เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 95: พล็อตเรื่องดั้งเดิม

บทที่ 95: พล็อตเรื่องดั้งเดิม

บทที่ 95: พล็อตเรื่องดั้งเดิม


"ระบบ เล่าเรื่องราวของพระเอกนางเอกในนิยายต้นฉบับให้ฉันฟังหน่อย" เจียงชิ่นกล่าว

ไม่นานระบบก็ส่งเสียงขึ้น

[พระเอกของนิยายต้นฉบับคือเซียวเจาหยาง ส่วนนางเอกคือเว่ยจิงจิง พวกเขาทั้งคู่เป็นคนปักกิ่ง แต่ก่อนจะลงไปชนบทไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จนกระทั่งได้ไปเป็นปัญญาชนที่ชุมชนเฉียนจิ้นด้วยกัน ถึงได้เริ่มสนิทสนมกัน ครอบครัวของเว่ยจิงจิงให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว เพื่อไม่ให้น้องชายของเธอต้องถูกส่งไปใช้แรงงานที่ชนบท จึงบีบบังคับให้เธอยกงานให้น้องชาย แล้วบังคับให้เธอลงไปชนบทแทน]

[ในชาติที่แล้ว เว่ยจิงจิงทนความยากลำบากในชนบทไม่ไหว เพื่อให้มีคนมาช่วยทำงาน เธอจึงแต่งงานกับจางฟู่กุ้ย ชาวนาในท้องถิ่น โดยคิดว่าตัวเองจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย คาดไม่ถึงว่าผ่านไปไม่กี่ปีก็มีนโยบายให้ปัญญาชนกลับเมือง ปัญญาชนที่ลงมาชนบทพร้อมกับเธอต่างก็ได้กลับไปหมด แต่เว่ยจิงจิงกลับเมืองไม่ได้เพราะแต่งงานแล้ว ต้องติดอยู่ในชนบทไปตลอดชีวิต และตรอมใจตายด้วยโรคซึมเศร้าก่อนอายุสี่สิบ]

"งั้นก็แสดงว่า นางเอกย้อนเวลา (กลับชาติมาเกิด) สินะ?" เจียงชิ่นแทรกขึ้น

[ถูกต้องครับ ดังนั้นนิยายที่คุณทะลุมิติเข้ามาถึงได้ชื่อว่า 'เกิดใหม่ยุค 70: การพลิกผันของสะใภ้ปัญญาชน' ซึ่งเขียนไว้อย่างชัดเจนว่านางเอกได้กลับชาติมาเกิดใหม่]

"อ้อ แล้วหลังจากที่เธอเกิดใหม่ล่ะ?"

[หลังจากที่เว่ยจิงจิงตาย เธอก็ย้อนเวลากลับมาในช่วงที่เพิ่งลงมาอยู่ชนบทใหม่ๆ เนื่องจากมีความทรงจำจากชาติก่อน เธอจึงรู้ว่าฐานะทางบ้านของเซียวเจาหยางดีที่สุดในบรรดาปัญญาชนทั้งหมด และเขาจะได้กลับเมืองเป็นคนแรก แถมที่บ้านยังจัดหางานดีๆ ไว้ให้เขาด้วย]

[เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตัวเองในชาติที่แล้ว เว่ยจิงจิงจึงเริ่มตั้งใจเข้าหาเซียวเจาหยาง คอยดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีตอนที่เขาได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ จนสุดท้ายก็ได้กลายเป็นแฟนของเขา]

[หลังจากกลับเมือง ครอบครัวของเซียวเจาหยางก็ช่วยฝากงานให้เว่ยจิงจิง หนึ่งปีต่อมาทั้งสองก็แต่งงานและมีลูกด้วยกัน ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย หลังจากยุคปฏิรูปและเปิดประเทศ เว่ยจิงจิงก็อาศัยความทรงจำจากชาติก่อนมาทำธุรกิจจนใหญ่โต ชาตินี้เธอทำความปรารถนาก่อนตายในชาติที่แล้วได้สำเร็จและมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ แต่ว่า...]

เจียงชิ่นกำลังฟังอย่างออกรส ระบบกลับลากเสียงยาวเป็นจุดหักมุม กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเธอ

[แต่ว่าเรื่องที่เล่าไปเมื่อกี้คือพล็อตเรื่องเดิมครับ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า การที่คุณเข้ามาแทรกแซง ทำให้เส้นเรื่องหลักบิดเบี้ยว เนื้อเรื่องหลายส่วนจึงเปลี่ยนไป]

"แล้วไงต่อ?" เจียงชิ่นเลิกคิ้ว

[ดังนั้น จุดเวลาที่เว่ยจิงจิงกลับมาเกิดใหม่ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่ตอนที่เพิ่งลงมาชนบทใหม่ๆ แต่เป็นช่วงที่ตกลงคบหากับจางฟู่กุ้ยอย่างลับๆ ไปแล้ว]

[หลังจากเกิดใหม่ เว่ยจิงจิงรีบร้อนอยากจะสลัดจางฟู่กุ้ยทิ้ง จึงใช้วิธีที่ค่อนข้างรุนแรง และรีบไปพัวพันกับเซียวเจาหยางอย่างรวดเร็ว จางฟู่กุ้ยโกรธจัดจึงไปฟ้องร้องว่าเซียวเจาหยางขโมยทรัพย์สินของชุมชน]

"เอ๊ะ เซียวเจาหยางขโมยทรัพย์สินของชุมชนจริงๆ เหรอ?"

[ใช่ครับ]

เจียงชิ่นไม่เข้าใจ "เขาไม่ใช่พระเอกหรอกเหรอ? พระเอกจะไปขโมยของได้ยังไง?"

[สิ่งที่เซียวเจาหยางขโมยคือข้าวสารในโกดัง ที่ขโมยก็เพราะอาหารการกินมันแย่มาก เซียวเจาหยางทนไม่ไหวจริงๆ ซึ่งส่วนนี้ความจริงแล้วเป็นพล็อตที่ซ่อนอยู่ ไม่ได้เขียนไว้ในนิยายต้นฉบับครับ]

[แต่เนื่องจากเนื้อเรื่องเปลี่ยนไป จางฟู่กุ้ยที่อิจฉาและเกลียดชังเซียวเจาหยางจึงเอาเรื่องนี้ไปฟ้อง เซียวเจาหยางจึงถูกคนในชุมชนวิจารณ์อย่างหนักและถูกบันทึกความผิดร้ายแรง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เวลาในการกลับเมืองของเขาต้องล่าช้าออกไป]

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง

มิน่าล่ะ พระเอกนางเอกที่ควรจะได้กลับเมืองในเดือนกรกฎาคม ถึงได้ถูกเลื่อนไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

หลังจากเข้าใจที่มาที่ไปของพระเอกนางเอกแล้ว เจียงชิ่นก็ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อปรับท่าทางให้สบายขึ้น

'ในชาติที่แล้วเจ้าของร่างเดิมเข้าไปแทรกกลางและทำลายความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคน แต่ชาตินี้ฉันมาอยู่ที่นี่แทนแล้ว ต่อไปจะไม่มีทางไปข้องแวะกับพวกเขาสองคนอีก ต่างคนต่างอยู่ก็แล้วกัน'

เจียงชิ่นพูดกับระบบในใจ

ระบบเงียบไปนาน เจียงชิ่นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

เธอหันหน้าไปเล็กน้อย มองดูฟู่เส้าตั๋วที่พิงหลับอยู่ข้างๆ

สายตาของเธอไล่ไปตามโครงหน้าคมคาย และไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปากบางเรียบเนียน

เจียงชิ่นจ้องมองตรงนั้นนิ่งๆ และเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว

พอรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไป เธอก็รีบเบือนหน้าหนีด้วยความตกใจ หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำอยู่นาน

พอตั้งสติได้ เจียงชิ่นก็นึกขึ้นมาได้ว่า ในชาติก่อนเจ้าของร่างเดิมทิ้งฟู่เส้าตั๋ว แล้วเข้าไปแทรกแซงความรักของพระเอกนางเอก จนสุดท้ายก็ต้องพบจุดจบที่เลวร้าย

เธอรู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย ผ่านไปครู่หนึ่งจึงพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบาว่า "ชาตินี้ พวกเรามาใช้ชีวิตด้วยกันดีๆ เถอะนะ"

พูดจบเธอก็หลับตาลง โดยไม่ทันเห็นว่าขนตาของชายหนุ่มข้างกายสั่นไหวเล็กน้อย

เนื่องจากต้องนั่งรถไฟตู้ขบวนเดียวกันกับพระเอกนางเอกในนิยายต้นฉบับ หลังจากนั้นเจียงชิ่นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะบังเอิญเจอพวกเขาอีก

เมื่อเจอเซียวเจาหยางอีกครั้ง เขาทำตัวเหมือนไม่รู้จักเจียงชิ่น เอาแต่จ้องหน้าเธออยู่นาน ในแววตามีประกายประหลาดใจในความสวยของเธอ เจียงชิ่นถูกเขามองจนรู้สึกอึดอัด จึงถลึงตาใส่เขาอย่างแรง เซียวเจาหยางถึงได้ยอมหยุด ส่วนตอนที่เจอเว่ยจิงจิง คือตอนเช้าที่อ่างล้างหน้าหน้าห้องน้ำ

มีอ่างล้างหน้าทั้งหมดสองอ่าง เจียงชิ่นเข้าไปล้างหน้าที่อ่างด้านในก่อน ไม่นานพื้นที่ว่างข้างๆ ก็ถูกเว่ยจิงจิงจับจอง เหนืออ่างล้างหน้ามีกระจกบานใหญ่ ตอนที่เจียงชิ่นกำลังทาครีมบำรุงผิวหน้าหน้ากระจก ก็เห็นว่าเว่ยจิงจิงล้างหน้าเสร็จแล้ว หล่อนใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าจนแห้ง แล้วยืนหวีผมอยู่หน้ากระจก

ผ่านเงาสะท้อนในกระจก นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงชิ่นได้พิจารณาหน้าตาของหล่อนอย่างจริงจัง

เป็นใบหน้าที่สวยมาก สวยเฉี่ยวแบบดุดันและดึงดูดสายตา เวลามองคนหางตาจะชี้ขึ้น ดูเข้าถึงยากนิดหน่อย

หลังจากลอบสังเกตเสร็จ เจียงชิ่นก็สัมผัสได้ว่าเว่ยจิงจิงเองก็กำลังลอบมองเธอผ่านกระจกเช่นกัน

เจียงชิ่นไม่อยากจะไปยุ่งเกี่ยวกับหล่อนมากนัก จึงรีบทาครีม หวีผม แล้วเตรียมตัวจะเดินออกไป

โครงสร้างบนรถไฟค่อนข้างแคบ ทางเดินหน้าอ่างล้างหน้ากว้างพอให้คนเดินผ่านได้ทีละคนเท่านั้น

เจียงชิ่นหันไปพูดอย่างสุภาพ "ขอทางหน่อยค่ะ"

เว่ยจิงจิงปรายตามองเธอ แล้วเบี่ยงตัวหลบ

ตอนที่เจียงชิ่นเดินผ่านหล่อนไป ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเป็นศัตรูที่อีกฝ่ายแผ่ออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ

แปลกจัง ชาตินี้เธอไม่มีทางเข้าไปยุ่งวุ่นวายระหว่างพระเอกนางเอกอีกแน่ๆ แล้วความรู้สึกเป็นศัตรูที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยของเว่ยจิงจิงนี่มันคืออะไรกัน

แต่เจียงชิ่นก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ ยังไงซะต่อไปก็คงไม่ได้เจอกันอีก ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องมาเปลืองสมอง

พอกลับมาที่นั่ง เจียงชิ่นก็เห็นว่าฟู่เส้าตั๋วซื้ออาหารเช้ามาสองที่และวางเตรียมไว้บนโต๊ะพับแล้ว

อาหารเช้าที่ซื้อจากตู้เสบียงคือโจ๊กกับหมั่นโถว

"คุณกินก่อนเถอะ ผมจะไปล้างหน้าแปรงฟัน"

ฟู่เส้าตั๋วหยิบอุปกรณ์อาบน้ำกับผ้าขนหนู แล้วเดินไปทางห้องน้ำ

เจียงชิ่นนั่งลง ยกโจ๊กขึ้นมาซดคำหนึ่ง โจ๊กยังอุ่นๆ อยู่ พอกลืนลงไปก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ไหลลงไปตามหลอดอาหาร สบายท้องสุดๆ เธอหยิบหมั่นโถวขึ้นมากัดอีกคำ

เพิ่งกินหมั่นโถวหมดไปลูกเดียว ก็รู้สึกว่ารถไฟเริ่มชะลอความเร็วลง ใกล้จะถึงสถานีต่อไปแล้ว

ไม่นานรถไฟก็จอดสนิท ผู้โดยสารที่ต้องการลงสถานีนี้ต่างพากันไปรอที่หน้าประตูรถไฟเรียบร้อยแล้ว

ทันทีที่ประตูรถไฟเปิดออก เจียงชิ่นก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากทางนั้น

"จับเขาไว้ เขาขโมยกระเป๋าสตางค์ฉัน!"

"จับเขาไว้!"

เสียงผู้หญิงคนหนึ่งกรีดร้องอย่างสุดเสียง

พร้อมกับเสียงนั้น มีชายหนุ่มคนหนึ่งพุ่งไปที่ประตูรถไฟพยายามจะเบียดตัวลงไป แต่ถูกผู้โดยสารที่กำลังลงรถขวางเอาไว้

จังหวะที่เขากำลังร้อนรนผลักผู้โดยสารคนนั้นเพื่อจะลงรถ ผู้โดยสารข้างหลังที่ตั้งสติได้ก็กรูกันเข้ามาล้อมจับเขา

จบบทที่ บทที่ 95: พล็อตเรื่องดั้งเดิม

คัดลอกลิงก์แล้ว