- หน้าแรก
- ปรมาจารย์แพทย์ทะลุมิติยุคดวงดาว
- บทที่ 43 นักลอบสังหาร
บทที่ 43 นักลอบสังหาร
บทที่ 43 นักลอบสังหาร
บทที่ 43 นักลอบสังหาร
"ไอ้หนุ่ม เลิกคิดมากได้แล้ว ตั้งใจไปเรียนที่วิทยาลัยยุทธ์เยียนต้าของพวกเราดีกว่า วันหน้าอาจจะมีโอกาสได้ไปเจอเธอที่ดาวนางฟ้าก็ได้นะ ฉันไม่ได้พูดเพื่อบั่นทอนกำลังใจนายหรอกนะ แต่ผู้อาวุโสหลัวน่ะแทบจะเรียกได้ว่าเป็นคนในวิถีเซียนไปแล้ว ลูกศิษย์ของเขาในอนาคตก็คงต้อง... เอาเป็นว่านายอย่าเพิ่งท้อแท้ก็แล้วกัน ถึงยังไงวิทยาลัยยุทธ์เยียนต้าของเราก็เป็นวิทยาลัยยุทธ์แห่งแรกของหัวเซี่ยเชียวนะ" ชายผิวคล้ำคนหนึ่งเห็นตี้จิ่วยังคงยืนเหม่อมองไปที่ฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบ จึงเดินเข้ามาตบไหล่ตี้จิ่วเบาๆ
การที่ชายผมขาวสามารถเสกไฟและยืนลอยตัวอยู่กลางอากาศได้หลายวินาที ทำให้เหล่าอาจารย์จากเยียนต้าหลายคนตกตะลึงไปตามๆ กัน โชคดีที่อาจารย์พวกนี้เป็นคนที่ผ่านโลกมามาก ในเมื่อมีดาวนางฟ้าโผล่มาแล้ว จะมีอะไรแปลกประหลาดเกิดขึ้นอีกก็คงเป็นไปได้ทั้งนั้น
ตี้จิ่วรู้ดีว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นอาจารย์ของวิทยาลัยยุทธ์ ที่เขาเข้ามาปลอบใจ ก็คงเป็นเพราะชายผมขาวคนนั้นนั่นแหละ
ถึงยังไงเขาก็ดูมีทีท่าสนิทสนมกับลวี่หว่าน ลูกศิษย์ของชายผมขาวคนนั้น ตอนนี้เรียกได้ว่าลวี่หว่านก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในพริบตา ในอนาคตใครจะกล้ารับประกันได้ล่ะว่าลวี่หว่านจะไม่นึกถึงแฟนหนุ่มของเธอที่เรียนอยู่ที่เยียนต้า? การเข้ามาตีสนิทกับตี้จิ่วในตอนนี้ ก็ถือเป็นการสร้างสายสัมพันธ์อันดีเอาไว้ล่วงหน้า
"ฮ่าๆๆ..." ตี้จิ่วหัวเราะร่วน ก่อนจะตบไหล่ชายผิวคล้ำกลับไปเบาๆ "สบายใจเถอะครับ ผู้หญิงก็แบบนี้แหละ อีกไม่กี่วันเดี๋ยวเธอก็กลับมาหาผมเองแหละ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกซะหน่อย ทุกครั้งที่เราทะเลาะกัน สุดท้ายเธอก็เป็นฝ่ายกลับมาขอโทษผมก่อนทุกทีแหละ"
"ครั้งนี้แฟนของนายไม่ได้งอนนายซะหน่อย แต่เธอไปบำเพ็ญเพียรที่ดาวนางฟ้าต่างหาก" อาจารย์หญิงหน้าตาเคร่งขรึมคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแขวะตี้จิ่ว
ตี้จิ่วโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ "ก็เหมือนกันนั่นแหละ ตอนนี้ผมเข้าไปเรียนในวิทยาลัยยุทธ์ วันหน้าพวกเราก็ต้องไปเจอกันที่ดาวนางฟ้าอยู่ดี"
พูดจบ ตี้จิ่วก็หันไปถามชายผิวคล้ำอีกครั้ง "ผมมีใบรับรองสิทธิ์การสมัครเรียนแค่ใบเดียว แต่ผมมีเพื่อนอีกคนอยากจะมาเรียนด้วยกัน พอจะมีวิธีไหนบ้างไหมครับ?"
ถึงแม้ชายผิวคล้ำจะอยากผูกมิตรกับตี้จิ่ว แต่เมื่อได้ยินคำถามของตี้จิ่ว เขาก็ทำได้เพียงตอบไปตามตรงว่า "ใบรับรองสิทธิ์การสมัครเรียนของวิทยาลัยยุทธ์เยียนต้าหนึ่งใบ ใช้ได้แค่คนเดียวเท่านั้น... แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีเลยซะทีเดียว เพื่อนของนายสามารถเข้าเรียนในฐานะนักศึกษาผู้ฟังได้ ถึงจะไม่ได้มีสถานะเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยยุทธ์เยียนต้าอย่างเป็นทางการ แต่ก็สามารถเรียนรู้วิชาของจริงได้เหมือนกัน"
"งั้นก็ขอบคุณมากครับ" ตี้จิ่วเอ่ยขอบคุณด้วยความดีใจ เขาตั้งใจว่าจะเอาใบรับรองสิทธิ์นี้ให้ฉีเซี่ยง แล้วตัวเองค่อยมาเป็นนักศึกษาผู้ฟังแทน เมื่อเทียบกับการเป็นนักศึกษาเต็มตัวแล้ว ตี้จิ่วอยากจะใช้ชีวิตอย่างอิสระมากกว่า
การเป็นนักศึกษาผู้ฟังมีข้อดีอยู่หลายอย่าง อย่างแรกคือเขาไม่ต้องกังวลว่าอาจารย์จะจับได้ว่าเขาฝึกคัมภีร์วิถีมหาบรรพต อย่างที่สองคือเขาสามารถรับรู้ข่าวคราวเกี่ยวกับดาวนางฟ้าจากฉีเซี่ยงได้ตลอดเวลา อย่างที่สามก็คือไม่ต้องเซ็นสัญญายอมรับเงื่อนไขบ้าบออะไรของวิทยาลัยยุทธ์ และที่สำคัญที่สุดคือ เขาสามารถไปจากวิทยาลัยยุทธ์ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
ต่อให้ใช้หัวแม่เท้าคิด ตี้จิ่วก็รู้ดีว่าทันทีที่ก้าวเข้าไปเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยยุทธ์และใช้ทรัพยากรของที่นั่นในการฝึกฝน ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเซ็นสัญญายอมรับเงื่อนไขต่างๆ นาๆ
ถ้าเป็นแค่เงื่อนไขทั่วไปเขาก็พอรับได้ แต่ถ้าต้องให้เขาไปเป็นทาสรับใช้กองกำลังใดกองกำลังหนึ่งบนดาวนางฟ้าสักระยะเวลาหนึ่งล่ะก็ เขาไม่ยอมหรอก
"ฉันชื่อเฉินเฟิงเจียว ตอนที่นายมาสมัครเรียน ให้ไปที่จุดรับสมัครของชั้นเตรียมความพร้อมได้เลย นายก็บอกเขาไปว่าเพื่อนของนายเป็นคนดูแลความเป็นอยู่ของนาย แบบนั้นพวกนายก็จะได้พักอยู่ห้องเดียวกัน" หลังจากเฉินเฟิงเจียวอธิบายให้ตี้จิ่วฟังจนเข้าใจแล้ว เขาก็เดินตามอาจารย์คนอื่นๆ กลับเข้าไปในวิทยาลัยยุทธ์
ตี้จิ่วไม่ได้เดินตามเข้าไปตามหาคนอีก ในเมื่อมีใบรับรองสิทธิ์การสมัครเรียนของวิทยาลัยยุทธ์อยู่ในมือแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไร รอกลับไปหาฉีเซี่ยงก่อน ถ้ายังฆ่าเจี่ยเชียนไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องจัดการไอ้ปี่เจิ้งเซิงนั่นให้ได้ซะก่อน
...
เมื่อกลับมาถึงที่พัก ตี้จิ่วก็ไม่พบฉีเซี่ยง สงสัยว่าฉีเซี่ยงคงจะออกไปหาคนตีดาบเหล็กกล้าแล้วยังไม่กลับมา
หลังจากได้เห็นความเก่งกาจของชายผมขาวที่หน้าประตูวิทยาลัยยุทธ์เยียนต้า ตี้จิ่วก็ตัดสินใจว่าจะต้องหาทางไปดาวนางฟ้าให้ได้ บางทีการฝึกฝนอยู่ที่นี่เป็นปี อาจจะสู้การฝึกฝนบนดาวนางฟ้าแค่เดือนเดียวไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ต้องรอให้ฉีเซี่ยงกลับมาก่อนค่อยว่ากันอีกที
ตี้จิ่วเดินไปที่โต๊ะรับแขกเพื่อรินน้ำดื่ม แต่ทันทีที่มือของเขาแตะแก้วน้ำ จิตสังหารอันเยือกเย็นจนชวนขนลุกก็พลันระเบิดออกมารอบตัว
ตี้จิ่วขว้างแก้วน้ำในมือออกไปโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด พร้อมกับพุ่งตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว
แทบจะพร้อมๆ กับที่ตี้จิ่วขว้างแก้วน้ำออกไปและถอยหลัง ประกายดาบสายหนึ่งก็ฟาดฟันลงมา ตี้จิ่วใจหายวาบ ระดับพลังของเขาเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว แต่ประกายดาบสายนี้ก็ยังทำให้เขารู้สึกว่ายากที่จะหลบพ้นอยู่ดี
"เคร้ง!" แก้วน้ำที่ตี้จิ่วขว้างออกไปถูกประกายดาบฟันจนแหลกละเอียด ประกายดาบไม่ได้ลดทอนความรุนแรงลงเลยแม้แต่น้อย มันยังคงพุ่งทะยานเข้าใส่หน้าอกของตี้จิ่วอย่างดุดัน
แต่ตี้จิ่วกลับถอนหายใจด้วยความโล่งอก ถึงแม้แก้วน้ำใบนั้นจะไม่ได้หยุดยั้งประกายดาบเอาไว้ แต่มันก็ช่วยลดทอนจิตสังหารของอีกฝ่ายลงไปได้มาก
"ฉัวะ!" เลือดสดๆ สาดกระเซ็น ประกายดาบกรีดผ่านตั้งแต่ไหล่ซ้ายลากยาวไปจนถึงหน้าอกขวาของตี้จิ่ว ตี้จิ่วพิงหลังกับกำแพง แล้วยกมือขึ้นจี้สกัดจุดบนร่างของตัวเองหลายจุด
ถ้าไม่ได้แก้วน้ำใบนั้น หรือถ้าเขาไม่สัมผัสได้ถึงจิตสังหารล่วงหน้า ดาบเพียงดาบเดียวของอีกฝ่ายก็มากพอที่จะฟันร่างของเขาขาดเป็นสองท่อนได้แล้ว
"มิน่าล่ะถึงได้ฆ่าลูกน้องของปี่เจิ้งเซิงจนเตลิดเปิดเปิงไปได้ ฝีมือของแกเหนือความคาดหมายของฉันจริงๆ" ระหว่างที่พูด ชายผมสั้นในชุดสีเหลืองก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
ชายผมสั้นคนนี้สูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร รูปร่างกำยำล่ำสัน ตี้จิ่วอดสงสัยไม่ได้ว่าเมื่อกี้หมอนี่ไปซ่อนตัวอยู่หลังโซฟาอีท่าไหน เขาถึงไม่ทันสังเกตเห็นเลย
"แกเป็นหมาบ้าที่เจี่ยผู้ไม่เคยพูดปดส่งมางั้นเหรอ?" ตี้จิ่วสัมผัสได้ว่าพลังปราณของอีกฝ่ายแข็งแกร่งมาก เขาไม่รู้ว่าระดับพลังของหมอนี่อยู่ขั้นไหน แต่ก็รู้ตัวดีว่านี่คือศัตรูตัวฉกาจ
แววตาของชายผมสั้นฉายแววดุร้าย "แกนี่ใจกล้าไม่เบาเลยนะ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้ยินคนกล้าพูดถึงพี่เชียนแบบนี้"
ระหว่างที่พูด ชายผมสั้นกลับไม่ได้ลงมือกับตี้จิ่วต่อ แต่กลับถอยหลังไปสองก้าว เดินไปที่หน้าจอทีวีขนาดใหญ่ เสียบอุปกรณ์เชื่อมต่อที่อยู่ในมือเข้ากับช่องเสียบ NOB ของทีวี แล้วเปิดเครื่อง
ตี้จิ่วยังคงยืนนิ่งไม่ขยับ ฝีมือของคนคนนี้ไม่มีทางด้อยไปกว่าเขาแน่ ประกอบกับตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บ ยิ่งลงมือช้าเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อเขามากเท่านั้น
หลังจากได้รับก้อนหินสีเทากับสายฟ้าสีทองมา ร่างกายของเขาก็มีอัตราการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บเร็วกว่าคนปกติทั่วไปหลายเท่า
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที ภาพของชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าแดงระเรื่อก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอทีวี ชายคนนี้ดูอายุประมาณสามสิบสี่ปี ดวงตาเรียวเล็ก ต่อให้มองผ่านหน้าจอทีวี ตี้จิ่วก็ยังสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากแววตาของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
"พี่เชียน มันนี่แหละครับ" จู่ๆ ชายผมสั้นรูปร่างสูงใหญ่ก็เอ่ยขึ้น "ไอ้เด็กนี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ ดาบปลิดชีพของผมฆ่ามันไม่ได้"
ที่แท้ไอ้หมอนี่ก็คือเจี่ยเชียน หรือเจี่ยผู้ไม่เคยพูดปดนี่เอง ตี้จิ่วกำมีดสั้นฉานน่าในมือแน่น สายตาจ้องเขม็งไปที่เจี่ยเชียนซึ่งอยู่บนหน้าจอทีวี
"ซางซา แล้วหว่านเอ๋อร์ล่ะ?" เจี่ยเชียนดูเหมือนจะไม่ได้เห็นตี้จิ่วอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย เขาเอาแต่ถามหาลูกศิษย์สุดที่รักของเขา
ชายร่างสูงใหญ่ผมสั้นที่ชื่อซางซาตอบด้วยความงุนงงว่า "ตามหลักแล้ว หว่านเอ๋อร์น่าจะพาไอ้เด็กนี่ไปที่โรงแรมซีตุนแล้วนี่นา คิดไม่ถึงเลยว่าตอนที่ผมมาหาของ จะเจอไอ้เด็กนี่กลับมาพอดี"
"อย่าเพิ่งฆ่ามัน ฉันมีเรื่องจะถามมันต่อหน้า..."
ยังไม่ทันที่เจี่ยเชียนจะพูดจบ ตี้จิ่วก็ตวัดมีดสั้นฉานน่าในมือออกไป เจ็ดดาบสกุลตี้กระบวนท่าแรก อาการบาดเจ็บของเขาหายดีเกือบหมดแล้ว ไอ้คนที่ชื่อซางซานี่เก่งมาก ในเมื่อเป็นแบบนี้ ชิงลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ
"เอ๊ะ!" เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีดาบอันแหลมคมของตี้จิ่ว ซางซาก็ร้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ พร้อมกับฟาดดาบในมือสวนกลับไปทันที
"เคร้ง!" เสียงปะทะดังกึกก้องราวกับของแข็งกระทบกัน รังสีดาบของตี้จิ่วแตกกระจาย
มีดสั้นฉานน่าของตี้จิ่วมีความยาวแค่ยี่สิบเซนติเมตร แต่อาวุธของอีกฝ่ายกลับเป็นดาบที่ยาวถึงหนึ่งเมตร ต่อให้ตี้จิ่วจะใช้เจ็ดดาบสกุลตี้กระบวนท่าแรกปลดปล่อยรังสีดาบที่ยาวเหยียดออกมาได้ แต่การจะเอาชนะซางซาก็ยังคงยากเย็นแสนเข็ญอยู่ดี
"ฉัวะ!" หลังจากดาบยาวของซางซาฟันรังสีดาบของตี้จิ่วจนแตกกระจาย มันก็ฝากรอยแผลเอาไว้บนร่างของตี้จิ่วอีกหนึ่งรอย ถึงแม้รังสีดาบของตี้จิ่วจะฝากรอยแผลไว้บนร่างของซางซาได้เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เรียกเลือดแม้แต่หยดเดียว ทำได้แค่ฉีกทึ้งเสื้อผ้าของอีกฝ่ายให้ขาดวิ่นเท่านั้น
ตี้จิ่วใจหายวาบ เขารู้ดีว่าฝีมือของตัวเองด้อยกว่าซางซาอยู่แล้ว การใช้มีดสั้นฉานน่ายิ่งทำให้เขาตกเป็นรองหนักเข้าไปอีก
"ไอ้เด็กนี่มันมีของดีจริงๆ ด้วย ดูท่าทางแล้วมันคงใกล้จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตระดับลึกลับแล้วล่ะ ซางซา อย่ามัวแต่ยืดเยื้อ รีบจัดการมันให้เร็วที่สุด" แววตาของเจี่ยเชียนบนหน้าจอทีวีหรี่แคบลง เขามั่นใจว่าตี้จิ่วต้องมีความลับอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ ไม่อย่างนั้น อายุแค่นี้ ทำไมถึงได้เก่งกาจขนาดนี้?