- หน้าแรก
- มีเพื่อนร่วมโต๊ะน่ารักขนาดนี้ ใครจะไปอยากจีบดาวโรงเรียนกันล่ะ
- บทที่ 2 – อย่างอื่นไม่เป็นไรหรอก
บทที่ 2 – อย่างอื่นไม่เป็นไรหรอก
บทที่ 2 – อย่างอื่นไม่เป็นไรหรอก
บทที่ 2 – อย่างอื่นไม่เป็นไรหรอก
หลังจากเข้ามหาวิทยาลัย ฉู่เทียนเกอยังคงหาโอกาสไปสารภาพรักกับถังอิงเสวี่ย
แต่เธอก็ปฏิเสธเขาด้วยข้ออ้างเดิมๆ
"เราเพิ่งจะเป็นเด็กปีหนึ่งเองนะ... นายไม่คิดว่ามันเร็วไปหน่อยเหรอ?"
"ฉันไม่คิดเลยว่าเรียนปีสองจะยุ่งขนาดนี้"
"พอขึ้นปีสามแล้วเรียนน้อยลง ฉันถึงจะยินดีลองคบกับนายดูนะ..."
"หรือรอจนถึงปีสี่สิ ถึงตอนนั้นฉันจะเป็นแฟนกับนายแน่นอน!"
ทว่าในค่ำคืนหนึ่งของช่วงปีสี่
ฉู่เทียนเกอกลับต้องมายืนมองถังอิงเสวี่ยก้าวขึ้นรถออดี้ไปต่อหน้าต่อตา
ตอนนั้นเองที่เขาตาสว่าง
ความทุ่มเทอย่างจริงใจ สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับเงินตรา
เงินต่างหากคือสิ่งที่อยู่เหนือทุกสิ่ง
"หัวหน้าห้อง มานี่เร็วเข้า!"
"วันนี้เธอคือนางเอกของงานนะ!"
ทุกคนต่างคาดหวังว่าฉู่เทียนเกอจะสารภาพรักกับถังอิงเสวี่ยในลำดับต่อไป
เด็กสาวหลายคนพากันดันตัวถังอิงเสวี่ยมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
ทว่าความสนใจของฉู่เทียนเกอกลับไม่ได้อยู่ที่เธอเลยสักนิด
สายตาของเขามองทะลุผ่านฝูงชน ค้นหาร่างของคนที่เขาไม่อาจลืมเลือน
ซูถงนั่งอยู่ตรงมุมห้อง เธอม้มริมฝีปากแน่น แววตาดูสับสนขณะที่เหลือบมองมาทางเขา
เมื่อสบตากัน ซูถงก็ลุกลี้ลุกลนทำตัวไม่ถูก
เธอรีบก้มหน้าลงและใช้ปากกาขีดเขียนลงบนกระดาษอย่างสะเปะสะปะ
ฉู่เทียนเกอรู้สึกแสบร้อนที่จมูก ความเศร้าหมองแล่นพล่านขึ้นมาจับใจอย่างกะทันหัน
"ฉู่เทียนเกอ!"
"นายมัวยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ?"
"ส่งของให้อิงเสวี่ยสิ!"
เจียงหนิงตะโกนขึ้น
เธอคือเพื่อนสนิทที่สุดของถังอิงเสวี่ย
เสียงของเธอปลุกให้ฉู่เทียนเกอตื่นจากภวังค์
เขาเรียกสติกลับมาและก้มหน้ามอง
เด็กสาวตรงหน้าคือถังอิงเสวี่ย คนที่เขาเคยหลงใหลมาตลอดชีวิตวัยเรียนในชาติก่อน
ในเวลานี้ ถังอิงเสวี่ยยังไม่รู้จักแม้กระทั่งการแต่งหน้า
ทว่าเรือนร่างที่สูงเพรียวและใบหน้าอันจิ้มลิ้มก็ขับให้เธอมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างร้ายกาจ
เส้นผมที่ยาวสลวยถึงกลางหลังนั่นดึงดูดสายตาทุกคู่
เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น เธอก็เป็นภาพที่งดงามจับตาแล้ว
"ฉู่เทียนเกอ รีบสารภาพรักเร็วเข้า!"
"เดี๋ยวครูเดินเข้ามาก็ซวยกันพอดีหรอก!"
เจียงหนิงเร่งเร้าอีกครั้ง
"เจียงหนิง พูดเหลวไหลอะไรของเธอน่ะ!"
ถังอิงเสวี่ยเอ็ดเพื่อนพร้อมกับรอยยิ้มขัดเขิน
ความเป็นจริงแล้ว เธอไม่ได้มีความคิดที่จะตอบรับคำสารภาพรักของเขาเลย
เธอเพียงแค่ชื่นชอบความรู้สึกโดดเด่นเป็นจุดสนใจในชั่วขณะนี้เท่านั้น
เธอมองไปทางฉู่เทียนเกอและยื่นมือออกไป
"ช่อดอกไม้ที่นายเอามา ฉันจะรับไว้ก็แล้วกัน"
"ถือซะว่าเป็นกำลังใจให้ตั้งใจเรียน"
"แต่จดหมายรักนั่น... นายเก็บไว้ก่อนเถอะ!"
"ฉันเคยบอกนายไปแล้วนี่นาว่า ตอนนี้ฉันยังไม่อยากมีความรัก"
เมื่อฉู่เทียนเกอเห็นว่าช่อดอกไม้กำลังจะถูกหยิบไป เขาก็รีบชักมือกลับทันที
จากนั้นเขาก็จ้องมองถังอิงเสวี่ยด้วยความงุนงง
"หัวหน้าห้อง เธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า?"
"ฉันซื้อดอกไม้พวกนี้มาให้เพื่อนร่วมชั้นทุกคนต่างหาก"
"เหลือเวลาอีกไม่ถึงร้อยวันแล้ว ฉันหวังว่าทุกคนจะพยายามอย่างเต็มที่และทำข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้คะแนนดีๆ"
"เอ่อ... เธอคงไม่ได้คิดเป็นตุเป็นตะหรอกใช่ไหมว่าดอกไม้ช่อนี้มีไว้ให้เธอคนเดียวน่ะ?"
บรรยากาศในห้องเรียนตกอยู่ในความเงียบงัน
มือของถังอิงเสวี่ยที่ยื่นออกไปชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
รอยยิ้มขัดเขินบนใบหน้าของเธอแข็งค้างไปในทันที
ด้วยความอับอาย เธอรีบหาเหตุผลมาโน้มน้าวตัวเองอย่างรวดเร็วว่า
ท่าทีของฉู่เทียนเกอมองมุมไหนก็เหมือนการมาสารภาพรักชัดๆ
แล้วดอกไม้พวกนี้จะเป็นของเพื่อนทั้งห้องได้ยังไงกัน?
"ฉู่เทียนเกอ เลิกพูดเล่นได้แล้ว"
"ถ้าดอกไม้นั่นไม่ได้ให้ฉัน แล้วจดหมายรักในมือนายล่ะคืออะไร?"
"นายกะจะแจกจดหมายรักให้เพื่อนทุกคนเลยหรือไง?"
เธอไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่เขาพูด
พลางคิดไปว่าตัวเองคงจะใจร้อนรีบปฏิเสธเขาต่อหน้าผู้คนเร็วเกินไปจนทำให้เขาเสียหน้า
นั่นต้องเป็นเหตุผลที่เขาแต่งเรื่องพรรค์นี้ขึ้นมาแก้เก้อแน่ๆ
คราวหน้าฉันคงปฏิเสธเขาต่อหน้าคนเยอะๆ แบบนี้ไม่ได้แล้วล่ะมั้ง
ทว่า... ฉู่เทียนเกอกลับปรายตามองจดหมายในมือ
ก่อนจะโยนมันทิ้งลงถังขยะไปอย่างไม่ใส่ใจ
"หัวหน้าห้อง คิดไปเองอีกแล้วนะ"
"นั่นมันไม่ใช่จดหมายรักสักหน่อย แค่เศษกระดาษที่ฉันยังไม่ได้เอาไปทิ้งก็เท่านั้นแหละ"
"ไม่เชื่อเหรอ? คุ้ยขึ้นมาดูเองสิ"
"นาย—"
ใบหน้าของถังอิงเสวี่ยแดงก่ำ
มันเห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็นจดหมายรัก แต่ฉู่เทียนเกอกลับโยนมันทิ้งเหมือนเป็นแค่ขยะ
ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องอยู่มากมายขนาดนี้ เธอจะกล้าลงไปคุ้ยถังขยะได้ยังไงกัน?
อันที่จริง ถังอิงเสวี่ยคิดถูกแล้ว
ฉู่เทียนเกอมั่นใจว่าเธอจะไม่มีทางไปคุ้ยขยะแน่นอน
หลังจากได้กลับมาเกิดใหม่ เขาไม่ใช่ผู้ชายหน้าโง่ที่คอยตามตื๊อเธอเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว
"อ้อ จริงสิ หัวหน้าห้อง ขอฉันพูดอะไรให้ชัดเจนต่อหน้าทุกคนตรงนี้เลยแล้วกัน"
"เมื่อก่อนฉันเคยชอบเธอนะ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว"
"ได้โปรดเลิกหลงตัวเองสักที"
"มันรังแต่จะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดไปกันใหญ่"
"นายพูดว่าอะไรนะ?"
สมองของถังอิงเสวี่ยขาวโพลนไปหมด
ฉู่เทียนเกอเคยเป็นคนที่คอยตามเอาอกเอาใจเธอเป็นอันดับหนึ่งแท้ๆ
แล้วเขาจะเลิกชอบเธอกะทันหันแบบนี้ได้ยังไง?
ทว่าก่อนที่เธอจะได้ทันตั้งสติ
ฉู่เทียนเกอก็เริ่มเดินแจกดอกไม้ไปตามโต๊ะทีละดอกแล้ว
"ฉู่เทียนเกอ นายกำลังทำอะไรน่ะ?"
"เมื่อก่อนนายไม่ใช่คนแบบนี้นี่นา"
"ตลอดช่วงมัธยมปลาย ฉันเห็นและจำได้มาตลอดนะว่านายดีกับฉันแค่ไหน"
"แล้วตอนนี้นายกลับมาบอกว่าไม่ชอบฉันแล้ว—"
"ที่ผ่านมาสามปีนั่นมันหมายความว่ายังไง?"
ถังอิงเสวี่ยเริ่มร้อนรนเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
"หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ?"
ฉู่เทียนเกอผายมือออก "คงหมายความว่าฉันมันแค่โชคร้ายล่ะมั้ง"
"นายไม่รู้สึกเสียดายความทุ่มเทที่ผ่านมาเลยหรือไง?"
"ไม่เลยสักนิด ถือซะว่าเป็นบทเรียนเร่งรัดวิชาสังคมก็แล้วกัน"
"นาย—"
ถังอิงเสวี่ยยืนอึ้งสนิท เขาตีค่าเธอเป็นแค่บทเรียนหนึ่งเท่านั้นเอง
ฉู่เทียนเกอปรายตามองเธออย่างเย็นชา ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง
สิ่งเดียวที่เขาต้องการในตอนนี้คือการได้คุยกับซูถงให้รู้เรื่อง
แต่จังหวะที่เขาหันตัวกลับ ถังอิงเสวี่ยก็คว้าแขนเขาเอาไว้
"ฉู่เทียนเกอ นายแค่พยายามจะทำให้ฉันโมโหใช่ไหม?"
"ก็ได้ ฉันขอโทษที่เมื่อก่อนไม่ยอมตกลงคบกับนาย"
"หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ ฉันจะให้โอกาสนายแน่นอน"
"แต่ตอนนี้ฉันยังคบไม่ได้จริงๆ เข้าใจไหม?"
ในวินาทีนั้น ความเย่อหยิ่งจองหองที่เธอเคยมีได้มลายหายไปจนสิ้น
ฉู่เทียนเกอระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ยิน
หากเป็นในชาติก่อน คำพูดประโยคนี้คงทำให้เขานอนไม่หลับไปหลายคืน
แต่น่าเสียดาย ที่ในสายตาของเขาตอนนี้
ไม่มีที่ว่างให้ใครอีกแล้วนอกจากซูถง