เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 358 ปล่อยพวกเรา

ตอนที่ 358 ปล่อยพวกเรา

ตอนที่ 358 ปล่อยพวกเรา


ผู้อาวุโสโกรธจนแทบจะคลุ้มคลั่งอยู่แล้ว

"อ๊ากกก!!!"

"พวกเจ้าเหล่าปีศาจร้าย ข้าจะให้พวกเจ้าต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม!"

ผู้อาวุโสมีสีหน้าดุร้ายเหี้ยมเกรียม ไม่นานเขาก็ควบคุมค่ายกลของแดนลับให้เพิ่มระดับความยากขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีความมุ่งมั่นราวกับว่าต้องจัดการกลุ่มอสูรให้พิการไปให้จงได้

และกลุ่มอสูรที่อยู่ภายในแดนลับ หลังจากที่พวกเขาเขียนถ้อยคำยั่วยุเหล่านั้นลงไป ก็พบว่าอุบัติเหตุและอันตรายที่ไม่อาจคาดเดาได้มีเพิ่มมากขึ้นตามคาด

นี่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า...

"มีคนลอบเล่นงานพวกเราอยู่เบื้องหลังจริงๆ ด้วย!"

จูเก่อโย่วหลินกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยว

อวี๋ฉางอิงยิ้มหวาน

"จะเป็นใครกันแน่นะ?"

จูเก่อโย่วหลินแค่นเสียงเบาๆ พลางกำหมัด

"ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็อย่าหวังว่าจะให้พวกเราออกไปจากแดนลับได้! พวกเราต้องอยู่ที่นี่และผ่านทั้งสิบสองด่านไปให้ได้ จะได้ไม่เสียแต้มคะแนนของเราไปโดยเปล่าประโยชน์!"

อีกหลายคนที่เหลือก็มีความคิดเช่นเดียวกัน

ด้วยความคิดเช่นนี้ ในด่านต่อๆ มาพวกเขาก็ยิ่งระมัดระวังตัวมากขึ้น ทว่ารูปแบบการลงมือกลับยิ่งกำเริบเสิบสานไร้ความเกรงกลัวมากขึ้นเช่นกัน

การประลองกำลังครั้งหนึ่ง จึงได้เริ่มต้นขึ้นเช่นนี้

ทว่าจุดจบนั้น ได้เผยเค้าลางออกมาตั้งนานแล้ว

และในช่วงเวลาหลังจากนั้น กลุ่มก้ายซื่อที่นำโดยสือจ้าน ก็ถูกดีดตัวออกจากแดนลับในด่านทดสอบที่เก้า

ส่วนกลุ่มถูเซียนที่นำโดยเหยียนเหยา รวมถึงสวี่เฉาเกอและพวกพ้อง ก็ได้ผ่านด่านทดสอบทั้งหมดหลังจากผ่านไปครึ่งเดือน

นับตั้งแต่ด่านทดสอบที่สามเป็นต้นมา พวกเขาก็ไม่เคยพบเจอกลุ่มอสูรอีกเลย

ดังนั้น พวกเหยียนเหยาและสือจ้านต่างก็รู้สึกว่าพวกเขาน่าจะถูกดีดตัวออกจากแดนลับไปตั้งนานแล้ว ทว่าเมื่อพวกเขาออกมา ถึงเพิ่งพบว่ากลุ่มอสูรยังคงอยู่ใน 'แดนลับฝ่าด่าน' เพียงแต่พวกเขาต้องใช้เวลาในการผ่านด่านค่อนข้างนานก็เท่านั้น

สมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มถูเซียนกล่าวว่า

"พี่เหยา แม้ว่ากลุ่มอสูรจะยังไม่ถูกคัดออกในตอนนี้ แต่คนตาดีก็มองออกว่า ความเร็วในการผ่านด่านของพวกเขานั้นห่างชั้นกับพวกเรามากนัก! อุตส่าห์มั่นใจเสียขนาดนั้นตั้งแต่แรก หึ"

เหยียนเหยามีสีหน้าเย็นชา

"เหตุใดต้องไปเปรียบเทียบกับพวกเขาด้วย?"

เจียงเกาหย่วนรีบผสมโรง

"นั่นสิ ต่อให้พวกเขาฝึกฝนอีกสักสองปี ก็ยังไม่แน่ว่าจะตามความแข็งแกร่งและชื่อเสียงของกลุ่มถูเซียนพวกเราทันเลย"

มุมปากของเหยียนเหยายกขึ้นเล็กน้อย เอ่ยว่า

"ก่อนหน้านี้เป็นข้าที่ประเมินพวกเขาไว้สูงไป แต่ตอนนี้..."

คำพูดของนางยังไม่ทันจบ แต่สมาชิกกลุ่มถูเซียนล้วนฟังความหมายของนางออก

"ไปเถอะ พวกเรากลับไปพักผ่อนกัน"

"ได้เลย พี่เหยา"

ในขณะที่พวกเขาก้าวเท้าจากไป ผู้อาวุโสที่กำลังลอบเป็นปฏิปักษ์กับกลุ่มอสูรอยู่ในที่ลับแห่งหนึ่ง ก็ราวกับถูกสายฟ้าฟาด น้ำตาไหลพราก เขาทรุดตัวลงนั่งกองกับพื้น ปากก็พร่ำบ่นว่า

"จบกัน จบสิ้นกันคราวนี้!"

กลุ่มอสูรใช้ความรุนแรงผ่านด่านทดสอบไปถึงสิบแห่ง

และในสิบแห่งนี้ พังพินาศไปเสียเก้าแห่ง

ความเสียหายหนักหนาสาหัสยิ่งนัก!

ทรัพยากรที่ซ่อนอยู่ข้างใน แทบจะถูกพวกมันกอบโกยไปจนเกลี้ยง!

ครึ่งเดือนที่ผ่านมา เขามองดูปีศาจทั้งแปดตัวนี้มีระดับพลังที่แข็งแกร่งขึ้นต่อหน้าต่อตา มองดูพวกเขารู้ใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ มองดูพวกเขาคอยยั่วยุตนเองอยู่เป็นระยะ...

เขารู้ดีว่า การประลองกำลังครั้งนี้ เขาพ่ายแพ้ราบคาบหมดรูปแล้ว!

ขอบตาของเขาดำคล้ำแถมยังมีเส้นเลือดฝอยสีแดงปรากฏขึ้น ใบหน้าซีดเซียว ปราการทางจิตใจพังทลาย อารมณ์แตกสลาย เขากุมศีรษะร้องไห้โฮ

"ฮือ ฮือ ฮือ..."

แต่ในใจกลับกำลังก่นด่าความไร้ยางอายและความวิปริตของกลุ่มอสูร!

ตอนที่กลุ่มอสูรเข้าไปในด่านทดสอบสองแห่งสุดท้าย เขาก็ไม่อยากจะเข้าไปแทรกแซงอีกแล้ว เพราะเขาหมดอาลัยตายอยากไปแล้ว

เมื่อปราศจากการแทรกแซงของผู้อาวุโส กลุ่มอสูรก็ผ่านด่านทดสอบสองแห่งสุดท้ายไปได้อย่างราบรื่น

กว่าพวกเขาจะออกจากแดนลับ ก็เป็นเวลาสองวันให้หลัง ทันทีที่พวกเขาออกมาก็พบว่าตนเองกำลังอยู่ในห้องแปลกหน้าแห่งหนึ่ง เบื้องหน้ามีชายชราผู้หนึ่งนั่งอยู่ซึ่งดูราวกับภูตผี ร่างของเขาดูแปลกประหลาดอย่างยิ่งภายใต้แสงสลัว เห็นเพียงว่าเบ้าตาของเขาลึกโบ๋ แววตาอันขุ่นมัวจ้องเขม็งมาที่พวกเขา จู่ๆ เขาก็แสยะมุมปาก เผยให้เห็นรอยยิ้มอันแสนพิลึกพิลั่น

"ในที่สุดพวกเจ้าก็ออกมาเสียที"

น้ำเสียงของชายชราต่ำทุ้มและแหบพร่า ราวกับเจือปนไปด้วยความคับแค้นใจอันเข้มข้น

พวกเสิ่นเยียนตื่นตัวขึ้นมาทันที ทว่าเมื่อเห็นเครื่องแต่งกายบนร่างของชายชราเป็นชุดผู้อาวุโสของสถานศึกษาแดนกลาง ในหัวของพวกเขาก็ปรากฏข้อสันนิษฐานหนึ่งขึ้นมา

เสิ่นเยียนขมวดคิ้วถาม

"ท่านคือผู้อาวุโสของสถานศึกษาแดนกลางหรือ?"

"ฮ่าๆๆ..."

ชายชราพลันระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

"เขาดูเหมือนจะบ้าไปแล้วนะ"

จูเก่อโย่วหลินกล่าวด้วยความประหลาดใจ

จู่ๆ ดวงตาของชายชราก็เบิกกว้าง ราวกับจะถลนออกมาจากเบ้า เขาลุกพรวดขึ้นยืน สีหน้าที่เดิมทียังถือว่าสงบนิ่งก็พลันบ้าคลั่งขึ้นมาในพริบตา

เขาคำรามลั่น

"ข้ามันบ้าไปแล้ว ข้าถูกพวกเจ้าบีบให้บ้าต่างหากเล่า!"

พวกเสิ่นเยียนถึงกับชะงักงัน

พวกเขาไม่รู้จักเขาเสียหน่อย

ชายชรามองดูสีหน้างุนงงของพวกเขา ในใจก็ยิ่งโมโหมากขึ้นไปอีก เขาค่อยๆ สงบอารมณ์ลง จากนั้นก็กัดฟันกรอดกล่าวว่า

"พวกเจ้าละเมิดกฎการฝ่าด่านของแดนลับ ข้าจะหักแต้มคะแนนของพวกเจ้าให้หมด!"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ จูเก่อโย่วหลินก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป กล่าวว่า

"นี่! พวกเราไปละเมิดกฎการฝ่าด่านของแดนลับตอนไหนกัน?...เดี๋ยวก่อน ไม่ถูกสิ 'แดนลับฝ่าด่าน' มีกฎการฝ่าด่านด้วยหรือ?!"

"มีสิ!"

ผู้อาวุโสยืนกรานเสียงแข็ง

สีหน้าของเสิ่นเยียนก็เย็นชาลงเช่นกัน

"แล้วเหตุใดพวกเราถึงไม่รู้?"

เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาของคนทั้งแปด ผู้อาวุโสก็พลันมีเหงื่อเย็นผุดขึ้นมาเต็มตัว เพราะเขาคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงทางสายตาของพวกเขาเป็นอย่างดี

"ไม่รู้หรือ? งั้นตอนนี้ข้าจะบอกพวกเจ้าให้เอาไหม!"

ผู้อาวุโสมีสีหน้ามืดครึ้มดั่งน้ำ กล่าวด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวว่า

"แดนลับมีด่านทดสอบทั้งหมดสิบสองแห่ง พวกเจ้ากลับทำให้ในนั้นถึงสิบแห่งไม่สามารถเปิดใช้งานต่อไปได้! ความเสียหายที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้มันหมายความว่าอย่างไร? มันหมายความว่าศิษย์ของพวกเราจะไม่สามารถก้าวเข้าสู่ 'แดนลับฝ่าด่าน' เพื่อรับการฝึกฝนได้เลยในช่วงสามปีนับจากนี้! พวกเจ้าไม่มีความรู้สึกผิดบาปแม้แต่น้อยเลยหรือ? ในฐานะที่ข้าเป็นผู้อาวุโสผู้ดูแลการฝึกฝนในแดนลับของสถานศึกษาแดนกลาง ข้าย่อมมีสิทธิ์ที่จะจัดการพวกเจ้า!"

"ช้าก่อน"

สีหน้าของเสิ่นเยียนแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางยืนยันกับผู้อาวุโสว่า

"เป็นพวกเราหรือที่ทำให้ด่านทดสอบเปิดใช้งานต่อไปไม่ได้?"

"ถ้าไม่ใช่พวกเจ้าแล้วจะเป็นใครล่ะ?"

"ด่านทดสอบของพวกท่าน ไม่ใช่ว่ามันจะฟื้นฟูกลับคืนสู่สภาพเดิมโดยอัตโนมัติหรอกหรือ?"

"จะเป็นไปได้อย่างไร!"

ผู้อาวุโสเบิกตากว้าง มองพวกเขาด้วยความไม่อยากเชื่อ

เหล่าสหายกลุ่มอสูรต่างมองหน้ากันและกัน

ทันใดนั้น อวี๋ฉางอิงก็น้ำตาคลอเบ้าพลางจ้องมองผู้อาวุโส น้ำเสียงช่างไร้เดียงสาและแฝงไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

"ผู้อาวุโสเจ้าคะ พวกเราจะไปรู้ได้อย่างไรว่าการกระทำของพวกเราจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่แดนลับได้มากมายถึงเพียงนี้? ท่านก็ไม่เคยบอกพวกเราล่วงหน้าเลยนี่เจ้าคะ! ยิ่งไปกว่านั้น กฎการฝ่าด่านของแดนลับนี้ เกรงว่าท่านคงไม่ได้เพิ่งจะแต่งมันขึ้นมาหรอกนะเจ้าคะ? ต่อให้พวกเราจะทำผิดพลาดไปจริงๆ ท่านก็ไม่ควรจะมาหักแต้มคะแนนของพวกเราไปเสียหมดนะเจ้าคะ!"

เจียงเสียนเยวี่ยกะพริบตาปริบๆ พยายามทำตัวน่ารัก

"ใช่แล้วเจ้าค่ะ ผู้อาวุโส พวกเรารู้ตัวว่าผิดไปแล้ว"

"เป็นพวกเราที่ผิดเอง"

เวินอวี้ชูถอนหายใจเฮือกใหญ่ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

จูเก่อโย่วหลินมีประกายตาวาบวับ เขารีบพุ่งพรวดเข้าไป ร่างของเขาสไลด์ตัวไปบนพื้นเป็นระยะทางหนึ่ง ท่วงท่าราบรื่นและปราดเปรียว สองมือที่ยื่นออกไปกอดต้นขาของผู้อาวุโสเอาไว้แน่น เขากล่าวอย่างสำนึกผิดว่า

"พวกเรารู้ตัวว่าผิดไปแล้วขอรับ ผู้อาวุโส ท่านมีจิตใจเมตตากรุณามาแต่ไหนแต่ไร จะต้องให้อภัยพวกเราอย่างแน่นอนขอรับ!"

ผู้อาวุโสถึงกับมึนงงไปเลย

เขาชินตากับภาพที่พวกมันฆ่าฟันกวาดล้างทุกสารทิศ  ในแดนลับ พอจู่ๆ มาเห็นพวกมันแต่ละคนกลับกลายเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่ายเช่นนี้ ในใจก็รู้สึกไม่ชินเอาเสียเลย

เซียวเจ๋อชวนเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าผู้อาวุโส ยกมือประสานคารวะทำความเคารพไปหนึ่งที

เขามีสีหน้าจริงใจขณะเอ่ยว่า

"ผู้อาวุโส ข้าไร้บิดาไร้มารดาไร้เงินทอง มีเพียงแต้มคะแนนเพียงเท่านี้แล้ว ได้โปรดเถิด ปล่อยพวกเราไปเถอะขอรับ"

จบบทที่ ตอนที่ 358 ปล่อยพวกเรา

คัดลอกลิงก์แล้ว