- หน้าแรก
- เขี่ยพระเอกขยะทิ้งไป แล้วพวกเรามาเดินเคียงข้างกันเถอะ
- บทที่ 20 ฉันจะยอมฝืนใจปรนนิบัติเธอเอง
บทที่ 20 ฉันจะยอมฝืนใจปรนนิบัติเธอเอง
บทที่ 20 ฉันจะยอมฝืนใจปรนนิบัติเธอเอง
บทที่ 20 ฉันจะยอมฝืนใจปรนนิบัติเธอเอง
สิบนาทีต่อมา
ไป๋เจิ้นอวี่ลงจากรถ เดินเข้ามาในลานกว้างของคฤหาสน์ตระกูลเจียงอีกครั้ง และก้าวผ่านประตูใหญ่ของตระกูลเจียงด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น
"มาสิ มานั่งตรงนี้กับฉัน"
เจียงหนิงยิ้มและกวักมือเรียก ส่งสัญญาณให้เธอมานั่งข้างๆ
"เธอยังไม่ได้กินข้าวเช้ามาใช่ไหมล่ะ? พอดีเลย วันนี้เชฟของฉันทำมื้อเช้าไว้เยอะเกินไป ส่วนที่เหลือก็ยกให้เธอละกัน"
มุมปากของไป๋เจิ้นอวี่กระตุก เมื่อมองไปที่ขนมปังทาเนยที่เห็นรอยกัดแหว่งไปนิดนึงอย่างจงใจ กับนมสดที่ร่องรอยว่าถูกดื่มไปแล้วหนึ่งจิบซึ่งวางอยู่ตรงหน้าเธอ
เอาอีกแล้ว...
ทำไมเจียงหนิงถึงชอบบังคับให้คนอื่นกินของเหลือจากตัวเองนักนะ?
นี่ต้องเป็นอารมณ์ขันแบบวิปริตของเจียงหนิงแน่ๆ!
เธอต้องจงใจแกล้งเธอแน่ๆ
ไป๋เจิ้นอวี่กินไม่ลงจริงๆ ทำได้แค่นั่งนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น
เมื่อเห็นเธอทำหน้ามุ่ย เจียงหนิงก็ถอนหายใจและตัดสินใจจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เธอฉีกขนมปังออกเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วจ่อไปที่ปากของไป๋เจิ้นอวี่ "ดูท่าทางเธอยังไม่ตื่นดีนะ งั้นฉันจะยอมฝืนใจปรนนิบัติเธอเองก็แล้วกัน"
เศษขนมปังติดอยู่ที่มุมปากของไป๋เจิ้นอวี่ เธอถูกบังคับให้อ้าปากรับชิ้นขนมปังนั้นเข้าไป
เธอเคี้ยวอย่างแกนๆ สองสามที กะจะรีบๆ กลืนลงไปให้จบๆ
โชคร้ายที่เศษขนมปังมันดันฝืดคอ เธอจึงไอสำลักออกมาอย่างกะทันหัน
เจียงหนิงอย่างรู้ใจ เธอยื่นแก้วนิวให้พร้อมกับลูบหลังเบาๆ พลางปลอบโยนอย่างอ่อนโยน "ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ กินนะ ดีขึ้นไหม? อยากดื่มอะไรอย่างอื่นหรือเปล่า?"
ท่าทีที่แสนจะเข้าอกเข้าใจของเธอ ทำเอาเหล่าคนรับใช้ในคฤหาสน์ถึงกับตกตะลึง
นี่ใช่เจียงหนิงจริงๆ หรือเปล่า?
คุณหนูเจียงเคยปลอบโยนคนอื่นแบบนี้ด้วยเหรอ?
มีเพียงไป๋เจิ้นอวี่ที่กำลังตกอยู่ภายใต้การจู่โจมด้วยความอ่อนโยนของเจียงหนิงเท่านั้น ที่ล่วงรู้ถึงความขมขื่นของเหตุการณ์ทั้งหมดนี้
ไป๋เจิ้นอวี่รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน บ่งบอกว่าเธอไม่หิวและไม่อยากกินอะไรอีกแล้ว!
"ตอนเช้าฉันมีเรียน ฉันอยาก... ฉันอยากรีบไปโรงเรียน" ไป๋เจิ้นอวี่ยังคงยอมฝืนดื่มนมแก้วที่เจียงหนิงดื่มค้างไว้ ท่าทางของเธอดูจำยอมอย่างถึงที่สุด "คุณหนูเจียง ได้ไหมคะ?"
เจียงหนิงยิ้มและพยักหน้า
หลังจากที่ไป๋เจิ้นอวี่ลุกขึ้นยืน เธอก็ดึงตัวอีกฝ่ายกลับมา "อย่าเพิ่งรีบสิ คุณแม่เจียงกำลังรีบกลับมาจากบริษัทและอยากจะเจอเธอนะ"
"อ๊ะ?!"
ไป๋เจิ้นอวี่สะดุ้งตกใจ
"ฉัน... ฉันว่ามันน่าจะดีกว่าถ้า..."
อย่าดีกว่า!
เธอไม่พร้อมที่จะพบกับครอบครัวของเจียงหนิงเลยสักนิด
ในสภาพที่ดูซอมซ่อแบบนี้ การต้องไปพบกับไฮโซสาวที่มีทรัพย์สินเป็นหมื่นล้าน เธอคงประหม่าจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียวแน่ๆ
"กลัวอะไรกัน? คุณแม่เจียงใจดีมากนะ และท่านก็ชอบเด็กผู้หญิงที่เรียนเก่งๆ แบบเธอเป็นพิเศษเลยล่ะ"
เจียงหนิงพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ
แต่ไป๋เจิ้นอวี่ก็ยังคงพยายามขัดขืนเพื่อจะขอตัวกลับไป
"คุณหนูเจียงคะ คุณเข้าใจผิดแล้ว ผลการเรียนฉันไม่ได้ดีเลย! ฉันมาจากชนบทบนภูเขา สอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ..."
"นั่งลง"
น้ำเสียงของเจียงหนิงเปลี่ยนไป และไป๋เจิ้นอวี่ก็หดตัวลีบด้วยความหวาดกลัวในทันที
เมื่อเห็นสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจของเธอ เจียงหนิงก็รู้สึกทั้งขำทั้งหงุดหงิด และอดไม่ได้ที่จะอยากแกล้งเธออีกครั้ง
"กินต่อไปซะ เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว จะเรียนเก่งหรือไม่เก่งมันก็ไม่ได้เขียนแปะไว้บนหน้าเธอสักหน่อย! อีกอย่าง หน้าตาเธอดูเป็นคนฉลาด มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นพวกหัวกะทิ"
"แต่..."
ไป๋เจิ้นอวี่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการโกหก
เธอเป็นคนขี้กลัวมากๆ จริงๆ
เจียงหนิงเลื่อนจานสเต็กที่อยู่ตรงหน้าตัวเองไปตรงหน้าไป๋เจิ้นอวี่ "เธอก็กินๆ ไปเถอะ เลิกพูดมากได้แล้ว เดี๋ยวฉันจัดการเรื่องนี้ให้เธอเอง"
เมื่อมองดูสเต็กกลิ่นหอมฉุยที่อยู่ตรงหน้า แม้จะรู้สึกประหม่า แต่ไป๋เจิ้นอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
สเต็กชิ้นนี้ย่างออกมาได้น่ากินเหมือนรูปตัวอย่างในเมนูร้านอาหารเป๊ะเลย!
มันดูน่าอร่อยเหลือเกิน
ดูจากสีสันของสเต็กชิ้นนี้แล้ว มันต้องเป็นของแพงระดับพรีเมียมแน่ๆ
แค่สเต็กราคาถูกที่ขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตเธอยังไม่เคยกินเลย นับประสาอะไรกับของหรูหราแบบนี้!
เฮ้อ ทำไมโลกนี้ถึงมีแต่ของอร่อยๆ เต็มไปหมดเลยนะ?
ความสนใจของไป๋เจิ้นอวี่ถูกเบนเข็มไปที่สเต็กเสียส่วนใหญ่
เจียงหนิงสอนวิธีใช้มีดและส้อมให้เธออย่างอดทน แต่เธอก็ยังใช้ไม่ค่อยเป็นสักที จนเจียงหนิงต้องให้ในครัวเอาตะเกียบมาให้เพิ่มอีกคู่
มาถึงตอนนี้ เจียงหนิงก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่า แท้จริงแล้วไป๋เจิ้นอวี่นั้นไม่ได้เป็นคนฉลาดปราดเปรื่องสักเท่าไหร่
อย่างน้อยๆ ก็ไม่ได้ฉลาดอย่างที่เธอจินตนาการเอาไว้
อย่างไรก็ตาม นางเอกคนนี้มีคาแรคเตอร์ที่ขยันขันแข็ง และหลังจากใช้ชีวิตในเมืองหลวงได้ไม่กี่ปี เธอก็ประสบความสำเร็จในที่สุด!
แน่นอนว่านั่นเป็นเรื่องของอนาคต
"เจียงหนิง? เจียงหนิง ลูกอยู่ที่ไหน เจียงหนิง!"
เสียงเรียกอันร้อนรนของคุณแม่เจียง ดึงสติของเจียงหนิงและไป๋เจิ้นอวี่กลับมาในทันที
เมื่อเห็นคุณแม่เจียงรีบวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาในสภาพที่เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่น จมูกของเจียงหนิงก็รู้สึกแสบผ่าวขึ้นมา
แม้จะไม่ใช่แม่บังเกิดเกล้า แต่เจียงหนิงก็ยอมรับความผูกพันในครอบครัวนี้อย่างเต็มหัวใจ
"คุณแม่เจียง หนูบอกแล้วไงคะว่าหนูไม่เป็นไร"
เจียงหนิงรีบลุกขึ้น รับกระเป๋าเป้จากมือของคุณแม่เจียง และช่วยประคองให้เธอนั่งลง
"ดูสิคะ ทุกส่วนในร่างกายหนูยังอยู่ครบดี ไม่บุบสลายตรงไหนเลยใช่ไหมล่ะคะ?"
เพื่อให้คุณแม่เจียงสบายใจ เจียงหนิงรีบหมุนตัวไปรอบๆ ต่อหน้าเธอ เพื่ออวดว่าแขนขาของเธอยังอยู่ดีมีสุข
เมื่อแน่ใจว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนปลอดภัยดี คุณแม่เจียงก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ เธอแสร้งทำเป็นโกรธและตีเจียงหนิงเบาๆ "ลูกนี่นะ เอาแต่ใจตัวเองบ้างก็ดีแล้ว! ไม่ต้องแกล้งทำเป็นเด็กดีมีเหตุผลหรอก แม่รู้ทันลูกน่า"
เจียงหนิงหัวเราะคิกคัก แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ
ทว่าความรู้สึกเศร้าหมองบางอย่างกลับเอ่อล้นขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูก...
ลูกสาวจอมเอาแต่ใจของคุณแม่เจียง ไม่มีวันกลับมาได้อีกแล้ว
ในตอนนั้นเอง คุณแม่เจียงก็สังเกตเห็นคนแปลกหน้าในบ้านในที่สุด
เมื่อเธอเห็นใบหน้าเล็กๆ ที่ดูบริสุทธิ์และน่ารักของไป๋เจิ้นอวี่ เธอก็ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด
ภาพในกล้องวงจรปิดนั้นไม่ค่อยชัดเจนนัก คุณแม่เจียงรู้เพียงแค่ว่าไป๋เจิ้นอวี่หน้าตาดูดีใช้ได้ แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเด็กผู้หญิงที่สวยราวกับนางฟ้าขนาดนี้
เมื่อเทียบกันแล้ว แม้แต่ลูกสาวสุดที่รักของเธอเองก็ยังดูหมองลงไปเล็กน้อย
"เธอคือไป๋เจิ้นอวี่ใช่ไหมจ๊ะ?"
สีหน้าของคุณแม่เจียงดูจริงจังขึ้นมา
"เข้ามาใกล้ๆ สิ ขอฉันดูหน้าเธอชัดๆ หน่อย"
เมื่อเจอคำขอของคุณแม่เจียง ไป๋เจิ้นอวี่ก็ไม่กล้าชักช้าแม้แต่วินาทีเดียว รีบเดินเข้าไปหาทันที
ในเวลานี้ ยังคงมีเศษขนมปังติดอยู่ที่มุมปากของเธอ และดวงตากลมโตที่เปล่งประกายของเธอก็ฉายแววหวาดกลัวและสิ้นหวัง ทำให้เธอดูเหมือนนางฟ้าผู้หลงทางเข้ามาในโลกมนุษย์ที่กำลังสับสนงุนงง ดูเงอะงะน่าเอ็นดู
เธอดู...
ไม่เหมือนเด็กผู้หญิงประเภทที่จะลงมือฆ่าคนเพื่อชิงทรัพย์เลยสักนิด
"คุณแม่เจียง ทำไมถึงทำเสียงดุใส่เพื่อนหนูล่ะคะ?" เจียงหนิงลุกขึ้นยืน เดินไปยืนข้างๆ ไป๋เจิ้นอวี่ เช็ดเศษขนมปังที่มุมปากของเธอออกอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วโอบไหล่เธอไว้
"นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่แม่เห็นลูกมีเพื่อนผู้หญิง" คุณแม่เจียงมองเธอด้วยสายตาที่มีความหมายแฝง "และก็เป็นครั้งแรกด้วยที่แม่เห็นลูกใส่ใจคนนอกที่ไม่ใช่ลู่สวี่ขนาดนี้"
เจียงหนิงหัวเราะเบาๆ แล้วตอบว่า "คุณแม่เจียงคะ คนเรามันก็ต้องเปลี่ยนไปตามกาลเวลานั่นแหละค่ะ"
"สวัสดีค่ะคุณป้า หนูชื่อ... ไป๋เจิ้นอวี่ค่ะ" ในที่สุดไป๋เจิ้นอวี่ก็จำได้ว่าเธอควรจะแนะนำตัว
น้ำเสียงที่นุ่มนวลและแผ่วเบาของเธอฟังดูไพเราะน่าฟังมาก
ความเป็นปรปักษ์ที่คุณแม่เจียงมีต่อเธอก็ลดลงไปบ้างอย่างเป็นธรรมชาติ
"สายมากแล้ว พวกหนูสองคนรีบไปโรงเรียนเถอะ" คุณแม่เจียงมีคำถามมากมายที่อยากจะถามไป๋เจิ้นอวี่ แต่เธอไม่อยากทำให้เพื่อนของลูกสาวต้องลำบากใจต่อหน้าลูกสาวของเธอเอง "เดี๋ยวแม่จะให้คนขับรถไปส่งนะ"
"ขอบคุณค่ะคุณป้า"
"ขอบคุณค่ะคุณแม่เจียง!"
เจียงหนิงจับมือไป๋เจิ้นอวี่อย่างเป็นธรรมชาติและจูงเธอเดินออกไปข้างนอก
ท่าทางที่สนิทสนมของพวกเธอย่อมตกอยู่ในสายตาของคุณแม่เจียงอย่างแน่นอน
คุณแม่เจียงมีสีหน้าครุ่นคิด
เธอลุกขึ้นและเดินตามไปที่ประตู
เมื่อเธอเห็นเจียงหนิงและไป๋เจิ้นอวี่กำลังขึ้นรถ จู่ๆ เจียงหนิงก็ตบก้นไป๋เจิ้นอวี่เบาๆ ทำเอาหญิงสาววัยกลางคนถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"ยัยเด็กดื้อคนนั้น... กำลังทำอะไรอยู่น่ะ?!"