บทที่ 14
บทที่ 14
สืออวี่กดเล่นวิดีโอเพื่อเช็กผลลัพธ์ทันที:
ข้าพเนจรท่องยุทธภพตามใจตน,
ดื่มเหล้าขุ่นสักจอกให้สำราญ,
มองดูความเศร้าในดวงใจกลางมวลบุปผาด้วยความมึนเมา,
อย่าได้ออกไปเตร็ดเตร่นอกด่านเลย,
ทิ้งให้โฉมงามต้องเฝ้ารอคอย...
คลอไปกับเสียงร้องชายสไตล์จีนที่ไพเราะ ชายหนุ่มในชุดคลุมยาวสีดำ สวมหน้ากากงิ้วปักกิ่งพื้นขาวลายแดง ร่ายรำท่วงท่าสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปอย่างสง่างาม
กล้องค่อยๆ เฟดเข้าเพื่อเปลี่ยนฉาก
ในสถานที่เดิม ชายคนนั้นอยู่ในความมืด สวมปลอกนิ้วเรืองแสงไขว้มือกัน ภาพถูกเร่งความเร็วเป็นเส้นตรง
กล้องหมุนวนเพื่อเปลี่ยนฉากอีกครั้ง
ในพื้นที่สีดำสนิท มีวงไฟสีขาวสองวงลอยเคว้งอยู่ในความว่างเปล่า เสียง "ติ๊ง" ของแก้วไวน์ที่ชนกันดังขึ้น ภาพสลับช้าเร็วด้วยเทคนิค Speed Ramp แบบเส้นโค้ง
กล้องกะพริบแสงสีขาวเปลี่ยนฉาก
ชายคนนั้นถือคนโทเหล้า ทำท่ากระดกอย่างห้าวหาญ
กล้องละลายภาพเปลี่ยนฉาก
ท่ามกลางความมืดสลัว ชายคนนั้นโปรยเศษวัสดุสีขาวระยิบระยับขึ้นไปบนท้องฟ้า...
ตัวอักษรจีนหวัดๆ ตัวใหญ่สองตัวคำว่า "เหล้าขุ่น" ปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันและหมุนหายไปจากหน้าจอ
สุดท้าย ชายคนนั้นสะบัดพัดกระดาษ ดูหล่อเหลาและสง่างามเกินคำบรรยาย
วิดีโอทั้งหมดมีความยาว 15 วินาที ประกอบด้วย 16 ช็อต ใช้เทคนิคทรานซิชัน 8 แบบ ฟิลเตอร์ที่แตกต่างกัน 6 ชนิด เทคนิคการปรับความเร็ว 4 สไตล์ และเอฟเฟกต์พิเศษนับไม่ถ้วน มันสร้างภาพลักษณ์ของชายหนุ่มในสไตล์โบราณที่ดื่มเหล้าอย่างองอาจ
ภาพที่ออกมาดูเท่ มุมกล้องดูแปลกตา แสงและเงาสอดประสานกัน เอฟเฟกต์ดูหลอนตาแต่ลงตัว และการจัดการซับไตเติลที่พอเหมาะพอดี มันเหมือนกับภาพยนตร์แอนิเมชันสไตล์จีนระดับบล็อกบัสเตอร์ เป็นอาหารตาที่ทำให้คนดูแทบไม่กล้ากะพริบตา!
นี่มันงานศิลปะทางสายตาชัดๆ!
สุดยอด PLUS!
สืออวี่ตบมือให้ตัวเอง! หลังจากที่เขาดัดแปลงและอัปเกรดแล้ว ผลลัพธ์มันระเบิดพลังยิ่งกว่าเวอร์ชันในชาติก่อนเสียอีก! ผลงานชิ้นเอกของ สายเทคนิค ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!
จงไปเก็บเกี่ยวชื่อเสียงซะเถอะ!
สืออวี่เปิด TikTok ด้วยความภูมิใจ ล็อกอินเข้าบัญชี "เสี่ยวซื่อจี" แล้วอัปโหลดผลงานใหม่ทันที
เขาใส่แฮชแท็ก: #ความพยาบาทของคนรัก #ปกป้องสายเทคนิคของเรา #TechnicalFlow
เขากดเผยแพร่
เรียบร้อย งานเสร็จสิ้น
เวลา 18:50 น. สืออวี่มาถึงยิมด้วยชุดกีฬาง่ายๆ
ทันทีที่ก้าวเข้าไป เขาเห็นผู้หญิงร่างสูงคนหนึ่งยืนคุยกับพนักงานต้อนรับอยู่ที่เคาน์เตอร์
ดวงตาของสืออวี่เบิกกว้างทันที!
เชี้ย... นี่มัน...
โครตสูง! โครตเท่! หุ่นโครตสะบึม!
สืออวี่กลั้นหายใจ ผ่อนฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัวเพื่อแอบสังเกต
เธอสูงสง่าและดูเหมือนจะสูงกว่าสืออวี่เสียด้วยซ้ำ เธอสวมชุดโยคะสีดำรัดรูปปกปิดมิดชิด ยืนพิงเคาน์เตอร์อยู่ กางเกงโยคะที่ยืดหยุ่นสูงขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งที่ยั่วยวน เอวของเธอบางกิ่วจนแทบจะโอบรอบด้วยมือเดียว เกิดเป็นรูปทรงตัว S ที่มีเสน่ห์
ขาของเธอยาวมากไม่ใช่แค่ "ขายาว" ทั่วไปที่เห็นกันดาดเดื่อ แต่มันยาวสวยจนน่าทึ่งจริงๆ และพอยิ่งใส่กางเกงโยคะด้วยแล้ว มันคือ "เครื่องประหารชายหนุ่ม" ชัดๆ! เธอเปรียบเสมือนคิม คาร์ดาเชียน เวอร์ชันจีนเทพธิดาสะโพกดินระเบิด!
หุ่นระดับพระเจ้าสร้างมาแบบนี้ นอกจากพรสวรรค์แล้ว ต้องใช้ทั้งเวลา พลังงาน และหยาดเหงื่อมหาศาลในการฝึกฝน สืออวี่รู้สึกทั้งคาดหวังและกังวล เขาหวังว่าหน้าตาของเธอจะเข้ากับหุ่นระดับปิศาจนี้ แต่ก็กังวลว่าถ้าหน้าตาดูไม่ได้ มันจะน่าเสียดายหุ่นดีๆ แบบนี้
จังหวะที่สืออวี่กำลังจะเดินไปดูด้านข้าง พนักงานต้อนรับก็เห็นเขาและโบกมือทักทาย:
"สุดหล่อ มาแล้วเหรอคะ! นี่คือเทรนเนอร์ของคุณค่ะ ชื่อ จูจู"
เธอคือเทรนเนอร์ของฉัน!
สายตาการคัดคนของฉันนี่มันไม่เลวเลยจริงๆ~~
สืออวี่ภูมิใจอยู่ลึกๆ แต่ยังคงท่าทางสงบนิ่งขณะเดินไปที่เคาน์เตอร์ เธอหันกลับมาพอดี
เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก หน้าตาของเธอไม่ใช่แค่ 86 คะแนนเหมือนในรูป แต่น่าจะสัก 87 หรือ 88 คะแนนเลยทีเดียว รูปในประวัตินอกจากจะทำให้เธอดูสวยน้อยลงแล้ว ยังถ่ายแค่ครึ่งตัว ทำให้มองไม่เห็นความสูงและหุ่นที่แท้จริง
เธอมีใบหน้ารูปไข่ที่สวยสง่า ดั้งจมูกโด่ง และริมฝีปากสีแดงระเรื่อดูสุขภาพดี ดวงตาของเธอโต ใส และเป็นประกายดูมีชีวิตชีวา เธอกำลังจ้องมองมาที่สืออวี่ตรงๆ
"ว้าว ครูครับ ครูสูงเท่าไหร่เนี่ย?" สืออวี่ยืนพิงเคาน์เตอร์พลางกะความสูงของเธอ
"183 เซนค่ะ" เสียงของเธอใสและกังวาน ฟังดูเหมือนเด็กสาวที่ร่าเริง
สืออวี่เบ้ปาก "ถ้ารู้ว่าครูสูงขนาดนี้ ผมไม่เลือกครูหรอก สูงกว่าผมอีกนะเนี่ย"
เธอเม้มปากยิ้ม "มองโลกในแง่ดีสิคะ ฉันสูงกว่าผู้ชายตั้งหลายคน ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวหรอก"
"ฮ่าๆ..." สืออวี่หัวเราะ "มุกของครูไม่ขำเลยนะ มันบั่นทอนกำลังใจผมมากรู้ไหม"
"ถ้าไม่ขำ แล้วคุณหัวเราะทำไมล่ะคะ?"
"หัวเราะแห้งๆ ไง ครูดูไม่ออกเหรอ?"
ทั้งเธอและพนักงานต้อนรับต่างพากันขำ บรรยากาศเริ่มเป็นกันเอง
"เริ่มเลยไหมคะ?" เธอยกแขนขึ้นเช็กนาฬิกาสปอร์ต "หนึ่งทุ่มตรงพอดี"
"ตกลงครับ" สืออวี่หยิบกระเป๋ายิมเดินตามเธอเข้าไปด้านใน "เราจะเริ่มที่โปรเจกต์ไหนก่อนดี?"
"วัดองค์ประกอบร่างกายก่อนค่ะ ตามฉันมา" เธอนำทางไปที่ห้องโยคะ
สืออวี่ตามเธอเข้าไปในห้องพักผ่อนข้างๆ ห้องโยคะ ซึ่งมีเครื่องวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายตั้งอยู่ที่มุมห้อง
"เรามาเก็บข้อมูลกันให้หมดก่อน จะได้เอาไว้เปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงได้" เธอเปิดเครื่องแล้วให้สืออวี่ยืนขึ้นไป
พวกเขาวัดทั้งส่วนสูง น้ำหนัก เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย BMI และคะแนน inBody
เธอจดข้อมูลลงในสมุดบันทึกเล่มเล็ก จากนั้นหยิบสายวัดตัวออกมา ยืนข้างๆ สืออวี่แล้วพูดว่า "ขอวัดรอบแขนหน่อยนะ"
สืออวี่ยกแขนขวาขึ้น เธอพันสายวัดรอบกล้ามแขน แล้วก้มลงมองตัวเลข
เธอยืนใกล้มาก เมื่อสืออวี่หันไปมองแขนตัวเอง สายตาเขาก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะไปหยุดอยู่ที่เธอ ทุกอย่างในตัวเธอมันดู 'ใหญ่' ไปหมด ยกเว้นเอวที่บางเฉียบอย่างไม่น่าเชื่อ
หลังจากแขน เธอก็วัดรอบอกบน รอบอกล่าง รอบเอว สะโพก ต้นขา และน่อง
พอถึงจังหวะวัดรอบต้นขา มันเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนนิดๆ สืออวี่เลยรีบคว้าสายวัดมาวัดเองแล้วถามว่า "ครูเทรนมานานหรือยังครับ? หุ่นดีสุดยอดไปเลย"
สังเกตเห็นท่าทางที่เขารีบคว้าสายวัดไปเองและชวนคุย เธอเหลือบมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยนแล้วตอบชัดเจน "ฉันชอบกีฬามาตั้งแต่เด็กค่ะ เริ่มเล่นเวทจริงจังตอนมัธยมปลาย เทรนมาหลายปีแล้ว"
"แล้วผมต้องเทรนอีกนานแค่ไหนถึงจะมีกล้ามเนื้อแบบครูบ้าง?" สืออวี่ถาม
ระหว่างที่จดข้อมูลเธอก็ตอบกลับ "บอกยากค่ะ พรสวรรค์ ความพยายาม และวินัย เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย"
"อ้อ..." สืออวี่ถามต่อ "แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าใครมีพรสวรรค์?"
"เทรนไปสักพักก็รู้ค่ะ" เธออ้างคำคมชื่อดังว่า "ฟิตเนสเป็นสิ่งเดียวที่ความพยายามจะให้ผลลัพธ์ตอบแทนแน่นอน สำหรับคนที่มีพรสวรรค์ ผลตอบแทนก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก"
ฟิตเนสเป็นสิ่งเดียวที่ความพยายามจะให้ผลลัพธ์ตอบแทนแน่นอน...
สืออวี่ขบคิดประโยคนี้ ความสนใจในฟิตเนสเริ่มเพิ่มสูงขึ้น เขาชี้ไปที่สมุดบันทึกแล้วถามว่า "แล้วครูดูจากอะไรล่ะ? จากตัวเลขพวกนี้เหรอ?"
เธอพยักหน้า "ใช่ค่ะ เราจะจดข้อมูลทุกอาทิตย์ เราจะเห็นมันได้จากการเปลี่ยนแปลงของขนาดกล้ามเนื้อ และค่าความแข็งแรงเวลาที่คุณยกน้ำหนัก" เธอวางปากกาลง "หลังจากเทรนไป คุณจะสัมผัสได้ชัดเจนด้วยตัวเองค่ะ"
สืออวี่พยักหน้าอย่างครุ่นคิด "ตกลงครับ ผมชักจะรอไม่ไหวแล้ว"
"คนเริ่มเล่นใหม่ๆ มักจะไฟแรงแบบนี้แหละค่ะ สำคัญคือต้องอดทนและมีวินัยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ" เธอเก็บสมุดบันทึกแล้วถามว่า "บันทึกเสร็จแล้ว ฉันอยากถามว่าคุณเคยออกกำลังกายมาก่อนไหม? คุ้นเคยกับอุปกรณ์บ้างหรือเปล่า?"
สืออวี่ส่ายหน้า "ไม่เลยครับ ไม่เคยจับอุปกรณ์เลย"
"โอเคค่ะ งั้นฉันจะพาคุณทำความรู้จักอุปกรณ์รอบหนึ่งก่อน"
จูจูพาสืออวี่ไปที่ลู่วิ่งในโซนคาร์ดิโอ อธิบายวิธีใช้งานเสร็จเธอก็ขึ้นไปยืน "ฉันจะทำให้ดูเป็นตัวอย่างนะ"
ลู่วิ่งเริ่มหมุนช้าๆ เธอเริ่มวิ่งจ๊อกกิ้ง ท่าทางของเธอเป๊ะมาก ลำตัวตรง เชิดหน้า ยืดอก ทรงตัวนิ่ง แขนแกว่งอย่างทรงพลัง เรียวขายาวที่อิ่มเอิบก้าวไปอย่างมั่นคง ขายาวๆ ของเธอโบยบินก้าวไปแต่ละก้าวใหญ่โตมาก หนึ่งก้าวของเธอเท่ากับสองก้าวของคนปกติ
เธอเหมือนเสือดาวสาวที่วิ่งไล่ล่าบนทุ่งหญ้าสะวันนาในแอฟริกา ดูสง่างามและน่าเกรงขาม และเธอยังเหมือนนักล่าหญิงชาวอเมซอนในเกม Diablo ที่เต็มไปด้วยสุนทรียภาพของพลังอำนาจที่ดิบเถื่อนและงดงาม
เท่! เท่! เท่!
สืออวี่จ้องมองตาค้าง พลางนึกถึงบล็อกเกอร์ฟิตเนสสาวชื่อดังในชาติก่อนอย่าง หลิวหยางหยาง และ ฉีฉี หุ่น ท่าทาง และออร่าของจูจูนั้นเทียบชั้นกับพวกเธอได้สบายๆ แถมหน้าตายังดีกว่าด้วยซ้ำ
เธอวิ่งอยู่ครู่หนึ่งก็หยุดแล้วเดินลงจากลู่วิ่ง "เดี๋ยวคุณค่อยมาลองเองนะ ตามมาทางนี้ค่ะ"
เธอเดินไปที่โซนเครื่องเดินวงรี "นี่คือเครื่องมือวอร์มอัพที่ดีมาก ทุกครั้งก่อนเล่นเวท ฉันจะใช้อันนี้ห้านาทีเพื่อให้ร่างกายอุ่น เดี๋ยวฉันทำให้ดู"
เธอเหยียบขึ้นไปแล้วตบที่เข่าตัวเอง "จุดสำคัญคือต้องให้เข่างอเล็กน้อยตามธรรมชาติไว้ตลอดเวลา ห้ามล็อกเข่าตรงเด็ดขาด และอย่าใช้แรงกระชากมากเกินไป แขนจับที่ด้ามจับเบาๆ ผ่อนคลายหัวใจ ยืดหลังให้ตรง" เธอเริ่มขยับขา
"ร่างกายต้องขยับขึ้นลงตามจังหวะเครื่องอย่างเป็นธรรมชาติ ความถี่ ความเร็ว และแรงต้านปรับได้ตรงนี้" เธอชี้ไปที่หน้าจอ "วอร์มอัพปกติใช้เลเวล 6 เบิร์นไขมันใช้เลเวล 8"
เธอยืนบนแป้นเหยียบ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ลำตัวเป็นรูปส่วนโค้ง ขายาวๆ สองข้างขยับไปมาอย่างลื่นไหล
หลังสาธิตเสร็จ เธอให้สืออวี่ขึ้นไปเล่นเลเวล 6 เป็นเวลาสิบนาที พอเขาเริ่มมีเหงื่อซึม เธอก็ให้เขาลงมาและสอนการวอร์มอัพข้อต่อช่วงอก ไหล่ และแขน
หลังวอร์มอัพเสร็จ เธอพาสืออวี่ไปที่เครื่อง Smith Machine "เราจะเริ่มฝึกจากหน้าอกก่อน วันนี้เราจะทำ Bench Press
เธอนอนลงบนเบาะ หงายหน้าขึ้น มือสองข้างจับบาร์เบล แล้วอธิบายจุดสำคัญ
"แขนกว้างเท่าช่วงไหล่ ใช้ฐานฝ่ามือกดบาร์เบลให้แน่น ให้แขนทำมุม 30 องศากับหัวไหล่"
"ใช้กล้ามเนื้อหน้าอกออกแรง ไม่ใช่ใช้แขน จินตนาการในหัวว่าคุณกำลังบีบแขนเข้าหาศูนย์กลาง"
"ลดบาร์เบลลงจนต้นแขนขนานกับพื้น อย่าลงต่ำเกินไปเพราะจะทำให้ข้อต่อไหล่บาดเจ็บ"
"กลั้นหายใจตอนออกแรงดันขึ้น และหายใจเข้าตอนผ่อนลง รักษาสมาธิการหายใจให้ดี"
...
เธอสอนอย่างจริงจังและละเอียดรอบคอ อธิบายเน้นย้ำทุกจุดสำคัญและข้อควรระวังในแต่ละจังหวะ และเธอยังถามสืออวี่ว่า "ชัดเจนไหมคะ? เข้าใจหรือเปล่า? ทำตามที่ฉันพูดได้ไหม?"
สืออวี่พยักหน้าหงึกๆ ตลอดเวลา แต่ในตาเขามีแต่ภาพหุ่นที่สง่างามและโฮตสุดๆ ของเธอเท่านั้น
"คุณลองทำให้ฉันดูหน่อยค่ะ" เธอยืนขึ้น
สืออวี่ขยับไหล่นิดหน่อย นอนลงในท่าเดียวกับเธอแล้วจับบาร์เบล
เธอยืนอยู่ข้างหลังสืออวี่ ก้มลงมองท่าทางของเขาแล้วคอยเตือนเป็นระยะ
"แยกมือออกอีกนิดค่ะ ให้กว้างเท่าไหล่ มึงจับแคบไปหน่อย"
"อย่าล็อกแขนตรงนะ แค่ยกขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดก็พอ"
สืออวี่นอนหงาย กัดฟันดันบาร์เบลขึ้น ฮึ่ม!
"ดีค่ะ! ท่าทางเป๊ะมาก! ทำต่อเลย!" เธอย้ายมาขืนข้างๆ เอามือเท้าเอว สังเกตและออกคำสั่งตลอดเวลา "ช้าลงหน่อย ไม่ต้องรีบ... บีบกล้ามเนื้อค้างไว้ครึ่งวินาที... ดีค่ะ ผ่อนลง..."
"เยี่ยมมาก พักสามนาทีแล้วต่อเซตที่สองนะคะ"
ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของเทรนเนอร์สะโพกสวย สืออวี่ทำ Bench Press เซตแรกเสร็จ เหงื่อเริ่มซึมที่หน้าผากเป็นเม็ดเล็กๆ เขาเอามือแตะที่หน้าอก รู้สึกถึงความร้อนผ่าว
เธอเห็นท่าทางของสืออวี่จึงถามปนขำ "กล้ามหน้าอกรู้สึกแล้วใช่ไหมคะ?"
"ครับ มันร้อนๆ แล้วก็รู้สึกตื้อๆ นิดหน่อย"
"นั่นแสดงว่าท่าทางของคุณถูกต้องแล้ว และกระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าอกได้เต็มที่ค่ะ"
"ครูครับ ครูว่าอีกนานไหมผมถึงจะมีหน้าอกเหมือนพี่คนนั้น?" สืออวี่ชี้ไปที่ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังยกบาร์เบลอิสระอยู่ใกล้ๆ กล้ามอกเขาสวยมาก หนาประมาณสองนิ้วได้
เธอหัวเราะเบาๆ แล้วส่ายหน้า "บอกยากค่ะ บางคนใช้เวลาครึ่งปี บางคนทำทั้งชีวิตก็ไม่ได้ มันต้องทั้งขยัน มีวินัย และคุมอาหารให้ถูกต้องถึงจะเห็นผล" พูดเสร็จเธอก็หยิบมือถือมาจากเก้าอี้ใกล้ๆ "ขอ WeChat หน่อยค่ะ เดี๋ยวฉันจะส่งข้อมูลให้ กลับไปลองศึกษาดูแล้วคุมอาหารตามเมนูในนั้นนะ"
หลังแลก WeChat กัน เธอก็พาสืออวี่เทรนหน้าอกต่อ พวกเขาทำไปทั้งหมด 4 ท่า: Bench Press, เครื่อง Chest Press, Pec Deck Fly และ Dips ท่าละ 5 เซต
ด้วยคำแนะนำของเทรนเนอร์สาวสวย สืออวี่เลยมีพลังล้นเหลือและทำทุกท่าอย่างตั้งใจ
เธอมองนาฬิกา ตอนนี้สองทุ่มครึ่งแล้ว เธอจึงพูดว่า "สำหรับอุปกรณ์พอแค่นี้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะสอนท่ายืดกล้ามเนื้อและคลายเส้น"
ยืดเส้นสิบนาที แล้ววิ่งจ๊อกกิ้งอีกยี่สิบนาที การเทรนก็จบลง
ตอนจะกลับ เธอถามสืออวี่ว่า "คุณจะมาหนึ่งทุ่มทุกวันเลยไหมคะ?"
"ครับ ถ้าไม่มีธุระด่วนอะไร ผมจะมาหนึ่งทุ่มตลอด"
"โอเคค่ะ ถ้าจะเปลี่ยนเวลาทักบอกฉันล่วงหน้านะคะ ฉันไปก่อนนะ บายบาย~~" เธอกวักมือลาอย่างร่าเริง
"บายบายครับ~~"
สืออวี่เดินไปอาบน้ำในห้องแต่งตัว พลางลูบหน้าอกที่เริ่มระบมตึงๆ ภาพเงาร่างที่สวยงามและเย้ายวนใจของเธอยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เขาชักจะตั้งตารอการออกกำลังกายในวันพรุ่งนี้เสียแล้วสิ...