เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - เรื่องราวหนหลัง

บทที่ 12 - เรื่องราวหนหลัง

บทที่ 12 - เรื่องราวหนหลัง


บทที่ 12 - เรื่องราวหนหลัง

เมื่อเห็นฮูหยินเฒ่าโอวหยางด่าทอด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง โอวหยางหมิงโหลวก็หัวเราะออกมา

จากนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะเย็นชาแล้วกล่าวว่า "ในเมื่อท่านย่ามีเสียงดังกังวานและมีเรี่ยวแรงด่าคนได้มากขนาดนี้ หนทางข้างหน้าก็คงไม่ต้องพึ่งพาพี่น้องอย่างพวกเราแล้วล่ะ หมิงเหยี่ยน หมิงซวี่ พวกเจ้าคอยประคองพี่ใหญ่ไว้ ข้าจะไปขอน้ำจากพวกพี่ทหารสักหน่อย"

พูดจบ โอวหยางหมิงโหลวก็ไม่แม้แต่จะปรายตามองท่านย่าที่กำลังด่าว่าพวกเขาเป็นตัวซวยอีก เขาหันหลังเดินตรงไปยังกลุ่มทหารทันที

เมื่อเห็นท่านย่ามีน้ำเสียงทรงพลังและด่าคนได้อย่างมีชีวิตชีวาถึงเพียงนี้ สองพี่น้องโอวหยางหมิงชิงและโอวหยางหมิงเหยี่ยนมีหรือจะไม่เข้าใจ

ที่แท้ท่านย่าก็ฟื้นตั้งนานแล้ว เพียงแต่ไม่อยากลืมตาขึ้นมาก็เท่านั้น ความรู้สึกเย็นเยียบพลันเกาะกุมจิตใจของพวกเขาทันที

เมื่อโอวหยางหมิงหลี่จอมเถียงเห็นฮูหยินเฒ่าโอวหยางเอาแต่ด่าทอไม่หยุด เขาก็ถกแขนเสื้อขึ้น มือข้างหนึ่งเท้าสะเอว ส่วนอีกข้างชี้หน้าด่านางฉอดๆ "ครอบครัวข้าเป็นตัวซวย แล้วท่านล่ะเป็นตัวอะไร ยายแก่ตัวซวย วันๆ เอาแต่บ่นพึมพำไม่หยุดปาก..."

"ท่านพ่อข้าเป็นถึงบัณฑิตจิ้นซื่อ แต่ต้องมายอมทิ้งอนาคตเพราะคำพูดของท่านคำเดียว ต้องมาช่วยยายแก่ตัวซวยอย่างท่านดูแลกิจการ จนสร้างเนื้อสร้างตัวมาได้ถึงทุกวันนี้ แล้วท่านล่ะ รู้จักพอใจบ้างไหม"

"ท่านไม่รู้จักพอก็แล้วไปเถอะ ของกินของใช้ในจวนทุกอย่าง มีชิ้นไหนบ้างที่ไม่ใช่เงินที่ท่านพ่อกับท่านอาเล็กของข้าหามา แล้วลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านล่ะ โกงกินเงินทองของมีค่าไปตั้งเต็มห้อง เคยให้ท่านเห็นแม้แต่หางตาหรือไม่"

เมื่อเห็นโอวหยางหมิงหลี่ผู้เป็นหลานชายเถียงฉอดๆ ฮูหยินเฒ่าโอวหยางก็โกรธจนตัวสั่น ชี้หน้านางด้วยนิ้วที่สั่นเทา ริมฝีปากสั่นระริกอยู่หลายครั้งแต่กลับพูดอะไรไม่ออก

ส่วนโอวหยางหมิงหลี่ราวกับว่ายังไม่หนำใจ เขายังคงทำตัวเป็นหญิงชาวบ้านด่าทอคนกลางถนนต่อไป "ยายแก่ตาบอด ลำเอียงจนทะลุมหาสมุทรแปซิฟิก ยายแก่ตัวซวย ท่านมีสิทธิ์อะไรมาว่าพวกเรา"

เมื่อได้ยินคำว่า 'ลำเอียงจนทะลุมหาสมุทรแปซิฟิก' ดวงตาของโอวหยางเฟยลั่วที่เจียงอวิ๋นอุ้มอยู่ก็สว่างวาบขึ้นมาทันที นางตบไหล่เจียงอวิ๋นเบาๆ "ท่านอาหญิงเล็ก วางข้าลงเถอะเจ้าค่ะ"

เจียงอวิ๋นที่กำลังตกตะลึงกับคำพูดอกตัญญูของจอมเถียงน้อย พอได้ยินเสียงของเฟยลั่วน้อยก็รีบวางนางลงตามคำขอ จากนั้นก็หันไปถามสวีอวี้จู "พี่สะใภ้รอง คนที่กำลังด่าอยู่นั่นคือหมิงหลี่หรือ"

สวีอวี้จูพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร สายตาจับจ้องไปที่ร่างของบุตรสาว นางอยากรู้ว่าทำไมบุตรสาวถึงขอลงเดิน

โอวหยางเฟยลั่วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าจอมเถียงน้อย ดึงแขนเสื้อเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงใส "พี่เล็ก ท่านด่าแบบนี้ไม่ถูกนะ ต้องดูข้านี่"

พูดจบ นางก็เอามือซ้ายเท้าสะเอว มือขวาชี้หน้าฮูหยินเฒ่าโอวหยางแล้วด่าฉอดๆ "ยายแม่มดเฒ่า ทีตอนใช้งานพวกเราเยี่ยงทาสทำไมไม่เห็นบอกว่าพวกเราเป็นตัวซวยเลย ของกิน ของดื่ม ของใช้ มีอันไหนบ้างที่ไม่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของคนที่ท่านด่าว่าเป็นตัวซวย"

"ท่านรังเกียจที่พวกเราเป็นตัวซวย แล้วจะมาเกาะพวกเรากินอยู่ทำไม จะมากินมาดื่มอะไรนักหนา ที่ท่านทำแบบนี้ก็เพราะท่านพ่อไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของท่าน ท่านกลัวว่าท่านพ่อจะไปขวางทางลูกชายแท้ๆ ของท่านใช่หรือไม่ล่ะ"

โอวหยางหมิงโหลวที่เพิ่งขอกระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำมาได้ครึ่งกระบอกเดินกลับมาพอดี ก็ได้ยินเสียงของน้องสาวตัวน้อยของเขาเข้า

เขารีบสาวเท้าเข้าไปหา เมื่อเห็นน้องรองกับน้องสามยืนขนาบข้างคอยปกป้องน้องสาวอยู่ ในใจก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่ง

เมื่อเห็นเฟยลั่วน้อยขยับปากพูดฉอดๆ ไม่หยุด เขาก็กลัวว่านางจะคอแห้ง จึงรีบยื่นกระบอกน้ำให้ "น้องเล็ก ดื่มน้ำก่อนแล้วค่อยด่าต่อ"

สายตาของเฟยลั่วน้อยยังคงจ้องเขม็งไปที่ฮูหยินเฒ่าโอวหยางที่อยู่ห่างออกไปหลายก้าว นางรับกระบอกน้ำจากพี่ใหญ่มาอย่างสงบ เงยหน้าขึ้นดื่มไปอึกหนึ่ง แล้วส่งกระบอกน้ำให้พี่สาม

จากนั้น เสียงเล็กๆ ของแม่หนูน้อยก็ดังขึ้นอีกครั้ง "ยายแม่มดเฒ่าอย่างท่านมันคือนางจิ้งจอกหน้าเนื้อใจเสือ อย่าคิดนะว่าข้าเด็กแล้วจะโง่ เรื่องที่ท่านพ่อถูกโจรภูเขาดักปล้นคราวนั้นก็เป็นฝีมือยายแม่มดเฒ่าอย่างท่านนั่นแหละ ท่านมันเป็นยายแม่มดเฒ่าใจดำ..."

"ปัดโธ่เว้ย ถ้าข้าไม่แผลงฤทธิ์ พวกท่านก็คงคิดว่าข้าเป็นแมวป่วยสินะ วันๆ เอาแต่จ้องจะรังแกพวกเรา..."

พอด่าจบ ความขุ่นเคืองในใจก็ทุเลาลง เมิ่งอี้ เสี่ยวชี และพวกพ้องที่ยืนดูและฟังอยู่ไม่ไกล ต่างก็แสดงสีหน้าเห็นด้วยขณะมองดูแม่หนูน้อยที่ถูกห้อมล้อมด้วยเด็กหนุ่มสองคนและเด็กชายหนึ่งคน

หลายปีมานี้ สิ่งที่ฮูหยินเฒ่าแห่งตระกูลโอวหยางทำนั้นมันเกินไปจริงๆ

คนเฒ่าคนแก่ในเมืองหลวงต่างก็รู้ดีว่า แม้โอวหยางจิ่นจะเป็นบุตรชายคนรองของโอวหยางหง แต่เขาก็ไม่ใช่บุตรที่เกิดจากฮูหยินเฒ่าโอวหยางผู้นี้

โอวหยางจิ่นเป็นบุตรชายของโอวหยางหงกับเหลียนจิ่นผู้เป็นหญิงคนรักในวัยเด็กต่างหาก

ตอนที่โอวหยางหงสอบได้จิ้นซื่อ ด้วยความที่รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาแถมยังไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด จึงกลายเป็นที่หมายปองของใครหลายคนที่อยากจะดึงตัวไปเป็นพวก

และเพราะเขามีหญิงคนรักอยู่แล้ว แถมยังใกล้จะเข้าพิธีวิวาห์กัน บางคนจึงเกิดความคิดที่ไม่สมควรขึ้น

และแล้ว หลังจากแต่งงานได้ไม่นาน โอวหยางหงก็พลาดท่าเสียที ไปหลับนอนกับหลานสาวของขุนนางผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเข้า สุดท้ายก็บีบคั้นจนเหลียนจิ่นต้องขอหย่าขาด

เหลียนจิ่นที่เสียใจจนแทบขาดใจคิดจะจบชีวิตตัวเองแต่มีคนช่วยไว้ได้ จากนั้นนางก็พบว่าตัวเองตั้งครรภ์

แต่โชคร้าย ตอนที่เหลียนจิ่นใกล้จะคลอด เรื่องที่นางตั้งครรภ์ดันไปรู้ถึงหูของเฉินเยียนฮวาหรือก็คือฮูหยินเฒ่าโอวหยางคนปัจจุบันเข้า

หลังจากมาข่มขู่คุกคามและจากไปอย่างหยิ่งผยองแล้ว พอกลับถึงจวนเฉินเยียนฮวาก็จัดฉากแกล้งหกล้มจนคลอดก่อนกำหนด

ในยามเฉินของวันรุ่งขึ้น นางก็ได้ให้กำเนิดบุตรชาย ซึ่งก็คือโอวหยางฮุยในปัจจุบัน

ส่วนทางด้านเหลียนจิ่นก็เจ็บท้องคลอดกะทันหันเช่นกัน ทว่าหลังจากคลอดโอวหยางจิ่นออกมาได้ เหลียนจิ่นก็สิ้นใจจากไป

เมื่อเห็นหญิงคนรักจากไปอย่างไม่มีวันกลับ โอวหยางหงมองทารกน้อยในอ้อมอก จึงตั้งชื่อให้เขาว่า จิ่น

วันรุ่งขึ้นหลังจากฝังศพเหลียนจิ่นเรียบร้อยแล้ว โอวหยางหงก็อุ้มโอวหยางจิ่นพร้อมกับพานางนมสองคนที่จ้างมากลับไปที่จวน

ทว่าพอกลับมาถึงจวนก็พบว่าเฉินเยียนฮวาเองก็คลอดบุตรชายแล้วเช่นกัน เขาชะงักไปชั่วครู่ มองเฉินเยียนฮวาที่เอนกายพิงหัวเตียงด้วยสีหน้าซับซ้อน จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป

ตั้งแต่นั้นมา โอวหยางหงก็ไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปในห้องของเฉินเยียนฮวาอีกเลย จนกระทั่งงานเลี้ยงครั้งหนึ่งในอีกห้าปีต่อมา

โอวหยางหงที่ดื่มไปพอสมควรกลับมาถึงจวน เขานั่งลงบนม้านั่งหินในสวน รับน้ำแกงสร่างเมาตากบ่าวรับใช้มาดื่มจนหมดรวดเดียว หลังจากนั้น...

สองเดือนต่อมา เฉินเยียนฮวาก็บอกโอวหยางหงว่านางตั้งครรภ์แล้ว แถมครรภ์ยังแข็งแรงดีอีกด้วย

โอวหยางหงถึงกับยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ทำอะไรไม่ถูกไปพักใหญ่...

ตั้งแต่มีโอวหยางชิน โอวหยางหงมองดูโอวหยางชินที่หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ดูจริงใจขึ้นมาก

เขามักจะแวะเวียนมาหยอกล้อกับโอวหยางชินอยู่บ่อยๆ ส่วนโอวหยางจิ่นที่เฝ้ามองทุกอย่างอยู่ห่างๆ ก็เคยถามโอวหยางฮุยผู้เป็นพี่ชายด้วยความสงสัย "พี่ใหญ่ ท่านพ่อไม่ชอบข้าใช่หรือไม่"

"ไม่หรอก ท่านพ่อไม่ชอบพวกเราทั้งคู่ต่างหาก"

วันเวลาล่วงเลยไป

โอวหยางหงก็ค่อยๆ ละเลยโอวหยางจิ่นที่เขาอุ้มกลับมาด้วยมือตัวเอง จนกระทั่งโอวหยางจิ่นสอบได้จิ้นซื่อ เขาถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังมีลูกชายอยู่อีกคน

โอวหยางจิ่นนึกว่าครั้งนี้บิดาจะมองเห็นความดีความชอบและกล่าวชมเชยตนเองบ้าง

แต่ทว่า เขากลับคาดไม่ถึงเลยว่า โอวหยางหงที่คุ้นชินกับความเก่งกาจของลูกชายคนโตมาตลอด จะยอมเชื่อฟังคำยุยงของมารดา บังคับให้เขาทิ้งอนาคตทางราชการเพื่อมาดูแลกิจการของตระกูลโอวหยาง

โอวหยางจิ่นมองดูบิดาที่บังคับให้เขาละทิ้งอนาคต และมารดาที่เอาแต่เรียกร้องหาความตายอยู่ด้านข้าง เขาคลายหมัดที่กำแน่นออก จากนั้นก็กลับไปที่เรือนเหอจิ่น ขังตัวเองอยู่ในห้องโดยไม่กินไม่ดื่มและไม่ออกมาพบใครถึงห้าวันเต็ม

เขาคิดจะใช้การอดอาหารเพื่อต่อต้าน แต่สุดท้ายก็ต้องล้มเหลว...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 12 - เรื่องราวหนหลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว