- หน้าแรก
- สร้างเมืองพิชิตเกมกู้ชาติ หลินฟงเลือกไอเทมได้ตามใจสั่ง
- บทที่ 34 นายกองห้าสิบคนระดับสอง (ตอนต้น)
บทที่ 34 นายกองห้าสิบคนระดับสอง (ตอนต้น)
บทที่ 34 นายกองห้าสิบคนระดับสอง (ตอนต้น)
ม่านราตรีปกคลุมทุ่งกว้างอย่างสมบูรณ์ รังหมาป่าดำเปรียบเสมือนสัตว์ร้ายที่หมอบคลานอยู่ในเงาของคุ้งน้ำ โครงร่างของมันดูดุดันและน่ากลัวภายใต้แสงดาวที่เบาบาง
หลินฟงและพรรคพวกซุ่มซ่อนอยู่ที่จุดกบดานทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ—ริมขอบหุบเขาที่ปกคลุมด้วยหินระเกะระกะและป่าไม้แห้งหนาทึบ
ที่นี่อยู่สูงกว่ารังหมาป่าดำประมาณยี่สิบเมตร ทำให้ทัศนวิสัยดีเยี่ยม
ผ่านช่องสังเกตการณ์ที่ตั้งใจถางไว้และพรางตาอย่างแนบเนียน พวกเขาสามารถมองเห็นกำแพงด้านข้างส่วนใหญ่ พื้นที่ด้านหลัง หรือแม้แต่ความเคลื่อนไหวทางด้านประตูทิศตะวันตกได้อย่างทั่วถึง
ข้อมูลของอาว่างแม่นยำมาก การป้องกันของรังหมาป่าดำดูเป็นระบบกว่ารั้วไม้ของค่ายเฮยเฟิงมากนัก
กำแพงเมืองทำจากซุงขนาดใหญ่ที่ตอกลงดินอย่างลึก ส่วนยอดเหลาจนแหลมคม ประเมินด้วยสายตามีความสูงกว่าห้าเมตร
ความกว้างของสันกำแพงถูกปรับแต่งมาอย่างดี กว้างประมาณหนึ่งเมตรถึงหนึ่งเมตรครึ่ง ซึ่งเพียงพอสำหรับทหารที่จะถือหอกยืนประจำการหรือเดินตรวจตราคู่กันได้
บนกำแพงเมืองมีหอคอยธนูไม้ที่ดูเรียบง่ายแต่แข็งแรงตั้งอยู่เป็นระยะ บนหอคอยเห็นเงาร่างคนและแสงสะท้อนของธนูและหน้าไม้รำไร
ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือคูเมืองที่ขุดไว้รอบกำแพง แม้จะไม่กว้างนัก ประมาณสามเมตรโดยประมาณ แต่สะพานแขวนถูกยกขึ้นแล้ว ตัดขาดเส้นทางเข้าออกเพียงหนึ่งเดียว
ในขณะนี้ แสงไฟภายในรังหมาป่าดำหนาแน่นกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะทิศทางที่หันหน้าไปทางทุ่งกว้างฝั่งตะวันตก
มีเงาคนวูบวาบ เสียงตะโกนสั่งการและเสียงโลหะกระทบกันแว่วมาตามลมราตรี แม้จะอยู่ไกลขนาดนี้ก็ยังสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ตึงเครียด
เป็นไปตามที่อาว่างสำรวจและทุกคนคาดการณ์ไว้ กำลังหลักของรังหมาป่าดำไปรวมตัวกันตั้งรับอยู่ที่ประตูทิศตะวันตก ส่วนการป้องกันด้านข้างและด้านหลังค่อนข้างเบาบาง
“ดูจากท่าทางแล้ว เมื่อก่อนพวกคลื่นฝันร้ายคงจะบุกมาจากทางประตูตะวันตกเป็นหลัก”
จ้าวหู่ลดเสียงต่ำกระซิบข้างหูหลินฟง
หลินฟงพยักหน้า สายตาจับจ้องไปที่ “ป้อมปราการ” เบื้องล่างอย่างสงบนิ่ง การป้องกันแข็งแกร่งกว่าที่เขาคาดไว้จริงๆ หากบุกโจมตีตรงๆ โดยไม่มีคลื่นฝันร้ายช่วยบั่นทอนกำลังฝ่ายตรงข้ามก่อน
ลำพังพวกเขาสี่สิบห้าคนถมเข้าไปคงยากจะเคี้ยวลง สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นของแผน “ชุบมือเปิบ” ของเขา—ต้องรอให้พวกมันและคลื่นฝันร้ายบาดเจ็บล้มตายกันไปทั้งสองฝ่ายเสียก่อน
เวลาค่อยๆ ผ่านไปท่ามกลางการรอคอยที่กดดัน รัศมีสีแดงหม่นบนท้องฟ้าเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ระลอกพลังงานที่ชวนให้หงุดหงิดกระวนกระวายในอากาศก็รุนแรงขึ้น ราวกับความกดอากาศต่ำก่อนพายุฝนจะมาถึง มันกดทับอยู่ในใจของทุกคนอย่างหนักอึ้ง
เวลาสี่ทุ่มตรง
ความผิดปกติเกิดขึ้นกะทันหัน!
บนทุ่งกว้างห่างจากประตูตะวันตกประมาณห้าร้อยเมตร พื้นที่ว่างเปล่าราวกับถูกมือยักษ์ที่มองไม่เห็นฉีกกระชากออกเป็นช่องโหว่โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ!
พลังงานแห่งความตายสีเทาดำที่เข้มข้นจนเกือบจะกลายเป็นของเหลวพุ่งทะลักออกมาดุจน้ำป่า และกระจายตัวไปทั่วบริเวณในพริบตา!
จากนั้น โครงกระดูกสีขาวโพลนทีละร่างก็ “เดิน” ออกมาจากหมอกสีเทาดำนั้น
ไม่ใช่พวกหมาป่าเน่าหรืออสูรเกราะแข็งที่กระจัดกระจาย แต่มันคือการจัดแถวที่แม้จะดูหลวมๆ แต่ก็พอมองออกว่าเป็นระเบียบแบบกองทหาร—ทหารโครงกระดูก!
พวกมันถือดาบและกระบี่ที่ขึ้นสนิม ถือโล่ไม้ที่พุพัง ในเบ้าตาที่ว่างเปล่ามีไฟวิญญาณสีเหลืองจางๆ เต้นวูบวาบ พวกมันพุ่งตรงไปยังประตูตะวันตกของรังหมาป่าดำอย่างเงียบเชียบทว่ามั่นคง
จำนวนของพวกมันเท่าที่มองด้วยสายตาคร่าวๆ มีไม่ต่ำกว่าร้อย! และในนั้นยังมีพวกที่มีร่างกายสูงใหญ่กว่า กระดูกแข็งแรงกว่า ถือทวนยาวหรือขวานศึกปะปนอยู่ด้วย (พวกนักรบโครงกระดูก เลเวล 7-9)
“โครงกระดูก... ทหารโครงกระดูกทั้งหมดเลยเหรอ?”
เถี่ยตุ้นหมอบอยู่หลังโขดหิน ตาเบิกโพลง กระซิบเสียงต่ำด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
นี่มันต่างจากคลื่นฝันร้ายที่ประกอบไปด้วยสัตว์ป่ากลายพันธุ์หลากชนิดที่พวกเขาคาดไว้โดยสิ้นเชิง!
แต่สิ่งที่ทำให้ใจสั่นยิ่งกว่ายังตามมาข้างหลัง!
หมอกสีเทาม้วนตัว เงาร่างที่สูงใหญ่เป็นพิเศษสองร่างสวมชุดเกราะทองแดงที่ผุพัง ถือง้าวนวโลหะหนักอึ้งก้าวออกมา ไฟวิญญาณในเบ้าตาเป็นสีแดงหม่นที่สะดุดตา!
【นายกองโครงกระดูก (เลเวล 11)】!
หัวใจของทุกคนกระตุกวูบ นายกองเพียงตัวเดียวเคยทำให้พวกเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดในสุสานโบราณ แต่นี่กลับปรากฏออกมาถึงสองตัว!
ทว่า เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้
ณ จุดที่หมอกสีเทาหนาแน่นที่สุด ม้าศึกโครงกระดูกตัวหนึ่งที่ประกอบขึ้นจากกระดูกทั้งตัว ดวงตามีไฟสีน้ำเงินเข้มลุกโชนค่อยๆ ก้าวเดินออกมา
บนหลังม้า มีโครงกระดูกที่ร่างกายกำยำยิ่งกว่า กระดูกเป็นสีเงินหม่นนั่งประทับอยู่อย่างน่าเกรงขาม
มันสวมหมวกเกราะทองแดงที่ชำรุด สวมชุดเกราะโซ่ถักที่ขาดรุ่งริ่ง ในมือถือทวนยาวสำหรับขี่ม้า (หม่าซั่ว) นวโลหะยาวเกือบสามเมตรชี้ลงพื้นเฉียงๆ
กลิ่นอายแห่งความตายที่ดุร้ายและเข้มข้นกว่านายกองปกติแผ่ซ่านออกมาปกคลุมบริเวณนั้น
【นายกองโครงกระดูกระดับห้าสิบคน (เลเวล 15)】(ไม่ได้หมายถึงว่ามี50ตัว แต่หมายถึงมียศมีระดับหรือมีความสำคัญเทียบเท่า50ตัว)
“นายกองห้าสิบคน... แถมยังขี่ม้าด้วย...” เจี้ยนเหยี่ยนเอ่ยเสียงแห้ง นิ้วมือที่กำธนูเริ่มขาวซีด
นี่ไม่ใช่ขนาดของคลื่นฝันร้าย “ระดับปกติ” ที่รังหมาป่าดำเคยรับมือได้ตามความรับรู้ของพวกเขาอีกต่อไป!
บนกำแพงเมืองของรังหมาป่าดำเบื้องล่าง เห็นได้ชัดว่าพวกมันก็พบความผิดปกติของความรุนแรงในครั้งนี้เช่นกัน
ขบวนตั้งรับที่เคยเป็นระเบียบเริ่มเกิดความโกลาหล เสียงร้องอุทานแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ
“นี่มัน... นี่มันไม่ถูกต้องแล้วนะ!”
จ้าวหู่จ้องเขม็งไปที่ทะเลโครงกระดูกที่ยังคงทะลักออกมาจากหมอกสีเทาอย่างไม่ขาดสาย รวมถึงนายกองสองตัวและทหารม้านายกองห้าสิบคนที่น่าเกรงขามนั่น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงที่สะกดไว้และความมึนงง
“ความรุนแรงระดับนี้... พับผ่าสิ นี่มันเกือบจะแตะขอบเขตของคลื่นฝันร้ายระดับสองที่ตำบลชิงมู่เคยเจอเลยนะ!
รังหมาป่าดำต่อให้เก่งแค่ไหน เมื่อก่อนก็ไม่ควรต้องมาเจอกองทัพคนตายที่มีระบบระเบียบแบบนี้!”
จุดกบดานตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักๆ ของทุกคน แผนการเกิดตัวแปรขนาดใหญ่ที่ไม่อาจคาดเดาได้ขึ้นเสียแล้ว
หากรังหมาป่าดำถูกคลื่นความรุนแรงระดับนี้กวาดล้างจนพังทลายในระลอกเดียว แผน “ชุบมือเปิบ” ของพวกเขาคงกลายเป็นเรื่องตลก และอาจจะถูกทะเลโครงกระดูกที่กระจายตัวออกมาพบเข้าจนตกอยู่ในสถานการณ์คับขันแทน
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุดและแฝงไปด้วยความหวาดหวั่น จ้าวหู่ดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้กะทันหัน
เขารีบหันกลับมามองหลินฟง แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อและข้อสันนิษฐานที่ฟังดูเหลือเชื่อ เขาลดเสียงลงจนเบาที่สุดแต่กลับสั่นเครือ
“หลินฟง... ข้า... ข้าเหมือนเคยได้ยินเรื่องหนึ่งมานานแล้ว แต่ตอนนั้นคิดว่าเป็นแค่ข่าวลือ... เขาว่าพวกค่ายโจรป่าอย่างพวกเราที่ไม่มีรากฐานและขีดเส้นอาณาเขตเอาเอง เพราะไม่ได้รับการรับรองจากหม้อกุมชะตาชาติ”
“มันไม่มี ‘เจ้าของ’ และ ‘ขอบเขต’ ที่ชัดเจน... เวลาที่โลกฝันร้ายทำการชำระล้าง ‘ร่องรอยอารยธรรม’ จนเกิดคลื่นฝันร้ายขึ้นมา”
“มันอาจจะเอาพวกกลุ่มโจรที่มีกลิ่นอายใกล้เคียงกันในรัศมีหนึ่ง... เหมาเข่งรวมนับว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน?”
เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ชี้ไปที่กองทัพโครงกระดูกเบื้องล่างที่เกินความคาดหมายไปไกล แล้วชี้กลับมาที่จุดซุ่มซ่อนของพวกเขาเอง:
“เจ้าว่า... จะเป็นไปได้ไหม เพราะตอนนี้พวกเราอยู่ไม่ไกลจากรังหมาป่าดำ คลื่นฝันร้ายครั้งนี้... เลยนับพวกเราเข้าไปอยู่ในตะกร้า ‘รอยอารยธรรม’ เดียวกับรังหมาป่าดำด้วย?
เพราะงั้นที่มาคราวนี้ เลยไม่ใช่แค่ ‘คลื่นปกติ’ สำหรับรังหมาป่าดำเจ้าเดียว แต่มันนับยอดรวมของพวกเราสองกลุ่ม... เข้าด้วยกัน แล้วเลยจัดหนักมาให้แบบมหาโหดขนาดนี้?”
คำพูดนี้เปรียบเสมือนเสียงอัสนีบาตที่ระเบิดขึ้นในสมองของทุกคน
นับค่ายเฮยเฟิงกับรังหมาป่าดำ... เป็นพวกเดียวกันงั้นเหรอ? เพราะงั้นความรุนแรงของคลื่นฝันร้ายเลยถูกนำมาบวกกัน?!
คำเล่าลือนี้มันช่างไร้สาระและน่าเหลือเชื่อเกินไป แต่กองทัพโครงกระดูกที่อยู่ตรงหน้าที่ผิดธรรมดาสามัญ กลับดูเหมือนจะเป็นหลักฐานที่ชัดเจนและน่าสยองขวัญที่สุด!
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงจนขนหัวลุก หัวใจเต้นระรัวจนทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น—
“หึ... ฮ่าๆๆ...”
(จบตอน)