- หน้าแรก
- เขี่ยพระเอกขยะทิ้งไป แล้วพวกเรามาเดินเคียงข้างกันเถอะ
- บทที่ 21: แอบกินแตงหวานกว่าหรือเปล่า?
บทที่ 21: แอบกินแตงหวานกว่าหรือเปล่า?
บทที่ 21: แอบกินแตงหวานกว่าหรือเปล่า?
บทที่ 21: แอบกินแตงหวานกว่าหรือเปล่า?
"นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกันเนี่ย?!"
แม่เจียงแทบจะสติแตก
เธอถึงกับนึกสงสัยว่าตาตัวเองฝาดไปหรือเปล่า เธอตาฝาดไปใช่ไหม?
แต่...
มันจะเป็นไปได้ยังไงที่เธอจะตาฝาด!
เจียงหนิงกล้าทำเรื่องแบบนั้นกลางวันแสกๆ กับเด็กผู้หญิงที่ชื่อไป๋เจิ้นอวี่ เรื่องที่ควรจะทำเฉพาะแค่หนุ่มสาวที่รักกันเท่านั้น
"ฉันหัวโบราณไปหรือเปล่า? หรือว่าวิธีแสดงความเป็นเพื่อนของเด็กสมัยนี้มันต่างจากคนหนุ่มสาวในยุคของเรา?"
แม่เจียงถอนหายใจ
เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าระหว่างเจียงหนิงกับไป๋เจิ้นอวี่จะมีความรู้สึกอื่นใดเกินเลยไปกว่าคำว่าเพื่อน
"ฉันไม่ควรคิดมากไปก่อน ขอสืบดูสถานการณ์ให้แน่ใจก่อนดีกว่า!"
...
ที่มหาวิทยาลัย
ลู่สวี่นอนแหมะอยู่บนเตียงในหอพัก เอามือนวดขมับตัวเองอย่างแรง
เมื่อคืนเขาดื่มหนักไปหน่อย แถมยังโดนสาดน้ำใส่จนเปียกโชก หนาวสั่นไปค่อนคืน เช้านี้เขาเลยรู้สึกอ่อนเพลียไปทั้งตัวและปวดหัวอย่างหนัก อาการแบบนี้ชัดเจนว่าเขาเป็นไข้หวัดเข้าให้แล้ว
ในเวลานี้ เขานอนอยู่ในห้องพักเพียงลำพัง
อันที่จริง ตั้งแต่เจียงหนิงเสนอที่พักให้ เขาแทบไม่ได้กลับมานอนที่หอพักเลย ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเพื่อนร่วมห้องจึงเหินห่างกันไปมาก
ห้องพักที่ว่างเปล่าทำให้เขารู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด
ลู่สวี่พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาด้วยความหดหู่ใจ
เมื่อคืนเขาภาพตัดไปบ้าง จำไม่ได้แล้วว่าพูดอะไรออกไปบ้าง
อย่างไรก็ตาม เขาพอจะเดาได้ว่ามันคงไม่ใช่คำพูดที่น่าฟังนัก
คำพูดเหล่านั้น ต่อให้เป็นเด็กสาวที่แสนดีอย่างไป๋เจิ้นอวี่ ก็คงให้อภัยได้ยาก
"ฉันวู่วามเกินไปจริงๆ"
ลู่สวี่ผู้ซึ่งมักจะเจ้าเล่ห์และมีแบบแผนอยู่เสมอ แทบไม่เคยแสดงท่าทีลุกลี้ลุกลนเช่นนี้มาก่อน
สิ่งนี้ทำให้เขาตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าไป๋เจิ้นอวี่มีความสำคัญต่อเขามากเพียงใด
เขาจะมัวรอให้โปรเจกต์ประสบความสำเร็จ ทำเงินก้อนแรกได้ แล้วค่อยไปสารภาพรักกับไป๋เจิ้นอวี่ไม่ได้แล้ว
ถึงตอนนั้น ไป๋เจิ้นอวี่อาจจะไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป!
"ช่วงนี้ฉันคงต้องพยายามเอาใจเธอหน่อยแล้วล่ะ"
"เธออยากได้สร้อยคอเงินราคาเก้าสิบเก้าหยวนนั่นมาตลอดเลยนี่นา ฉันจะซื้อให้เธอก็แล้วกัน"
"แล้วค่อยพาเธอไปกินหม้อไฟหมาล่า สั่งปูอัดเพิ่มให้เธอสักสองชิ้น แค่นี้เธอก็คงพอใจแล้วล่ะมั้ง!"
"ยังไงซะ เธอก็เป็นคนที่ง้อง่ายมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่"
เมื่อคิดได้ดังนั้น ลู่สวี่ก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา กดสั่งซื้อสร้อยคอเงินเส้นนั้นทันที แล้วแคปเจอร์หน้าจอการชำระเงินส่งไปให้ไป๋เจิ้นอวี่
ลู่สวี่: ใกล้วันเกิดของเธอแล้วนี่นา ฉันก็เลยคิดว่าปีนี้จะให้สิ่งนี้เป็นของขวัญวันเกิดเธอดีไหม? อย่าเพิ่งซึ้งจนน้ำตาไหลล่ะ เพราะของขวัญไม่ได้มีแค่นี้หรอกนะ!
หลังจากส่งข้อความไปแล้ว เขาก็กำโทรศัพท์มือถือไว้ในมือและรออยู่นาน แต่ก็ยังไม่ได้รับข้อความตอบกลับจากไป๋เจิ้นอวี่
หลังจากกินยาแก้หวัดเข้าไป เขาก็รู้สึกปวดหัวตึบๆ ตัวเบาหวิว และง่วงนอนเต็มที
ดังนั้น ก่อนที่จะผล็อยหลับไป เขาก็ส่งข้อความไปหาเธออีกสองสามข้อความ
ลู่สวี่: ฉันขอโทษจริงๆ สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ อย่าโกรธฉันเลยนะ? โปรเจกต์มันไม่ค่อยราบรื่น ฉันก็เลยอารมณ์เสียนิดหน่อย เลยเผลอดื่มหนักไปหน่อยน่ะ
ลู่สวี่: ฉันแค่อยากหาเงินให้ได้เยอะๆ จะได้ซื้อรถซื้อบ้านในเมืองนี้ได้เร็วๆ และสร้างอนาคตที่สดใสให้กับเราสองคนไงล่ะ
ลู่สวี่: เจิ้นอวี่ ฉันไข้ขึ้นตั้ง 40 องศาแน่ะ รู้สึกเหมือนใกล้จะตายเลย เธอมาเยี่ยมฉันหน่อยได้ไหม?
หลังจากส่งข้อความเหล่านี้ไป เขาก็ยัดโทรศัพท์มือถือไว้ใต้หมอนทันที
ในขณะเดียวกัน ไป๋เจิ้นอวี่เพิ่งจะลงจากรถของเจียงหนิง
พวกเธอไม่ได้เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน และเจียงหนิงก็ไม่เคยมาที่มหาวิทยาลัยของไป๋เจิ้นอวี่มาก่อน เธอจึงชวนให้ไป๋เจิ้นอวี่พาเดินชมรอบๆ มหาวิทยาลัยอย่างเป็นธรรมชาติ
ไป๋เจิ้นอวี่มีสีหน้าลำบากใจ "ฉันต้องรีบไปเข้าเรียนจริงๆ ค่ะ ศาสตราจารย์คนนี้เกลียดคนมาสายที่สุดเลย"
เจียงหนิงยิ้มและกล่าวว่า "ถ้างั้นก็ประจวบเหมาะเลย เช้านี้ฉันว่างพอดี ให้ฉันไปนั่งเรียนเป็นเพื่อนเธอเอาไหมล่ะ?"
"หา?"
ไป๋เจิ้นอวี่อยากจะปฏิเสธ แต่เธอกลับถูกจับมือไว้แน่น แถมยังประสานนิ้วเข้าหากันอีกต่างหาก
ใครจะไปทนไหวล่ะ?
ทำไมถึงต้องมาจับมือเธอตลอดเวลาด้วยเนี่ย!
มีนักศึกษาเดินผ่านไปมามากมาย แต่ก็ไม่มีใครรู้สึกแปลกใจที่เห็นผู้หญิงสองคนเดินจับมือกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อไหร่ที่มีคนหันมามอง ไป๋เจิ้นอวี่ก็จะก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย ราวกับว่าเธอทำเรื่องที่น่าอับอายขายหน้าอย่างมาก
"ไม่ได้นะคะ คุณหนูเจียง เดี๋ยวก่อน..."
"เร็วเข้าสิ เดี๋ยวก็สายหรอก"
เมื่อเทียบกันแล้ว เจียงหนิงดูนิ่งสงบกว่ามาก
เธอเริ่มเดินชมมหาวิทยาลัยของไป๋เจิ้นอวี่ไปเรื่อยๆ และเอ่ยปากวิจารณ์นู่นนี่นั่นเป็นระยะ
เมื่อมีนักศึกษาที่รู้จักไป๋เจิ้นอวี่ทักทายเธอระหว่างทาง เจียงหนิงก็จะยิ้มและพยักหน้ารับทักทายพวกเขาด้วยเช่นกัน
"อ้าว นักศึกษาไป๋ นี่ญาติหรือเพื่อนของเธอจ๊ะ?" อาจารย์สาวในชุดสูททำงานเดินตรงเข้ามาหาไป๋เจิ้นอวี่
ดูเหมือนพวกเธอจะสนิทสนมกันพอสมควร
ไป๋เจิ้นอวี่รีบชักมือกลับทันที ใบหน้าของเธอแดงก่ำพลางอธิบาย "ไม่ใช่ญาติค่ะ! เราเป็นแค่... เพื่อนร่วมชั้นธรรมดาๆ ค่ะ!"
อะไรคือการกินปูนร้อนท้อง?
นี่แหละใช่เลย
ใครเห็นท่าทางของเธอแบบนี้ ก็ต้องคิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเธอมีอะไรลึกซึ้งแน่ๆ
อาจารย์สาวร้อง "อ๋อ?" ทันที จากนั้นก็พิจารณาเจียงหนิงอย่างละเอียด พร้อมกับเผยรอยยิ้มที่มีความหมายแฝง
"นักศึกษาเรียนอยู่คณะอะไรจ๊ะ?"
เจียงหนิงตอบว่า "ฉันไม่ได้เรียนอยู่ที่นี่ค่ะ"
"อ้าว งั้นเหรอจ๊ะ!"
อาจารย์สาวพยักหน้าและยิ้มอีกครั้ง
"แล้วพวกเธอไปรู้จักกันได้ยังไงล่ะจ๊ะ? ครูจำได้ว่านักศึกษาไป๋มักจะเก็บตัวอยู่คนเดียว และครูก็ไม่เคยเห็นเธอคบหาเพื่อนที่ไหนเลยนี่นา"
เมื่อได้ยินคำถามนี้ เจียงหนิงก็เหลือบมองไป๋เจิ้นอวี่โดยสัญชาตญาณ
ไป๋เจิ้นอวี่ประหม่าจนกำหมัดน้อยๆ แน่น และรีบพูดแทรกขึ้นมาทันที "ฉัน! ฉันทำงานให้เธอค่ะ เป็นพาร์ทไทม์! ครอบครัวของเธอ... ครอบครัวของเธอต้องการคนรับใช้ ฉันก็เลย... ใช่ค่ะ! ตอนนี้ฉันเป็นคนรับใช้ของเธอค่ะ!"
โอ้มายก๊อด
คนรับใช้เนี่ยนะ?
เจียงหนิงอดไม่ได้ที่จะนวดขมับตัวเอง
ยัยเด็กนี่ ซื่อบื้อจริงๆ เลย
การจะหาเหตุผลดีๆ สักข้อมาอ้างเนี่ยมันยากขนาดนั้นเลยหรือไง?
อาจารย์สาวระเบิดเสียงหัวเราะออกมา รีบตบไหล่ไป๋เจิ้นอวี่เบาๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ไม่เป็นไร! มหาวิทยาลัยของเราไม่ห้ามนักศึกษามีแฟนหรอกนะ พวกเธอโตเป็นผู้ใหญ่ อายุยี่สิบกว่ากันแล้ว การมีแฟนมันไม่ใช่เรื่องผิดหรอกจ้ะ ตราบใดที่ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายน่ะนะ"
"เราไม่ได้เป็นแฟนกันนะคะ!"
ไป๋เจิ้นอวี่ร้อนรนจนเสียงหลง
"อาจารย์หลี่ อย่าพูดจาเหลวไหลสิคะ ไม่มีเรื่องแบบนั้นเด็ดขาดเลยค่ะ!"
อาจารย์สาวยิ้มกว้างกว่าเดิมและโบกมือให้เธอ "ครูจะไปเข้าสอนแล้วล่ะ พวกเธอตามสบายนะจ๊ะ ว่างๆ ครูจะชวนไปดื่มกาแฟที่ห้องพักครูนะ"
"อาจารย์หลี่คะ? อาจารย์หลี่!"
เมื่อเห็นอาจารย์หลี่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ แววตาของไป๋เจิ้นอวี่ก็ฉายแววสิ้นหวังออกมาเล็กน้อย
เธอก้มหน้าลงและรีบจ้ำอ้าวเดินไปข้างหน้า ราวกับว่าการทำเช่นนั้นจะช่วยเพิ่มระยะห่างระหว่างเธอกับเจียงหนิงได้
แต่ขาสั้นๆ ของเธอน่ะหรือ
อย่างน้อยขาก็สั้นกว่าเจียงหนิงล่ะน่า
เจียงหนิงเดินตามเธอทันอย่างรวดเร็ว
"การคบกับฉันมันรับยากขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"ฉันไม่ได้ชอบคุณนะคะ!"
ไป๋เจิ้นอวี่โกรธจนแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว
น่าเสียดายที่เธอนั้นบอบบางเกินไป
คนบอบบางแบบนี้ เวลาโมโหอาละวาด ก็ยิ่งทำให้คนมองว่าน่ารักน่าเอ็นดูเข้าไปใหญ่
ไม่มีความน่าเกรงขามเลยสักนิด
"เจียงหนิง คุณไม่รู้เหรอว่าฝืนกินแตงที่ยังไม่สุก มันก็ไม่หวานหรอกนะ?" ไป๋เจิ้นอวี่พยายามปลุกมโนธรรมในใจของเจียงหนิง "ได้โปรดอย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปกว่านี้เลยนะคะ? เรา... อย่างมากเราก็เป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้นแหละค่ะ!"
เจียงหนิงเลิกคิ้วขึ้น
เธอคว้าคอเสื้อของไป๋เจิ้นอวี่แล้วดึงตัวเข้ามาใกล้
คราวนี้ เจียงหนิงไม่ต้องการจะจับมือแล้ว
เธอเลือกที่จะโอบเอวของอีกฝ่ายไว้โดยตรงเลยต่างหาก!
"อ้อ ฝืนกินแตงที่ยังไม่สุกมันไม่หวานงั้นเหรอ?"
พูดจบ เจียงหนิงก็จงใจส่งเสียงหัวเราะ "หึหึหึ" ออกมา ทำเอาไป๋เจิ้นอวี่ถึงกับขนลุกซู่
"ถ้างั้นลองเดาดูสิว่า แอบกินแตงน่ะ มันจะหวานหรือเปล่า?"