- หน้าแรก
- ระบบสืบทอดสายเลือดศักดิ์สิทธ์, สร้างตระกูลจักรพรรดิอมตะ
- บทที่ 17 : ความโกรธเกรี้ยวมาเยือนนิกายดาบสังหารวารี
บทที่ 17 : ความโกรธเกรี้ยวมาเยือนนิกายดาบสังหารวารี
บทที่ 17 : ความโกรธเกรี้ยวมาเยือน​นิกายดาบสังหารวารี
บทที่ 17 : ความโกรธเกรี้ยวมาเยือน​นิกายดาบสังหารวารี
ในขณะนี้, ผู้นำของสามตระกูลหลักต่างหวาดกลัวจนไม่กล้าขยับแม้แต่ก้าวเดียว
ถูเป่ยหงตายไปแล้ว, ยามนี้ชะตากรรมของพวกเขาจะเป็นเช่นไรก็นั้น….มันก็สามารถจินตนาการได้โดยง่ายเลยทีเดียว​
อย่างไรก็ตาม, เย่หวู่ชางกลับไม่ได้สนใจ​มองพวกเขาเลย
เขาตรงไปหาสมาชิกตระกูลเย่อย่าง​สง่างาม​
ยามนี้เย่เหว่ยหวู่และสมาชิก​คนอื่นๆ มองดูเย่หวู่ชางด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน เเละไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร
โชคดีที่เย่หวู่ชางก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาพูดคุยกับพวกเขามากนัก
หลังจากตรวจสอบเย่ว์รู่ชวงแล้วพบว่าเธอสบายดี เขาก็หันพูดคุยกับทุกคนเล็กน้อย​
“ข้าได้ยินมาว่าท่านพ่อและคนอื่นๆ ถูกผู้ฝึกตนจากนิกายดาบสังหารวารีสังหารงั้นรึ?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้, เย่เหว่ยหวู่และคนอื่นๆก็เข้าใจความต้องการ​ของเย่หวู่ชางทันที….และสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป
ผู้อาวุโสสูงสุด​เป็นคนพูดกับเขาโดยตรงว่า
"หวู่ชาง, ไม่สิ ท่านผู้นำตระกูล​อย่าได้หุนหันพลันแล่น”
“นิกายดาบสังหารวารีเป็นขุมพลังที่คงอยู่มาเป็นเวลาหลายร้อยหรือหลายพันปี…..พลังของพวกมันไม่อาจถูกมองข้ามได้!”
เนื่องจากเย่หวู่ชางแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเขาเเล้ว, ดังนั้น….แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุด​ก็จำต้องเปลี่ยนน้ำเสียงของเขา
เมื่อได้ยินคำเตือน​ของผู้อาวุโส​สูงสุด, เย่หวู่ชางก็ยกยิ้มเบาๆอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่ต้องห่วงหรอก….ข้าเชื่อว่าข้าสามารถจัดการนิกายดาบสังหารวารีได้!”
หลังจากพูดจบ, เขาก็หันไปพูดกับเย่ว์รู่ชวง
"เจ้าอยู่ที่นี่และจัดการกับสิ่งต่างๆ…..ข้าจะกลับมาโดยเร็ว!"
เมื่อได้ยินสิ่งนี้, เย่ว์รู่ชวงก็ได้เเต่พยายาม​อดกลั้นคำพูดที่เธอจะห้ามปรามเขาไว้
เธอมองเย่หวู่ชางอย่างอ่อนโยน และพูดว่า
"ถ้าเป็นความตั้งใจ​ของท่าย, งั้นก็ดูแลตัวเองด้วยนะ!"
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะกลับมาเร็วๆ!”
หลังจากพูดจบ, เขาก็โผทะยานขึ้นไปในอากาศ
โบกมือคว้าหัวของถูเป่ยหง, เเล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกในทันที
เมื่อเห็นเย่หวู่ชางจากไปอย่างกะทันหัน, ผู้คนรอบๆก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่พวกเขาจะเริ่มตอบสนอง
ทางทิศตะวันตก, นั่นมันอาณาเขตของนิกายดาบสังหารวารีใช่หรือไม่?
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ พวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้น​มทันที​
เย่หวู่ชางกำลังไปเผชิญหน้า​กับนิกายดาบสังหารวารี
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะเเอบติดตามเเละมุ่งหน้าตรงไปยังนิกายดาบสังหารวารีเช่นกัน
ทุกคนต่างตั้งตารอว่ามันจะเป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่​อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า
ในเวลาเดียวกัน, พวกเขาก็อยากรู้ว่าเย่หวู่ชางจะสามารถจัดการกับนิกายดาบสังหารวารีได้หรือไม่
เเละขณะที่พวกเขากำลังจะไป…..พวกเขาก็เริ่มกระจายข่าวไปยังกองกำลังและเหล่าสหายที่อยู่ใกล้เคียง
ชั่วขณะหนึ่งผู้​ฝึกตนจำนวน​นับไม่ถ้วน ต่างก็มุ่งหน้าไปยังนิกายดาบสังหารวารี
……
ในตระกูลเย่ยามนี้
เมื่อมองดูร่างที่จากไปของเย่หวู่ชางจนสุดสายตา….เย่ว์รู่ชวงก็ผละถอนสายตาออกไปเเละซ่อนร่องรอยของความกังวลไว้
ในเวลาเดียวกันเธอก็กระตือรือร้นมากขึ้นในการเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเอง
เธอรู้ว่าเย่หวู่ชางไม่ธรรมดา แต่เธอก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะน่ากลัวขนาดนี้
ผู้​ฝึกตนอาณาจักรปราการสวรรค์ เเถมยังมีเจตนาดาบขั้นสาม
ใช่เเล้ว…..ในฐานะอัจฉริยะชั้นยอด ความเข้าใจ​ของเธอนั้ยแตกต่างจากถูเป่ยหง
เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเจตนาดาบของเย่หวู่ชางนั้นไม่ใช่แค่เจตนา​ดาบ​ขั้นแรก
และเป็นเพราะเขามีเจตนาดาบขั้นที่สามนี่เเหล่ะ….เธอจึงรู้สึกสบายใจที่ปล่อยให้เย่หวู่ชางไปเผชิญหน้า​กับนิกายดาบสังหาร​วารี​
หลังจากนั้น เธอก็หันกลับมาพร้อมดาบในมือที่สั่นสะเทือน​เล็กน้อย
ทันใดนั้น​ปราณดาบจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปะทุขึ้น….พุ่งสังหารผู้แข็งแกร่งและผู้ฝึกตนทั้งหมดของสามตระกูหลักในทันที
จากนั้น, เธอก็เดินทางไปรอบๆมณฆลเมฆาอัศนีเพื่อให้แน่ใจว่าผู้แข็งแกร่งทั้งหมดจากสามตระกูลหลักได้ถูกสังหารเเล้ว….ก่อนจะกลับมาที่ห้องของเธอเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเก็บตัวฝึกตน
คราวนี้เธอพร้อมที่จะบุกทะลวงและก้าวเข้าสู่อาณาจักรปราการสวรรค์โดยสมบูรณ์แล้ว
แม้เธอจะเริ่มช้ากว่าอัจฉริยะ​คนอื่น, แต่โชคดีด้วยความช่วยเหลือจากเย่หวู่ชาง, เธอก็สามารถตามทันจนได้
เเละยามนี้….ในขณะที่​เย่หวู่ชางกำลังจะไปเผชิญหน้า​กับนิกายดาบสังหารวารี, เธอกลับไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงแทบรอไม่ไหวเเล้วที่จะทะลวงผ่านอาณาจักร​
อีก​ด้าน​หนึ่ง​
เมื่อเห็นว่าผู้ฝึกตนทั้งหมดจากสามตระกูลหลักตายลงด้วยน้ำมือของเย่ว์รู่ชวง…..กองกำลังในมณฆลเมฆาอัศนีทั้งหมดก็ตระหนักได้ทันที​ว่าตระกูลเย่กำลังจะขึ้นสู่อำนาจนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เกรงว่าในอนาคต, มณฆลเมฆาอัศนี จะกลายเป็นการแสดงเดี่ยวสำหรับตระกูลเย่
ยามนี้ตระกูลขนาดเล็กและขนาดกลางจำนวนมากกำลังพิจารณาที่จะถอยทัพออกไป
ด้วยการนำโดยผู้อาวุโสทั้งห้า ตระกูลเย่จึงเริ่มกลืนกินทรัพยากรของสามตระกูลหลักอย่างง่ายดาย​
พวกเขาทุกคนล้วนตื่นเต้น
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเองก็ไม่ได้คาดหวังกับผู้นำตระกูลผู้ไม่เคยดูแลเรื่องต่างๆอย่างจริงๆจังๆคนนั้น จะกลายเป็นผู้​ฝึกตนในอาณาจักรปราการสวรรค์ไปได้
เเต่ในเวลาเดียวกัน, พวกเขาก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับเย่หวู่ชางที่กำลังไปเผชิญหน้า​กับนิกายดาบสังหารวารี
……..
อีกด้าน​หนึ่ง​
นิกายดาบสังหารวารีนั้นตั้งอยู่ในเทือกเขาขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของเมืองเหิงหลิง
สถานที่เกือบทั้งหมดของที่นั่นเป็นอาณาเขตของนิกายดาบสังหารวารี
ทั้งนิกายมุ่งเน้นไปที่การฝึกฝนดาบเป็นหลัก, และตระกูล​หลักในมณฑลใหญ่หลายแห่งใกล้เคียง…..ก็มีข่าวลือว่าเป็นผู้ฝึกตนในสังกัด​ของนิกายดาบสังหารวารี
เห็นได้ว่าตำแหน่งของนิกายดาบสังหารวารีอยู่ในระดับสูงสุดอย่างแน่นอน
และลูกศิษย์ทุกคนของนิกายดาบสังหารวารีจะมีความภาคภูมิใจอย่างมากในการเข้าร่วมนิกาย
อย่างไรก็ตามในยามนี้
เหนือนิกายดาบสังหารวารี….จู่ๆก็เกิดเสียงคำรามดังสนั่น
สาวกจำนวนนับไม่ถ้วนล้วนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสับสน
"เกิดอะไรขึ้น?"
"นั่นมันอะไรกัน?"
ขณะที่พวกเขากำลังงงงวย
ปราณดาบอันน่าสะพรึงกลัวเเละกว้างหลายร้อยเมตรก็ตกลงมาจากท้องฟ้า
บูมมมม!
ปราณดาบอันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกความไร้หนทาง
ราวกับว่าสวรรค์และโลกนี้กำลังจะถูกทำลายลงด้วยปราณดาบอันน่า​สะพรึงกลัว​นี้
ฉากนี้ทำให้ใบหน้าของผู้คนนับไม่ถ้วนล้วนเปลี่ยนสี
“นั่นใคร!”
“ช่างกล้านักที่มาต่อต้านนิกายดาบสังหารวารี!”
“ผู้บุกรุกเป็นใคร?”
ในขณะนั้น, เสียงนับไม่ถ้วนจากปรมาจารย์​ในนิกายดาบ​สังหาร​วารีก็​ดังขึ้นทันที
“อุกอาจนัก, ใครกล้ายั่วยุนิกายดาบสังหารวารีของข้า?”
ทันใดนั้น​, เสียงอันทรงพลังที่สุด​ในนิกายดาบสังหารวารีก็โต้ตอบมาพร้อมกับปราณดาบยาวร้อยจ้าง
เมื่อเห็นสิ่งนี้, สาวกหลายคนของนิกายดาบสังหารวารีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เพราะเสียงนี้คือเสียงของผู้นำนิกายของพวกเขา…..ถูเฟิงหลินซึ่งเป็นผู้​ฝึกตนอาณาจักรปราการสวรรค์ขั้นที่ แปดระดับสูงสุด
อย่างไรก็ตาม, ขณะที่พวกเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ…..โดยคิดว่าปราณดาบของผู้นำนิกายจะสามารถ​ทะลุผ่านปราณดาบและสังหารผู้บุกรุกได้
หากแต่สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา
เพราะตอนนี้, ปราณดาบที่เหมือนจะอยู่ยงคงกระพันของถูเฟิงหลินนั้นดูจะเปราะบางเป็นพิเศษในครั้งนี้​
ด้วยการปะทะกันเพียงครั้งเดียว ปราณดาบของถูเฟิงหลินก็สูญสลายกลายเป็นเศษพลังงานวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนทันที​
หลังจากนั้น พวกเขาก็เห็นปราณดาบที่น่าสะพรึงกลัวของผู้บุกรุก​ตกลงมาที่สำนักงานใหญ่ของนิกายดาบสังหารวารีโดยที่พลังของมันไม่ลดลง​เลย
สาวกที่มีความมั่นใจแต่เดิมเริ่มเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน, เเละรู้สึกถึงความกดดันแห่งความตาย
"ไม่จริงน่า...!"
บูมมมมม~!
พร้อมกับเสียงอึกทึกครึกโครม​เช่นมังกรคำราม, เสียงนับไม่ถ้วนถูกกลบด้วยเสียงของการโจมตีนี้
ผู้เห็นเหตุการณ์โดยรอบต่างตกตะลึง
การโจมตีครั้งนี้ทำให้คนของนิกายดาบสังหารวารีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งถูกฝัง!
ผู้บุกรุกคนนี้คือใครกัน…..เขาน่ากลัวมาก!
ขณะเดียวกันภายในนิกายดาบสังหารวารี, รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวและเจตนาฆ่าก็ปะทุขึ้น
………………………..