เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 103: ชาตินี้ถ้าไม่ใช่เธอ ผมไม่แต่ง

บทที่ 103: ชาตินี้ถ้าไม่ใช่เธอ ผมไม่แต่ง

บทที่ 103: ชาตินี้ถ้าไม่ใช่เธอ ผมไม่แต่ง


บทที่ 103: ชาตินี้ถ้าไม่ใช่เธอ ผมไม่แต่ง

โรงพยาบาล, ในห้องผู้ป่วย

"ปัง ! "

เสียงประตูดังสนั่น ประตูที่งับไว้ไม่สนิทถูกใครบางคนถีบจนเปิดอ้าออก

ผู้เฒ่าแห่งตระกูลเหยียน 'เหยียนเฉิงซง' ที่กำลังโกรธจัด มือไม้เท้าค้ำยัน เดินนำขบวนผู้ติดตามกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด ตวาดลั่นว่า "เหยียนเหวยหาน ! แกนี่มันทำให้ฉันผิดหวังจริง ๆ ! เพื่อผู้หญิงคนเดียว... ถึงกับไม่เอาชีวิตแล้วเรอะ ? "

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ระดับความโกรธของเหยียนเฉิงซงในตอนนี้พุ่งทะลุปรอทไปแล้ว

เหล่าคนรับใช้ที่ติดตามมาด้านข้าง ต่างพากันก้มหน้าก้มตาสำรวมกิริยา ราวกับเห็นภาพนี้จนชินตาและรู้หน้าที่เป็นอย่างดี

"คุณปู่ครับ อย่าโมโหไปเลย ดูสิครับหน้าแดงหมดแล้ว... เดี๋ยวจะเสียสุขภาพเอานะครับ"

เหยียนฉางชิงเห็นท่าไม่ดี จึงรีบก้าวเข้าไปช่วยพูดเกลี้ยกล่อมให้เหยียนเฉิงซงใจเย็นลง

"แกก็อีกคน ! "

หลานชายคนโตสุดที่รักดื้อด้านไม่เชื่อฟัง เหยียนเฉิงซงที่มีไฟโทสะอยู่เต็มอกแต่ไม่มีที่ระบาย จึงหันไปลงที่เหยียนฉางชิงแทน "แกนึกว่าเรื่องที่แกทำช่วงนี้ฉันไม่รู้หรือไง ? อาศัยว่าตัวเองแซ่เหยียน ก็เที่ยวทำตัวเหลวไหลไปทั่ว ! บอกมานะ ว่าข้างนอกนั่นแกเลี้ยงดาราตกอับไว้กี่คนแล้ว ! "

พอเหยียนเฉิงซงเริ่มด่า ก็กระแทกไม้เท้าลงกับพื้นดังปึก ๆ

แถมยังโมโหจนตาเหลือก แทบจะเป็นลมล้มพับไป...

"เอ่อ... คุณปู่เชิญต่อเลยครับ ทำเหมือนผมไม่มีตัวตนก็ได้"

เหยียนฉางชิงหดคอหนี ถอยฉากไปด้านข้างด้วยความรู้สึกผิด

เขาแค่จะมาช่วยห้ามทัพแท้ ๆ เขาไปทำอะไรให้ใครหรือยัง ?

"ปู่ครับ เลิกแสดงได้แล้ว"

เหยียนเหวยหานพูดขึ้นเสียงเรียบ เหยียนเฉิงซงที่กำลังทำตาเหลือกตาปลิ้นชะงักกึกทันที ใบหน้าเหี่ยวย่นปรากฏรอยแดงระเรื่อที่ดูมีพิรุธ

ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโกรธกลบเกลื่อน "ไอ้เด็กบ้า ! แกกล้าหาว่าฉันแกล้งทำเหรอ ? "

ต่อให้แกล้งทำจริง ๆ ก็ไม่ควรมาฉีกหน้ากันต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้สิ !

ไอ้หลานไม่รักดี !

เหยียนเฉิงซงเงื้อไม้เท้าจะฟาด

เหยียนฉางชิงจำต้องเข้าไปขวางอีกรอบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย "คุณปู่ พี่ครับ ทั้งสองคนคุยกันดี ๆ ไม่ได้เหรอ ? นี่มันโรงพยาบาลนะ ทะเลาะกันแบบนี้เดี๋ยวคนเขาจะสมเพชเอา"

เหยียนเฉิงซงหนวดกระดิก ตาถลน "ฉันจะดูซิว่าใครมันจะกล้า ? ! "

เหยียนเฉิงซงแผ่รังสีอำมหิตออกมา "ใครหน้าไหนจะมาสมเพช ? "

เหยียนฉางชิง: ...

! ! !

ได้ ! พวกคุณเก่ง ! สองปู่หลานพวกคุณเก่งที่สุดในปฐพีแล้ว โอเคไหม ?

เขาก้มตัวโค้ง ทำท่าผายมือเชิญ "เชิญครับ" แล้วเหยียนฉางชิงก็ถอยออกไปพร้อมกับความหงุดหงิดเต็มท้อง

เอาเถอะ !

สู้ไม่ได้ก็หนีดีกว่า

"พวกแกก็ออกไปให้หมด"

ไม้เท้าชี้ไปที่ประตู ภายในห้องผู้ป่วยจึงเหลือเพียงสองปู่หลานตระกูลเหยียน

เหยียนเหวยหานมองไปที่ผู้เป็นปู่ มุมปากกระตุกเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น ถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า "ท่านผู้เฒ่า ตกลงมาโรงพยาบาลทำไมครับ ? "

"ฉันมาดูว่าแกตายหรือยัง ! "

เหยียนเหวยหาน: ...

นี่คือปู่แท้ ๆ ของเขาใช่ไหมเนี่ย ?

"ยังดีครับ ยังไม่ถึงเวลาลงโลง"

เหยียนเหวยหานตอบกลับอย่างใจเย็น เล่นเอาปู่แท้ ๆ ของตัวเองแทบกระอักเลือด

ยิ่งแก่ตัวลง ก็ยิ่งเกลียดคำว่าลงโลงเข้ากระดูกดำ

ไม้เท้ากระแทกพื้นดังปึก ๆ ผู้เฒ่าตะคอกด้วยความโมโห "ฉันจะบอกให้นะไอ้หลานชาย แกก็รู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองแพ้ผู้หญิง ยังจะไปพัวพันกับนังผู้หญิงแซ่ซูนั่นอีก เกิดแกตายด้วยน้ำมือแม่นั่นขึ้นมาจริง ๆ ตาแก่อย่างฉันจะทำยังไง ? ตายไปแล้ว แม้แต่คนจะมาไว้ทุกข์ถือกระถางธูปหน้าศพก็ไม่มี"

"ปู่คิดมากไปแล้วครับ เดี๋ยวนี้สังคมพัฒนาไปเร็วมาก เรื่องถือกระถางธูปไว้ทุกข์มันล้าสมัยไปแล้ว ปู่อย่าไปหวังอะไรแบบนั้นเลย"

รู้สึกว่าอาการแพ้ตามร่างกายดีขึ้นมากแล้ว เหยียนเหวยหานลุกจากเตียงผู้ป่วย หยิบเสื้อผ้าของตัวเองมาเปลี่ยน แล้วหันหลังเตรียมจะเดินออกจากห้อง

เหยียนเฉิงซง: "เหยียนเหวยหาน ! แกหยุดเดี๋ยวนี้ ! ฉันกำลังพูดกับแกอยู่นะ ! "

เหยียนเหวยหาน: ...

ยิ่งแก่ยิ่งเอาแต่ใจจริง ๆ

เขาหยุดเดิน หันกลับมา ยังไงซะก็เป็นปู่แท้ ๆ ถ้าโมโหจนล้มหมอนนอนเสื่อไปจริง ๆ ก็คงไม่ดีแน่

"ครับปู่ ? "

"เอาล่ะ ฉันไม่อยากพูดมากความกับแก ! แกบอกมา ว่าเมื่อไหร่จะไล่นังผู้หญิงแซ่ซูนั่นออกไป แล้วไปรับเหลนรักของฉันกลับมา ? " พอเหยียนเฉิงซงพูดถึงโต้วโต้ว สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยน เมตตาอารีขึ้นมาทันที

ช่างเป็นคุณทวดที่ประเสริฐจริง ๆ !

"ปู่คิดมากอีกแล้ว สำหรับซูเสี่ยวเนี่ยน ผมไม่มีวันไล่เธอออกครับ"

แววตาไหวระริก เหยียนเหวยหานพูดด้วยความนัยลึกซึ้ง

เหยียนเฉิงซงเชิดหน้าแค่นเสียงฮึในลำคอ พ่นลมออกจมูก "ไอ้เด็กบ้า ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกต้องพูดแบบนี้... แต่ว่า ฉันไม่ยอมรับ ! อย่าหวังว่าแม่นั่นจะได้เข้าประตูบ้านตระกูลเหยียน ! "

"อืม ก็พอดีเลยครับ ผู้หญิงของผมก็เข้าแค่ประตูบ้านผม ไม่รบกวนให้คุณปู่ต้องมาลำบากใจหรอกครับ"

เหยียนเฉิงซงตาถลนทันที แทบจะหงายหลังตึงด้วยความโมโห "ไอ้หลานชั่ว แกกะจะให้ฉันอกแตกตายจริง ๆ ใช่ไหม ? "

"อืม ก็ไม่นะครับ"

เหยียนเหวยหานตีหน้าตาย "ดูจากความแข็งแรงของปู่แล้ว อยู่ต่ออีกยี่สิบปีก็ไม่มีปัญหาครับ"

เวรเอ๊ย !

ที่ฉันยังฝืนสังขารไม่ยอมลงโลง ก็เพราะมีหลานอกตัญญูอย่างแกนี่แหละ !

"สรุปคือฉันไม่สน ! ยังไงแกก็ต้องแต่งงานกับซานซาน แกต้องรู้นะว่า บนโลกใบนี้ มีแค่หล่อนคนเดียวที่คู่ควรกับแกที่สุด ! "

เหยียนเฉิงซงเห็นว่าใช้ไม้แข็งไม่ได้ผล ก็เริ่มจะงอแง แถมยังรู้จักยกเหตุผลมาหว่านล้อม

"เหวยหาน แกคิดดูดี ๆ สิ ด้วยสภาพร่างกายของแก ที่แพ้ผู้หญิงรุนแรงขนาดนี้ นี่มันเป็นโรค ต้องรักษานะ ! แกดูซานซานสิ ดีจะตาย ชาติตระกูลดี การศึกษาสูง หน้าตาสะสวย ที่สำคัญที่สุดคือ... แกอยู่ใกล้หล่อนแล้วไม่มีอาการแพ้เลย เพราะงั้น ถ้าแกจะแต่งงาน แกไม่แต่งกับหล่อนแล้วจะไปแต่งกับใคร ? "

"ผมจะแต่งกับซูเสี่ยวเนี่ยน"

เหยียนเหวยหานพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาโตมาป่านนี้แล้ว ตัวเองอยากได้อะไร ไม่อยากได้อะไร เขารู้ดียิ่งกว่าใคร

"ก็คำเดิม ฉันไม่ยอมรับ ! "

เหยียนเฉิงซงเกรี้ยวกราด "ซูเสี่ยวเนี่ยนเป็นผู้หญิงหัวนอนปลายเท้าไม่ชัดเจน..."

"แต่เธอคลอดลูกให้ผม"

"หล่อนไม่รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่..."

"เธอคลอดลูกให้ผม"

"หล่อนไม่มีแม้แต่งานการที่มั่นคง..."

"เธอคลอดลูกให้ผม"

"หล่อน..."

คราวนี้เหยียนเฉิงซงแทบจะขาดใจตายจริง ๆ หนวดกระดิกตาถลน "ไอ้คนแซ่เหยียน แกตั้งใจจะเป็นศัตรูกับปู่ให้ได้เลยใช่ไหม ? "

"เปล่าครับ ผมแค่จะบอกปู่ว่า ผมก็แซ่เหยียน ปู่ก็แซ่เหยียน"

เหยียนเหวยหานทำหน้าจริงจัง "เพราะงั้น ปู่อย่าด่าคนแซ่เหยียนว่าไม่ดีเลยครับ ระวังจะเข้าตัวนะครับ"

พอนึกถึงว่าซูเสี่ยวเนี่ยนมีลูกกับเขาแล้ว ทำไมเขาจะแต่งงานกับแม่ของลูกตัวเองไม่ได้ ?

เหอะ !

เธอไม่คู่ควรเหรอ ?

ถ้าแม้แต่เธอยังไม่คู่ควร แล้วในโลกนี้ยังมีใครคู่ควรกับเขาอีก ?

เห็นผู้เฒ่าเหยียนอ้าปากค้าง เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว นัยน์ตาของเหยียนเหวยหานฉายแววขบขันวูบหนึ่ง แล้วพูดเสียงเบาว่า "คุณปู่ครับ ในสายตาผม เนี่ยนเนี่ยนดีไปหมดทุกอย่าง ชาตินี้ถ้าไม่ใช่เธอผมไม่แต่ง อีกอย่าง เรื่องประเภท 'เก็บลูกไว้แต่ไล่แม่ไป' ผมเหยียนเหวยหานทำไม่ลงหรอกครับ ผมยังมียางอายอยู่ แต่ถ้าปู่ยังยืนกรานจะไล่เนี่ยนเนี่ยนไป แล้วเก็บโต้วโต้วไว้ ผมก็ไม่รังเกียจที่จะตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเหยียนนะครับ"

อื้ม

เอาตามนี้แหละ

คำนวณดูแล้ววันหยุดของซูเสี่ยวเนี่ยนยังเหลืออีกแปดวัน เหยียนเหวยหานตัดสินใจว่าจะหยุดงานแปดวันตามไปด้วย

เหยียนเหวยหานเปิดประตูเดินออกไป ก้มหน้าหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา กำลังจะกดโทรหาซูเสี่ยวเนี่ยน เสียงเรียกเข้าของซูเสี่ยวเนี่ยนก็ดังขึ้นพอดี

มุมปากเขายกยิ้ม มองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอด้วยความดีใจ กำลังจะกดรับสาย

ประตูห้องผู้ป่วยด้านหลังถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง เหยียนเฉิงซงขว้างไม้เท้าลอยละลิ่วมาฟาดเข้าที่มือถือ จนร่วงกระแทกพื้น หน้าจอดับวูบ...

จบบทที่ บทที่ 103: ชาตินี้ถ้าไม่ใช่เธอ ผมไม่แต่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว