- หน้าแรก
- มีเพื่อนร่วมโต๊ะน่ารักขนาดนี้ ใครจะไปอยากจีบดาวโรงเรียนกันล่ะ
- บทที่ 1 ย้อนเวลากลับมาก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
บทที่ 1 ย้อนเวลากลับมาก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
บทที่ 1 ย้อนเวลากลับมาก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
บทที่ 1 ย้อนเวลากลับมาก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
"ท่านประธานครับ ผมพบคนที่บริจาคกระจกตาให้ท่านในตอนนั้นแล้วครับ"
"นี่คือข้อมูลทั้งหมดของเธอครับ"
เลขานุการเอ่ยรายงาน
ฉู่เทียนเกอยืนอยู่ริมหน้าต่างบนชั้นสามสิบหกพลางพยักหน้ารับ เลขานุการจึงขอตัวถอยออกไป
บริษัทของเขาเพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนก่อน มูลค่าการตลาดพุ่งสูงถึงสี่หมื่นล้านหยวน ส่งผลให้เขากลายเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ
หลายปีก่อน เขาเริ่มสร้างตัวจากศูนย์และก้าวเข้าสู่เส้นทางนักธุรกิจ แต่เพราะโหมงานหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้กระจกตาของเขาเกิดความผิดปกติ สายตาของเขาเสื่อมถอยลงจนกระทั่งมืดบอดสนิท เขารู้สึกเหมือนชีวิตดิ่งลงสู่จุดต่ำสุด ไร้ทั้งเงินทองและอำนาจ ทำได้เพียงนอนรอคอยกระจกตาที่เข้ากันได้อยู่บนเตียงอย่างเงียบเหงา
ทว่าในยามที่เขาสิ้นหวัง โรงพยาบาลกลับแจ้งข่าวดีว่า มีผู้ไม่ประสงค์ออกนามบริจาคกระจกตาที่เข้ากับเขาได้พอดี และเพราะดวงตาคู่นี้เองที่ทำให้เขากลับมามองเห็นอีกครั้ง จนสามารถสานต่อเส้นทางธุรกิจต่อไปได้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉู่เทียนเกอพยายามตามหาตัวผู้บริจาคนิรนามคนนั้นอย่างสุดความสามารถ แต่กลับไม่พบร่องรอยใดเลย จนกระทั่งวันนี้ที่เลขานุการนำข่าวคราวมาแจ้งให้ทราบในที่สุด
ฉู่เทียนเกอเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง สูดลมหายใจเข้าลึก และเปิดแฟ้มเอกสารที่เลขานุการนำมาให้
ข้อมูลของผู้บริจาคและสมุดบันทึกเล่มหนึ่งปรากฏแก่สายตา
"ซูถง?"
"นี่ไม่ใช่เพื่อนร่วมโต๊ะตอนมัธยมปลายปีสุดท้ายหรอกหรือ?"
ฉู่เทียนเกอขมวดคิ้ว เขาวางเอกสารข้อมูลลงแล้วเปิดสมุดบันทึกออกอ่าน
2 กันยายน 2012 อากาศแจ่มใส
วันนี้เป็นวันที่สองในโรงเรียนใหม่ เพื่อนร่วมโต๊ะคนใหม่ที่ชื่อฉู่เทียนเกอดูหน้าตาดุมากเลย หมอนี่ดูเหมือนจะแอบชอบหัวหน้าห้องอยู่เงียบๆ ด้วย
29 กันยายน อากาศแจ่มใส
เอาละ จริงๆ แล้วฉู่เทียนเกอก็เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งนะ เขาเคยช่วยฉันไว้ครั้งหนึ่ง ฉันรู้สึกขอบคุณเขามาก แต่ว่าวันนี้เขาถูกหัวหน้าห้องปฏิเสธมา ท่าทางเขาเลยดูเศร้าๆ ไปหน่อย
25 ธันวาคม หิมะตก
วันนี้ประจำเดือนมา ปวดท้องชะมัดเลย แต่ฉู่เทียนเกอกลับยอมฝ่าพายุหิมะออกไปซื้อผ้าอนามัยมาให้ฉัน ฉันคิดว่าฉันเริ่มจะชอบเขาเข้าแล้วสิ... แต่พวกเรายังอยู่แค่มัธยมปลาย ฉันยังเด็กเกินไปที่จะมีความรัก ต้องตั้งใจเรียนก่อน!
...26 มิถุนายน 2013 อากาศแจ่มใส
ผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยของฉันออกมาค่อนข้างดีเลยล่ะ หวังว่าฉันกับฉู่เทียนเกอจะสอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกันนะ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำคะแนนได้... ไม่ค่อยดีนัก ฉันอยากเจอเขาจริงๆ แต่เขาคงไม่อยากเจอฉัน
12 ธันวาคม อากาศแจ่มใส
เขาช่างโง่เขลาเสียจริง ทั้งที่รู้ว่าหัวหน้าห้องไม่ได้ชอบเขา แต่เขาก็ยังทุ่มเทให้เธอขนาดนั้น...
4 กรกฎาคม 2019 ฝนตกหนัก
วันนี้ฉันเพิ่งรู้ว่าจอประสาทตาของเขาได้รับความเสียหาย ฉันปวดใจเหลือเกิน...
10 กรกฎาคม อากาศแจ่มใส
ไม่เคยคิดเลยว่าโรคมะเร็งจะมาเยือน ฉันยังอายุน้อยอยู่เลย ฉันไม่อยากตาย ไม่อยากจากโลกนี้ไป สิ่งเดียวที่พอจะเยียวยาจิตใจได้ คือการที่ฉันสามารถบริจาคกระจกตาให้เขาได้
"ฉันมักจะเชื่ออยู่เสมอ ว่าสักวันหนึ่งฉันจะก้าวตามแผ่นหลังของนายทัน"
"แต่ฝีเท้าของฉันมันเชื่องช้าเกินไป ฉันถูกทิ้งห่างอยู่ร่ำไป"
"และนายก็ไม่เคยแม้แต่จะหันกลับมามองฉันเลยสักครั้ง!"
"ฉู่เทียนเกอ บางทีในชาตินี้เราคงไม่มีวาสนาต่อกัน"
"ลาก่อน..."
..."ซูถง... ทำไมเธอถึงได้โง่เขลาขนาดนี้..."
แม้ว่าบันทึกจะมีเนื้อหาไม่มากนัก แต่ฉู่เทียนเกอกลับใช้เวลาอ่านมันตลอดทั้งบ่าย ท้ายที่สุดเขาถึงได้ตระหนักว่า หลังจากที่ดวงตาของเขามีปัญหาได้ไม่นาน ซูถงก็ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง และก่อนที่เธอจะจากโลกนี้ไป เธอได้มอบกระจกตาของเธอให้แก่เขา
ภาพเลือนรางของซูถงค่อยๆ ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของฉู่เทียนเกอ เธอมักจะซ่อนใบหน้าไว้หลังปกเสื้อ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าคนแปลกหน้า แม้กระทั่งยามเอ่ยปากพูด น้ำเสียงของเธอก็ยังแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
หลังเรียนจบ ฉู่เทียนเกอเคยบังเอิญเจอเธออยู่สองสามครั้ง ตอนนั้นเองเขาถึงเพิ่งค้นพบว่า แท้จริงแล้วซูถงมีใบหน้าที่งดงามหมดจด!
น่าเสียดาย ที่ในตอนนั้นเขามัวแต่หลงใหลถังอิงเสวี่ยจนหัวปักหัวปำ ภายในดวงตาของเขาจึงมองเห็นเพียงแค่ถังอิงเสวี่ยคนเดียวเท่านั้น
จนกระทั่งต่อมา ถังอิงเสวี่ยได้ปฏิเสธเขาต่อหน้า และเดินจากไปกับทายาทเศรษฐี
ในวินาทีนั้น เขาถึงได้ตาสว่างในที่สุด เขาเพิ่งรู้ตัวว่าที่ผ่านมาตัวเองทำตัวไร้ค่าแค่ไหน!
ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยชายตามองซูถง หญิงสาวที่แอบรักเขาอย่างเงียบๆ เลยสักนิด...
ในตอนนั้น เขาคงจะตาบอดไปแล้วจริงๆ ถึงมองไม่ออกว่าใครคือคนที่รักเขาอย่างแท้จริง
ทว่าทุกอย่างมันสายเกินไปเสียแล้ว...
ด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้า ฉู่เทียนเกอเดินมาที่ตลาดกลางคืน เขาสั่งเบียร์มาสี่ขวดและกระดกรวดเดียวจนหมด
ฤทธิ์แอลกอฮอล์ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดในใจได้เพียงเล็กน้อย ก่อนที่ความมึนเมาจะจู่โจมตามมา ศีรษะของเขาโอนเอนและฟุบลงกับโต๊ะ
ในความเลือนราง เขาคล้ายกับเห็นหญิงสาวสวมชุดเดรสสีชมพู มัดผมหางม้า รูปร่างอรชรและมีดวงตากลมโตเป็นประกายยืนอยู่ตรงหน้า
"ฉู่เทียนเกอ ฉันชอบนายนะ!"
รอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้างดงามของเด็กสาว...
"เฮ้ย ดูนั่นสิ ฉู่เทียนเกอกำลังจะสารภาพรักกับหัวหน้าห้องอีกแล้วเหรอ?"
"เห็นๆ กันอยู่ไม่ใช่หรือไง เตรียมมาทั้งดอกกุหลาบทั้งจดหมายรักขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่ถังอิงเสวี่ยแล้วจะเป็นใครล่ะ จะเป็นฉันหรือไง?"
ในเวลานี้ ฉู่เทียนเกอรู้สึกวิงเวียนศีรษะและมีเสียงอื้ออึงดังอยู่ในหู สงสัยเขาคงจะดื่มหนักเกินไป ชายหนุ่มพยายามทรงตัว บังคับสติสัมปชัญญะของตนเองให้แจ่มใส
จากนั้นเขาก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนหน้าชั้นเรียน ในมือซ้ายถือช่อดอกกุหลาบ ส่วนมือขวาถือจดหมายรัก บนผนังไม่ไกลนัก มีข้อความตัวโตเตะตาเขียนเอาไว้ว่า 'เหลือเวลาอีก 99 วัน สู่การสอบเข้ามหาวิทยาลัย'
"นี่ฉัน... ได้กลับมาเกิดใหม่เหรอ?"
ฉู่เทียนเกอยืนนิ่งงันอยู่กับที่ รู้สึกราวกับเพิ่งตื่นจากความฝันอันยาวนานที่ข้ามผ่านหลายช่วงชีวิต
ภาพตรงหน้าช่างคุ้นเคยเหลือเกิน ดูเหมือนว่าเขาจะได้ย้อนเวลากลับมาในปี 2013 ซึ่งเป็นเวลาเก้าสิบเก้าวันก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ในวันเดียวกันนี้ของชาติที่แล้ว เขาได้ซื้อดอกกุหลาบที่ถังอิงเสวี่ยชอบและนั่งเขียนจดหมายรักในคาบเรียน จากนั้นก็สารภาพรักกับถังอิงเสวี่ยผู้เป็นหัวหน้าห้องอีกครั้งต่อหน้าเพื่อนทั้งชั้น
และก็เป็นไปตามคาด เขาถูกปฏิเสธ
"ตอนนี้เป็นเวลาที่ต้องตั้งใจเรียน ฉันยังไม่อยากมีความรักหรอกนะ"
"มันจะมาถ่วงการเรียนของฉันเปล่าๆ!"
นั่นคือคำตอบของถังอิงเสวี่ยในเวลานั้น