- หน้าแรก
- แสวงบุญหลบภัยในยุทธภพเซียน
- บทที่ 6 วิชาพยัคฆ์มังกร
บทที่ 6 วิชาพยัคฆ์มังกร
บทที่ 6 วิชาพยัคฆ์มังกร
บทที่ 6 วิชาพยัคฆ์มังกร
"นี่มัน..."
เพียงแค่เปิดผ่าน เจียงฟานก็ถึงกับตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูก เพราะเขาไม่สามารถทำความเข้าใจเนื้อหาได้เลยแม้แต่น้อย
ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่ภายในดูราวกับอักขระปริศนาสำหรับเขา ในชาติก่อนเขามีดีกรีถึงขั้นสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ทั้งยังเคยเป็นครูในสถาบันกวดวิชา คอยอบรมสั่งสอนผู้คนมามากมาย แต่ในโลกใบนี้ เขากลับกลายเป็นคนไม่รู้หนังสือไปเสียได้ เขาอ่านออกเพียงแค่ชื่อของตนเองเท่านั้น
ทว่าเรื่องนี้จะโทษเขาคงไม่ได้ ในโลกที่เขายู่นี้ คนยากจนจะมีโอกาสได้เล่าเรียนอ่านเขียนได้อย่างไร มีเพียงเหล่าขุนนางผู้สูงศักดิ์และบุตรหลานตระกูลผู้ดีเท่านั้นที่มีวาสนาได้ศึกษาเล่าเรียน ส่วนชนชั้นล่างอย่างเกษตรกรหรือชาวประมง แค่จะหาเลี้ยงปากท้องให้ยามอิ่มก็แทบสิ้นแรงเสียแล้ว ต่อให้ริอยากจะเรียนรู้ก็ไร้ซึ่งหนทาง อุปสรรคที่วางไว้เป็นชั้นๆ ทำให้คนจนต้องจมปลักอยู่กับความลำบากชั่วชีวิต ไม่อาจตะเกียกตะกายขึ้นสู่ที่สูงได้เลย
ครืน!
ในตอนนั้นเอง เจียงฟานเผลอใช้มือลูบไล้หนังสือเล่มนั้นเบาๆ โดยไม่รู้ตัว พลันบังเกิดแสงสีทองสว่างวาบออกมาจากตัวเขา เข้าโอบล้อมหนังสือไว้ในทันที ชั่วพริบตาต่อมา ตัวอักษรและภาพวาดนับไม่ถ้วนในหนังสือดูราวกับมีชีวิต พวกมันพุ่งทะยานเข้าสู่ส่วนลึกของห้วงสำนึก ก่อนที่หนังสือทั้งเล่มจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงจุดแสงสีทองที่ปรากฏขึ้นในห้วงสำนึก เมื่อเขาลองแตะมันเบาๆ แผงหน้าจอแสงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
นาม: เจียงฟาน
วาสนา: ลิขิตสวรรค์ (คุณลักษณะ: มหาเคราะห์ไม่ตาย ภายหลังจักมีลาภผล)
อายุขัย: 44 ปี
แต้มโชคชะตา: 100
วิชายุทธ์: วิชาพยัคฆ์มังกร (ไม่สมบูรณ์), ขั้นพื้นฐาน (+)
ทักษะ: การประมง (ขั้นพื้นฐาน (+))
ระดับพลัง: ไร้ระดับ
เมื่อเห็นข้อมูลเหล่านี้ เจียงฟานก็เข้าใจได้ทันทีว่านี่คือความสามารถที่ติดตัวมาพร้อมกับวาสนาของเขา เพื่อให้เขาสามารถรับรู้สถานการณ์ของตนเองได้ดียิ่งขึ้น
"ข้าจะมีชีวิตอยู่ได้ถึงเพียงอายุสี่สิบแปดปีอย่างนั้นหรือ"
เจียงฟานพูดไม่ออก แม้เขาจะไม่ได้หวังว่าจะต้องอายุยืนยาวจนแก่เฒ่า แต่อย่างน้อยก็น่าจะถึงเจ็ดสิบหรือแปดสิบปี ทว่าตอนนี้ดูเหมือนเขาจะประเมินสภาพร่างกายของตนเองสูงเกินไป ในฐานะบุตรของชาวประมง เขาต้องเผชิญกับภาวะขาดสารอาหารมาตั้งแต่เยาว์วัย เสื้อผ้าไม่อาจคลายหนาว อาหารไม่เคยอิ่มท้อง ทั้งยังต้องตรากตรำกรำแดดกรำฝน รู้อยู่แก่ใจว่าร่างกายนี้สะสมอาการบาดเจ็บเรื้อรังไว้มากเพียงใด เพียงแต่ตอนนี้เขายังเยาว์วัย อาการเหล่านั้นจึงยังไม่แสดงผลออกมาเต็มที่
บิดามารดาของเขาก็เป็นเช่นนี้ พวกท่านล้มป่วยจากการทำงานหนักเกินตัวจนสิ้นใจไป หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เขาก็คงจะเดินตามรอยเท้าของพวกท่านในไม่ช้า
"หากต้องการแก้ไขปัญหานี้ เห็นทีจะมีเพียงหนทางเดียวคือการฝึกฝนวรยุทธ์"
เจียงฟานกำหมัดแน่น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวิชาพยัคฆ์มังกรนี้คือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดที่เขาได้รับในครั้งนี้ มันเป็นหนึ่งในสุดยอดวิชายุทธ์ของโลกใบนี้ ตามตำนานเล่าว่าพยัคฆ์มังกรเป็นสัตว์เทพที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศและมีฤทธิ์เดชเหลือคณา วิชานี้ถูกสร้างขึ้นโดยเลียนแบบท่วงท่าของสัตว์เทพดังกล่าว หากฝึกฝนจนชำนาญ พลังของมันจะลึกล้ำยากแท้หยั่งถึงและทรงพลังอย่างน่าอัศจรรย์
ทว่าวิชานี้ยังอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ หากมันเป็นวิชาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ วาสนาที่ได้รับคงจะสูงส่งกว่าระดับแปดเป็นแน่
"วิชานี้ช่างล้ำค่ายิ่งนัก"
เจียงฟานรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง เขารู้ดีว่าวิชายุทธ์ในโลกนี้มีความสำคัญเพียงใด โดยพื้นฐานแล้วจะมีเพียงตระกูลใหญ่หรือสำนักยุทธ์เท่านั้นที่มีไว้ในครอบครอง คนธรรมดาสามัญแทบไม่มีโอกาสแม้แต่จะสัมผัส ต่อให้เข้าร่วมสำนักยุทธ์ นอกจากจะต้องเสียเงินทองมหาศาลแล้ว ยังต้องรับใช้ปรนนิบัติอาจารย์อย่างซื่อสัตย์นับสิบปีหรือหลายสิบปี กว่าจะได้รับการถ่ายทอดวิชาเพียงเล็กน้อย หากไปเข้าหาตระกูลใหญ่ก็ต้องยอมตัวเป็นข้ารับใช้เพื่อแลกกับการฝึกฝน การมีอยู่ของวิชายุทธ์จึงเป็นสิ่งที่ปิดกั้นโอกาสของคนธรรมดานับไม่ถ้วนไม่ให้ก้าวหน้าไปมากกว่าที่เป็นอยู่
หากวิชานี้รั่วไหลออกไป ย่อมนำมาซึ่งมหันตภัยร้ายแรง และเขาก็คงไม่มีปัญญาจะปกป้องมันไว้ได้ โชคดีที่พลังลึกลับเมื่อครู่ได้ย่อยสลายคัมภีร์จนกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครอื่นนอกจากเขาที่จะล่วงรู้วิชานี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ได้รับความรู้แจ้ง เขากลับสามารถอ่านออกเขียนภาษาของโลกนี้ได้ในทันที แม้จะยังไม่เชี่ยวชาญนัก แต่เขาก็ไม่ใช่คนไม่รู้หนังสืออีกต่อไป
"ตอนนี้ข้ามีความสามารถสองอย่างที่พัฒนาได้"
"หนึ่งคือวิชาพยัคฆ์มังกร และสองคือทักษะการประมง"
"และทั้งคู่มีเครื่องหมายบวกกำกับอยู่ นั่นหมายความว่าตราบใดที่ข้าใช้แต้มโชคชะตา ข้าก็จะสามารถยกระดับพวกมันได้"
"นี่คือประโยชน์ของแต้มโชคชะตาอย่างนั้นหรือ"
เจียงฟานกำหมัดแน่น ในที่สุดเขาก็ล่วงรู้ถึงความสำคัญของแต้มโชคชะตา การสละแต้มเหล่านี้จะช่วยให้เขาข้ามผ่านขีดจำกัดในการฝึกฝนและยกระดับทักษะได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ลึกล้ำอย่างยิ่ง ในขณะที่ผู้อื่นต้องตรากตรำฝึกฝนอย่างหนักเพื่อความก้าวหน้า แต่เขาเพียงแค่ใช้แต้มโชคชะตาก็เพียงพอแล้ว ความสามารถนี้ช่างมหาศาลนัก เพราะวาสนาของเขาคือลิขิตสวรรค์ สิ่งที่เขาขาดจึงมีเพียงแค่โชคชะตาเท่านั้น
"ทว่าโชคชะตาไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาโดยง่าย"
"คำว่า มหาเคราะห์ไม่ตาย ภายหลังจักมีลาภผล หมายความว่าต้องผ่านพ้นภัยพิบัติมาให้ได้เสียก่อนจึงจะได้โชคชะตามาครอง"
"หากผ่านไปไม่ได้ ก็อาจจะต้องจบสิ้นชีวิตและหนทางแห่งมรรคผล แต่ถ้าผ่านพ้นมาได้ นั่นคือโชคลาภที่สวรรค์ประทานให้"
"ขณะนี้เราอยู่ในยุคสมัยที่วุ่นวาย สิ่งที่ไม่เคยขาดแคลนเลยก็คือภัยพิบัติ"
เจียงฟานรู้สึกว่าวิธีการได้มาซึ่งแต้มโชคชะตานั้นเรียบง่ายมาก เพียงแค่ใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบเชียบก็เพียงพอแล้ว เพราะคนธรรมดาในโลกนี้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากยิ่งนัก ภัยพิบัติมีอยู่ทุกหนแห่ง แค่เพียงเอาชีวิตรอดให้ได้ในแต่ละวันก็ถือว่าต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดแล้ว
"กล่าวคือ ตราบใดที่ข้าทำตัวเรียบง่ายและระแวดระวัง ข้าก็จะผ่านพ้นภัยพิบัติมากมายและได้รับแต้มโชคชะตามาโดยธรรมชาติ"
"จากนั้นข้าก็สามารถใช้พลังลึกลับของแต้มเหล่านั้นมาเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของตนเอง"
"ก่อนหน้านี้ ข้าเพิ่งรอดพ้นจากเคราะห์สังหารของพรรคมังกรเจ้าสมุทรมาได้ จึงได้รับแต้มโชคชะตามาหนึ่งร้อยแต้ม"
"แต้มเหล่านี้สามารถเพิ่มพูนความสามารถต่างๆ ของข้าได้"
เจียงฟานครุ่นคิดถึงหนทางในการพัฒนาตนเอง หากเขาพัฒนาทักษะการประมง เขาจะมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม จับปลาได้มากขึ้น และทำเงินได้มหาศาล กลายเป็นนายพรานปลาผู้ยิ่งใหญ่แห่งหมู่บ้านกุ้ยฮวา หากโชคดีจับปลาวิเศษได้ เขาก็คงไม่ต้องกังวลเรื่องการกินอยู่ไปตลอดชีวิต
แต่หลังจากได้เห็นเหตุการณ์ในวันนี้ เขาก็ประจักษ์แจ้งแล้วว่าในโลกที่โกลาหล พลังฝีมือคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ต่อให้เขาเป็นชาวประมงที่เก่งกาจที่สุด แล้วอย่างไร สุดท้ายมิวายต้องถูกพรรคมังกรเจ้าสมุทรขูดรีดอยู่ดีหรือไม่ แม้แต่ปลาที่เขาจับมาด้วยความยากลำบากก็คงรักษาไว้ไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว ต้องทำงานงกๆ ให้คนอื่นชุบมือเปิบไป แต่หากเขามีพลังฝีมือที่เด็ดขาด พรรคมังกรเจ้าสมุทรมีหรือจะกล้าคิดร้ายต่อเขา หากพวกมันบังอาจลงมือ เขาก็สามารถฟาดฟันพวกมันให้ตายตกไปได้ในพริบตา แต่เมื่อไร้ซึ่งกำลัง เขาก็ทำได้เพียงอดทน ก้มหน้า และลดตัวลงอย่างต่ำต้อย
ดังนั้น ทางเลือกของเขาตั้งแต่ต้นจนจบจึงมีเพียงอย่างเดียว นั่นคือการเพิ่มพูนพลังฝีมือของตนเอง
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ไม่มีอะไรต้องลังเลอีก"
"วิชาพยัคฆ์มังกร จงนำข้าเข้าสู่ระดับพื้นฐาน"
เจียงฟานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกดลงที่เครื่องหมายบวกข้างชื่อวิชาพยัคฆ์มังกร ทันใดนั้น แต้มโชคชะตาทั้งหมดบนแผงหน้าจอก็เลือนหายไป หนึ่งร้อยแต้มที่สะสมมาถูกใช้จนหมดสิ้น