- หน้าแรก
- เรียนท่านประธาน ภรรยาของคุณไปตั้งโต๊ะดูดวงอีกแล้วครับท่าน
- บทที่ 3 ว้าว เร้าใจชะมัด
บทที่ 3 ว้าว เร้าใจชะมัด
บทที่ 3 ว้าว เร้าใจชะมัด
บทที่ 3 ว้าว เร้าใจชะมัด
เมื่อเหลือเวลาอีกเพียงสิบนาที หลินซีที่ราวกับถูกฉีดยากระตุ้นก็ผุดลุกขึ้นพรวดแล้ววิ่งพุ่งตรงไปยังชายหนุ่มคนนั้น
บนร่างของเขามีปราณม่วงโอบล้อม ซึ่งเป็นชะตาแห่งจักรพรรดิโดยกำเนิด สูงส่งจนหาคำเปรียบเปรยไม่ได้
มีเพียงดวงชะตาเช่นนี้เท่านั้นที่จะสะกดกายาหยินสุดขั้วของเธอเอาไว้ได้
เธอรู้สึกพึงพอใจในตัวผู้ชายคนนี้มาก
ท่านอาจารย์ ในที่สุดท่านก็ทำเรื่องที่พึ่งพาได้เสียที
ท่านไปสู่สุคติและไปเกิดใหม่ได้อย่างหมดห่วงแล้วล่ะ ฉันจะไม่ตายแล้ว
หลินซีหยุดยืนห่างจากชายคนนั้นประมาณหนึ่งเมตร ริมฝีปากขยับมุบมิบ ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอย่างไรดี
อาจารย์ของเธอจากไปกะทันหันเกินไป เธอยังไม่ทันได้รู้ชื่อของชายคนนี้ด้วยซ้ำ ขืนพุ่งเข้าไปหาโต้งๆ มีหวังถูกหาว่าเป็นคนบ้าแล้วโดนจับส่งโรงพยาบาลแถวนี้แน่
หลินซีจ้องหน้าชายคนนั้นเขม็ง พยายามจะจับสังเกตอะไรบางอย่างจากโหงวเฮ้งของเขา
ทว่าดวงชะตาของชายหนุ่มนั้นแข็งแกร่งเกินไป ทั้งยังมีปราณม่วงคอยคุ้มครอง ตอนนี้เธอจึงมองไม่เห็นอะไรเลย
ฟู่จิ่งเหยาสัมผัสได้ถึงสายตาอันแรงกล้าที่จ้องมองมา เขาปรายตามองไปทางขวาเล็กน้อย
เป็นเด็กสาวคนหนึ่ง
เธอสวมชุดนักพรตสีน้ำเงินเข้ม มัดผมมวย สะพายย่ามขาดๆ ไว้ด้านหลัง และสวมสร้อยข้อมือหลากสีสัน
ดวงตาของเธอใสกระจ่างเป็นประกาย บริสุทธิ์ดั่งสายน้ำและสุกสกาวราวกับดวงดาว
ฟู่จิ่งเหยามองเธออยู่นานกว่าปกติเล็กน้อย
น่าแปลก ทำไมเขาถึงไปสนใจเด็กสาวแปลกหน้าคนนี้ได้ล่ะ?
ฟู่จิ่งเหยาละสายตาแล้วเดินมุ่งหน้าเข้าไปในโรงพยาบาล
เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาได้รับสายจากคุณป้า
จี้เหิง ลูกพี่ลูกน้องของเขาหมดสติไปโดยไม่ทราบสาเหตุ แม้แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็ยังหาสาเหตุไม่พบ
คืนนี้เขาจึงมาที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการจี้เหิงและลองหาทางออกอื่น
"มองอะไรอยู่วะ?" เฮ่อถิงโผล่มาที่หน้าประตูโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
เหล่าบอดี้การ์ดต่างโค้งคำนับและเอ่ยทักทายอย่างนอบน้อม "คุณชายเฮ่อ"
เฮ่อถิงฉีกยิ้มกว้าง "อย่าเรียกฉันว่าคุณชายเฮ่อสิ รบกวนเรียกว่าประธานเฮ่อจะดีกว่านะ"
เหล่าบอดี้การ์ดต่างหลุบตาลง ทำเป็นหูทวนลมไม่รู้ไม่ชี้
เฮ่อถิงคือแบบฉบับของลูกเศรษฐีรุ่นสองจอมเพลย์บอย วันๆ เอาแต่กิน ดื่ม เที่ยวเตร่ เทียบไม่ได้เลยกับประธานฟู่ของพวกเขา
เฮ่อถิงเป็นคนทำตัวสบายๆ และไม่ค่อยจริงจังนัก มักจะชอบกวนประสาทคนอื่นอยู่เสมอ
หากไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์อันดีระหว่างตระกูลฟู่กับตระกูลเฮ่อ ประธานฟู่คงส่งเขาไปขุดเหมืองที่แอฟริกาตั้งนานแล้ว
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ รอยยิ้มของเฮ่อถิงก็ยังคงอยู่ "โอ๊ะ มีคนสวยอยู่ด้วยนี่นา แล้วก็ไม่ยอมเรียกฉันเลยนะ"
ฟู่จิ่งเหยาปรายตามองเขาอย่างเย็นชา "เฮ่อถิง นายมาทำอะไรที่นี่?"
เฮ่อถิงหาวหวอด "จี้เหิงเป็นลูกพี่ลูกน้องของนาย ส่วนฉันก็เป็นเพื่อนซี้ของนาย น้องนายก็เหมือนน้องฉัน"
"จี้เหิงหมดสติไปทั้งคน ฉันก็ต้องมาเยี่ยมสิ"
"เหอะ! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่"
ฟู่จิ่งเหยาเอ่ยชื่อหนึ่งออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "จี้เจิง"
เฮ่อถิงราวกับแมวที่ถูกเหยียบหาง เขารีบปฏิเสธเสียงหลง "ฉันกับจี้เจิงเลิกกันไปตั้งนานแล้วเว้ย อย่ามาใส่ร้ายกันนะ ที่ฉันมาโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมไอ้คนโชคร้ายอย่างจี้เหิงก็เพราะเห็นแก่นายหรอกนะ แต่นายกลับมาทำร้ายจิตใจฉันแบบนี้..."
ฟู่จิ่งเหยาคร้านจะใส่ใจเขา จึงเดินตรงเข้าไปในโรงพยาบาล
หลินซีเห็นเขากำลังจะไปก็รีบพุ่งพรวดเข้าไปขวาง
"เดี๋ยวก่อน!"
เวลาเหลืออีกแค่ห้านาที เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วโพล่งออกไป "ฉันชื่อหลินซี เป็นศิษย์ของนักพรตเสวียนคง และฉันก็เป็นคู่หมั้นของคุณ!"
เฮ่อถิงหูผึ่งด้วยความสนใจขึ้นมาทันที "นายไปมีคู่หมั้นตั้งแต่เมื่อไหร่วะ? ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย?"
น้ำเสียงของฟู่จิ่งเหยาเย็นเยียบ "นายหุบปากไปเลย!"
เขากวาดสายตามองใบหน้าของหลินซี "ฉันไม่รู้จักเธอ"
หลินซีแอบร้อนรนอยู่ในใจ
อาจารย์ของเธอพึ่งพาไม่ได้เอาเสียเลย ไม่ยอมบอกอะไรหรือให้อะไรไว้เป็นหลักฐานเลยสักอย่าง
เธออธิบายอีกครั้ง "นักพรตเสวียนคง คำว่า 'เสวียน' ที่แปลว่าศาสตร์ลี้ลับ คำว่า 'คง' ที่แปลว่าท้องฟ้า คุณลองคิดดูดีๆ สิ คุณต้องเคยเจอเขาแน่ๆ"
"ไม่รู้จัก ไม่เคยเจอ" ฟู่จิ่งเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย "บอดี้การ์ด ยืนบื้ออยู่ทำไม?"
"ขออภัยครับประธานฟู่" เหล่าบอดี้การ์ดชุดดำรีบก้าวเข้ามาเพื่อจะจับตัวหลินซี
คำว่า "คู่หมั้น" มันน่าตกใจเกินไป จนพวกเขาตั้งตัวไม่ทัน
ขณะที่บอดี้การ์ดชุดดำกำลังปรี่เข้ามา หลินซีก็ยกมือขึ้นกุมหน้าอก หอบหายใจอย่างหนัก ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงในพริบตา
เฮ่อถิงยื่นมือไปขวางบอดี้การ์ดเอาไว้ "ฟู่จิ่งเหยา ดูนายสิ ทำไมถึงได้ดุขนาดนี้เนี่ย? ทำเอาน้องสาวคนสวยตกใจหมดแล้ว เป็นคนที่ไม่โรแมนติกเอาซะเลย"
เขาเดินเข้าไปหาหลินซี "น้องสาว ฟู่จิ่งเหยาเป็นคนเลือดเย็นแถมยังเจ้าเล่ห์จะตายไป เปลี่ยนใจมาอยู่กับพี่ดีกว่าไหมจ๊ะ?"
หลินซีเงยหน้าขึ้นมอง "คุณน่ะไร้น้ำยา"
ผู้ชายจะถูกด่าว่าไร้น้ำยาไม่ได้เด็ดขาด เฮ่อถิงกัดฟันเน้นย้ำทีละคำ "ฉัน-มี-น้ำ-ยา-เว้ย!"
หลินซีเอ่ยอย่างใจเย็น "ใต้ตาของคุณดำคล้ำ คุณชอบดื่มเหล้าและนอนดึก ซึ่งส่งผลให้หยางในไตพร่อง เนื่องจากหยางพร่อง เลือดลมของคุณจึงไหลเวียนไม่สะดวก ส่งผลให้เลือดไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ คุณไม่ได้แค่ไตเสื่อมนะ แต่ร่างกายของคุณยังอ่อนแอมากด้วย"
"คิ้วของคุณหนาที่หัวแต่บางที่หาง แถมยังมีไฝดำที่หางคิ้วซ้าย บ่งบอกว่าคุณมีเรื่องพัวพันกับผู้หญิงเยอะ แต่ล้วนเป็นความรักที่นำพาความซวยมาให้ทั้งสิ้น"
"วังคู่ครองของคุณยุบตัวและมีเส้นสายยุ่งเหยิงเต็มไปหมด หมายความว่าดวงแต่งงานของคุณจะยากลำบาก และเส้นทางความรักก็จะขรุขระเต็มไปด้วยอุปสรรค"
เฮ่อถิงถึงกับอึ้ง
ไตเสื่อม ร่างกายอ่อนแอ ดวงแต่งงานแย่ ความรักมีแต่อุปสรรค... ชะตาชีวิตของเขามันจะบัดซบขนาดนั้นเชียวเหรอ?
ไม่สิ เขาจะไปเชื่อคำพูดไร้สาระของผู้หญิงคนนี้ได้ยังไง!
"เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างเด็ดขาด!" เฮ่อถิงโวยวายเสียงดัง "ในเมืองหลวงแห่งนี้ มีใครบ้างที่ไม่รู้จักฉัน คุณชายเฮ่อ ผู้หล่อเหลา สง่างาม แถมยังมาจากตระกูลที่สูงส่ง"
"ดวงแต่งงานแย่เนี่ยนะ? ความรักมีอุปสรรคเนี่ยนะ?"
เขาถลึงตาใส่หลินซี "เธอพูดจาเหลวไหลทั้งเพ"
หลินซียังคงวิเคราะห์ต่อไป "คุณรักผู้หญิงคนหนึ่งหมดหัวใจ แต่เธอไม่ได้รักคุณ"
"คุณแสร้งทำเป็นไม่รักเธอเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง แต่พอตกดึก คุณก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยมีร่วมกับเธอ คุณเลยคว้าขวดเหล้ามากระดก หวังว่าแอลกอฮอล์จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดไปได้ชั่วคราว แต่..."
"หยุด หยุด พอได้แล้ว!!!"
เฮ่อถิงเริ่มร้อนรน ยัยเด็กนี่มันแปลกประหลาดเกินไปแล้ว
เรื่องระหว่างเขากับจี้เจิงมีคนรู้น้อยมาก แต่คืนนี้ ความลับของเขากลับถูกแฉออกมาจนหมดเปลือก
ถ้าคนอื่นรู้เข้า ศักดิ์ศรีของคุณชายเฮ่อจะเอาไปไว้ที่ไหน?
"ฉะ ฉัน เธอ... เธอ..." เฮ่อถิงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที "ถ้าเธอเก่งนักล่ะก็ ลองดูโหงวเฮ้งฟู่จิ่งเหยาสิ ขอแค่เธอแฉความลับของมันออกมาได้สักเรื่อง ฉันจะจับมันมัดติดเตียงส่งให้เธอเลย"
ให้เพื่อนตายย่อมดีกว่าตัวเองตาย
ในเมื่อเป็นเพื่อนกันแล้ว ก็มาร่วมกันอับอายขายหน้าต่อหน้าประชาชีไปด้วยกันนี่แหละ
หลินซีส่ายหน้า "ดวงชะตาของเขาสูงส่งเกินไป เขามีปราณจักรพรรดิดาวม่วงที่หาได้ยากยิ่ง ฉันไม่สามารถอ่านโหงวเฮ้งของเขาได้ แต่ฉันรู้แค่สิ่งเดียว คือคุณเป็นคู่หมั้นที่ท่านอาจารย์เลือกให้ฉัน"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ คิ้วของฟู่จิ่งเหยาก็กระตุกวูบ
หลินซีจ้องมองเขาเขม็ง ประกายแสงประหลาดวาบขึ้นในดวงตาของเธอ "ฟู่จิ่งเหยา ฉันต้องการให้คุณช่วยชีวิตฉัน"
ตามที่อาจารย์บอก เธอได้พบกับคนในโชคชะตาแล้ว แต่พลังชีวิตในตัวเธอก็ยังคงรั่วไหลออกไปเรื่อยๆ
ในนาทีสุดท้ายนี้ เธอควรจะทำยังไงดี?
เธอยังคิดไม่ออกเลย
ฟู่จิ่งเหยาขยับตัวถอยห่างจากทั้งสองคน คนหนึ่งก็เอาแต่พร่ำเพ้อไร้สาระ ส่วนอีกคนก็สติไม่ดี
เมื่อหลินซีเห็นเขากำลังจะเดินจากไป หัวของเธอก็เริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ เธอทั้งเหนื่อย หิว และง่วงนอน ท้องก็ร้องประท้วงออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
สถานการณ์ของเธอในตอนนี้เปรียบเสมือนคนที่อดข้าวอดน้ำมาสามวันสามคืน แล้วจู่ๆ ก็ได้เห็นขาหมูควันฉุยส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายอยู่ตรงหน้า
แต่กลับทำได้แค่มองตาปริบๆ ไม่มีปัญญากิน
มิหนำซ้ำ ขาหมูแสนอร่อยจานนั้นยังกำลังจะลอยห่างออกไปเรื่อยๆ อีกต่างหาก
ใครจะไปเข้าใจถึงความเศร้า ความเจ็บปวด และความสิ้นหวังแบบนั้นกันล่ะ?
ในหัวของหลินซีตอนนี้มีแต่เรื่องขาหมูเต็มไปหมด เธอพุ่งพรวดไปดักหน้าฟู่จิ่งเหยาแล้วจ้องมองเขาด้วยสายตาลึกซึ้ง
เมื่อถูกจ้องด้วยสายตาแบบนั้น ฟู่จิ่งเหยาก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีและก้าวถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ
หลินซีคว้าข้อมือของชายหนุ่มไว้ ตวัดแขนอีกข้างโอบรอบคอเขา เขย่งปลายเท้า ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ แล้วอ้าปากกว้าง—
ก่อนจะงับลงบนลำคอขาวผ่องของเขา
ฟู่จิ่งเหยา: ??!
บอดี้การ์ดชุดดำ: !!!!
เฮ่อถิง: ว้าว~ เร้าใจชะมัด!