- หน้าแรก
- วันสิ้นโลกเริ่มที่บันไดหนีไฟ จากเพื่อนร่วมห้องสู่เมียข้างกาย
- บทที่ 8: ตัวเธอหอมจัง
บทที่ 8: ตัวเธอหอมจัง
บทที่ 8: ตัวเธอหอมจัง
บทที่ 8: ตัวเธอหอมจัง
เขากินเนื้อสุนัขเพิ่มอีกสองส่วน ขนมปัง และน้ำอีกหนึ่งขวด
มีทั้งโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และน้ำครบถ้วน
แม้ทั้งสองจะยังไม่อิ่มแปล้ แต่ก็ถือว่าพอประทังหิวไปได้
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือไม่มีผักผลไม้เลย ซึ่งหมายความว่าพวกเขาขาดใยอาหาร หากปล่อยไว้แบบนี้ในระยะยาว ระบบขับถ่ายต้องมีปัญหาและเกิดอาการท้องผูกอย่างแน่นอน!
หลังจากกินอิ่มหนำสำราญ ซูหลีเยว่ก็พูดขึ้นด้วยใบหน้าแดงซ่าน
"กู้ฝาน ฉันปวดปัสสาวะนิดหน่อย เอาไงดี?"
"ก็ไปเข้าสิ"
กู้ฝานเองก็เริ่มปวดแล้วเหมือนกัน
"ฉันก็ปวดเหมือนกัน
เราลงไปเข้าห้องน้ำข้างล่างกันเถอะ กลิ่นจะได้ไม่ลอยขึ้นมาเหม็น"
"อืม โอเค..."
เมื่อทั้งสองลงมาถึงชั้นล่าง กู้ฝานก็จ้องมองซูหลีเยว่ตาไม่กะพริบ
"นายทำอะไรเนี่ย? ทำไมยังไม่ไปอีก?"
ซูหลีเยว่นั่งยองๆ กำลังจะดึงกางเกงลง แต่ดันเห็นว่ากู้ฝานยังยืนมองอยู่
"ฉันก็กลัวว่าเธอจะเป็นอันตรายไง หลีเยว่?"
กู้ฝานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับเป็นห่วงนักหนา
ซูหลีเยว่: ......
สุดท้ายกู้ฝานก็ถูกซูหลีเยว่ไล่ตะเพิดออกไปอยู่ดี
แต่เขาก็ไม่ได้เดินไปไหนไกลนัก
กู้ฝานไปยืนหลบมุมอยู่ไม่ไกล เพราะช่วงเวลาเข้าห้องน้ำคือช่วงเวลาที่คนเราอ่อนแอที่สุด ถ้ามีหมาป่าโผล่มาตอนนั้น มันจะไม่แย่เอาหรอกเหรอ?
หลังจากทั้งคู่จัดการธุระส่วนตัวที่ชั้นล่างเสร็จเรียบร้อย พวกเขาก็กลับมาที่ชั้น 111 ตรงเต็นท์ของพวกเขา
ขาทั้งสองข้างของพวกเขากำลังปวดระบม ซูหลีเยว่คลานเข้าไปในเต็นท์ ส่วนกู้ฝานก็คลานตามเข้าไปติดๆ
ตอนนี้เป็นเวลาประมาณหนึ่งทุ่มหรือสองทุ่ม พวกเขาจำเป็นต้องพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อจะได้ตื่นแต่เช้ามาปีนบันไดต่อในวันพรุ่งนี้
"กู้ฝาน ขาฉันปวดไปหมดแล้ว พรุ่งนี้ฉันคงเดินไม่ไหวแน่ๆ เลย"
ซูหลีเยว่ส่งสายตาออดอ้อนกู้ฝาน ทำปากยื่นปากยาว
เธอเหนื่อยสายตัวแทบขาดจริงๆ!
ต้องปีนบันไดเป็นร้อยชั้นภายในวันเดียว แถมพรุ่งนี้ก็ต้องปีนต่ออีก!
กู้ฝานมองไปที่ต้นขาของซูหลีเยว่ เรียวขาที่ทั้งตรง กลมกลึง และเรียวยาว ซึ่งสวมทับด้วยถุงน่องสีขาว บวกกับชุดยูนิฟอร์ม JK สีฟ้าขาว มันช่างดูเซ็กซี่และมีเสน่ห์ดึงดูดใจเสียเหลือเกิน...
เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ กู้ฝานก็หัวเราะเจ้าเล่ห์
"ให้ฉันช่วยนวดขาให้เอาไหม?"
ซูหลีเยว่มองกู้ฝานด้วยความหวาดระแวง
"จริงเหรอ นวดเป็นด้วยเหรอเนี่ย?"
พูดจบ เธอก็ยื่นขาไปทางกู้ฝาน พลางจ้องมองเขาอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก
"งั้นนายก็ช่วยนวดให้หน่อยละกัน"
"เธอเป็นคนพูดเองนะ ห้ามมาด่าฉันว่าโรคจิตทีหลังล่ะ"
กู้ฝานดักคอไว้ก่อน
"ถ้านายจับตรงที่ไม่ควรจับล่ะก็ น่าดู!"
ซูหลีเยว่รีบกำหมัดแน่นข่มขู่เขา
"ไม่ต้องห่วงครับคุณผู้หญิง"
กู้ฝานวางมือลงบนต้นขาของซูหลีเยว่และเริ่มบีบนวด ผ่านไปประมาณสิบนาที ซูหลีเยว่ก็รู้สึกว่าขาของเธอหายปวดไปเยอะจริงๆ
"ดูจากท่าทางแล้ว นายก็นวดเก่งเหมือนกันนะเนี่ย..."
ซูหลีเยว่พูดด้วยความประหลาดใจ
"เป็นไง สบายไหม?"
"ก็ดี ไอ้คนฉวยโอกาส นวดเก่งใช้ได้เลย!"
ซูหลีเยว่เชิดหน้าใส่กู้ฝาน เธอดึงขากลับแล้วเอนตัวพิงเขา
ส่วนเหตุผลที่เธอด่าเขาว่าไอ้คนฉวยโอกาส ก็คงเป็นการเอาคืนที่กู้ฝานล้อเธอว่าเป็นลูกหมาเมื่อตอนกลางวันนั่นแหละ...
ทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน ต่างฝ่ายต่างก็เดาใจอีกฝ่ายไม่ออก
เสียงลมหายใจของทั้งคู่เริ่มหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ
ซูหลีเยว่เองก็นึกทึ่งในความใจกล้าของตัวเอง ที่กล้ายื่นขาให้กู้ฝานนวด...
ทางด้านกู้ฝานเองก็กำลังตื่นเต้นสุดๆ เขาสัมผัสได้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว
โดยเฉพาะวันนี้ ซูหลีเยว่ได้มอบ 'กำไร' ให้เขาตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ
กู้ฝานลอบถอนหายใจ เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าดาวโรงเรียนอย่างซูหลีเยว่อาจจะมีความรู้สึกพิเศษบางอย่างกับเขา
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะทะลุมิติมา ช่องว่างระหว่างพวกเขามันห่างกันเกินไป
ก่อนหน้านี้ ครอบครัวของซูหลีเยว่ร่ำรวยมาก เธอได้เงินค่าขนมเดือนละสองหมื่นหยวน ที่บ้านมีบริษัทเป็นของตัวเอง แถมยังเป็นถึงดาวเด่นของมหาวิทยาลัยเมืองหยาง มีแต่คนตามจีบหัวกระไดไม่แห้ง
ส่วนตัวเขาเอง นอกจากจะเป็นเด็กกำพร้าและไม่มีเงินแล้ว สิ่งเดียวที่พวกเขามีร่วมกันก็คือเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กเท่านั้น
ดังนั้น กู้ฝานจึงมักจะมองข้ามความสัมพันธ์นี้ไป และเชื่อว่าพวกเขาเป็นแค่เพื่อนกัน
แต่พอมาคิดดูตอนนี้แล้ว เพื่อนที่ไหนเขาจะทำอะไรให้กันขนาดนี้?
ไปเรียนเป็นเพื่อน กินข้าวในโรงอาหารด้วยกัน ไปเดินเล่นที่สนามกีฬากระหนุงกระหนิง ไปเที่ยวด้วยกัน แล้วก็มาปีนบันไดด้วยกันที่นี่อีก
ถ้ามองในมุมของความสัมพันธ์
เขาก็คือเพื่อนผู้ชายที่สนิทที่สุดของซูหลีเยว่ และซูหลีเยว่ก็คือเพื่อนผู้หญิงที่สนิทที่สุดของเขา
"ไอ้หมาบ้าลามก นายกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย?"
ซูหลีเยว่เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน
กู้ฝานเปลี่ยนเรื่อง
"ฉันกำลังคิดอยู่ว่าป่านนี้คุณลุงคุณป้าจะเป็นยังไงบ้าง แล้วดาวบลูสตาร์ของพวกเราจะกลายเป็นสภาพไหนไปแล้ว"
พูดจบเขาก็ถอนหายใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสูญเสีย
ในขณะเดียวกัน เขาก็แอบสังเกตปฏิกิริยาของซูหลีเยว่ไปด้วย
และก็เป็นไปตามคาด พอเขาพูดแบบนั้น ขอบตาของซูหลีเยว่ก็แดงระเรื่อ เธอจ๋อยลงไปถนัดตา
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มันมีตั้งหนึ่งแสนเขต แล้วแต่ละเขตก็มีผู้เล่นตั้งหนึ่งแสนคน ใครจะไปรู้ล่ะว่าเราจะหาพวกเขาเจอเมื่อไหร่..."
พูดจบ กู้ฝานก็เปิดช่องแชทขึ้นมา
"จางเวย นายอยู่ไหม? ฉันจางฝาน พ่อนายไง นายอยู่ในเขตนี้หรือเปล่า?"
"ไม่หรอกเมนต์บน คนชื่อซ้ำกันตั้งเยอะแยะ จะไปหาเจอได้ไง?"
"ยังไงก็ต้องหาให้เจอ! จางเวย ลูกอยู่ที่ไหน!?"
"หวังจัง แม่เองนะ ลูกอยู่ที่ไหน?"
"...."
เห็นได้ชัดว่า ในช่วงกลางดึก ผู้เล่นทุกคนต่างก็พากันตามหาญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงในช่องแชทกันทั้งนั้น
อย่างไรก็ตาม มันก็เหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร
ซูหลีเยว่เองก็ลองส่งข้อความดูเหมือนกัน แต่ก็เหมือนกับคนอื่นๆ ข้อความของเธอจมหายไปในทะเลแห่งความเงียบงันทันที
ไม่นาน ซูหลีเยว่ก็นั่งกอดเข่า มุดตัวเข้าไปในผ้าห่ม แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาไม่หยุด
กู้ฝานรู้ตัวว่าตัวเองพูดผิดไปเสียแล้ว แต่เรื่องแบบนี้ยังไงพวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่ดี เขาจึงดึงซูหลีเยว่เข้ามากอดอย่างอ่อนโยน
"ฉันกอดเธอแบบนี้ได้ไหม หลีเยว่?"
กู้ฝานปลอบโยนเธอด้วยการกระทำ
"อืม..."
ร่างกายของซูหลีเยว่สั่นเทาเล็กน้อยในตอนแรก พวกเขาไม่เคยกอดกันแนบชิดขนาดนี้มาก่อน แถมยังต้องมานอนเต็นท์เดียวกันอีก... ต่างฝ่ายต่างก็ถูกโอบล้อมไปด้วยกลิ่นอายของกันและกัน ทว่า ซูหลีเยว่กลับไม่ได้ปฏิเสธ เธอซบหน้าลงกับอ้อมอกของกู้ฝาน
เธอลืมตาขึ้น จ้องมองกู้ฝานด้วยสายตาที่พร่ามัว
"กู้ฝาน ต่อจากนี้ไป ฉันจะมีแค่นายคนเดียวแล้วนะ"
"อืม ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ ถึงแม้บางครั้งเธอจะทำตัวโวยวาย ไม่เรียบร้อย แถมเวลากินข้าวก็เสียงดังแจ๊บๆ แต่เธอก็คือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันนะ"
กู้ฝานลองหยั่งเชิงดู
ซูหลีเยว่หยิกเนื้ออ่อนๆ ที่เอวของกู้ฝาน
"บ้า นายพูดเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย?"
เธอรู้สึกโกรธนิดๆ ที่กู้ฝานคิดกับเธอแบบนั้น โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย—นี่เธอเป็นได้แค่เพื่อนของกู้ฝานเท่านั้นเหรอ?
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เธอจึงโพล่งถามออกไปด้วยความหงุดหงิด
"กู้ฝาน นายมากอดฉัน มาอยู่ข้างๆ ฉันแบบนี้ สรุปแล้วนายอยู่ในฐานะอะไร แล้วพวกเราอยู่ในสถานะไหนกันแน่?"
"แล้วเธออยากให้อยู่ในสถานะไหนล่ะ?"
กู้ฝานมองซูหลีเยว่ด้วยสายตาหยอกล้อ
หัวใจของซูหลีเยว่เต้นแรงไม่เป็นจ่ำหวะ ทำไมวันนี้ไอ้หน้าด้านนี่มันถึงได้เกิดตาสว่างขึ้นมาได้ล่ะเนี่ย?
หรืออาจจะเป็นเพราะมันกะทันหันเกินไป ซูหลีเยว่จึงก้มหน้าลงแล้วพึมพำเสียงเบา
"ฉ-ฉัน ไม่รู้"
กู้ฝานรู้ดีว่าซูหลีเยว่กำลังเขิน
อย่าให้ความกล้าบ้าบิ่นปกติของเธอมาหลอกตาได้เชียว พอถึงเวลาเข้าด้ายเข้าเข็มแบบนี้ทีไร เธอมักจะปอดแหกถอยหลังกรูดทุกที
ช่างเถอะ กอดเธอไว้แบบนี้แหละ
กู้ฝานกอดซูหลีเยว่ไว้แน่น จนต่างฝ่ายต่างก็ได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน
"เธอต้องไปอาบน้ำแล้วนะ ซูหลีเยว่ ตัวเธอเปียกเหงื่อไปหมดแล้ว"
กู้ฝานแกล้งแหย่
"ไสหัวไปเลย นายคิดว่าตัวเองไม่มีเหงื่อหรือไง?!"
ซูหลีเยว่เถียงกลับอย่างจนใจ
"พวกเราปีนบันไดกันมาทั้งวันเลยนะ"
"อืม ฉันรู้ แต่เหงื่อของเธอมันหอมดีนะ"
กู้ฝานแกล้งทำเป็นสูดดมกลิ่นหอมจากเส้นผมของเธออย่างเคลิบเคลิ้ม
"อ๊ากกกกกก นายมันโรคจิตจริงๆ ด้วย!!"
ซูหลีเยว่คว้าแขนของกู้ฝานมาหมับ แล้วกัดเข้าที่ท่อนแขนของเขาเต็มแรงโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง!
"เธอมันก็แค่ลูกหมาตัวน้อยแหละ ซูหลีเยว่!"
กู้ฝานสบถด้วยความเจ็บปวด
"แล้วไงล่ะ!?"
...
หลังจากหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอ ซูหลีเยว่ก็หลับปุ๋ยไปในอ้อมกอดของกู้ฝานอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธอ อาจจะเป็นเพราะความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเด็กหนุ่มที่เธอแอบชอบมันพัฒนาไปอีกขั้น หรืออาจจะเป็นเพราะอ้อมกอดของกู้ฝานมันอบอุ่นเหลือเกินก็เป็นได้
ส่วนกู้ฝานนั้นยังไม่หลับ เขาเพียงแค่หลับตาพักผ่อนเท่านั้น ในโถงบันไดยามวิกาลแบบนี้มันไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย ไม่มีใครรู้ว่าจะมีอันตรายอะไรโผล่มาหรือเปล่า
...