เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 คลับปีศาจ

บทที่ 26 คลับปีศาจ

บทที่ 26 คลับปีศาจ


เมืองเจียงเฉิง เมืองบริวารแห่งที่สาม

บริเวณชานเมืองฝั่งเหนือของเมืองหมายเลขสาม มีภูเขาหินสีดำลูกหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ แทบจะไม่มีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำคืน เค้าโครงอันขรุขระของโขดหินแทบจะกลืนหายไปกับความมืดมิด รอบด้านไร้ซึ่งสิ่งปลูกสร้างและแสงไฟใดๆ

ช่วงกลางวันก็แทบจะไม่มีใครเฉียดกรายมาที่นี่อยู่แล้ว ยิ่งพอตกดึกยิ่งเงียบสงัดไร้ผู้คน

จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าหนักๆ เหยียบย่ำลงบนเศษหินดังกรอบแกรบทำลายความเงียบสงัด ร่างสองร่างเดินฝ่าความมืดตรงดิ่งไปยังภูเขาหินอย่างรวดเร็ว

ร่างทางซ้ายสูงใหญ่กำยำ สวมชุดสูทสีดำเนี้ยบ เผยให้เห็นส่วนหัวที่เป็นหัวเสือลายพาดกลอน แววตาดุดันเหี้ยมเกรียม

ส่วนร่างทางขวาสูงโปร่งปราดเปรียว สวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นธรรมดาๆ เผยให้เห็นขนสีดำทะมึนทั่วร่าง บนบ่าคือหัวเสือสีดำขลับ แม้แต่นัยน์ตาก็ยังเป็นสีเข้ม พออ้าปากแสยะยิ้มในความมืด ก็ดูราวกับมีแค่ฟันขาวๆ ลอยไปลอยมา

ทั้งสองร่างนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเสือใส่สูทกับเสือดำที่เพิ่งหนีตายมาจากห้องใต้ดินของแก๊งหัวเสือนั่นเอง

เสือดำตัวนี้เดิมทียังไม่สามารถกลายร่างได้ แต่ภายหลังผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมาเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าไปโดนจุดไหนเข้า จู่ๆ มันก็สามารถกลายร่างครึ่งๆ กลางๆ จนมีรูปร่างหน้าตาคล้ายวัยรุ่นเผ่ามนุษย์ได้สำเร็จ

ทั้งคู่เดินมาถึงถ้ำอันมืดมิดและหนาวเหน็บที่อยู่ด้านข้างภูเขาหินสีดำ เดินลึกเข้าไปตามอุโมงค์หินราวหลายร้อยเมตร ก็พบกับคบเพลิงดวงหนึ่งจุดสว่างไสวอยู่ด้านในสุด

เสือใส่สูทถอนขนสีเหลืองเส้นหนึ่งออกมาจากหู แล้วยื่นไปจ่อที่เปลวไฟ

ฟู่—

ขนสีเหลืองหยิกงอและไหม้เกรียม กลายเป็นควันสายหนึ่งลอยขึ้นไป

จากนั้นจึงมีเสียงดังกึกก้องกัมปนาทดังก้องไปทั่วถ้ำ หินก้อนใหญ่สองก้อนที่ยื่นออกมาด้านหน้าค่อยๆ เลื่อนเปิดออกไปด้านข้าง เผยให้เห็นทางเดินที่ปูด้วยอิฐสีดำสนิท! บนเพดาน พื้น และผนังทั้งสองด้าน ต่างประดับด้วยบล็อกอิฐอิเล็กทรอนิกส์ที่เปล่งแสงสีรุ้งฟุ้งกระจายราวกับสายหมอก กลิ่นอายของเทคโนโลยีอันล้ำสมัยนี้ขัดแย้งกับภูเขาหินอันรกร้างว่างเปล่าด้านนอกอย่างสิ้นเชิง!

นอกจากนี้ยังมีเสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วงดังแว่วมาจากข้างในอีกด้วย

นัยน์ตาของเสือดำสะท้อนภาพแสงสีอันตระการตาเหล่านี้ เผยให้เห็นประกายแห่งความอยากรู้อยากเห็น

เสือใส่สูทเดินนำหน้าเข้าไป ประตูหินด้านหลังก็ค่อยๆ เลื่อนปิดสนิทลงโดยอัตโนมัติ เมื่อเดินผ่านทางเดินไป ก็พบกับระเบียงชั้นสอง เบื้องล่างคือฟลอร์เต้นรำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงสีเสียงสุดเหวี่ยง!

เหนือศีรษะมีดิสโก้บอลหลากสีสันแขวนห้อยลงมานับสิบลูก ลำโพงทั้งสี่ทิศเปิดเพลงเสียงดังกระหึ่ม บนฟลอร์เต้นรำชั้นล่างอัดแน่นไปด้วยร่างแปลกประหลาดสารพัดรูปแบบ

ในจำนวนนั้น บางตัวก็มีปีกงอกอยู่กลางหลัง บางตัวมีเกล็ดปกคลุมทั่วร่าง ส่วนหัวก็มีสารพัดรูปแบบ ทั้งนก สัตว์ป่า วัว ม้า ไก่ เป็ด ต่างก็กำลังปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบของสัตว์ป่าอย่างบ้าคลั่งอยู่บนฟลอร์เต้นรำแห่งนี้

แต่ที่ไม่ต่างกันก็คือ พวกมันเป็นปีศาจกันทั้งสิ้น!

เมื่อเทียบกับผับบาร์ของมนุษย์แล้ว ปีศาจที่นี่ดูจะปลดปล่อยความบ้าคลั่งและทำตัวตามสบายได้มากกว่า เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เปิดเผยมากกว่า ท่าทางก็โจ่งแจ้งกว่า บางฉากบางตอนล่อแหลมซะจนทำเอาเสือดำถึงกับหน้าแดงก่ำ

แต่โชคดีที่มีขนสีดำหนาทึบปกคลุมใบหน้าอยู่ เลยไม่มีใครสังเกตเห็น

เสือใส่สูทเห็นภาพพวกนี้จนชินตาแล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจนัก เดินนำมันฝ่าฝูงชนต่อไป

สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นโดยอาศัยโครงสร้างของถ้ำหิน แบ่งออกเป็นสามชั้น ชั้นล่างสุดคือฟลอร์เต้นรำขนาดใหญ่ มีเวทีสำหรับดีเจและนักแสดง ชั้นสองเป็นโซนบาร์ที่ค่อนข้างเงียบสงบ มีปีศาจบางตัวนั่งดื่มเหล้าพูดคุยกันอยู่ ส่วนชั้นสามเป็นห้องวีไอพีที่ติดกระจกวันเวย์ ทำให้มองไม่เห็นภาพเหตุการณ์ภายในห้อง

เสือใส่สูทพาเสือดำเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์บาร์ นั่งลงบนเก้าอี้ทรงสูง แล้วเคาะโต๊ะเรียก "ขอค็อกเทล 'เซียนชี้นำทาง' สองแก้ว"

บาร์เทนเดอร์ที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์เป็นปีศาจสิงโตถักเปียเดรดล็อกส์สีทอง สวมเสื้อกั๊ก ผูกหูกระต่าย พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นเสือใส่สูท ก็ส่งยิ้มทักทายทันที "พี่หวง ไม่ได้มาซะนานเลยนะ ได้ข่าวว่าแก๊งหัวเสือเกิดเรื่องนิดหน่อยเหรอ สบายดีไหมพี่?"

"หูไวตาไวจริงๆ นะแกเนี่ย" เสือใส่สูทตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา "วันนี้ที่ฉันมาก็เพราะเรื่องนี้แหละ"

สิงโตเดรดล็อกส์ปรายตามองเสือดำแวบหนึ่ง "น้องชายคนนี้หน้าตาไม่คุ้นเลยแฮะ เพิ่งเคยมาคลับเป็นครั้งแรกเหรอ?"

"ไอ้ดำที่บ้านฉันเองแหละ" เสือใส่สูทตอบ "ก่อนหน้านี้มันยังกลายร่างไม่ได้ ก็เลยต้องหลบๆ ซ่อนๆ อยู่แต่ในบ้าน คราวนี้ผ่านความเป็นความตายมา บาดเจ็บสาหัส ก็เลยเกิดพุทธิปัญญา กลายร่างครึ่งๆ กลางๆ ได้ซะงั้น"

สิงโตเดรดล็อกส์พยักหน้าเข้าใจ ความจริงแล้วการกลายร่างของพวกปีศาจนั้นยากลำบากมาก พวกที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดหน่อยก็ต้องใช้เวลาบำเพ็ญเพียรเป็นร้อยปี ส่วนพวกที่หัวทึบหน่อยก็อาจจะต้องใช้เวลาสองสามร้อยปี กว่าจะสามารถกลายร่างครึ่งๆ กลางๆ ได้แบบพวกมัน

ถึงแม้รูปร่างและโครงร่างจะดูคล้ายมนุษย์ แต่ก็ยังมีรายละเอียดหลายอย่างที่ยังคงเอกลักษณ์ของสัตว์เดรัจฉานเอาไว้ ทั้งเกล็ด ขน หัว หาง ทำให้พวกมันไม่สามารถกลมกลืนกับสังคมมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์

ถึงแม้จะแฝงตัวเข้ามาอยู่ในเมืองได้ แต่ก็ทำได้เพียงหลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเท่านั้น

มีเพียงปีศาจระดับบิ๊กบอสที่บำเพ็ญเพียรมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันปีเท่านั้น ถึงจะสามารถกลายร่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ และมีเพียงบิ๊กบอสแบบนั้นเท่านั้น ถึงจะสามารถใช้ชีวิตปะปนกับมนุษย์ได้อย่างแท้จริง พอถึงจุดนั้น ถ้าพวกมันไม่ตั้งใจปล่อยไอปีศาจออกมา ก็ไม่มีใครแยกแยะออกเลยว่าพวกมันต่างจากมนุษย์ตรงไหน

คลับปีศาจแห่งนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับพวกปีศาจที่กลายร่างครึ่งๆ กลางๆ แบบพวกมันโดยเฉพาะ

พวกมันโหยหาความสุขในโลกมนุษย์ แต่กลับไม่สามารถกลมกลืนเข้าไปได้ จึงทำได้เพียงแอบมาเที่ยวเล่นแบบมนุษย์ในย่านชานเมืองยามดึกดื่นแบบนี้ พอได้อยู่ท่ามกลางพวกเดียวกัน ก็ทำให้พวกมันรู้สึกผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

นอกจากนี้ ในคลับแห่งนี้ พวกมันยังสามารถแลกเปลี่ยนสิ่งของ ส่งข่าวสาร และสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ ซึ่งเครือข่ายนี้สามารถให้ความช่วยเหลือแก่ปีศาจที่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวในเมืองมนุษย์ได้อย่างมหาศาล ไม่มีใครรู้ว่าผู้ก่อตั้งคลับปีศาจแห่งนี้คือใคร รู้เพียงว่ามันเป็นองค์กรที่มีอิทธิพลกว้างขวางมาก และมีสาขาอยู่ตามเมืองต่างๆ ทุกแห่ง

ที่นี่คือดินแดนยูโทเปียสำหรับเหล่าปีศาจในเมืองมนุษย์นั่นเอง

...

"ยินดีต้อนรับสู่คลับปีศาจ!"

สิงโตเดรดล็อกส์ชงเหล้าสีสันสวยงามอีกแก้วหนึ่ง เลื่อนไปตรงหน้าเสือดำ พร้อมกับส่งยิ้มกว้าง

"แก้วนี้ฉันเลี้ยงเอง น้องชายชื่ออะไรล่ะ?" เขาถาม

"ฉัน... ฉันชื่อ ดำ..." เสือดำพยายามเปล่งเสียงออกมา แต่น้ำเสียงยังคงฟังดูแข็งๆ ขัดๆ

"มันเพิ่งจะกลายร่างน่ะ ยังพูดภาษามนุษย์ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่" เสือใส่สูทตอบแทน "ครอบครัวเราตั้งชื่อตามสีขนแล้วก็สถานะในครอบครัว อย่างเช่นฉันชื่อ หวงต้าหู่ (เสือเหลืองใหญ่) น้องๆ ของฉันก็ชื่อ หวงเอ้อร์หู่ (เสือเหลืองรอง) หวงซานหู่ (เสือเหลืองสาม)... ไอ้ดำมันเป็นน้องเล็กสุดในบ้าน แล้วก็เกิดมาเป็นลูกเสือตัวสีดำ ก็เลยตั้งชื่อให้มันว่า..."

"ฉันชื่อ เฮยเสี่ยวจ๋าย (ลูกเสือดำน้อย)!"

เสือดำพูดชื่อตัวเองได้คล่องปร๋อเชียว สงสัยคงจะแอบซ้อมมาดี

"..." สิงโตเดรดล็อกส์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนเหล้าอีกสองแก้วที่ผิวหน้ามีแสงสีฟ้าประกายไหลเวียนอยู่มาให้ "มาที่นี่ อยากจะให้ช่วย 'ชี้นำทาง' เรื่องอะไรล่ะ?"

"คนที่ถล่มแก๊งหัวเสือของฉัน เป็นผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์สองคน ถล่มแก๊งไม่พอ ยังฆ่าน้องๆ ฉันตายไปตั้งสามคน ฉันจะปล่อยให้พวกมันลอยนวลไปไม่ได้เด็ดขาด" หวงต้าหู่เอ่ยเสียงเครียด "ฉันอยากจะหาตัวช่วยฝีมือดีๆ สักสองคน ไปจัดการมนุษย์สองคนนั้นกับฉันหน่อย"

"คนของทางการหรือเปล่าล่ะ?" สิงโตเดรดล็อกส์ถาม

"ไม่ใช่คนของสำนักงานปราบปรามความผิดปกติหรอก ก็แค่พวกชอบแส่หาเรื่อง ได้ยินมาว่ารับเงินมาแค่ห้าร้อยหยวน ก็บุกมาถล่มแก๊งเราซะราบคาบ หึ" หวงต้าหู่กัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น "คนของสำนักงานปราบปรามความผิดปกติไม่มาถล่มพวกเราหรอก ฉันจ่ายส่วยให้พวกนั้นไม่เคยขาดเลยนะ"

"ถ้าอย่างนั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อย" สิงโตเดรดล็อกส์พยักหน้า "ทางฉันมีหน้าใหม่สองตัวที่เพิ่งหนีเข้ามาจากเขตทุรกันดารพอดี ถ้านายยอมจ่ายห้าแสนล่ะก็ งานนี้สำเร็จแน่"

"เพิ่งมาจากเขตทุรกันดารงั้นเหรอ?" หวงต้าหู่ขมวดคิ้ว ลังเลเล็กน้อย

พวกหน้าใหม่มักจะไม่ค่อยรู้กฎเกณฑ์ในเมืองมนุษย์ โอกาสทำงานพลาดมีสูง จะให้เอาพวกนี้มาเป็นตัวช่วย เขาชักจะไม่ค่อยไว้ใจซะแล้วสิ

"ก็ต้องเป็นพวกที่เพิ่งออกมาจากเขตทุรกันดารนี่แหละถึงจะดุร้ายพอ ไม่งั้นพวกที่อยู่ในเมืองมานานๆ ใครจะกล้าไปรับจ้างฆ่าผู้ฝึกตนให้ล่ะ?" สิงโตเดรดล็อกส์บอก "พวกนั้นต่อให้หาเจอก็เถอะ ราคาไม่มีทางถูกแค่นี้หรอก"

"ตกลง..."

หวงต้าหู่กัดฟันตอบตกลง ดูเหมือนว่าความแค้นจะอยู่เหนือความหวาดระแวงไปแล้ว

ภายหลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง มันก็กำชับว่า "นายต้องบอกพวกมันให้ชัดเจนนะ ว่ากฎเกณฑ์ในเมืองมันซับซ้อน ต้องฟังคำสั่งฉันอย่างเคร่งครัด ห้ามทำอะไรตามใจชอบเด็ดขาด"

"วางใจเถอะ" สิงโตเดรดล็อกส์หัวเราะหึๆ "พวกมันกำลัง 'หิว' จัดเลยล่ะ! รับรองว่าทำงานให้ได้เนียนกริบแน่นอน!"

"พวกปีศาจที่เพิ่งมาจากเขตทุรกันดาร ก็หิวโซแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ" จู่ๆ หวงต้าหู่ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ตอนที่พวกเราพี่น้องเพิ่งเข้ามาในเมืองใหม่ๆ ก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเงินให้ จะให้ทำอะไรก็ยอมทำหมด ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดตลอดเวลา ผ่านความเป็นความตายมาตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง"

"แม้แต่ในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด พวกเราก็ไม่เคยทอดทิ้งกัน ขอแค่ได้ร่วมเป็นร่วมตายกัน พวกเราก็ไม่เคยเกรงกลัวศัตรูหน้าไหนทั้งนั้น! ก็เพราะความบ้าบิ่นแบบนี้นี่แหละ ถึงได้สร้างอาณาจักรของตัวเองในเมืองหมายเลขเจ็ดขึ้นมาได้"

"ใครจะไปคิด ว่าจะต้องมาเจอหายนะครั้งใหญ่เอาตอนนี้"

"ตอนที่ไอ้ดำยังกลายร่างไม่ได้ การพามันหนีหัวซุกหัวซุนมันอันตรายมาก แต่ก็ไม่เคยมีเสือตัวไหนคิดจะทิ้งมันเลยสักครั้ง แต่ตอนนี้เหลือแค่พวกเราสองคนแล้ว... ไอ้ดำ แกต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปแทนพวกพี่ๆ ด้วยนะเว้ย..."

พอพูดถึงจุดที่สะเทือนอารมณ์ น้ำตาก็เริ่มคลอเบ้า มันทั้งเศร้าทั้งแค้น หันไปมองหน้าน้องชายคนเล็กที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวที่ใช้ชีวิตร่วมกันมา

กลับกลายเป็นว่า เสือดำกำลังจ้องมองฟลอร์เต้นรำข้างล่างตาไม่กะพริบ บนใบหน้ามีรอยยิ้มเคลิบเคลิ้มประดับอยู่

พอมองตามสายตาของมันไป ก็เห็นปีศาจเสือดาวสาวนางหนึ่ง สวมกระโปรงเกาะอกสั้นกุด หุ่นเซ็กซี่ขยี้ใจ หน้าอกหน้าใจตู้มๆ สะโพกดินระเบิด กำลังส่ายสะโพกโยกย้ายด้วยลีลายั่วยวนสุดๆ อยู่กลางฟลอร์เต้นรำ มีปีศาจตัวผู้เป็นสิบตัวรุมล้อมอยู่รอบๆ ล้วนแต่ถูกเสน่ห์ของเธอตกเข้าให้ทั้งนั้น

"ไอ้เด็กบ้า!" หวงต้าหู่ตบหลังหัวเสือดำดังเพียะ "แค้นของพวกพี่ๆ ยังไม่ทันได้ชำระ แกก็กล้าจะมีความรักซะแล้วเหรอหะ?"

"แถมยังชอบลายเสือดาวอีกต่างหาก?"

จบบทที่ บทที่ 26 คลับปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว