- หน้าแรก
- เจ้าหนูจอมป่วน แม่ของฉันคือราชินี
- บทที่ 101: การเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
บทที่ 101: การเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
บทที่ 101: การเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
บทที่ 101: การเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
"หม่ามี้ กลับมาแล้วเหรอ ! เมื่อคืนพักผ่อนที่ไหนเนี่ย ? หม่ามี้เหนื่อยมาทั้งคืน ยังไม่ได้กินอาหารเช้าแห่งความรักของลูกเลย ! ลูกปวดใจแทนหม่ามี้จัง ! "
แปดโมงเช้า ซูเสี่ยวเนี่ยนกลับมาถึงบ้าน
โต้วโต้วก้าวขาป้อม ๆ สั้น ๆ เดินออกมาจากครัวด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข แล้วพุ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว อ้าปากมาก็พ่นคำหวานชุดใหญ่ใส่ทันที
ความรู้สึกกลัดกลุ้มตลอดทั้งคืนของซูเสี่ยวเนี่ยน พลันเบิกบานขึ้นมาทันที
"ที่รัก ไม่เจอลูกตั้งวันหนึ่ง หม่ามี้ก็คิดถึงลูกจะแย่แล้ว ! "
ซูเสี่ยวเนี่ยนก้มลงหอมแก้มโต้วโต้ว
โต้วโต้วถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างพูดไม่ออก แล้วพูดด้วยท่าทางเขินอายสุด ๆ ว่า "หม่ามี้ เค้าเป็นลูกผู้ชายแล้วนะ ! วันหลังหม่ามี้อย่ามาจุ๊บลูกพร่ำเพรื่อได้ไหม ? "
เขินจะแย่อยู่แล้วเนี่ย !
"เอ๋ ? ยังจะเป็นลูกผู้ชายอยู่อีกเหรอ ! "
ซูเสี่ยวเนี่ยนขำพรืด แต่ก็ไม่ได้มองเขาเป็นเด็กน้อยไม่กี่ขวบจริง ๆ เธอพูดคุยปรึกษากับเขาว่า "โต้วโต้ว เมื่อคืนที่ลูกไม่กลับมาทั้งคืน คือไปอยู่กับเพื่อนที่วิจัยยาคนนั้นเหรอจ๊ะ ? "
"อื้ม ใช่แล้ว ! เพื่อนผมเก่งมากเลยนะ"
โต้วโต้วยิ้มตาหยี แล้วก็ไม่ลืมที่จะแวะชมตัวเองด้วยว่า "จริง ๆ แล้วหม่ามี้ ลูกก็เก่งมากเหมือนกันนะ"
"แน่นอนสิ ถ้าลูกรักของแม่ไม่เก่ง จะเลี้ยงดูหม่ามี้ได้ยังไงล่ะ ? "
ซูเสี่ยวเนี่ยนรีบอวยลูกตัวเองอย่างได้ใจ พูดหน้าตาเฉยโดยไม่รู้สึกละอายใจสักนิดว่า "จริง ๆ แล้วพูดไปพูดมา ก็เป็นเพราะหม่ามี้เก่งที่สุดใช่ไหมล่ะ ? ถ้าหม่ามี้ไม่คลอดลูกออกมา โต้วโต้วบ้านเราจะเก่งขนาดนี้ได้ยังไง ? "
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่เลย ซูเสี่ยวเนี่ยนเปลี่ยนรองเท้าแล้วไปนั่งบนโซฟาอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง ดูท่าทางอารมณ์ดีไม่เบา
เพียงแต่ว่า เธอพักผ่อนไม่เพียงพอมาตลอดทั้งคืน ร่างกายเลยรู้สึกปวดเมื่อยไปหมด
"อื้ม ๆ หม่ามี้ของผมเก่งที่สุดในโลกเลย"
โต้วโต้วสปอยล์แม่แบบไม่มีขีดจำกัด
ขอแค่เป็นคำพูดที่หม่ามี้พูด จะต้องถูกต้องเสมอ ไม่มีทางผิด
แน่นอนว่า ถ้ามีตรงไหนผิด... ให้กลับไปดูข้อแรกใหม่
"อืม หม่ามี้ เมื่อคืนพักผ่อนไม่ดีเหรอ ? "
เห็นเธอทุบไหล่ตัวเอง โต้วโต้วก็รีบถอดผ้ากันเปื้อนที่ใส่อยู่ออก ล้างมือแล้วเข้าไปช่วยนวดไหล่ให้เธอแรง ๆ
"อย่าพูดถึงเลย"
ซูเสี่ยวเนี่ยนพูด "คุณเหยียนเมื่อคืนจู่ ๆ ก็เกิดอาการแพ้ ถูกส่งไปโรงพยาบาล หม่ามี้เลยต้องเฝ้าไข้เขาที่โรงพยาบาลน่ะ"
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง !
ความกังวลที่แขวนอยู่สูงลิ่วในใจของโต้วโต้ว ร่วงตุ๊บลงมาสู่พื้นทันที
อื้ม ๆ ไม่ได้ไปเปิดห้องปั๊มลูกกันก็ดีแล้ว
โต้วโต้วออกแรงนวดอย่างขยันขันแข็งยิ่งกว่าเดิม
ซูเสี่ยวเนี่ยนสงสารลูกชาย จึงรีบบอกว่า "เหนื่อยก็หยุดเถอะลูก หม่ามี้พักสักเดี๋ยวก็หายแล้ว"
"การได้รับใช้หม่ามี้ ถือเป็นเกียรติยศของลูก"
คำพูดออดอ้อนเอาใจแม่ของโต้วโต้วนั้นพูดออกมาได้คล่องปากสุด ๆ
ซูเสี่ยวเนี่ยนฟังแล้วชื่นใจเป็นที่สุด แล้วก็นึกถึงเรื่องของเหยียนเหวยหานขึ้นมาได้ จึงถามโต้วโต้วว่า "พอจะไหว้วานเพื่อนคนนั้นของลูก ให้ช่วยดูหน่อยได้ไหมว่าในมือเขามียาแก้แพ้สูตรพิเศษอะไรบ้างหรือเปล่า ? "
พอนึกถึงร่างกายของเหยียนเหวยหาน ที่แค่โดนผู้หญิงแตะนิดเดียวก็แทบจะตายให้ได้... มันน่าปวดหัวจริง ๆ
เรียกได้ว่าพิลึกกึกกือสุด ๆ
"หม่ามี้ถามให้คุณเหยียนเหรอ ? "
โต้วโต้วครุ่นคิดแล้วพูดอย่างจริงจัง "ถ้าอาการหนักมาก ผมจะลองถามเพื่อนให้ก็ได้ครับ"
หยุดไปครู่หนึ่ง ก็ถามว่าอาการแพ้ของเหยียนเหวยหานเป็นยังไง
พอซูเสี่ยวเนี่ยนเล่าให้ฟัง... โต้วโต้วถึงกับตะลึงจนอ้าปากค้าง
แล้วก็บ่นพึมพำออกมาประโยคหนึ่ง "หม่ามี้ ร่างกายที่แสนจะรันทดของคุณเหยียนเนี่ย เขามีชีวิตรอดมาจนโตขนาดนี้ได้ยังไงกัน ? "
พรืด !
ซูเสี่ยวเนี่ยนขำกลิ้ง "สมกับเป็นลูกรักของแม่จริง ๆ ! พูดจาเหมือนหม่ามี้เปี๊ยบเลย"
โต้วโต้ว: ...
กรรม !
ดังนั้น เรื่องที่โต้วโต้วกังวลในตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ว่าเหยียนเหวยหานจะเป็นตายร้ายดียังไงหรอกนะ... แต่เขากังวลว่าไอ้ร่างกายภูมิแพ้แบบนี้ มันจะติดต่อมาถึงเขาหรือเปล่า ?
ถ้าเกิดมันถ่ายทอดทางพันธุกรรมมาจะทำยังไงล่ะ อ๊ากกก !
เขาไม่เอานะที่ในอนาคตข้างหน้า แค่จะจูงมือน้องสาวสักคน ก็ต้องมาโดนโรคภูมิแพ้เล่นงานจนเกือบตายน่ะ !
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในตอนนั้น พัสดุมาส่งแล้ว
"โต้วโต้ว หม่ามี้ลงไปเอาพัสดุนะ ลูกช่วยทำโจ๊กข้าวฟ่างให้หม่ามี้หน่อยสิ เอาแบบนุ่ม ๆ เหนียว ๆ หวาน ๆ นะ"
อืม หม่ามี้เรื่องเยอะจริง ๆ
"ได้ครับหม่ามี้ ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวทำรสอ่อน ๆ แล้วก็เตรียมเครื่องเคียงสักจาน หม่ามี้กินเสร็จจะได้พักผ่อนนะ"
"อื้ม เด็กดี ! "
โต้วโต้วหยิบรองเท้ามาให้หม่ามี้เปลี่ยน ซูเสี่ยวเนี่ยนลงไปข้างล่างเปิดประตูทางเข้าตึก ตรงหน้ามีคนยืนอยู่คนหนึ่ง
"ซูเสี่ยวเนี่ยน ? "
"คุณเป็นใคร ? "
แววตาเย็นเยียบลงในชั่วพริบตา ซูเสี่ยวเนี่ยนจ้องมองคนที่มาเยือนตรงหน้า
คนคนนั้นหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ น้ำเสียงที่ดูเหมือนทีเล่นทีจริงนั้นแฝงไปด้วยความอำมหิต "กุหลาบไฟ (Fire Rose), เจ๊ซู, ที่รักตัวน้อยของฉัน ไม่เจอกันแค่ไม่กี่ปี เธอก็ลืมฉันได้เร็วขนาดนี้เชียวเหรอ ? เธอรู้ไหมว่า หกปีมานี้ ฉันตามหาเธอแทบพลิกแผ่นดิน ! "
สิ้นเสียง คนที่มาเยือนก็ลงมือจู่โจมซูเสี่ยวเนี่ยนทันที
ซูเสี่ยวเนี่ยนขยับตัวหลบวูบ ขณะที่กำลังจะหลบพ้น น้ำเสียงเคียดแค้นของฝ่ายชายก็พูดต่อว่า "เจ๊ซู ถ้าไม่อยากให้ลูกชายเธอเป็นอะไรไป ก็ตามฉันมาดี ๆ ! "
โต้วโต้ว ? !
ซูเสี่ยวเนี่ยนหรี่ตาลง จิตสังหารพวยพุ่งขึ้นมาในชั่วพริบตา
ในโลกใบนี้ โต้วโต้วคือเกล็ดย้อนของมังกรอย่างเธอ ใครกล้าเอาโต้วโต้วมาขู่ เธอจะฆ่ามันให้ตาย !
ดูเหมือนผู้ชายคนนั้นจะมองความคิดเธอออก จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะอีกครั้ง แล้วพูดต่อว่า "เจ๊ซู ฉันรู้ว่าลำพังฉันคนเดียว คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธอ... แต่ว่า เธอลืมลูกชายเธอไปแล้วเหรอ ? "
"แค่นายเนี่ยนะ ? "
ซูเสี่ยวเนี่ยนแค่นเสียงเยาะ นึกถึงความสามารถที่เหนือมนุษย์ของลูกชายตัวเอง เธอไม่เชื่อหรอกว่าโต้วโต้วจะตกไปอยู่ในมือของพวกมัน
ยิ่งไปกว่านั้น เธอเพิ่งจะลงมาจากห้อง เมื่อกี้โต้วโต้วยังอยู่ดีมีสุขอยู่ในบ้านแท้ ๆ
"อื้ม ! ในเมื่อเจ๊ซูไม่เชื่อ งั้นก็ให้ดูสักหน่อยแล้วกัน"
ผู้ชายคนนั้นทำหน้าเสียดายพลางพูดว่า "เจ๊ซู ไม่เจอกันหลายปี เธอใจอ่อนจนไม่เหมือนตัวเธอในอดีตเลยจริง ๆ "
เขาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า เปิดวิดีโอให้ซูเสี่ยวเนี่ยนดู "ดูซะ ! "
ซูเสี่ยวเนี่ยนใจหายวาบ รีบมองตามไป ในวิดีโอปรากฏภาพของโต้วโต้ว
ร่างเล็กๆ ของเขา ถูกผู้ชายตัวใหญ่ยักษ์ใช้ปืนฟาดจนสลบเหมือดอยู่บนพื้น ตอนที่ล้มลง ในมือยังกำทัพพีตักข้าวไว้อยู่เลย
กล้องวิดีโอขยับเล็กน้อย โฟกัสไปที่ใบหน้าของเขา
โต้วโต้วหลับตาแน่น คิ้วขมวดมุ่น
ดูออกเลยว่า ตอนที่ถูกทุบจนสลบ เขาโกรธมากแค่ไหน
ผู้ชายคนนั้นพูดว่า "เจ๊ซู เธอก็รู้หนิ ทำงานวงการอย่างพวกเรา... ประตูบานบาง ๆ แค่นั้น ไม่คณามือหรอก อีกอย่าง เขาก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น"
"โต้วโต้ว ! "
ซูเสี่ยวเนี่ยนอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา ภาพวิดีโอฝั่งตรงข้ามก็ตัดไปทันทีในจังหวะนั้น
เธอเงยหน้าขวับ นัยน์ตาของซูเสี่ยวเนี่ยนแดงฉานไปด้วยความโกรธแค้น ก้าวเท้าบีบเข้าไปหาผู้ชายที่หน้าประตูทีละก้าว "แก เป็นใครกันแน่ ? ! "
สมควรตาย !
กล้าดียังไงมาตีลูกรักของเธอ !
ไอ้สารเลว !
กล้าดียังไงมาทำร้ายลูกชายของเธอ !
ให้อภัยไม่ได้ !
จะให้อภัยไม่ได้เด็ดขาด !
"อื้ม เจ๊ซู... อย่าใจร้อนสิ เรื่องบางเรื่อง เราค่อย ๆ คุยกันดีไหม ? "
ผู้ชายคนนั้นดูเหมือนจะตกใจกับรังสีอำมหิตของเธอ แต่ก็ดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว รีบพูดว่า "ขอแค่เจ๊ซูยอมรับเงื่อนไขของฉันข้อหนึ่ง ฉันรับรองว่าจะไม่ทำร้ายลูกชายเธอเด็ดขาด"
"ว่ามา ! "
ซูเสี่ยวเนี่ยนกัดฟันเค้นเสียงออกมาคำหนึ่ง
มาถึงขั้นนี้แล้ว เธอไม่มีทางเลือกอื่น