- หน้าแรก
- ในโลกมาร์เวล ผมสร้างมิส ทูบี ด้วยระบบอัจฉริยะ
- บทที่ 4 เผชิญหน้าการลอบโจมตี
บทที่ 4 เผชิญหน้าการลอบโจมตี
บทที่ 4 เผชิญหน้าการลอบโจมตี
บทที่ 4 เผชิญหน้าการลอบโจมตี
ภายในห้องสอบสวนของสำนักงานตำรวจนิวยอร์ก ชายผิวดำร่างสูงใหญ่นั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมพันธนาการด้วยกุญแจมือและตรวนล่ามเท้า
ในขณะนี้ จอร์จ สเตซี่ ผู้บัญชาการตำรวจในชุดสูทสากล กำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ใครเป็นคนสั่งให้แกทำแบบนี้? แล้วพรรคพวกที่เหลือของแกหนีไปไหนหมด? ทางที่ดีแกควรพูดความจริงออกมาเสีย ไม่อย่างนั้นจุดจบของแกไม่สวยแน่"
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายผิวดำกลับเพียงเหยียดหยิ้มเย็นชา "ท่านผู้บัญชาการ ผมก็บอกไปแล้วไงว่าผมแค่เกิดอยากจะปล้นขึ้นมาเฉยๆ ใครจะไปรู้ว่าพวกนั้นไม่ยอมส่งเงินให้แต่โดยดี แล้วพรรคพวกของผมก็ทำปืนลั่นใส่จนพวกเขากลายเป็นศพ เรื่องราวมันก็มีแค่นี้แหละ ไม่มีใครบงการทั้งนั้น"
"บัดซบ! แกคิดว่าตำรวจอย่างพวกเราเป็นไอ้งั่งหรือไง? คิดว่าฉันจะเชื่อเรื่องตลกที่แกแต่งขึ้นมาหรือ?" จอร์จคำรามด้วยความโกรธแค็น
"จะเชื่อหรือไม่ก็ช่าง นั่นคือทั้งหมดที่ผมรู้!" ชายผิวดำเอ่ยจบก็เอนหลังพิงพนักคล้ายกับจะบอกเป็นนัยว่าเขาจะไม่ปริปากพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว
ที่ด้านนอกห้องสอบสวน ลอเรนเฝ้ามองเหตุการณ์ผ่านหน้าจอวงจรปิดอย่างเงียบเชียบ รอยยิ้มกระหายเลือดผุดขึ้นบนใบหน้า
เขารู้ดีว่าจะต้องจัดการสอบสวนอาชญากรอย่างไร
แน่นอนว่าวิธีการสอบสวนของเขานั้นไม่เหมาะจะให้คนนอกเห็น เพราะมันทั้งทารุณและเต็มไปด้วยเลือด
เขาจึงลุกขึ้นยืนและเอ่ยกับข้าราชการระดับสูงของนิวยอร์กหลายคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง "ปิดระบบถ่ายภาพวงจรปิดในห้องสอบสวนให้หมด ฉันจะเข้าไปเค้นความจริงจากมันด้วยตัวเอง!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ข้าราชการเหล่านั้นต่างมองหน้ากัน ก่อนจะเอ่ยประจบประแจงว่า "นายน้อยลอเรน เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ใยต้องถึงมือท่านด้วยเล่า! การทำเช่นนี้จะทำให้ท่านเสียเกียรติเปล่าๆ ให้คนของเราจัดการเถอะครับ เราจะบีบให้มันคายความจริงออกมาให้ได้"
ในฐานะที่เป็นผู้นำของตระกูลธุรกิจการเงินอันดับหนึ่งในสิบของสหรัฐอเมริกา จึงไม่เป็นการกล่าวเกินจริงเลยที่ว่าอำนาจของตระกูลมอร์แกนนั้นสามารถปิดแผ่นฟ้าด้วยมือเดียว
อย่าว่าแต่ข้าราชการระดับสูงของนิวยอร์กเพียงไม่กี่คนที่พยายามจะประจบเอาใจเขาในฐานะทายาทลำดับที่หนึ่งของตระกูลมอร์แกนเลย
แม้แต่สมาชิกสภาคองเกรส หรือแม้กระทั่งผู้ที่พำนักอยู่ในทำเนียบขาว ก็ยังต้องคอยสังเกตสีหน้าและท่าทีของเขา
เพราะในประเทศที่เป็นทุนนิยมสุดขั้วเช่นนี้ บรรดาสมาชิกสภา ข้าราชการระดับสูง หรือแม้แต่ประธานาธิบดี ต่างก็เป็นเพียงหุ่นเชิดของกลุ่มตระกูลการเงินยักษ์ใหญ่เท่านั้น
ผู้ที่กุมเส้นเลือดใหญ่ของคนทั้งประเทศที่แท้จริงไม่เคยใช่ประธานาธิบดี
หากแต่เป็นยักษ์ใหญ่ทางการเงินที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านเหล่านี้ นี่คือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าฐานะในปัจจุบันของเขานั้นสูงส่งเพียงใด
แต่ทว่าด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงยิ่งต้องใส่ใจว่าความจริงเบื้องหลังเรื่องนี้คืออะไร
การที่กล้าลงมือกับตระกูลการเงินที่ควบคุมเส้นเลือดใหญ่ของประเทศเช่นนี้ ขุมกำลังที่อยู่เบื้องหลังย่อมไม่ใช่กระจอกแน่นอน
เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่ชายผิวดำคนนั้นกล่าวอ้างแน่ เบื้องหลังต้องมีมือที่มองไม่เห็นคอยบงการอยู่
และสิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือการกระชากหน้ากากมือที่มองไม่เห็นนี้ออกมา แล้วตัดมันทิ้งเสียให้สิ้นซาก
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตในอนาคตของเขาสงบสุข มิฉะนั้นมันจะกลายเป็นเหมือนหนามที่ปักอยู่ในลำคอ และเป็นเหมือนดาบคมกริบที่แขวนอยู่เหนือศีรษะตลอดเวลา ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเลย
"บางเรื่อง ฉันลงมือทำด้วยตัวเองจะรู้สึกสบายใจกว่า"
ลอเรนเมินเฉยต่อคำประจบสอพลอของเหล่าข้าราชการ และเตรียมจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องสอบสวน
ทว่าในจังหวะนั้นเอง ไฟฟ้าทั่วทั้งสถานีตำรวจก็ดับวูบลงกะทันหัน
ทันใดนั้น หน้าจอที่เพิ่งแสดงภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ก็มืดสนิทลงทันที
เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ ลอเรนก็ระแวดระวังตัวตามสัญชาตญาณ
และในวินาทีนั้นเอง เสียงสาดกระสุนปืนอย่างบ้าคลั่งก็ดังระงึมขึ้น
ก่อนที่ลอเรนจะทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ผนังห้องที่เขาอยู่นั้นกลับถูกแรงระเบิดจากหัวกระสุนปืนใหญ่พังทะลายลง
ทันใดนั้น คลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวก็ถาโถมเข้าใส่ทุกคนในห้องราวกับคลื่นยักษ์
เพียงชั่วพริบตา มันก็พัดพาร่างของผู้คนที่อยู่ใกล้จุดระเบิดจนกระเด็นหายไป
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ ทูบีได้ก้าวเข้ามาขวางหน้าลอเรนไว้ก่อนเพียงก้าวเดียว
เธอใช้ร่างกายที่เป็นเหล็กกล้าฝืนต้านทานแรงปะทะจากการระเบิด ซึ่งช่วยให้ลอเรนรอดพ้นจากโศกนาฏกรรมเช่นเดียวกับคนอื่นๆ
แต่ถึงกระนั้น เศษซากจากการระเบิดยังคงบาดใบหน้าของเขา จนมีหยดเลือดสดๆ ไหลรินลงมา
เมื่อลอเรนสัมผัสที่แก้มที่บาดเจ็บ โทสะอันรุนแรงก็ปะทุขึ้นในดวงตาของเขา
"เจ้านาย ท่านเป็นอะไรหรือไม่!" หลังจากกันแรงกระแทกจากการระเบิดแล้ว ทูบีรีบหันกลับมามองลอเรนที่อยู่ด้านหลัง พร้อมเอ่ยถามด้วยความห่วงใยอย่างเต็มเปี่ยม
"ฉันไม่เป็นไร ยังไม่ตายง่ายๆ หรอก"
"ระวัง!!!"
ในขณะที่ลอเรนกำลังพูดอยู่นั้น จู่ๆ ชายชุดดำหลายคนพร้อมปืนกลมือก็บุกเข้ามาทางรูโหว่ของผนัง
จากนั้น พวกมันก็สาดกระสุนเข้าใส่ผู้รอดชีวิตในห้องโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่ต้องการเหลือผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว
เมื่อเห็นเช่นนั้น ลอเรนจึงรีบกลิ้งตัวไปกับพื้นเพื่อหลบหลังผนัง ทำให้เขารอดพ้นจากการโจมตีของกลุ่มมือปืนได้อย่างหวุดหวิด
ในเวลาเดียวกัน เขาออกคำสั่งกับทูบีด้วยความโกรธจัด "กวาดล้างพวกสวะพวกนี้ให้หมด อย่าให้เหลือ"
"รับทราบ!" เมื่อได้รับคำสั่ง ทูบีก็พุ่งตัวออกไปราวกับเสือดาว เพียงก้าวเดียวเธอก็ไปประชิดตัวมือปืนคนหนึ่ง
เมื่อเห็นหญิงสาวรูปงามปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน ความตกตะลึงก็ผุดขึ้นในดวงตาของชายชุดดำ
ทว่าเพียงพริบตาเดียว เขาก็พยายามเล็งปืนไปที่ทูบี แต่ก่อนที่จะทันได้เหนี่ยวไก ลำคอของเขาก็ถูกทูบีคว้าหมับเข้าให้
จากนั้น ด้วยการบิดเพียงครั้งเดียว เสียงกระดูกหักดังกร๊อบก็ตามมา และโลกของเขาก็มืดมิดลงโดยสิ้นเชิง
เมื่อเห็นหญิงสาวลงมือฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยม ชายชุดดำคนอื่นๆ ต่างก็เล็งปืนไปที่ทูบี หวังจะยิงเธอให้พรุนเป็นรังผึ้ง
แต่ทูบีที่เพิ่งปลิดชีพชายชุดดำไปนั้นได้คว้าปืนพกมาไว้ในมือแล้ว และความเร็วในการตอบโต้ของเธอนั้นมนุษย์ธรรมดาไม่อาจเทียบติด
ดังนั้นก่อนที่พวกมันจะได้ลั่นไก ทูบีก็เป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน
"ปัง! ปัง! ปัง!"
สิ้นเสียงปืน ร่างของชายชุดดำอีกหลายคนก็นอนทอดกายอยู่บนพื้น
มีรูกระสุนประดับอยู่บนหน้าผากของพวกมันทุกคน ล้วนถูกสังหารด้วยการยิงเพียงนัดเดียว
จากเหตุการณ์นี้เห็นได้ชัดว่าฝีมือการยิงปืนของทูบีนั้นแม่นยำเพียงใด
เพียงชั่วพริบตา ชายชุดดำทั้งหมดที่บุกเข้ามาในห้องก็ถูกทูบีส่งลงนรกไปจนสิ้น
"เจ้านาย ภารกิจเสร็จสิ้น กำจัดศัตรูเรียบร้อยแล้วค่ะ"
ทูบีตรวจสอบบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว เธอจึงเดินมาหยดตรงหน้าลอเรนเพื่อรายงานผล
"ดีมาก!" ลอเรนพยักหน้า พลางจัดสูทให้เข้าที่ แล้วเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ภายในห้องนั้นเละเทะไม่มีชิ้นดี มีศพนอนระเกะระกะอยู่ประมาณสิบศพ
นอกจากกลุ่มชายชุดดำแล้ว ข้าราชการระดับสูงหลายคนที่เพิ่งประจบประแจงเขาเมื่อครู่ก็ต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าสลดใจเช่นกัน
ทว่าเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้น ในตอนนี้เขากังวลมากกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นกับชายผิวดำในห้องสอบสวน
ในจังหวะนั้นเอง ผู้บัญชาการตำรวจจอร์จ สเตซี่ ที่มีรอยเลือดติดอยู่บนใบหน้า ก็เดินออกมาจากทางห้องสอบสวนด้วยสีหน้าที่ทะมึนทึง
"คุณลอเรน ผู้ต้องสงสัยตายแล้วครับ!"