เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 80 ลาภผลมักอยู่ท่ามกลางอันตราย

บทที่ 80 ลาภผลมักอยู่ท่ามกลางอันตราย

บทที่ 80 ลาภผลมักอยู่ท่ามกลางอันตราย


บทที่ 80 ลาภผลมักอยู่ท่ามกลางอันตราย

"ตี้จิ่ว พวกเราพาเหอไถกลับไปที่จุดพักแรมกันก่อนเถอะ ลำพังแค่ฝีมือเราสองคนขืนไปทดสอบต่อ มีหวังได้กลายเป็นอาหารสัตว์อสูรแน่ๆ" ผังฝานพูดพลางถอนหายใจด้วยความจนปัญญา ในเมื่อเขาฝีมือต่ำแถมยังเป็นคนซื่อๆ อีกด้วย

พูดจบ ผังฝานก็เตรียมจะแบกเหอไถขึ้นหลัง

ตี้จิ่วรีบคว้าแขนผังฝานไว้แล้วพูดอย่างเอือมระอา "ขืนนายแบกคนไปแบบนี้ ฉันเกรงว่านายจะไปไม่ถึงจุดพักแรมด้วยซ้ำ แต่น่าจะถูกสัตว์อสูรที่โผล่มาจัดการทิ้งซะก่อนน่ะสิ"

"ไม่หรอกมั้ง อาจารย์หวังฉวนเทียนก็บอกแล้วนี่ว่าทางจากที่นี่ไปจุดพักแรมแห่งแรกปลอดภัยมาก" ผังฝานส่ายหัวพลางก้มลงมองดาบยาวในมือ

สำหรับผังฝาน สิ่งเดียวที่เขานึกเสียดายคือการต้องมุ่งหน้าไปจุดพักแรมตอนนี้ ทำให้ดาบยาวของเขาจะยังไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือ

ตี้จิ่วแสยะยิ้ม "นายนี่มันซื่อบื้อจริงๆ นายยังไม่เข้าใจความหมายของอู๋เฉิงอีกเหรอ? ต่อจากนี้ไปการทดสอบมันคือกฎแห่งป่า ใครแกร่งกว่าคือผู้อยู่รอด เรื่องที่บอกว่าทางไปจุดพักแรมปลอดภัยน่ะ หวังฉวนเทียนเป็นคนพูด แต่ฉันไม่เชื่อหรอก ถ้าถ้านายเชื่อเขา ก็เตรียมตัวรอความตายได้เลย"

หากไม่แบกคน ผังฝานเพียงตัวคนเดียวยังมีโอกาสไปถึงจุดพักแรมได้ แต่ถ้าต้องแบกคนไปด้วย เมื่อเจอสัตว์อสูรเข้า ด้วยระดับพลังของผังฝาน เกรงว่าแม้แต่โอกาสจะหนีก็คงไม่มี

"เอ๋..." ผังฝานดูจะไม่ค่อยอยากเชื่อคำพูดของตี้จิ่วนัก

เขาไม่ค่อยรู้จักหวังฉวนเทียนเท่าไหร่ แต่อาจารย์อวี๋เจี๋ยย่อมไม่มีทางปล่อยให้เขาไปตายแน่นอน

"ฉันก็แค่บอกว่าถ้า หรือบางทีพวกเขาอาจพูดถูก แต่ตอนนี้มีสัตว์อสูรกำลังเคลื่อนย้ายเข้ามาในเขตทดสอบที่เคยปลอดภัย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกทั้งนั้นแหละ" ตี้จิ่วเห็นผังฝานเริ่มคิดหนักจึงพูดปลอบใจไปอีกประโยค

"งั้นพวกเราก็รีบไปกันเถอะ" ผังฝานเริ่มคล้อยตามคำพูดของตี้จิ่ว เขาเองก็รู้สึกว่าการอยู่ที่นี่มันอันตรายเกินไปจริงๆ

ตี้จิ่วดึงผังฝานไปด้านข้าง แล้วหยิบขวดยาสองขวดยื่นให้ "นายดื่มขวดหนึ่งแล้วลองฝึกฝนดู เดี๋ยวฉันจะลองดูหน่อยว่าเหอไถยังพอจะรักษาได้ไหม"

"นี่คือยาอะไร?" ผังฝานมองขวดยาที่ได้รับมาด้วยความประหลาดใจ จนลืมประโยคหลังของตี้จิ่วไปเสียสนิท

"ยาเสริมกำลังสูตรลับประจำตระกูลฉันเองแหละ ได้ผลดีมากเลยนะ ไม่แน่นะพอนายดื่มเข้าไปแล้วฝึกฝนดู อาจจะทะลวงข้ามไปถึงระดับหวงขั้นปลายก็ได้ ลองดูสิ..."

ยาประเภทนี้ไม่มีประโยชน์สำหรับตี้จิ่วอีกต่อไป และในเมื่อตอนนี้เขาอยู่บนดาวนางฟ้า ต่อให้ความลับเรื่องยาจะรั่วไหลออกไป เขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าใครจะสามารถตามมาจับเขาในดาวนางฟ้าแห่งนี้ได้

"ระดับหวงขั้นปลายเหรอ?" เมื่อผังฝานได้ยินดังนั้น เขาก็รีบเก็บยาขวดหนึ่งใส่กระเป๋า แล้วเปิดอีกขวดเทเข้าปากทันที

ระดับหวงขั้นปลายเป็นความปรารถนาสูงสุดของเขามานานแล้ว พรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์ของผังฝานนั้นไม่เลว เขาเข้าสู่ระดับหวงได้เร็วกว่าคนอื่น และยังบรรลุระดับหวงขั้นกลางจนได้เข้าห้องเรียนพิเศษอย่างรวดเร็ว

ต้องรู้ก่อนว่าแม้ห้องเรียนพิเศษจะคัดเลือกหัวกะทิมาจากทุกห้องเรียนโดยไม่เกณฑ์เรื่องระยะเวลาที่เข้าเรียนในวิทยาลัยยุทธ์ แต่เงื่อนไขพื้นฐานที่สุดในการเข้าห้องเรียนพิเศษคือต้องมีระดับพลังอยู่ที่ระดับหวงขั้นกลางเป็นอย่างน้อย

น่าเสียดายที่หลังจากผังฝานบรรลุระดับหวงขั้นกลางและเข้าห้องเรียนพิเศษได้ เขาก็เริ่มย่ำอยู่กับที่ ในขณะที่ทุกคนในห้องเรียนพิเศษต่างก้าวหน้าไปจนอยู่ระดับหวงขั้นปลายกันหมดแล้ว แต่เขาก็ยังคงติดอยู่ที่ระดับหวงขั้นกลางเหมือนเดิม

เมื่อได้ยินตี้จิ่วบอกว่ายานี้จะช่วยให้เขาบรรลุระดับหวงขั้นปลายได้ มีหรือที่เขาจะทนไหว

เมื่อเห็นผังฝานเริ่มนั่งฝึกฝนอยู่ด้านข้าง ตี้จิ่วก็เดินไปหาเหอไถ เขาหยิบยาลูกกลอนแก้พิษออกมาจากกระเป๋าแล้วป้อนเข้าปากเหอไถ จากนั้นก็ใช้นิ้วจิ้มสกัดจุดตามร่างกายของเหอไถอีกหลายสิบครั้ง

เหอไถเพิ่งได้รับพิษมาเพียงไม่กี่ชั่วโมง สำหรับตี้จิ่วแล้วการจะช่วยชีวิตเขานั้นเป็นเรื่องที่ง่ายแสนง่าย

เหอไถที่อู๋เฉิงประกาศว่าไม่มีทางรักษาแล้ว กลับลืมตาตื่นขึ้นมาได้ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที เขาพยุงตัวลุกขึ้นยืนแล้วก้มหน้าอาเจียนออกมาอย่างรุนแรง

ของเสียสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็นคาวถูกอาเจียนออกมาจนหมด เหอไถเช็ดปากแล้วเดินตรงมาคุกเข่าลงต่อหน้าตี้จิ่วทันที

"ขอบคุณ... ขอบคุณมากครับ..." คำขอบคุณใดๆ ก็ไม่อาจสื่อถึงความซาบซึ้งในใจของเหอไถได้ในตอนนี้

ก่อนหน้านี้เขาเพียงแค่ขยับตัวหรือพูดไม่ได้เท่านั้น แต่ความจริงแล้วคำพูดของอู๋เฉิงและหวังฉวนเทียนเขากลับได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ แม้แต่ตอนที่ตี้จิ่วบอกว่าจะลองดู แล้วป้อนยาลูกกลอนให้เขากินพร้อมกับจิ้มจุดตามร่างกาย เขาก็รับรู้ได้ทั้งหมด

ดังนั้นสิ่งแรกที่เขาทำหลังจากหายดีคือการคุกเข่าให้ตี้จิ่ว ในสายตาคนอื่น ชีวิตเล็กๆ ของเขาอาจจะไม่มีค่าอะไรเลย แต่สำหรับเขา ชีวิตนี้คือทุกสิ่งทุกอย่าง

เหอไถมีรูปร่างหน้าตาโดดเด่น คล้ายกับดาราระดับโลกอย่างวานี่ เขามีจมูกโด่งคมและรูปร่างสูงใหญ่ ปีนี้เขาเพิ่งจะบรรลุระดับดำขั้นต้น แถมยังได้มาเรียนที่วิทยาลัยยุทธ์ดาวนางฟ้าในช่วงวัยที่รุ่งโรจน์ที่สุด อนาคตที่สดใสรอเขาอยู่เบื้องหน้า มีหรือที่เขาจะยอมตายไปง่ายๆ แบบนี้?

น่าเสียดายที่แม้แต่อธิการบดีอู๋เฉิงยังบอกว่าไร้ทางเยียวยา และเขาก็ไม่มีปัญญาจะลุกขึ้นมาตะโกนบอกว่า "ผมยังไม่อยากตาย" ได้เอง

"ไม่ต้องเกรงใจหรอก เดิมทีฉันก็เป็นหมออยู่แล้ว" ตี้จิ่วส่งสัญญาณให้เหอไถลุกขึ้น

"ขนาดอธิการบดีอู๋เฉิงยังบอกว่าช่วยไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้คุณ ผมคงตายไปแล้วจริงๆ" ความซาบซึ้งในดวงตาของเหอไถไม่มีความเสแสร้งแม้แต่น้อย

"ความสามารถของฉันมากกว่าพวกเขา เพราะฉะนั้นฉันถึงช่วยนายได้" ตี้จิ่วไม่ได้ถ่อมตัวเลยแม้แต่นิดเดียว

เหอไถใช้มือตบหน้าตัวเองเบาๆ สองสามที "น่าขำที่ผมก็เหมือนกับคนพวกนั้นที่ชอบมองคนอื่นแค่ภายนอก นึกว่าคุณเป็นแค่พวกเด็กเส้นที่เข้ามาเรียนไปวันๆ ไม่นึกเลยว่าคุณจะเก่งกาจขนาดนี้"

เขาสื่อถึงวิชาแพทย์ของตี้จิ่ว ไม่ใช่เรื่องวิถียุทธ์

ตี้จิ่วไม่ได้ตอบกลับเหอไถ เขาสัมผัสได้ถึงกระแสพลังรอบตัวที่เริ่มขยับไหว นี่คือสัญญาณว่าผังฝานกำลังจะทะลวงระดับพลังแล้ว

ผังฝานที่นั่งอยู่ด้านข้างมีใบหน้าแดงก่ำ มือทั้งสองข้างขยับเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างต่อเนื่อง เหอไถเคยผ่านการทะลวงระดับพลังมาแล้วย่อมมองออกว่าผังฝานกำลังจะเลื่อนระดับ เขาจึงรู้สึกประหลาดใจมาก

ผังฝานนี่มันเส้นลึกจริงๆ ในสถานที่แบบนี้ยังจะทะลวงระดับพลังได้อีกเหรอ?

และก็เป็นไปตามคาด เพียงผ่านไปสิบกว่านาที กลิ่นอายพลังบนตัวผังฝานก็พุ่งทะยานขึ้น เขาลืมตาขึ้นมาแล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ตี้จิ่ว ฉันทะลวงถึงระดับหวงขั้นปลายแล้ว... เอ๊ะ เหอไถ นายฟื้นขึ้นมาได้ไงเนี่ย?"

เหอไถอยากจะสวนกลับไปนักว่า "นายอยากให้ฉันตายหรือไง?" แต่เขารู้ว่าผังฝานกับตี้จิ่วมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จึงได้แต่บอกว่า "ตี้จิ่วช่วยชีวิตฉันไว้น่ะ ถ้าไม่ได้เขาช่วยไว้ ฉันคงตายไปแล้ว"

"นายเป็นหมอจริงๆ เหรอ?" ผังฝานลืมความตื่นเต้นที่เพิ่งเลื่อนระดับพลังไปเสียสนิท เขานึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ตี้จิ่วพูดจริงๆ ว่าจะลองดูว่าเหอไถยังพอจะรักษาได้ไหม

"ก็แหงล่ะ วิชาแพทย์ของฉันบนโลกมนุษย์คงหาคนเทียบไม่ได้แล้วล่ะมั้ง แต่เรื่องวิชาแพทย์หรือเรื่องอื่นเอาไว้ก่อนเถอะ ในเมื่อพวกเรามาถึงที่นี่แล้ว ก็ควรจะออกไปสำรวจดูว่าจะมีของวิเศษหรือโชคลาภอะไรบ้างไหม" ตี้จิ่วไม่มีความสนใจที่จะสนทนาเรื่องวิชาแพทย์กับสองคนนี้ สำหรับเขาแล้ว การเป็นหมอไม่ใช่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจอะไรนัก

ประโยคนี้เขายังใช้เพื่อเตือนผังฝานด้วยว่า อย่าเอาเรื่องที่เขาให้ยาไปป่าวประกาศ

โชคดีที่ผังฝานไม่ใช่คนโง่ เขานึกถึงตอนที่ตี้จิ่วดึงเขาไปด้านข้างเพื่อส่งยาให้ และตี้จิ่วก็ยังบอกว่าไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้อีก เขาจึงเข้าใจได้ทันทีว่าตี้จิ่วต้องการให้เขาเก็บเรื่องยาเป็นความลับ

"ตี้จิ่ว ต่อไปนี้นายคือลูกพี่ของฉัน คือหัวหน้าของฉัน หัวหน้า นายช่างองอาจและเฉลียวฉลาดจริงๆ ขนาดเหอไถยังช่วยให้ฟื้นได้เลย ด้วยพรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์ของฉัน รวมกับวิชาแพทย์ของหัวหน้า พวกเราต้องครองความเป็นใหญ่บนดาวนางฟ้าได้แน่" ผังฝานที่เลื่อนระดับพลังขึ้นมามีความฮึกเหิมพุ่งพล่านยิ่งกว่าระดับพลังของเขาเสียอีก

ในใจของเขา ตำแหน่งหัวหน้าห้องเรียนพิเศษนั้นเท่ที่สุดแล้ว แต่น่าเสียดายที่หัวหน้าคนเดิมไม่เคยเห็นหัวคนที่มีระดับพลังต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างเขาเลย

"ผมขอเข้าร่วมด้วยคนสิ พวกเราสามคนจับกลุ่มกันดีไหม?" เหอไถพูดจบก็มองดูตี้จิ่วด้วยความลุ้นระทึก

เขาไม่ใช่คนเส้นลึกแบบผังฝาน ผังฝานติดอยู่ที่ระดับหวงขั้นกลางมาตั้งนาน ทำไมพอตามตี้จิ่วมาได้ไม่กี่วัน ถึงได้มาทะลวงระดับพลังเอาในสถานที่แบบนี้ได้? แถมพิษในตัวเขาที่อธิการบดีอู๋เฉิงยังบอกว่าช่วยไม่ได้ ตี้จิ่วกลับรักษาจนหายเป็นปลิดทิ้ง

ทั้งหมดนี้พิสูจน์แล้วว่า ตี้จิ่วไม่ใช่คนธรรมดา

"โฮก!" เสียงคำรามดังแว่วมาอีกครั้ง ผังฝานได้ยินชัดเจนว่ามันคือเสียงของสัตว์อสูรตัวเดิมที่คำรามก่อนหน้านี้ สาเหตุที่พวกเขาต้องรีบหนีมาทางนี้ก็เพราะเสียงคำรามนี้นี่แหละ

"สัตว์อสูรนั่นตามมาแล้ว พวกเรารีบหนีกันเถอะ" ผังฝานตะโกนด้วยความร้อนใจ

ตอนที่ยอดฝีมือก่อกำเนิดอย่างอู๋เฉิงยังอยู่ที่นี่ ต่อให้อู๋เฉิงไม่ต้องทำอะไรเลย แค่พาพวกเขาวิ่งหนีเขาก็ยังรู้สึกอุ่นใจ แต่ตอนนี้ไม่มีอู๋เฉิงอยู่แล้ว ความมั่นใจในใจเขาก็หายวับไปทันที

"ผมจะตามหัวหน้าครับ" เหอไถก็เริ่มเรียกตี้จิ่วว่าหัวหน้าตามผังฝานเหมือนกัน เรื่องหนีน่ะหนีแน่ แต่ประเด็นคือจะหนีไปทางไหน

ตี้จิ่วลังเลครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า "ความจริงฉันอยากจะลองเข้าไปดูหน่อยน่ะ ถ้าพวกนายอยากจะหนี ก็มุ่งหน้าไปที่จุดพักแรมแล้วฝึกฝนอยู่ที่นั่นเถอะ"

"หัวหน้าอยากจะเข้าไปในถิ่นที่สัตว์อสูรกำลังแย่งชิงอาณาเขตกันอยู่นั่นน่ะเหรอ?" ทั้งผังฝานและเหอไถอุทานออกมาพร้อมกัน

ตี้จิ่วพยักหน้าแล้วพูดอย่างจริงจัง "พวกนายก็ได้ยินแนวคิดของอู๋เฉิงแล้วนี่ กฎป่าผู้อยู่รอดคือผู้ชนะ ถึงแม้แนวคิดนี้จะดูไร้น้ำใจไปหน่อยที่ทิ้งพวกเราสามคนไว้ตรงนี้ แต่มันก็เป็นความจริงที่ถูกต้องที่สุดสำหรับสถานที่แห่งนี้"

"หัวหน้าครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่พวกเราต้องวิ่งเข้าหาพวกสัตว์อสูรด้วยล่ะ?" ผังฝานไม่เข้าใจความคิดของตี้จิ่วเลยแม้แต่น้อย

ตี้จิ่วหยิบอุปกรณ์ระบุตำแหน่งออกมาแล้วพูดว่า "พวกนายดูวงแดงในอุปกรณ์ระบุตำแหน่งนี่สิ ภายในเส้นแดงน่าจะเป็นขอบเขตที่ค่อนข้างปลอดภัยใช่ไหมล่ะ พื้นที่ตรงนี้ฉันเดาว่าคงมีคนสำรวจไปหมดแล้ว ฉันไม่คิดว่าดวงของพวกเราจะดีไปกว่าคนอื่นหรอก ของที่คนอื่นหาไม่เจอ เราก็คงหาไม่เจอเหมือนกัน แต่สัตว์อสูรสองตัวนั่นสู้แย่งถิ่นกัน ฉันว่าที่ตรงนั้นต้องมีของดีอยู่แน่ๆ อย่างที่เขาว่ากันว่า ลาภผลมักอยู่ท่ามกลางอันตราย ยิ่งที่ไหนอันตราย ของดีก็ยิ่งเยอะ ไม่ว่าพวกนายจะไปหรือไม่ แต่ฉันไปแน่"

ความจริงตี้จิ่วตั้งใจจะไปดูอยู่แล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้ต้องอยู่รวมกับยอดฝีมือก่อกำเนิดอย่างอู๋เฉิง การจะแยกตัวออกไปคนเดียวมันดูสะดุดตาเกินไป ตอนนี้สบโอกาสแล้ว เขาจึงไม่คิดที่จะหลบซ่อนอีกต่อไป

จบบทที่ บทที่ 80 ลาภผลมักอยู่ท่ามกลางอันตราย

คัดลอกลิงก์แล้ว