึ่งอยู่ขอบเขตย้ายโลหิตขั้นกลาง อีกคนอยู่ขอบเขตย้ายโลหิตขั้นปลาย
ช่องว่างของขอบเขตพลังมากเกินไป อย่างไรก็ไม่มีทางชนะ
ศิษย์สายนอกทั้งสองคนถูมือไปมา เย้ยหยันเตรียมจะลงมืออย่างเหี้ยมโหด
“หยุดมือ!” ในขณะนั้นเอง หลี่อู๋เต้าก็เดินออกมา คิ้วขมวด ดวงตาเย็นชา บรรยากาศรอบกายโดดเด่น
ทุกคนหันมามอง สายตาดูแปลกไป สำหรับศิษย์สายตรงที่ได้อันดับสองในการทดสอบเข้าสำนักผู้นี้ ไม่มีศิษย์ใหม่คนไหนที่ไม่รู้จัก
“พี่หลี่! ข้า...” หลินเหยียนตะลึงไป ก่อนจะแสดงสีหน้าตื่นเต้น พูดจาติดๆ ขัดๆ
หลี่อู๋เต้าพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้เขาสงบลง ส่งสายตาให้เขา แล้วหันไปมองศิษย์สายนอกทั้งสองคนนั้น
“หลินเหยียนไปล่วงเกินพวกเจ้าตรงไหน ถึงต้องลงมือหนักถึงเพียงนี้?”
เขาถามไปตามขั้นตอน สายตาไม่เป็นมิตรอย่างยิ่ง
หลินเหยียนคือบุตรแห่งโชคชะตาที่เขาหมายตาไว้ หากไม่มี “น้ำนมวิญญาณปฐพี” สิบหยดจากการคืนกำไรครั้งก่อน เขาไม่มีทางทะลวงถึงขอบเขตย้ายโลหิตขั้นสุดยอดได้รวดเร็วเพียงนี้
กล้ารังแกแกะอ้วนที่เขาหมายตาไว้ ก็เท่ากับเป็นการลูบคมพยัคฆ์ จะปล่อยไปง่ายๆ ไม่ได้
“นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของเรากับมัน ขอเตือนเจ้าว่าอย่ามายุ่งเรื่องของคนอื่น ระวังจะเดือดร้อนไปด้วย”
ศิษย์สายนอกคนหนึ่งสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็มิได้มีความคิดที่จะถอย
“แม้พรสวรรค์ของเจ้าจะไม่เลว แต่หากจะดึงดันออกหน้าให้เศษสวะคนนี้ ก็อย่าหาว่าพวกเรารุมรังแกเจ้าแล้วกัน!”
อีกคนสีหน้าค่อนข้างจะมืดมน
“หึ น่าสนใจ พวกเจ้าจะลงมือกับข้างั้นรึ?” หลี่อู๋เต้าส่ายหน้าพลางหัวเราะ
ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาเป็นถึงศิษย์สายตรง สองคนนี้จะมีคุณสมบัติพอที่จะลงมือกับเขาหรือไม่
ต่อให้ไม่มีข้อจำกัดด้านฐานะ ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ เพียงแค่หมัดเดียว ก็คงจะส่งพวกมันไปเฝ้าพระพุทธเจ้าบนสวรรค์ได้แล้ว
ทั้งสองคนนี้ไม่โง่ ก็ต้องมีคนหนุนหลังอยู่ เห็นได้ชัดว่า เขาเอนเอียงไปทางอย่างหลังมากกว่า
“ถ้าล้มข้าลงไม่ได้ พวกเจ้าก็แตะต้องเขามิได้ ลงมือมาสิ”
หลี่อู๋เต้ายืนขวางหน้าหลินเหยียน กวักนิ้วเรียกทั้งสองคนอย่างสบายอารมณ์
หลินเหยียนมองร่างที่ขวางอยู่เบื้องหน้า ขอบตาแดงก่ำเล็กน้อย ในอกรู้สึกตื้นตัน
แม้เขาจะเป็นศิษย์สายนอก แต่ฐานะก็ไม่ต่างอะไรกับศิษย์รับใช้ ใครๆ ก็กล้ารังแกเขา ไร้ซึ่งตัวตนโดยสิ้นเชิง
หลี่อู๋เต้ากับเขาเพิ่งจะพบกันเป็นครั้งที่สอง แต่กลับช่วยเหลือเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า นอกจากครอบครัวแล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกอบอุ่นใจเช่นนี้มานานแล้ว
ในตอนนี้ ศิษย์ที่มุงดูเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ขาดแคลนศิษย์สายในและศิษย์สายตรง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาที่จับจ้องมามากมาย
“ไป!” ศิษย์สายนอกทั้งสองคนตัวแข็งทื่อ มองหน้ากัน สีหน้าดูไม่ดี หันหลังเตรียมจะจากไป
สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็ยังไม่กล้าลงมือกับหลี่อู๋เต้าอย่างเปิดเผย
“เดี๋ยวก่อน ใครอนุญาตให้พวกเจ้าไป?” หลี่อู๋เต้าเรียกพวกเขาไว้ มุมปากยกขึ้นอย่างเย้ยหยัน “รังแกน้องชายข้าเสร็จแล้ว ก็คิดจะเช็ดปากแล้วจากไปง่ายๆ อย่างนั้นรึ จะมีเรื่องดีๆ เช่นนี้ในใต้หล้าได้อย่างไร!”
“เจ้าอย่าทำเกินไป เรื่องบานปลายไปก็ไม่ดีกับใครทั้งนั้น” ศิษย์สายนอกคนหนึ่งกล่าวเสียงหนัก
“อย่างนั้นรึ ข้าอยากจะเห็นนักว่าจะไม่ดีอย่างไร?” หลี่อู๋เต้าไม่สนใจคำขู่นี้เลยแม้แต่น้อย พูดไม่กี่คำก็ลงมือทันที
เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ตบหน้าไปฉาดใหญ่
“เพียะ—” เสียงตบหน้าดังชัดเจน
ศิษย์สายนอกคนหนึ่งรู้สึกเพียงว่าแก้มถูกกระแทกอย่างแรง สมองอื้ออึง ตาพร่ามัว ร่างกายเสียการควบคุมล้มลงกับพื้น
เสียงดังปัง หัวกระแทกพื้นไปเต็มๆ ครึ่งค่อนวันก็ยังไม่ลุกขึ้นมา
แก้มครึ่งหนึ่งของคนผู้นี้บวมเป่ง เขียวม่วงปะปนกัน ฟันหักไปเจ็ดแปดซี่ ใบหน้าซีดเผือด พูดจาไม่ออก
“เจ้า... หาที่ตาย!” ศิษย์สายนอกอีกคนตกใจและโกรธแค้น รีบพุ่งเข้ามาทันที ในแววตามีเจตนาฆ่าฟันวาบผ่าน
“พวกไก่ดินสุนัขป่า ไม่อาจทนรับการโจมตีได้”
ในแววตาของหลี่อู๋เต้าฉายประกายความดูแคลน ยื่นมือไปรับหมัดของอีกฝ่ายอย่างแข็งกร้าว แล้วบีบเบาๆ
“แกร็ก—”
“อ๊าก—” เสียงกระดูกแตกดังขึ้น ศิษย์สายนอกคนนั้นร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นที่หน้าผาก
เพียงเท่านี้ หมัดของมันก็ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด
“ด้วยพลังอันน้อยนิดของพวกเจ้า ยังกล้ารังแกคนอื่น ใครให้ความกล้าพวกเจ้ามากัน?” หลี่อู๋เต้าไม่ปล่อยมันไปง่ายๆ เตะเข้าไปที่หน้าอกของคนผู้นั้น
ทันใดนั้น ศิษย์สายนอกคนที่สองก็ปลิวออกจากฝูงชน ราวกับว่าวที่สายป่านขาด ตกลงไปไกลสิบเมตร กลิ้งไปหลายรอบจึงจะหยุดลง
“พรวด—” คนผู้นี้ล้มลงกองกับพื้นราวกับกองโคลน อ้าปากพ่นโลหิตสีดำออกมาคำหนึ่ง ใบหน้าซีดเผือดในทันที หายใจหอบอย่างหนัก
หากมองใกล้ๆ จะพบว่ากระดูกหน้าอกของมันหักไปเจ็ดแปดซี่ ยุบลงไปหลายนิ้ว โลหิตไหลรินออกมาอย่างน่าอนาถ
ทั่วทั้งลานฝึกเงียบกริบ ทุกคนอ้าปากค้าง กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่
โหดเหี้ยม! บาดแผลเช่นนี้ อย่างน้อยก็ต้องนอนอยู่บนเตียงหลายเดือน
“พี่หลี่... กล่าวว่าข้าเป็นน้องชายของเขา...”
แววตาของหลินเหยียนซับซ้อน แต่ส่วนใหญ่คือความกตัญญู ไม่คิดว่าหลี่อู๋เต้าจะทำเพื่อเขาได้ถึงขนาดนี้
【ติ๊ง! ตรวจพบค่าความชอบของหลินเหยียน +30, ค่าความชอบปัจจุบัน 50】
【เข้าเงื่อนไขการจับรางวัล ต้องการเริ่มจับรางวัลหรือไม่?】 ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น
หลี่อู๋เต้าประหลาดใจ ไม่คิดว่าค่าความชอบของหลินเหยียนจะเพิ่มขึ้นเร็วถึงเพียงนี้ นับว่าไม่เสียแรงที่เขาลงมือ
เป็นดังที่ระบบกล่าวไว้จริงๆ หลินเหยียนผู้นี้เป็นคนที่รู้คุณคน
“เกือบลืมไป ยังมีฟังก์ชันจับรางวัลของระบบอยู่นี่...” ในใจของหลี่อู๋เต้าเกิดความคิดขึ้นมา
รางวัลในสระรางวัลของบุตรแห่งโชคชะตาล้วนเป็นของดีทั้งนั้น ไม่แน่ว่าอาจจะสุ่มได้ของล้ำค่าระดับจักรพรรดิก็ได้
ในขณะนั้นเอง ศิษย์ที่แก้มบวมครึ่งหนึ่งก็ลุกขึ้นมา ตาลุกเป็นไฟ “หลี่อู๋เต้า เรื่องในวันนี้จะไม่มีทางจบลงง่ายๆ แน่!”
“เจ้าเห่าอะไรอยู่?” หลี่อู๋เต้าถูกบังคับให้หยุดการจับรางวัล ฟันขบกันจนแทบจะแตก
เจ้าเด็กนี่ช่างน่ารังเกียจนัก ดันมาขัดจังหวะข้าในยามนี้พอดี
“ตำหนักผู้คุมกฎปฏิบัติหน้าที่ ทุกคนหลีกทาง!”
ทันใดนั้น ฝูงชนที่มุงดูก็ถูกผลักออกไปอย่างแรง
เหล่าศิษย์ที่มุงดูอยู่เดิมทีก็มีเสียงบ่น แต่เมื่อเห็นเครื่องแต่งกายของผู้ที่มา สีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที ต่างก็ถอยหนีไปไกล
ผู้คุมกฎวัยกลางคนห้าคนที่สวมชุดคลุมสีดำ ใบหน้าเย็นชาเดินเข้ามาในลานฝึก กวาดตามองสถานการณ์
“มั่วสุมก่อเรื่อง ทะเลาะวิวาท พวกเจ้าช่างกล้านัก ตามข้าไปที่ตำหนักผู้คุมกฎเสียดีๆ!” ผู้คุมกฎที่นำหน้าสายตาฉายแววเย็นชา ออกคำสั่งจับกุม
ในไม่ช้า รวมถึงหลินเหยียนและหลี่อู๋เต้าด้วย ทุกคนก็ถูกควบคุมตัว พาไปยังตำหนักผู้คุมกฎ
ศิษย์สายนอกที่ถูกหลี่อู๋เต้าตบหน้าคนแรกเดินนำหน้าอยู่ ทันใดนั้นก็หันกลับมา
“ครั้งนี้พวกเราพลาดท่า แต่คราหน้าโชคของพวกเจ้าคงไม่ดีเช่นนี้แล้ว เจ้า... เจ้าปกป้องเศษสวะนั่นไปตลอดไม่ได้หรอก!”
มันเผยให้เห็นฟันที่หลอ มุมปากมีเลือดไหลซึม น้ำเสียงแฝงความอาฆาตอย่างน่าขนลุก
[จบตอน]###