เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 – อย่างอื่นไม่เป็นไรหรอก

บทที่ 2 – อย่างอื่นไม่เป็นไรหรอก

บทที่ 2 – อย่างอื่นไม่เป็นไรหรอก


บทที่ 2 – อย่างอื่นไม่เป็นไรหรอก

หลังจากเข้ามหาวิทยาลัย ฉู่เทียนเกอยังคงหาโอกาสไปสารภาพรักกับถังอิงเสวี่ย

แต่เธอก็ปฏิเสธเขาด้วยข้ออ้างเดิมๆ

"เราเพิ่งจะเป็นเด็กปีหนึ่งเองนะ... นายไม่คิดว่ามันเร็วไปหน่อยเหรอ?"

"ฉันไม่คิดเลยว่าเรียนปีสองจะยุ่งขนาดนี้"

"พอขึ้นปีสามแล้วเรียนน้อยลง ฉันถึงจะยินดีลองคบกับนายดูนะ..."

"หรือรอจนถึงปีสี่สิ ถึงตอนนั้นฉันจะเป็นแฟนกับนายแน่นอน!"

ทว่าในค่ำคืนหนึ่งของช่วงปีสี่

ฉู่เทียนเกอกลับต้องมายืนมองถังอิงเสวี่ยก้าวขึ้นรถออดี้ไปต่อหน้าต่อตา

ตอนนั้นเองที่เขาตาสว่าง

ความทุ่มเทอย่างจริงใจ สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับเงินตรา

เงินต่างหากคือสิ่งที่อยู่เหนือทุกสิ่ง

"หัวหน้าห้อง มานี่เร็วเข้า!"

"วันนี้เธอคือนางเอกของงานนะ!"

ทุกคนต่างคาดหวังว่าฉู่เทียนเกอจะสารภาพรักกับถังอิงเสวี่ยในลำดับต่อไป

เด็กสาวหลายคนพากันดันตัวถังอิงเสวี่ยมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

ทว่าความสนใจของฉู่เทียนเกอกลับไม่ได้อยู่ที่เธอเลยสักนิด

สายตาของเขามองทะลุผ่านฝูงชน ค้นหาร่างของคนที่เขาไม่อาจลืมเลือน

ซูถงนั่งอยู่ตรงมุมห้อง เธอม้มริมฝีปากแน่น แววตาดูสับสนขณะที่เหลือบมองมาทางเขา

เมื่อสบตากัน ซูถงก็ลุกลี้ลุกลนทำตัวไม่ถูก

เธอรีบก้มหน้าลงและใช้ปากกาขีดเขียนลงบนกระดาษอย่างสะเปะสะปะ

ฉู่เทียนเกอรู้สึกแสบร้อนที่จมูก ความเศร้าหมองแล่นพล่านขึ้นมาจับใจอย่างกะทันหัน

"ฉู่เทียนเกอ!"

"นายมัวยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ?"

"ส่งของให้อิงเสวี่ยสิ!"

เจียงหนิงตะโกนขึ้น

เธอคือเพื่อนสนิทที่สุดของถังอิงเสวี่ย

เสียงของเธอปลุกให้ฉู่เทียนเกอตื่นจากภวังค์

เขาเรียกสติกลับมาและก้มหน้ามอง

เด็กสาวตรงหน้าคือถังอิงเสวี่ย คนที่เขาเคยหลงใหลมาตลอดชีวิตวัยเรียนในชาติก่อน

ในเวลานี้ ถังอิงเสวี่ยยังไม่รู้จักแม้กระทั่งการแต่งหน้า

ทว่าเรือนร่างที่สูงเพรียวและใบหน้าอันจิ้มลิ้มก็ขับให้เธอมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างร้ายกาจ

เส้นผมที่ยาวสลวยถึงกลางหลังนั่นดึงดูดสายตาทุกคู่

เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น เธอก็เป็นภาพที่งดงามจับตาแล้ว

"ฉู่เทียนเกอ รีบสารภาพรักเร็วเข้า!"

"เดี๋ยวครูเดินเข้ามาก็ซวยกันพอดีหรอก!"

เจียงหนิงเร่งเร้าอีกครั้ง

"เจียงหนิง พูดเหลวไหลอะไรของเธอน่ะ!"

ถังอิงเสวี่ยเอ็ดเพื่อนพร้อมกับรอยยิ้มขัดเขิน

ความเป็นจริงแล้ว เธอไม่ได้มีความคิดที่จะตอบรับคำสารภาพรักของเขาเลย

เธอเพียงแค่ชื่นชอบความรู้สึกโดดเด่นเป็นจุดสนใจในชั่วขณะนี้เท่านั้น

เธอมองไปทางฉู่เทียนเกอและยื่นมือออกไป

"ช่อดอกไม้ที่นายเอามา ฉันจะรับไว้ก็แล้วกัน"

"ถือซะว่าเป็นกำลังใจให้ตั้งใจเรียน"

"แต่จดหมายรักนั่น... นายเก็บไว้ก่อนเถอะ!"

"ฉันเคยบอกนายไปแล้วนี่นาว่า ตอนนี้ฉันยังไม่อยากมีความรัก"

เมื่อฉู่เทียนเกอเห็นว่าช่อดอกไม้กำลังจะถูกหยิบไป เขาก็รีบชักมือกลับทันที

จากนั้นเขาก็จ้องมองถังอิงเสวี่ยด้วยความงุนงง

"หัวหน้าห้อง เธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า?"

"ฉันซื้อดอกไม้พวกนี้มาให้เพื่อนร่วมชั้นทุกคนต่างหาก"

"เหลือเวลาอีกไม่ถึงร้อยวันแล้ว ฉันหวังว่าทุกคนจะพยายามอย่างเต็มที่และทำข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้คะแนนดีๆ"

"เอ่อ... เธอคงไม่ได้คิดเป็นตุเป็นตะหรอกใช่ไหมว่าดอกไม้ช่อนี้มีไว้ให้เธอคนเดียวน่ะ?"

บรรยากาศในห้องเรียนตกอยู่ในความเงียบงัน

มือของถังอิงเสวี่ยที่ยื่นออกไปชะงักค้างอยู่กลางอากาศ

รอยยิ้มขัดเขินบนใบหน้าของเธอแข็งค้างไปในทันที

ด้วยความอับอาย เธอรีบหาเหตุผลมาโน้มน้าวตัวเองอย่างรวดเร็วว่า

ท่าทีของฉู่เทียนเกอมองมุมไหนก็เหมือนการมาสารภาพรักชัดๆ

แล้วดอกไม้พวกนี้จะเป็นของเพื่อนทั้งห้องได้ยังไงกัน?

"ฉู่เทียนเกอ เลิกพูดเล่นได้แล้ว"

"ถ้าดอกไม้นั่นไม่ได้ให้ฉัน แล้วจดหมายรักในมือนายล่ะคืออะไร?"

"นายกะจะแจกจดหมายรักให้เพื่อนทุกคนเลยหรือไง?"

เธอไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่เขาพูด

พลางคิดไปว่าตัวเองคงจะใจร้อนรีบปฏิเสธเขาต่อหน้าผู้คนเร็วเกินไปจนทำให้เขาเสียหน้า

นั่นต้องเป็นเหตุผลที่เขาแต่งเรื่องพรรค์นี้ขึ้นมาแก้เก้อแน่ๆ

คราวหน้าฉันคงปฏิเสธเขาต่อหน้าคนเยอะๆ แบบนี้ไม่ได้แล้วล่ะมั้ง

ทว่า... ฉู่เทียนเกอกลับปรายตามองจดหมายในมือ

ก่อนจะโยนมันทิ้งลงถังขยะไปอย่างไม่ใส่ใจ

"หัวหน้าห้อง คิดไปเองอีกแล้วนะ"

"นั่นมันไม่ใช่จดหมายรักสักหน่อย แค่เศษกระดาษที่ฉันยังไม่ได้เอาไปทิ้งก็เท่านั้นแหละ"

"ไม่เชื่อเหรอ? คุ้ยขึ้นมาดูเองสิ"

"นาย—"

ใบหน้าของถังอิงเสวี่ยแดงก่ำ

มันเห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็นจดหมายรัก แต่ฉู่เทียนเกอกลับโยนมันทิ้งเหมือนเป็นแค่ขยะ

ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องอยู่มากมายขนาดนี้ เธอจะกล้าลงไปคุ้ยถังขยะได้ยังไงกัน?

อันที่จริง ถังอิงเสวี่ยคิดถูกแล้ว

ฉู่เทียนเกอมั่นใจว่าเธอจะไม่มีทางไปคุ้ยขยะแน่นอน

หลังจากได้กลับมาเกิดใหม่ เขาไม่ใช่ผู้ชายหน้าโง่ที่คอยตามตื๊อเธอเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว

"อ้อ จริงสิ หัวหน้าห้อง ขอฉันพูดอะไรให้ชัดเจนต่อหน้าทุกคนตรงนี้เลยแล้วกัน"

"เมื่อก่อนฉันเคยชอบเธอนะ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว"

"ได้โปรดเลิกหลงตัวเองสักที"

"มันรังแต่จะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดไปกันใหญ่"

"นายพูดว่าอะไรนะ?"

สมองของถังอิงเสวี่ยขาวโพลนไปหมด

ฉู่เทียนเกอเคยเป็นคนที่คอยตามเอาอกเอาใจเธอเป็นอันดับหนึ่งแท้ๆ

แล้วเขาจะเลิกชอบเธอกะทันหันแบบนี้ได้ยังไง?

ทว่าก่อนที่เธอจะได้ทันตั้งสติ

ฉู่เทียนเกอก็เริ่มเดินแจกดอกไม้ไปตามโต๊ะทีละดอกแล้ว

"ฉู่เทียนเกอ นายกำลังทำอะไรน่ะ?"

"เมื่อก่อนนายไม่ใช่คนแบบนี้นี่นา"

"ตลอดช่วงมัธยมปลาย ฉันเห็นและจำได้มาตลอดนะว่านายดีกับฉันแค่ไหน"

"แล้วตอนนี้นายกลับมาบอกว่าไม่ชอบฉันแล้ว—"

"ที่ผ่านมาสามปีนั่นมันหมายความว่ายังไง?"

ถังอิงเสวี่ยเริ่มร้อนรนเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

"หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ?"

ฉู่เทียนเกอผายมือออก "คงหมายความว่าฉันมันแค่โชคร้ายล่ะมั้ง"

"นายไม่รู้สึกเสียดายความทุ่มเทที่ผ่านมาเลยหรือไง?"

"ไม่เลยสักนิด ถือซะว่าเป็นบทเรียนเร่งรัดวิชาสังคมก็แล้วกัน"

"นาย—"

ถังอิงเสวี่ยยืนอึ้งสนิท เขาตีค่าเธอเป็นแค่บทเรียนหนึ่งเท่านั้นเอง

ฉู่เทียนเกอปรายตามองเธออย่างเย็นชา ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง

สิ่งเดียวที่เขาต้องการในตอนนี้คือการได้คุยกับซูถงให้รู้เรื่อง

แต่จังหวะที่เขาหันตัวกลับ ถังอิงเสวี่ยก็คว้าแขนเขาเอาไว้

"ฉู่เทียนเกอ นายแค่พยายามจะทำให้ฉันโมโหใช่ไหม?"

"ก็ได้ ฉันขอโทษที่เมื่อก่อนไม่ยอมตกลงคบกับนาย"

"หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ ฉันจะให้โอกาสนายแน่นอน"

"แต่ตอนนี้ฉันยังคบไม่ได้จริงๆ เข้าใจไหม?"

ในวินาทีนั้น ความเย่อหยิ่งจองหองที่เธอเคยมีได้มลายหายไปจนสิ้น

ฉู่เทียนเกอระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ยิน

หากเป็นในชาติก่อน คำพูดประโยคนี้คงทำให้เขานอนไม่หลับไปหลายคืน

แต่น่าเสียดาย ที่ในสายตาของเขาตอนนี้

ไม่มีที่ว่างให้ใครอีกแล้วนอกจากซูถง

จบบทที่ บทที่ 2 – อย่างอื่นไม่เป็นไรหรอก

คัดลอกลิงก์แล้ว