- หน้าแรก
- สำนักงานปราบมาร รับจบทุกงานเพราะเป็นหนี้มังกร
- บทที่ 23 ข้อตกลงสามประการ
บทที่ 23 ข้อตกลงสามประการ
บทที่ 23 ข้อตกลงสามประการ
"โอ๊ย... ซี้ดดด เบาๆ หน่อยสิ"
"ขอโทษทีค่ะ ลงน้ำหนักมือแรงไปนิดนึง"
"ไม่เป็นไร ทำต่อเถอะ ต่ำลงมาอีกนิด"
"เจ้านาย ยาตัวนี้มันจะใช้ได้ผลจริงเหรอคะ? คงไม่ใช่ยาผีบอกหรอกนะ?"
"เดี๋ยวพอยาออกฤทธิ์ก็ดีขึ้นเองแหละ ไม่เป็นไรหรอก"
"งั้นเริ่มจากข้างหลังก่อนดีไหมคะ? ดูเหมือนข้างหลังจะสาหัสกว่านะ เดี๋ยวค่อยมาทาข้างหน้า"
"ก็ได้ ข้างหน้าเบาๆ หน่อย ส่วนข้างหลังลงน้ำหนักได้เลย"
"..."
ในสำนักงานยามดึกสงัด ชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งกำลังส่งเสียงร้องซี๊ดซ๊าดพูดคุยกัน
เยว่เหวินถอดเสื้อท่อนบนออก เผยให้เห็นรอยขีดข่วนและรอยฟกช้ำดำเขียวเต็มแผ่นหลัง ดูน่าสยดสยองทีเดียว
ในระหว่างที่ต่อสู้กับฝูงปีศาจเสือ แม้พวกเขาจะชนะมาได้อย่างงดงาม แต่ตัวเขาก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย มีทั้งรอยกรงเล็บข่วน รอยหางเสือฟาด บาดแผลด้านหน้ายังพอทน แต่บาดแผลด้านหลังหลายรอยลึกจนเกือบเห็นกระดูก ดูน่าเวทนาเอามากๆ
จ้าวซิงเอ๋อร์กำลังถือขวดยา ทาลงบนบาดแผลตามร่างกายของเขา
แสงสีแดงแห่งวิญญาณวรยุทธ์ของเธอน่าจะมีคุณสมบัติในการปกป้องและรักษาบาดแผลด้วย เพราะทั้งๆ ที่ในการต่อสู้เมื่อครู่ เธอถูกโจมตีหนักกว่าเยว่เหวินเสียอีก แต่ตอนนี้ผิวพรรณของเธอกลับยังคงขาวเนียนไร้รอยขีดข่วนใดๆ
กลายเป็นว่าเยว่เหวินที่คอยรักษาระยะห่างอยู่แนวหลัง กลับบาดเจ็บสาหัสกว่าแม่สาวนักรบแนวหน้าอย่างเธอเสียอีก
ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด
ทว่าร่างกายของผู้ฝึกตนนั้นแข็งแกร่งมาก แม้บาดแผลภายนอกจะดูสาหัส แต่ขอเพียงมีเวลาพักฟื้นและใช้พลังเลือดลมสักหน่อย ก็สามารถสมานแผลให้หายดีได้เอง ตราบใดที่ไม่มีพลังปราณแท้จริงของศัตรูหลงเหลืออยู่บนบาดแผลคอยกัดกิน ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบรรลุถึงขอบเขตที่หก สร้างร่างธรรมสำเร็จแล้ว ต่อให้แขนขาทั้งสี่ข้างถูกตัดขาด ก็สามารถงอกใหม่ได้ หรือแม้แต่หัวหลุดออกจากบ่า ก็ยังฟื้นคืนชีพได้ พลังชีวิตจะทรหดอดทนจนถึงขั้นน่าเหลือเชื่อเลยทีเดียว
ขณะที่ทายาไป ใบหน้าของจ้าวซิงเอ๋อร์ก็ค่อยๆ แดงระเรื่อขึ้นมา
พูดตามตรง รูปร่างของเยว่เหวินจัดว่าดูดีทีเดียว เป็นผู้ชายร่างบางมีกล้ามเนื้อพองาม สมส่วนและดูดี
แต่ที่เธอหน้าแดง ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เป็นเพราะเธอเห็นรอยถูกฟันด้วยของมีคมบนแผ่นหลังของเยว่เหวินต่างหาก
ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ฝีมือของพวกปีศาจเสือแน่ๆ
"ไม่เป็นไรหรอก ตอนนั้นคุณอยู่ในสภาพนั้น การโจมตีพลาดไปโดนพวกเดียวกันบ้างก็พอเข้าใจได้" เยว่เหวินเดาความคิดเธอออกทันที จึงเอ่ยปากปลอบใจ
"เจ้านาย ไม่โกรธฉันเหรอคะ?" จ้าวซิงเอ๋อร์ถามด้วยความซาบซึ้งใจ
"ไม่โกรธหรอก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นโชคชะตา การได้พบคุณถือเป็นบุญวาสนาของผม" เยว่เหวินส่งยิ้มให้ "วันนี้คุณเพิ่งจะมาทำงานวันแรก ผมขอคิดเงินเดือนพื้นฐานให้เป็นร้อยหยวน ส่วนส่วนแบ่งจากงานจ้างก็สองร้อยห้าสิบหยวน เดี๋ยวผมโอนให้คุณสามร้อยห้าสิบหยวนนะ หลังจากนี้ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง ขอให้โชคดีนะ..."
"เจ้านายจะไล่ฉันออกเหรอคะ?" จ้าวซิงเอ๋อร์ชะงักมือทันที
"จะเรียกว่าไล่ออกได้ยังไงล่ะ" เยว่เหวินแก้คำพูด "เขาเรียกว่า 'การเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากร' ต่างหาก"
"ทำไมล่ะคะ?" จ้าวซิงเอ๋อร์ถาม
เยว่เหวินหันหลังกลับมาครึ่งตัว โชว์รอยถูกฟันบนแผ่นหลังให้เธอดูอีกรอบ ความหมายนั้นชัดเจนโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย
"คราวหน้าฉันจะระวังตัวให้มากกว่านี้ค่ะ..." จ้าวซิงเอ๋อร์ก้มหน้าลง บีบมือตัวเองแน่น เอ่ยเสียงอ่อย
"ผมเชื่อคุณนะ แต่นี่มันไม่ใช่สิ่งที่คุณจะควบคุมได้เองสักหน่อย" เยว่เหวินถอนหายใจ "เสี่ยวจ้าวเอ๊ย ตบะผมยังไม่แกร่งพอ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ผมคงหยุดคุณไม่ไหวจริงๆ คุณไปหางานในบริษัทใหญ่ๆ ทำดีกว่านะ..."
"ความจริงฉันก็ไปสมัครงานมาหลายที่แล้วล่ะค่ะ" จ้าวซิงเอ๋อร์เบ้ปาก เอ่ยเสียงแผ่ว "แต่ถ้าไม่เผลอไปอัดหัวหน้า ก็เผลอไปอัดเพื่อนร่วมงานซะน่วม คุณก็รู้ใช่ไหมล่ะคะว่าพวกเจ้านายน่ะ มักจะมีสารพัดวิธีที่ทำให้คนโมโหได้เสมอ..."
เยว่เหวินพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ถึงเขาจะไม่เคยเป็นมนุษย์เงินเดือนมาก่อน แต่ก็พอจะได้ยินมาบ้างว่า คางคกสามขาอาจหายาก แต่เจ้านายเฮงซวยน่ะมีอยู่เกลื่อนเมือง
มีพนักงานคนไหนบ้างล่ะที่ไม่เคยคิดอยากจะประเคนหมัดใส่หน้าเจ้านายสักครั้งตอนทำงาน?
แต่จ้าวซิงเอ๋อร์ไม่เหมือนคนอื่น
เธอเก็บความโกรธไม่อยู่น่ะสิ
"คราวนี้ฉันกะว่าจะระวังตัวให้มากๆ แล้วเชียว..." เธอยังคงพึมพำต่อไป "ไม่นึกเลยว่าจะเผลอทำร้ายคุณจนได้"
"ที่สำคัญไม่ใช่เรื่องที่คุณเผลอทำร้ายผมหรอก แต่ผมกลัวว่าวันข้างหน้าคุณจะไปก่อเรื่องวุ่นวายอะไรอีกน่ะสิ" เยว่เหวินอธิบาย "สำนักงานของเราก็เล็กแค่นี้..."
"ฮือๆๆ" ทว่าจ้าวซิงเอ๋อร์กลับทำเหมือนไม่ได้ยินที่เขาพูด ร้องไห้สะอึกสะอื้นหนักกว่าเดิม "กว่าจะเจอเจ้านายดีๆ อย่างคุณ ที่ไม่เห็นแก่เงิน ไม่บ้ากาม นิสัยดี แถมยังหล่ออีกต่างหาก..."
"เสี่ยวจ้าว คุณนี่มัน..." เยว่เหวินไม่รู้จะปลอบใจยังไงดี รีบพูดขัดขึ้น "จะมาพูดความจริงทำไมเล่า"
"ถ้าแม้แต่คุณยังไม่รับฉันเข้าทำงาน ฉันคงไม่มีโอกาสได้ทำงานที่ไหนอีกแล้ว คงต้องไปนอนข้างถนน ทนหิวทนหนาว สุดท้ายตายอย่างโดดเดี่ยวในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก..." จ้าวซิงเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา "หวังว่าก่อนตาย ฉันจะมีไม้ขีดไฟสักก้านให้จุด เพื่อจะได้เห็นหน้าคุณยายเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนนิทานเรื่องเด็กหญิงขายไม้ขีดไฟ..."
"จ้าวซิงเอ๋อร์!" เยว่เหวินเรียกชื่อเธอเสียงดัง ก่อนจะถอนใจแล้วเอ่ยเสียงเบา "ถ้าคุณไม่อยากไปจริงๆ จะอยู่ต่อก็ได้"
"เย้!"
จ้าวซิงเอ๋อร์ฉีกยิ้มกว้างทันที น้ำตาเหือดแห้งหายไปในพริบตาราวกับระเหยไปในอากาศ เหลือเพียงรอยยิ้มหวานหยดย้อย
เยว่เหวิน: "?"
รู้สึกเหมือนโดนต้มยังไงก็ไม่รู้แฮะ
เขารีบพูดเสริมทันที "จะอยู่ต่อก็ได้ แต่เราต้องมาทำข้อตกลงกันสามข้อก่อนนะ"
"ตกลงค่ะ" จ้าวซิงเอ๋อร์เก็บขวดยาอย่างว่าง่าย พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม "เจ้านายว่ามาเลยค่ะ ฉันจะเชื่อฟังทุกอย่างเลย"
"ข้อแรก ห้ามลงไม้ลงมือกับเจ้านาย" เยว่เหวินชูนิ้วขึ้นมาทีละนิ้ว บอกเงื่อนไขของตัวเอง "ข้อสอง ห้ามลงไม้ลงมือกับลูกค้า และข้อสาม... ถ้าจำเป็นต้องลงไม้ลงมือจริงๆ ห้ามใช้อาวุธเด็ดขาด"
"หา?" จ้าวซิงเอ๋อร์ทำหน้าลำบากใจ "ข้อเรียกร้องสูงจังเลยนะคะ?"
"ชิ" เยว่เหวินหลุดขำออกมา "ถ้าคุณรู้สึกฝืนใจมาก ผมก็ไม่บังคับหรอกนะ"
เวลาคนเราเอือมระอาถึงขีดสุด มันก็จะหลุดขำออกมาแบบนี้แหละ
"แต่ฉันจะพยายามทำให้ได้ค่ะ!" จ้าวซิงเอ๋อร์ราวกับตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ชูสามนิ้วขึ้นมาพยักหน้าอย่างขึงขัง "อื้อ!"
...
ทั้งสองคนวุ่นวายกันมาทั้งคืน กว่าจะได้ล้มตัวลงนอนพักผ่อน ท้องฟ้าก็เริ่มสางแล้ว
เยว่เหวินชินกับเวลานอนที่ไม่เป็นเวลาแบบนี้แล้ว เขาทำตามกิจวัตรเดิมของตัวเอง นั่นก็คือเอนหลังพิงหัวเตียง เล่นมือถือสักพักก่อนนอน
พอเปิดแอปซิวเหลียว เขาก็พบว่ามีข้อความแจ้งเตือนเข้ามาหลายข้อความ จึงรีบกดเข้าไปดูทันที
ในบรรดาวัตถุดิบหายากทั้งสี่ชนิดที่จำเป็นสำหรับการหลอมปราณกังมังกรโกลาหล ไม่ว่าจะเป็นกิ่งหยกม่วง ชาดเพลิงดำรงไท่อี่ หรือเมล็ดพันธุ์ไฟลมหายใจมังกร ทั้งหมดเป็นของวิเศษที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะสร้างขึ้นมาได้
มีเพียงผงอัคคีแผดเผาเท่านั้นที่ผู้ฝึกตนสามารถปรุงขึ้นมาเองได้ จึงเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายที่สุดในบรรดาวัตถุดิบทั้งหมด
สรรพคุณของยานี้ก็คือ ภายหลังจุดไฟวิญญาณในทะเลปราณแล้ว มันจะช่วยโหมไฟในจุดตันเถียนให้ลุกโชนยิ่งขึ้น และขั้นตอนการปรุงยาจำเป็นต้องมีความละเอียดอ่อนมาก ห้ามมีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว แม้นักปรุงยาที่มีความเชี่ยวชาญระดับนี้จะหาได้ยาก แต่ในเมืองเจียงเฉิงก็น่าจะพอหาได้สักคนสองคน
ดังนั้นเยว่เหวินจึงตั้งกระทู้ไม่เปิดเผยตัวตนในกระดานสนทนาเมืองเจียงเฉิง เพื่อประกาศรับซื้อผงอัคคีแผดเผาคุณภาพสูง หากใครมีช่องทางก็ให้ติดต่อมา
การซื้อขายในซิวเหลียวมักจะใช้วิธีตั้งกระทู้รับซื้อหรือขาย เมื่อมีคนมาตอบกลับ ก็ค่อยติดต่อกลับไปเพื่อยืนยันรายละเอียด จากนั้นก็นัดสถานที่ในเมืองที่ปลอดภัยเพื่อตรวจดูสินค้าและทำการซื้อขายกัน ถือเป็นขั้นตอนมาตรฐานไปแล้ว
ถ้าสามารถทำการซื้อขายข้ามเมืองได้ แน่นอนว่าการหาแหล่งสินค้าก็จะง่ายขึ้นมาก
แต่ปัญหาแรกก็คือ การนัดดูสินค้าข้ามเมืองนั้นไม่สะดวกเอามากๆ และถ้าไม่ดูสินค้า การซื้อขายกันเองโดยไม่มีแพลตฟอร์มคอยรับประกัน เขาก็ไม่กล้าเสี่ยง ปัญหาที่สองคือ ในยุคสมัยนี้ ค่าขนส่งข้ามเมืองมีต้นทุนเพิ่มขึ้นมหาศาล การเดินทางข้ามเขตทุรกันดารอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้นต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงสูง ของที่ส่งมาก็แทบจะบวกราคาเพิ่มไปอีกเท่าตัว
ดังนั้น การซื้อขายในเมืองเดียวกันจึงเป็นตัวเลือกแรกเสมอ
ผ่านมาหนึ่งวันเต็มๆ แล้ว กระทู้ของเขาก็มีคนเข้ามาตอบบ้างประปราย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกคอมเมนต์ไร้สาระกับโฆษณาแฝงซะมากกว่า
["หอกจิ้มขี้ แทงใครตายเรียบ": ผงอัคคีแผดเผาเหรอ? นั่นมันยาวิเศษระดับท็อปสำหรับเร่งไฟเลยนะ ปกติเขาเอาไว้ใช้ตอนทะลวงระดับเข้าสู่ระดับปราณกังไม่ใช่เหรอ? ไม่ทราบว่าเป็นศิษย์สำนักไหนครับเนี่ย?]
["จื่อเชอเฉินจวี": อยากได้จริงๆ หรือเปล่า? ถ้าไม่อยากได้จริงผมก็ไม่มีหรอก... แต่ถ้าอยากได้จริง ก็ถือซะว่าผมไม่ได้พูดก็แล้วกัน]
["ขอร้องล่ะสวรรค์ คืนความแข็งปั๋งยามเช้าให้ฉันทีเถอะ": อิจฉาจังเลย ชายชราผู้นี้อายุห้าสิบแปดปีแล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ทะลวงระดับปราณกังเลย]
["หลี่ต๋าคังนักวิชาการกฎหมายอาญา": แอดมาถ้าอยากดูหนังผู้ใหญ่]
["เหล่าป๋าย": ผมมี ผงอัคคีแผดเผาระดับท็อปสูตรลับเฉพาะ]
["momo": ช่วงนี้เพิ่งโดนป้ายยายาวิเศษสำหรับเร่งไฟตัวใหม่มา สรรพคุณไม่ด้อยไปกว่าผงอัคคีแผดเผาเลย แถมราคายังถูกกว่าตั้งหลายสิบเท่า สนใจมาลองด้วยกันไหม?]
"..."
เยว่เหวินไล่อ่านดูจนหมด ก็รู้สึกว่าผู้ใช้ที่ชื่อ "เหล่าป๋าย" น่าจะดูน่าเชื่อถือที่สุด พอคลิกเข้าไปดูในหน้าโปรไฟล์ ก็มีแต่วิดีโอสอนปรุงยาวิเศษสูตรลับเฉพาะ ดูเหมือนว่าจะเป็นนักปรุงยาจริงๆ แต่ยอดวิวน้อยมาก ท่าทางคงไม่ค่อยมีลูกค้าเท่าไหร่
ไม่รู้ว่าจะไว้ใจได้หรือเปล่า
ด้วยความรู้สึกอยากลองเสี่ยงดวงดู เยว่เหวินจึงส่งข้อความส่วนตัวไปหา "สวัสดีครับ มีผงอัคคีแผดเผาคุณภาพสูงจริงๆ ใช่ไหมครับ?"
"มี" ผ่านไปไม่กี่นาที อีกฝ่ายก็ตอบกลับมา ดูเหมือนจะเป็นพวกนอนดึกเหมือนกัน "สามตำลึง ห้าแสน"
ฟังดูเป็นราคาที่ทำเอามือสั่นได้เลย แต่ก่อนหน้านี้เยว่เหวินเคยลองหาข้อมูลดูแล้ว ผงอัคคีแผดเผาตามท้องตลาด บางทีก็ขายกันตำลึงละสองแสนเลยก็มี สามตำลึงห้าแสนนี่ แม้สำหรับเขาแล้วจะเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่จริงๆ แล้วถือว่าราคาถูกกว่าปกตินิดหน่อยด้วยซ้ำ
"พรุ่งนี้สะดวกนัดดูของไหมครับ?" เยว่เหวินรีบส่งข้อความกลับไปทันที
เขาตั้งใจว่าจะไปดูให้แน่ใจก่อนว่าของมีคุณภาพจริงไหม แล้วค่อยคิดเรื่องหาเงินทีหลัง
อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างตรงไปตรงมา "ห้อง 208 ตึก 167 ถนนโหยวอ้าย ย่านไหล่เขา เมืองหมายเลขหก มาถึงหน้าประตูแล้วบอกชื่อผมให้รปภ.ฟัง ก็เข้ามาได้เลย"
เยว่เหวินมองดูที่อยู่ที่ให้มาอย่างละเอียด พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
เจอกันครั้งแรกก็นัดไปที่บ้านเลยเหรอ?
พวกเราเป็นแค่เพื่อนร่วมเน็ตกันเองนะ
แบบนี้มันไม่ดูจะพัฒนาเร็วไปหน่อยเหรอ?