- หน้าแรก
- ปรมาจารย์แพทย์ทะลุมิติยุคดวงดาว
- บทที่ 44 ด่ากราด
บทที่ 44 ด่ากราด
บทที่ 44 ด่ากราด
บทที่ 44 ด่ากราด
เมื่อถูกฟันจนได้แผลเพิ่มอีกรอย ตี้จิ่วก็ยิ่งดูตื่นตระหนก เขากวัดแกว่งมีดสั้นฉานน่าในมือฟันออกไปอีกครั้ง
ยังคงเป็นเจ็ดดาบสกุลตี้กระบวนท่าแรกเหมือนเดิม ถ้าบอกว่าดาบแรกยังพอฝากรอยแผลไว้บนร่างของซางซาได้บ้าง ดาบนี้ก็ทำได้แค่ทำให้ชายเสื้อของซางซาขยับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน ดาบที่สามของซางซาก็ฟาดลงบนแผ่นหลังของตี้จิ่ว ละอองเลือดสาดกระเซ็นออกจากร่างของตี้จิ่วอีกครั้ง
ตอนนี้ตี้จิ่วตระหนักถึงช่องว่างระหว่างเขากับซางซาได้อย่างชัดเจนแล้ว ระดับพลังของหมอนี่ไม่ได้ใกล้เคียงกับเขาเลย แต่มันเหนือกว่าเขาอย่างน้อยครึ่งระดับ
"ไอ้หนู แกเป็นอยู่วิชาเดียวแค่นี้เหรอ?" ซางซาแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ดาบยาวในมือตวัดสร้างรังสีดาบที่ต่อเนื่องและรุนแรง ฟาดฟันเข้าใส่ตี้จิ่วแบบไม่ยั้ง
ดาบหลายเล่มฟาดฟันจนเลือดสาดกระเซ็นออกจากร่างตี้จิ่ว ซางซารู้ดีว่าเขาประเมินตี้จิ่วสูงเกินไป ส่วนเรื่องที่ตี้จิ่วสามารถฆ่าลูกน้องของปี่เจิ้งเซิงไปได้หลายคนก่อนหน้านี้ เขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร ดาบของตี้จิ่วที่ฟันออกไปอย่างกะทันหันนั่นมันหลบยากจริงๆ นั่นแหละ แต่พอจับทางได้และหลบพ้น ภัยคุกคามจากตี้จิ่วก็ลดฮวบลงทันที
ต่อให้ตี้จิ่วจะอยู่ในขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่หนึ่ง และร่างกายมีความยืดหยุ่นปราดเปรียวขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แต่ภายใต้การโจมตีอย่างหนักหน่วงของซางซา ร่างกายของตี้จิ่วก็ยังมีรอยเลือดปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"ฉัวะ!" ซางซาตวัดดาบฟันเข้าที่ขาขวาของตี้จิ่วอีกครั้ง ร่างของตี้จิ่วเซถลาและล้มลงกับพื้น ซางซาไม่คิดจะปรานีแม้แต่น้อย ดาบยาวในมือตวัดวูบกลางอากาศ หอบเอาจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมฟันเข้าใส่ขาซ้ายของตี้จิ่ว พร้อมกับพูดขึ้นลอยๆ ว่า "พี่เชียนวางใจได้เลยครับ ถึงยังไงผมซางซาก็เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับลึกลับ การจะฆ่ามดปลวกตัวแค่นี้..."
ถึงปากจะพูดเหมือนไม่แยแส แต่ในใจของเขากลับแอบหวั่นเกรงตี้จิ่วอยู่ลึกๆ ตี้จิ่วมีแค่มีดสั้นเล่มเดียวแท้ๆ แต่เขากลับยังฆ่ามันไม่ได้จนถึงตอนนี้
ตอนแรกที่เห็นตี้จิ่วเอาแต่ตั้งรับและโดนอัดอยู่ฝ่ายเดียว เจี่ยเชียนก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ฝีมือของลวี่หว่านกับซางซานั้นพอๆ กัน ดูท่าทางลวี่หว่านคงจะคลาดกับตี้จิ่วแน่ๆ เพราะถ้าลวี่หว่านเจอตัวตี้จิ่ว ตี้จิ่วคงไม่มีโอกาสได้มารอให้ซางซาลอบทำร้ายแบบนี้หรอก
น่าเสียดายที่ซางซาไม่ใช่ลูกศิษย์ของเขา ที่ซางซาบุกมาถึงที่พักของตี้จิ่ว ก็เพื่อหวังจะเอาของที่อยู่กับตี้จิ่วเท่านั้น ถ้าตี้จิ่วมีของดีอยู่กับตัวจริงๆ ก็คงตกไปอยู่ในมือของซางซาตั้งแต่แรกแล้ว
ไม่ว่ายังไงก็ต้องจับตัวไอ้เด็กนี่มาให้ได้ก่อน พอเจี่ยเชียนเริ่มวางใจ จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบตะโกนขัดจังหวะซางซาด้วยความร้อนรน "ระวังมันเล่นตุกติกนะ..."
สิ่งที่ทำให้เจี่ยเชียนนึกขึ้นมาได้ ก็คือคำพูดของซางซาก่อนหน้านี้ที่ว่า 'เป็นอยู่วิชาเดียวแค่นี้เหรอ?' นั่นแหละ
จนถึงตอนนี้ ดูเหมือนตี้จิ่วจะใช้ออกมาแค่วิชาเดียวเท่านั้น ต่อให้ตกอยู่ในสถานการณ์เป็นตายร้ายดี เขาก็ยังคงใช้วิชาดาบเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา
แต่คำเตือนของเจี่ยเชียนก็ช้าไปเสียแล้ว วินาทีที่ตี้จิ่วล้มลง กลิ่นอายจากมีดสั้นฉานน่าในมือของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งพุ่งทะยานจากล่างขึ้นบน ฟาดฟันเข้าใส่ซางซาอย่างจัง... เจ็ดดาบสกุลตี้กระบวนท่าที่สอง!
กลิ่นอายแห่งความตายเข้าปกคลุมร่างของซางซาในชั่วพริบตา ซางซาสัมผัสได้ถึงรังสีดาบและจิตสังหารที่รุนแรงกว่าดาบแรกของตี้จิ่วถึงสิบเท่า
ซางซามองว่าตี้จิ่วเป็นแค่คนตายไปแล้ว เขาจึงกำลังเงื้อดาบฟันขาซ้ายของตี้จิ่ว พอต้องมาเผชิญหน้ากับรังสีดาบและจิตสังหารอันรุนแรงอย่างกะทันหันแบบนี้ ซางซาก็ตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
ไม่ว่าเขาจะหลบไปทางไหน รังสีดาบและจิตสังหารนี้ก็จะยังคงพุ่งเป้ามาที่เขาอยู่ดี ทางรอดเดียวของเขาคือการถอยหลังหนีขึ้นไปด้านบน แต่ตอนนี้เขาพุ่งตัวเข้ามาเร็วเกินไป แถมยังทุ่มสุดตัวกับดาบที่ฟันออกไป จึงไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอที่จะดีดตัวถอยหลังกลับไปได้อีกแล้ว
ในเวลานี้ซางซาไม่มีแก่ใจจะไปสนขาซ้ายของตี้จิ่วอีกต่อไป เขารีบชักดาบยาวในมือกลับมาอย่างสุดชีวิต หวังจะต้านทานรังสีดาบสายนี้เอาไว้ให้ได้
แต่รังสีดาบของตี้จิ่วสายนี้มันน่าสะพรึงกลัวเกินไป ดาบยาวของเขาต้านทานไว้ได้เพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น
"ฉัวะ!" เลือดสดๆ สาดกระเซ็น ร่างของซางซาร่วงหล่นลงมาจากด้านบน ร่างกายซีกหนึ่งของเขาถูกรังสีดาบจากกระบวนท่าที่สองของเจ็ดดาบสกุลตี้ฟันจนขาดสะบั้น
ตี้จิ่วถอนหายใจยาว ก่อนจะฝืนยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เมื่อกี้เขาเกือบจะถูกซางซาฆ่าตายแล้วจริงๆ ถ้าเขาไม่อดทนรอจนกระทั่งล้มลงไปนั่งกับพื้นแล้วค่อยใช้วิชาเจ็ดดาบสกุลตี้กระบวนท่าที่สองออกมา เขาก็คงโดนฆ่าตายไปแล้ว หรือพูดอีกอย่างก็คือ ถ้าเขาไม่ได้เพิ่งเรียนรู้เจ็ดดาบสกุลตี้กระบวนท่าที่สองสำเร็จ แถมคัมภีร์วิถีมหาบรรพตยังทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่หนึ่งได้ทันเวลา เขาก็คงถูกซางซาฆ่าตายเหมือนกัน
"แกเก่งมาก..." ซางซามีเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก เขารู้ดีว่าชีวิตของเขากำลังจะดับสูญ
เขาไม่ได้รู้สึกว่าตี้จิ่วเจ้าเล่ห์เพทุบายอะไร ในเมื่อเขาเป็นฝ่ายตั้งใจจะเอาชีวิตอีกฝ่ายก่อน การใช้เล่ห์เหลี่ยมใดๆ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้ทั้งนั้น
ตี้จิ่วคว้าผ้าห่มหลายผืนโยนลงไปซับเลือดบนพื้น แล้วค่อยพูดขึ้นว่า "แกเองก็ไม่ได้ดูโง่นี่นา ทำไมถึงต้องยอมขายชีวิตให้ไอ้เจี่ยผู้ไม่เคยพูดปดนั่นด้วยล่ะ? แกวางใจเถอะ อีกไม่นานไอ้เจี่ยผู้ไม่เคยพูดปดก็จะตามไปอยู่เป็นเพื่อนแกแล้ว"
มุมปากของซางซากระตุกเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาลงทุกที "ฉันไม่ได้ขายชีวิตให้มัน ฉันแค่มาหาของ แล้วก็... ถ้าเทียบกับมันแล้ว แฝีมือแกยังห่างชั้นอยู่อีกเยอะ..."
หลังจากพูดประโยคนี้จบ ซางซาก็ล้มฟุบจมกองเลือดไปอย่างสมบูรณ์ สิ้นลมหายใจไปในที่สุด
ตี้จิ่วหันขวับไปจ้องมองเจี่ยเชียนบนหน้าจอทีวีเขม็ง "เจี่ยผู้ไม่เคยพูดปด แกรอรับกรรมได้เลย อีกไม่นานฉันจะไปถลกหนังแกถึงที่แน่"
สีหน้าของเจี่ยเชียนดูไม่ได้เลย เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "แกก็เก่งใช้ได้นี่ แต่สิ่งที่ซางซาพูดก็ไม่ผิดหรอกนะ ถ้าเทียบกับฉันแล้ว ฝีมือของแกยังห่างชั้นอีกไกล"
ซางซาเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตระดับลึกลับได้ไม่นาน ส่วนเขาคือยอดฝีมือระดับปฐพี ตอนนี้เขาได้แต่รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ไปเยียนจิงด้วยตัวเอง แต่กลับส่งลวี่หว่านไปแทน
ถ้าก่อนหน้านี้เขามั่นใจว่าลวี่หว่านยังหาตัวตี้จิ่วไม่พบ ตอนนี้ความมั่นใจนั้นก็มลายหายไปจนหมดสิ้น ฝีมือของลวี่หว่านกับซางซานั้นสูสีกัน ในเมื่อซางซายังถูกตี้จิ่วฆ่าตาย แล้วลวี่หว่านจะโดนตี้จิ่วฆ่าตายไปด้วยรึเปล่า ถึงได้ติดต่อไม่ได้เลยแบบนี้?
"ไอ้แก่เอ๊ย ไอ้เต่าหดหัว ขี้โม้ไม่ดูสังขารตัวเองเลยนะ ด้วยฝีมือแค่นี้ของแกน่ะ สมัยก่อนแค่ปู่ตี้ของแกเอ่ยปากคำเดียว ก็บี้แกตายคาตีนได้สบายๆ แล้ว" ตี้จิ่วชี้หน้าด่าเจี่ยเชียนฉอดๆ
ถึงปากจะด่าไปแบบนั้น แต่ในใจเขารู้ดีว่าสิ่งที่เจี่ยผู้ไม่เคยพูดปดพูดมานั้นเป็นความจริง ถ้าต้องเผชิญหน้ากับเจี่ยผู้ไม่เคยพูดปดในตอนนี้ เขาคงยืนหยัดสู้ได้ไม่ถึงครึ่งนาทีด้วยซ้ำ
เขาได้ยินมาว่าเจี่ยผู้ไม่เคยพูดปดเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับปฐพี ส่วนซางซาที่เขาเพิ่งฆ่าไปเป็นแค่ระดับลึกลับเท่านั้น ขนาดซางซายังน่ากลัวขนาดนี้ แล้วเจี่ยผู้ไม่เคยพูดปดที่เป็นถึงระดับปฐพีจะน่ากลัวขนาดไหน?
"เดี๋ยวแกก็จะได้รู้เองแหละ" เจี่ยเชียนปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ น้ำเสียงก็เยือกเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด มีเพียงคนที่คุ้นเคยกับเขาเท่านั้นที่รู้ดีว่า ยิ่งเขาแสดงท่าทีแบบนี้ ก็ยิ่งหมายความว่าจิตสังหารในใจของเขารุนแรงมากยิ่งขึ้น
ตี้จิ่วหัวเราะลั่น "ปู่ของแกคนนี้ไม่อยากรู้โว้ย ไอ้ขยะสวะสังคม อีกไม่นานปู่ตี้จะไปหาแกเองแหละ ลูกน้องสวะๆ ของแกโดนฉันเก็บเรียบหมดแล้ว ล้างคอรอปู่คนนี้ไปเชือดแกได้เลย อ้อ แกยังส่งนังผู้หญิงที่ชื่อลวี่หว่านมาด้วยใช่ไหมล่ะ? นังนั่นโดนฉันจัดการไปเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกฉันกะจะข่มขืนแล้วฆ่า แล้วก็ข่มขืนซ้ำอีกรอบด้วยซ้ำ แต่นังนี่มันดันว่านอนสอนง่าย อ่อยฉันสารพัด แถมยังร้องห่มร้องไห้เอาใบรับรองสิทธิ์การสมัครเรียนวิทยาลัยยุทธ์มาประเคนให้ฉันด้วยนะ มันบอกว่าไอ้แก่ตัณหากลับอย่างแกบังคับให้มันมา
ปู่เห็นมันน่ารักน่าเอ็นดู ก็เลยยอมรับมันเป็นเมียน้อยคนที่สิบแปดซะเลย รอให้ปู่ตี้ไปหาแกก่อนเถอะ ปู่ตี้จะเด็ดหัวแกมาทำเป็นกระโถนฉี่ แล้วก็เอาพวกเมียน้อยของแกไปประเคนให้ลูกน้องของแกซะให้หมด... แกชื่อเจี่ยผู้ไม่เคยพูดปดใช่ไหม? ทำไมไม่เปลี่ยนชื่อเป็นขี้หมาจริงๆ ขี้หมูจริงๆ ไปเลยล่ะ... เอ๊ะ ไม่ได้สิ ฉันจะไปดูถูกขี้หมากับขี้หมูแบบนั้นไม่ได้สิ..."
วันนี้ตี้จิ่วเจ็บตัวไปไม่น้อย วิญญาณนักด่ากราดสมัยก่อนจึงเข้าสิง ยืนท้าวเอวชี้หน้าด่าเจี่ยเชียนที่อยู่บนหน้าจอทีวีฉอดๆ สมัยที่อยู่เมืองหมิงจู เรื่องด่ากราดชาวบ้าน ใครจะไปสู้ตี้หลาวจิ่วคนนี้ได้ล่ะ?
ด่ายังไม่สะใจ เขายังหยิบใบรับรองสิทธิ์การสมัครเรียนออกมาโบกไปมาอีกสองสามทีด้วย
"ติ๊ด!" หน้าจอทีวีดับวูบลง เจี่ยเชียนที่โกรธจนหน้าซีดเผือดกดตัดการเชื่อมต่อวิดีโอไปดื้อๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มีคนกล้ามาชี้หน้าด่าเขาฉอดๆ แบบนี้? นี่มันพฤติกรรมของพวกแม่ค้าปากตลาดชัดๆ
แต่สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บใจยิ่งกว่าก็คือ ทำไมใบรับรองสิทธิ์การสมัครเรียนวิทยาลัยยุทธ์ของลวี่หว่านถึงไปอยู่กับตี้จิ่วได้? เขามั่นใจว่าตัวเองตาไม่ฝาดแน่ๆ นั่นคือใบรับรองที่เขาเป็นคนให้ลวี่หว่านไปเองกับมือ เขาตั้งใจไว้ว่าหลังจากที่ลวี่หว่านจับตัวตี้จิ่วได้แล้ว เธอจะได้อยู่เรียนวิทยายุทธ์ที่วิทยาลัยยุทธ์ต่อไป ส่วนตี้จิ่วก็ให้ปี่เจิ้งเซิงคุมตัวกลับมาที่เมืองไต้เฉิง
แต่ตอนนี้เขากลับติดต่อลวี่หว่านไม่ได้ แถมใบรับรองสิทธิ์ของเธอก็ดันไปตกอยู่ในมือของตี้จิ่วซะอีก
"แกรก!" เสียงประตูถูกเปิดออก ฉีเซี่ยงที่ยืนอยู่หน้าประตูมองตี้จิ่วด้วยสีหน้ามึนงง ตอนที่ตี้จิ่วด่ากราดเมื่อกี้ เขาที่อยู่ข้างนอกก็ได้ยินเต็มสองหูเหมือนกัน ดูเหมือนว่าตี้จิ่วในมุมนี้จะต่างจากพี่จิ่วที่เด็ดขาดและเหี้ยมโหดในความทรงจำของเขาไปสักหน่อยนะ...
ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เขาก็เหลือบไปเห็นข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น และศพของซางซาที่ถูกตี้จิ่วฆ่าตาย "เฮ้ย..."
ตี้จิ่วถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปพูดกับฉีเซี่ยง "ไอ้หมอนี่เป็นคนที่เจี่ยผู้ไม่เคยพูดปดส่งมา ฝีมือร้ายกาจมาก เกือบจะฆ่าฉันตายแล้วเชียว ตอนนี้เรารีบจัดการทำความสะอาดที่นี่ แล้วก็รีบย้ายออกไปเถอะ"
สำหรับคนอย่างเจี่ยผู้ไม่เคยพูดปด โดนเขาด่ากราดไปซะขนาดนั้น ถ้ายังทนไม่มาเอาคืนถึงที่ได้ล่ะก็ ตี้จิ่วคงไม่เชื่อหรอก
เห็นด่าได้สะใจแบบนั้น แต่ถ้าให้เขาไปเผชิญหน้ากับเจี่ยผู้ไม่เคยพูดปดตอนนี้ เขาก็ยังสู้ไม่ไหวอยู่ดี ดังนั้นเขาจึงตั้งใจว่าจะหนีไปตั้งหลักที่วิทยาลัยยุทธ์เยียนต้าก่อน
ฉีเซี่ยงประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว เขาไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาวอยู่แล้ว เขาและตี้จิ่วจึงช่วยกันทำความสะอาดห้องอย่างรวดเร็วที่สุด ข้าวของชิ้นไหนที่ควรทิ้ง ก็ขนไปทิ้งในที่ไกลหูไกลตาจนหมด
สองชั่วโมงต่อมา ฉีเซี่ยงก็เก็บข้าวของเสร็จสรรพ และออกเดินทางไปวิทยาลัยยุทธ์เยียนต้าพร้อมกับตี้จิ่วทันที