- หน้าแรก
- กลายเป็นผมขาว ติดเพื่อนซี้แบบคลั่งรัก
- บทที่ 3 ไม่มีข่าวดีเลยสักนิด
บทที่ 3 ไม่มีข่าวดีเลยสักนิด
บทที่ 3 ไม่มีข่าวดีเลยสักนิด
บทที่ 3 ไม่มีข่าวดีเลยสักนิด
ไป๋เนี่ยนปรายตามองอีกฝ่ายโดยเมินเฉยต่อคำขู่ของคู่กรณีโดยสิ้นเชิง ก่อนจะเดินตรงออกไปจากห้องเรียน
ซูซูที่ถูกเมินกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ แต่เมื่อเห็นครูประจำชั้นยังคงยืนอยู่บนโพเดียม เธอจึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
เหอะ การปลุกพลังอาชีพที่มีพรสวรรค์นี่แหละจะเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเธอกับฉัน!
ในเวลานี้ ณ สนามกีฬาของโรงเรียน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกทั้งระดับชั้นได้มารวมตัวกันจนเนืองแน่น
ใบหน้าของทุกคนแฝงไว้ด้วยความประหม่า แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือความตื่นเต้น
ทุกสายตาจับจ้องไปที่ผู้อำนวยการบนปะรำพิธี ซึ่งกำลังกล่าวสุนทรพจน์อยู่
"เมื่อหลายพันปีก่อน สิ่งลี้ลับได้จุติลงมา ประตูหายนะนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นในโลกมนุษย์ สัตว์ร้ายต่างมิติออกอาละวาด เข่นฆ่าเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างบ้าคลั่ง"
"ดาวเคราะห์สีน้ำเงินเข้าสู่ยุควันสิ้นโลก ประชากรโลกลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ระเบียบสังคมพังทลาย และนานาประเทศล่มสลายลงนับไม่ถ้วน"
"เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราได้ออกสำรวจภายในประตูหายนะ และนับเป็นโชคดีที่พวกเราได้รับพร พลังปราณวิญญาณทั่วโลกฟื้นฟูขึ้น นำพาไปสู่ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนอาชีพสากล"
"และวันนี้คือพิธีปลุกพลังหลังจากที่ทุกคนบรรลุนิติภาวะ หลังจากเล่าเรียนมาตลอดสามปี ครูเชื่อว่าพวกเธอได้ฝึกฝนความรู้ทางทฤษฎีมามากพอแล้ว"
"ครูหวังว่าทุกคนจะสามารถปลุกอาชีพและพรสวรรค์ที่ตนเองปรารถนาได้สำเร็จ"
"ขอให้โชคชะตาแห่งการต่อสู้ของหัวเซี่ยรุ่งโรจน์ ขุนเขาและสายน้ำคงอยู่คู่ความปลอดภัย และขอให้ทุกคนผงาดกล้าดั่งมังกร!"
"พิธีปลุกพลัง เริ่มต้น ณ บัดนี้!"
เมื่อผู้อำนวยการกล่าวจบ บรรดาครูด้านล่างก็เริ่มจัดระเบียบให้นักเรียนเข้าแถวตามลำดับเลขที่เพื่อเข้าสู่ค่ายกลปลุกพลัง
แววตาของผู้อำวยการมีประกายแห่งความหวัง แม้ที่นี่จะเป็นโรงเรียนมัธยมที่รั้งท้าย แต่การปลุกพลังนั้นขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ ไม่ใช่ระดับของโรงเรียน
จะหาว่าฉันไม่มีระดับก็ได้ แต่จะมาหาว่าพรสวรรค์ของเด็กฉันต่ำต้อยนั้นไม่ได้เด็ดขาด
"ห้องหนึ่ง ฮว่าเฉินเฉิน ปลุกพลังอาชีพระดับลี้ลับ 【นักร้อง】 พร้อมพรสวรรค์ระดับบี 【เทพแห่งดนตรี】!"
...
"ห้องสอง ไช่คุนคุน ปลุกพลังอาชีพระดับปฐพี 【เด็กฝึกหัด】 พร้อมพรสวรรค์ระดับเอ 【กระแทกเขาเหล็กกล้า】!"
...
นักเรียนแต่ละคนที่ปลุกพลังพรสวรรค์และอาชีพได้สำเร็จ จะถูกประกาศชื่อเสียงเรียงนามอย่างกึกก้องและบันทึกข้อมูลโดยเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ข้างๆ และในไม่ช้าก็ถึงคิวของห้องสาม
ไป๋เนี่ยนซึ่งยืนอยู่ท้ายแถวสังเกตเห็นว่าในขณะนี้ สีหน้าของเหล่าผู้นำบนปะรำพิธีดูเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย
ผ่านไปกว่าร้อยคนจากสองห้อง อย่าว่าแต่อาชีพระดับนภาเลย แมแต่อาชีพระดับปฐพีก็ยังมีเพียงคนเดียวเท่านั้น
การแบ่งระดับอาชีพ หลังจากผ่านการพัฒนามานับพันปีก็ได้กลายเป็นระบบที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ โดยแบ่งออกเป็นสี่ระดับคือ นภา, ปฐพี, ลี้ลับ และเหลือง
ในบรรดาระดับเหล่านี้ ยังแบ่งย่อยออกเป็นสองประเภทหลัก คือ อาชีพสายใช้ชีวิต และอาชีพสายต่อสู้ ทว่าการแบ่งประเภทนี้ไม่มีความสัมพันธ์ที่ตายตัวกับระดับของอาชีพ
นอกจากนี้ อาชีพระดับเหลืองจะไม่มีพรสวรรค์ติดตัวมาด้วย และจะถูกกำหนดให้เป็นอาชีพสายใช้ชีวิตอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในระดับที่สูงกว่านั้น อาชีพสายใช้ชีวิตก็ยังสามารถปรากฏขึ้นได้ แต่เนื่องจากพวกเขามีพรสวรรค์ติดตัว บางอาชีพจึงสามารถทำหน้าที่สนับสนุนได้อย่างยอดเยี่ยม
ไม่เป็นการกล่าวเกินจริงเลยที่จะบอกว่า อาชีพระดับเหลืองและระดับลี้ลับนั้นมีสัดส่วนรวมกันถึงร้อยละ 89 และยังเป็นขอบเขตการปลุกพลังของคนธรรมดาส่วนใหญ่อีกด้วย
"ทำไมมันไม่เหมือนที่เขียนไว้ในนิยายเลยล่ะ ทำไมยังไม่มีอัจฉริยะปรากฏตัวออกมาสักที?"
ไป๋เนี่ยนยังคงสงสัย หรือว่าระบบกำลังเตรียมการให้เธอได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งงาน?
เมื่อคิดได้ดังนี้ เธอก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
คราวนี้แหละ เธอจะทวงคืนทุกอย่างที่เคยสูญเสียไป!
เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า ไป๋เนี่ยนขยับจากท้ายแถวมาจนถึงหน้าสุด และคนที่กำลังเดินขึ้นไปตอนนี้ก็คือซูซู
ยัยนั่นแซงคิว โดยจงใจแทรกตัวมาอยู่ข้างหน้าเธอ
ไป๋เนี่ยนอยากจะเห็นนักว่าคนอย่างนั้นจะปลุกพลังอาชีพอะไรออกมาได้
"ห้องสาม ซูซู ปลุกพลังอาชีพระดับนภา 【ผู้เผาไหม้】 พร้อมพรสวรรค์ระดับเอ 【การควบคุมไฟ】!"
ทันทีที่เจ้าหน้าที่ประกาศจบ ทั้งสนามก็ตกอยู่ในความตกตะลึง ส่วนเหล่าผู้นำบนปะรำพิธีก็คลี่ยิ้มออกมาทันที
เหล่านักเรียนโดยรอบเริ่มกระซิบกระซาบกันอย่างเซ็งแซ่
"พรสวรรค์ระดับเอสนั้นหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ระดับเอนี่ก็ถือว่าเป็นจุดสูงสุดแล้ว!"
"ให้ตายสิ เห็นคนอื่นเก่งกว่าแล้วมันน่าโมโหชะมัด!"
"อย่าไปอิจฉาเขาเลย ไม่มีอาชีพไหนที่อ่อนแอที่สุด มีแต่พรสวรรค์ที่อ่อนแอที่สุดเท่านั้นแหละ"
"ใช่แล้ว สมัยที่เหล่าบุคคลผู้ยิ่งใหญ่เริ่มบุกเบิกยุคแห่งการเปลี่ยนอาชีพสากล มีใครบ้างที่เป็นระดับนภาตั้งแต่ต้น?"
"พูดน่ะมันง่าย ฉันได้ระดับเหลืองนะ แล้วพรสวรรค์ฉันอยู่ไหนล่ะ?"
"ระดับเหลืองเขาไม่นับว่าเป็นพรสวรรค์หรอก"
...
สายตาของไป๋เนี่ยนคมปลาบขึ้นขณะยืนอยู่ใต้เวที นี่มันตั้งใจจะแข่งกับเธอชัดๆ
แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเธอจะแสดงอาชีพระดับนภาและพรสวรรค์ระดับเอสให้ดู รับรองว่าพวกนี้ต้องอ้าปากค้างกันหมดแน่
ซูซูเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ พลางมองมาทางกลุ่มนักเรียนห้องสามด้วยสายตาท้าทาย ไป๋เนี่ยนรู้ดีว่ายัยนั่นกำลังมองมาที่เธอ
และแล้วก็ถึงคิวของไป๋เนี่ยน เธอเดินขึ้นไปยังค่ายกลปลุกพลังด้วยท่าทีสงบ
วิธีการปลุกพลังนั้นถูกพร่ำสอนมานับครั้งไม่ถ้วน โดยไม่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่เตือน เธอหลับตาลงและเริ่มตั้งสมาธิเพื่อสัมผัสถึงพลัง
ในชั่วพริบตา พลังงานสีทองภายในค่ายกลปลุกพลังก็เริ่มไหลบ่าเข้าสู่ร่างกายของไป๋เนี่ยน เธอรู้สึกได้ถึงขุมพลังลี้ลับภายในตัวที่กำลังถูกกระตุ้น
ทั่วทั้งร่างถูกห่อหุ้มด้วยความรู้สึกอบอุ่น จิตใต้สำนึกของไป๋เนี่ยนเอื้อมออกไปสัมผัสกับพลังงานนี้
ทั้งสองสิ่งค่อยๆ หลอมรวมเข้าด้วยกัน และในขณะนั้นเอง เสียงที่ปราศจากอารมณ์ก็ดังขึ้นในหัวของเธอ
"【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำการผูกมัดระบบภารกิจสุ่มรายวันได้สำเร็จ!】"
"【ระบบนี้เน้นความสุ่มเป็นหลัก: สุ่มเวลา, สุ่มสถานที่, สุ่มภารกิจ, สุ่มรางวัล!】"
"【ข้อสงวนสิทธิ์: ระบบนี้ออกให้โดยสำนักงานระบบหมื่นโลก สำหรับผู้ทะลุมิติที่เสียชีวิตจากรถบรรทุกพ่วงโดยเฉพาะ】"
หลังจากสิ้นสุดสามประโยคนี้ ระบบก็เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ไป๋เนี่ยนไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับการปรากฏขึ้นของระบบเลย เธอดูจะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว
ก็ในเมื่อเธอเป็นผู้ทะลุมิตินี่นา?
ความคิดของเธอกลับคืนสู่ปัจจุบัน พิธีปลุกพลังของเธอสิ้นสุดลงแล้ว
"ห้องสาม ไป๋เนี่ยน ปลุกพลังอาชีพระดับเหลือง 【นักสะกดจิต】!"
เจ้าหน้าที่ประกาศเสียงดัง แต่นักเรียนรอบข้างกลับไม่มีใครรู้สึกประหลาดใจ เพราะคนส่วนใหญ่ก็ปลุกพลังได้ระดับเหลืองกันทั้งนั้น
มีเพียงไป๋เนี่ยนคนเดียวที่ตกใจ "เดี๋ยวนะ คุณทำอะไรผิดหรือเปล่า?!"
เจ้าหน้าที่มองเธอด้วยสายตาเหมือนมองคนโง่ เขาเจอคนที่ยอมรับความจริงไม่ได้มามากต่อมากแล้ว
ไม่นะ ฉันหยิบบทมาผิดหรือเปล่า?!
แม้ไป๋เนี่ยนจะไม่ยินยอมพร้อมใจนัก แต่การเสียเวลาโวยวายอยู่ที่นี่มีแต่จะทำให้เธอดูโง่เขลามากขึ้น เธอจึงจำใจเดินลงจากแท่นปลุกพลัง
"ฮ่าๆๆ ไป๋เนี่ยน เธอน่ะเหมาะจะเป็นนักจิตวิทยามากกว่านะ!" ซูซูเยาะเย้ยอย่างไม่ไว้หน้าเมื่อเห็นไป๋เนี่ยนกลับเข้าแถว
ตอนนี้ทั้งสองคนต่างกันราวฟ้ากับดิน สถานะของพวกเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงราวกับพลิกฝ่ามือ
นั่นสิ มดปลวกเช่นนี้จะมาเป็นภัยคุกคามต่อเธอได้อย่างไร?
แต่ในเวลานี้ ไป๋เนี่ยนไม่มีเวลามาต่อแยกับแมลงวันที่น่ารำคาญตัวนี้ เธอเอาแต่เรียกหาระบบในใจอย่างบ้าคลั่ง
ในเมื่อการปลุกพลังมีปัญหา เธอคงต้องพึ่งพาสุดยอดตัวช่วยของเธอแล้ว
ระบบ ระบบ อยู่ไหม?
เรียกหาระบบ! เรียกหาระบบ!
เปิดงาดำ!
ไอ้บรรพบุรุษเอ๊ย!
แต่ไม่ว่าเธอจะเรียกอย่างไร ระบบก็เงียบกริบราวกับตายไปแล้ว
ข่าวดีคือมีระบบ แต่ข่าวร้ายคือมันตายไปแล้ว
ข่าวดีคือฉันปลุกพลังได้ แต่ข่าวร้ายคือมันเป็นการเกิดใหม่ของคนธรรมดา
ไป๋เนี่ยนถึงกับพูดไม่ออก
"ฉันจำได้ว่าร่างกายนี้ไม่ได้เจ็บป่วยตรงไหนนี่นา?" ไป๋เนี่ยนขมวดคิ้ว ตอนนี้เธอต้องพิจารณาคำถามสำคัญข้อหนึ่ง "ไอ้เสียงที่ได้ยินเมื่อกี้ มันไม่ใช่หูฝาดไปเองใช่ไหม?!"
ทัศนคติของเธอเริ่มพังทลาย คราวนี้เธอจะไปต่อได้อย่างไร?
พิธีปลุกพลังยังคงดำเนินต่อไป แต่ไป๋เนี่ยนที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนไม่ได้ยินเสียงพูดคุยของนักเรียนคนอื่นอีกแล้ว
เธอถอนหายใจยาวด้วยความรู้สึกมืดแปดด้าน