- หน้าแรก
- ทะลุมิติ แผนการชิงตัวพระรอง
- บทที่ 7: ช่วงชิงตำแหน่งตัวร้ายสายบูลลี่ 7
บทที่ 7: ช่วงชิงตำแหน่งตัวร้ายสายบูลลี่ 7
บทที่ 7: ช่วงชิงตำแหน่งตัวร้ายสายบูลลี่ 7
ในระหว่างที่หลินว่างกำลังนั่งทำสีผม คนอื่นๆ ก็วุ่นอยู่กับการตั้งตี้ตีเกมกันอย่างเมามัน จนกระทั่งหลินว่างปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเรือนผมสีขาวเงิน ทุกคนถึงกับตกตะกอนให้กับลุคใหม่ของเขา
เย่เหยียนจ้องมองเด็กหนุ่มผิวเข้มที่มีสีผมเดียวกับตนเองนิ่งๆ ความรู้สึกบางอย่างจู่โจมหัวใจเขาอย่างรุนแรง~
ดวงตาของเด็กหนุ่มผิวเข้มนั้นดำสนิทและเป็นประกาย ราวกับมีแสงไฟวูบไหวอยู่ภายใน คิ้วเข้มหนาได้รูป แม้จะยังเยาว์วัยแต่โครงหน้าก็เริ่มฉายแววคมสันชัดเจน ตอนที่เขายังผมดำ คุณจะรู้ว่าเขาหล่อก็ต่อเมื่อได้มองใกล้ๆ เท่านั้น แต่พอเปลี่ยนมาเป็นสีขาวเงินแบบนี้ เขากลับให้ความรู้สึกที่เจิดจ้าและดึงดูดสายตาอย่างประหลาด ความขัดแย้งระหว่างสีขาวและสีดำสร้างเสน่ห์ที่รุนแรงจนน่าใจสั่น เป็นแรงดึงดูดทางเพศที่พุ่งพล่านออกมาอย่างปิดไม่มิด
"เชี่ยเอ๊ย! หลินว่าง นายหล่อขนาดนี้เลยเหรอวะ?"
"ถ้านายใส่คอนแทคเลนส์สีทองนะ นายจะกลายเป็นเจ้าชายผิวหมึกที่สมบูรณ์แบบเลยละ!"
หลินว่างเองก็ไม่คิดว่าทรงผมนี้จะมีพลังทำลายล้างขนาดนี้ เขาเองยังรู้สึกไม่ชินกับการเปลี่ยนสีแบบปุบปับความจริงเขายังชอบผมดำมากกว่า แต่เมื่อเห็นสายตาของเย่เหยียน เขาก็ยอมที่จะคงสไตล์นี้ไว้ต่ออีกสักหน่อย
"แล้ว... พวกเราจะเอาไงต่อดี?" พวกเขาโดดเรียนมาหลายคาบแล้ว การกลับไปตอนนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลย โดยเฉพาะกลุ่มคนพวกนี้ที่คงไม่เคยคิดจะกลับเข้าห้องเรียนหลังจากชิ่งออกมาแล้วแน่ๆ
เย่เหยียนสบตากับดวงตาที่เป็นประกายของหลินว่าง แววตาของเขาไหววูบก่อนจะเบนไปมองไอ้ผอม แต่พอเห็นผมสีเหลืองของไอ้ผอมแล้วมันช่างทำร้ายสายตาเหลือเกิน เขาจึงหันกลับมามองหลินว่างอีกครั้งแล้วรู้สึกสบายตาขึ้นเยอะ
ความรักในความสวยงามเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ เขาไม่เห็นต้องลนลานเพียงเพราะเอาแต่จ้องหน้าหลินว่างจนใจสั่นหน้ามืดตามัวแบบนี้เลยสักนิด
"งานพิเศษของแกเริ่มกี่โมง?"
"งานพิเศษ? หลินว่าง นายทำงานพิเศษด้วยเหรอ?" ไอ้อ้วนกับไอ้ผอมอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
พวกเขาทั้งคู่มาจากครอบครัวฐานะปานกลางในซิงหลิน แต่ก็ไม่เคยรู้จักใครที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยมาก่อน
"อืม" หลินว่างพยักหน้า "ผมทำอยู่ที่ร้านบาร์บีคิว วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่หกโมงครึ่งถึงสามทุ่มครึ่งทุกวัน"
"ทุกวันเลยเหรอ?"
"ใช่ ถ้ามีธุระด่วนจริงๆ ผมค่อยขอลาผู้จัดการร้านเอา"
"แล้ว... ได้เงินเท่าไหร่เหรอ?" เฉินตงฟางถามอย่างลังเล
"ชั่วโมงละ 25 หยวน"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งสามคนก็มีการตอบสนองที่ต่างกันไป เหมิ่งหนานกับเฉินตงฟางเคยช่วยที่บ้านทำธุรกิจจึงพอรู้ฐานเงินเดือนของพนักงาน สำหรับนักเรียนอย่างหลินว่าง ชั่วโมงละ 25 หยวนถือว่าสูงมากทีเดียว
พอมองดูแบบนี้ พวกเลี่ยวเฟิงนี่แม่่งไม่ใช่คนจริงๆ!
หลินว่างไม่ได้ทำอะไรผิด แถมแม่ก็จากไปแล้ว แต่พวกนั้นกลับเอาภูมิหลังมาเล่นงานเขา ดูอย่างหลินลั่วเฉิงสิ มีรถหรูรับส่ง เสื้อผ้าแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า ตัดภาพมาที่หลินว่างนี่มันไม่ใช่การปฏิบัติที่ลูกนอกสมรสทั่วไปควรจะได้รับเลย นอกจากจะได้เข้าเรียนที่นี่ เขาก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับเด็กกำพร้า
และถ้าเขาไม่ได้เรียนที่นี่ เขาอาจจะไม่ต้องถูกรังแกด้วยซ้ำ!
เหมิ่งหนานเขย่งเท้าขึ้นไปกอดคอหลินว่าง "น้องชาย วางใจเถอะ อยู่กับพวกเรานี่แหละ มีพี่เย่คุ้มหัวอยู่ หลินลั่วเฉิงไม่กล้าทำอะไรนายแน่ อย่างน้อยช่วงเวลาในมหาวิทยาลัยไม่กี่ปีนี้ จะไม่มีใครกล้ารังแกนายอีก"
เย่เหยียนรู้สึกไม่พอใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นแขนของเหมิ่งหนานพาดอยู่บนบ่าหลินว่าง เขาเดินเข้าไปเตะเท้าเหมิ่งหนานทีหนึ่ง "ไปได้แล้ว ได้เวลาไปร้านเกม!"
ก่อนจะมุ่งหน้าไปร้านอินเทอร์เน็ต ในฐานะลูกพี่ที่ใส่ใจลูกน้อง เย่เหยียนแวะเข้าร้านมือถือและถอยโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้หลินว่างมันคือ Banana Phone 18 Pro สีมูนไลท์ไวท์ รุ่นเดียวกับที่เย่เหยียนใช้อยู่เป๊ะ
หลินว่างซาบซึ้งจนแทบน้ำตาไหล สมแล้วที่เป็นพระรองสายเปย์ผู้อุทิศตัวเป็นตู้ ATM ให้นางเอกพ่อหนุ่มนักโปรยทานที่แท้จริง พอนึกถึงเนื้อเรื่องที่นางเอกรับของขวัญจากพระรองพลางประกาศกร้าวอย่างมีคุณธรรมว่า ‘อย่าเอาเงินสกปรกของคุณมาดูหมิ่นศักดิ์ศรีของฉัน!’ เขาก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ
ถ้าการให้ของแบบนี้คือการดูหมิ่น ก็ช่วยดูหมิ่นผมให้หนักกว่านี้ทีเถอะ!
ใครจะอยากขยันทำงานในเมื่อสามารถนอนแผ่ให้คนเลี้ยงได้ล่ะ?
หลังจากเปลี่ยนมาใช้เครื่องใหม่ หลินว่างรีบดาวน์โหลด WeChat และล็อกอินทันที โทรศัพท์ส่งเสียงเตือนไม่หยุดมันคือข้อความจากคนที่ติดต่อจ้างเขาปั๊มแรงก์เกมเมื่อวานนี้
เฉินตงฟางชะโงกหน้ามาดู "หลินว่าง นายรับจ้างปั๊มแรงก์ด้วยเหรอ?"
"อืม ผมอยากจะออกจากตระกูลหลินน่ะ เลยต้องรีบเก็บเงินค่าเทอมไว้ล่วงหน้า"
เมื่อได้ยินแบบนั้น ทั้งเฉินตงฟางและเหมิ่งหนานต่างก็ยกนิ้วโป้งให้ "ใจเด็ดมาก!"
พวกเขายังไม่กล้าแม้แต่จะคิดเรื่องย้ายออกจากบ้านเลย ถ้าออกไปจริงคงหาเงินเลี้ยงตัวเองไม่ได้แน่ อย่าว่าแต่ค่าเทอมเลยค่าเทอมของซิงหลินแม่่งโคตรแพง!
เย่เหยียนเปิดคิวอาร์โค้ด WeChat ของตัวเองขึ้นมา "แอดมา"
เห็นดังนั้นไอ้อ้วนกับไอ้ผอมก็รีบเปิดคิวอาร์โค้ดบ้าง "น้องชาย แอดพวกเราด้วย เดี๋ยวพวกเราจะดึงเข้ากลุ่มพี่น้อง ‘ตำหนักเย่หวัง’ ของเรา"
ลูกน้อง A: ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่!
ลูกน้อง B: ยินดีต้อนรับๆ! เข้าตำหนักเย่หวังแล้ว รับรองมีกินมีใช้อิ่มหนำสำราญ!
ลูกน้อง C: สมาชิกใหม่ อยู่คลาสไหน? รายงานชื่อมาด้วย GG BOND ดุ๊กดิ๊ก~
L: คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาการเงิน ห้อง 7 หลินว่างครับ
ในกลุ่มแชทเงียบกริบทันที
พวกเขาพอจะได้ยินมาบ้างว่าลูกพี่รับหลินว่างคนนั้นมาเป็นลูกน้อง และบางคนก็เห็นเหตุการณ์มาบ้างแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะได้เข้ากลุ่มเร็วขนาดนี้ ตอนพวกเขากว่าเข้ากลุ่มได้ยังต้องผ่านช่วงทดลองงานตั้งสามวัน
เพียงครู่เดียว กลุ่มแชทก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ลูกน้อง D: น้องชาย มาอยู่ตำหนักเย่หวัง มีลูกพี่คุ้มกะลาหัวอยู่ ไม่ต้องไปกลัวพวกไอ้เลี่ยวเฟิงมัน
ลูกน้อง C: ใช่แล้ว เลี่ยวเฟิงมันก็แค่สวะต่อหน้าลูกพี่เรานั่นแหละ
ลูกน้อง A: เอาเป็นว่า อยู่ใต้ปีกพี่เย่ นายจะเดินกร่างแค่ไหนในซิงหลินก็ได้
ลูกน้อง E: เข้ามาแล้วก็อ่านประกาศกลุ่มด้วยนะ
หลินว่างเช็กดูประกาศกลุ่ม: มันคือ ‘กฎ 8 ประการแห่งเกียรติยศและความอัปยศ’ เวอร์ชันตำหนักเย่หวัง
จงรักภักดีต่อพี่เย่คือเกียรติ คิดคดต่อพี่เย่คือความอัปยศ;
ปรนนิบัติพี่เย่คือเกียรติ ทรยศพี่เย่คือความอัปยศ;
เทิดทูนพี่เย่คือเกียรติ โง่เขลาเบาปัญญาคือความอัปยศ;
ขยันขันแข็งคือเกียรติ เกียจคร้านเฉื่อยชาคือความอัปยศ;
สามัคคีช่วยเหลือกันคือเกียรติ รังแกเพื่อนร่วมคลาสคือความอัปยศ;
กล้าหาญรักพวกพ้องคือเกียรติ หักหลังพี่น้องคือความอัปยศ;
รักษาระเบียบวินัยคือเกียรติ ฝ่าฝืนกฎหมายคือความอัปยศ;
ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงคือเกียรติ ตระหนี่ถี่เหนียวคือความอัปยศ.
สรุปคือ: สนับสนุนลูกพี่ รักษากฎระเบียบ สนุกกับชีวิต ห้ามบูลลี่ในโรงเรียน โดยมีตำหนักเย่หวังเป็นศูนย์กลาง
ดูเป็นระบบระเบียบและมีวินัยดีแฮะ
แล้วพระรองจะเอาลูกน้องเยอะแยะขนาดนี้ไปทำอะไรกันแน่?
นั่นคงเป็นเรื่องที่เขาต้องหาคำตอบในภายหลัง
เนื่องจากต้องไปทำงานที่ร้านบาร์บีคิว หลินว่างจึงขอตัวลาเย่เหยียนและคนอื่นๆ ก่อนเวลา และสิ่งที่ทำให้หลินว่างต้องประหลาดใจก็คือ ที่ร้านมีเพื่อนร่วมงานใหม่เข้ามา ซึ่งเป็นนักเรียนจากมหาวิทยาลัยซิงหลินเหมือนกัน
"อ้าว เสี่ยวหลิน! พี่เกือบจำไม่ได้แน่ะ ย้อมผมแล้วดูดีเชียวนะ!" พี่สาวพนักงานคนเดิมที่เคยทักหลินว่างเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นลุควันนี้ของเขา ดวงตาของเธอก็เป็นประกายด้วยความชื่นชม
หลินว่างยิ้มอย่างว่าง่าย "พอดีไปทำมากับเพื่อนน่ะครับ เพื่อนบอกว่าทรงนี้เข้ากับผมดี"
"เข้ากันมากเลยจ้ะ วันนี้ร้านเราลูกค้าสาวๆ ตรึมแน่" จู่ๆ พี่สาวพนักงานก็นึกอะไรขึ้นได้ "อ้อจริงด้วย เรามีเพื่อนร่วมงานใหม่นะ มาทำงานพิเศษเหมือนกัน ผู้จัดการร้านรับไว้เพราะเห็นว่าเป็นเด็กโรงเรียนเดียวกับนายนั่นแหละ!"
"จริงเหรอครับ? เด็กโรงเรียนผมมาทำงานพิเศษเนี่ยนะ?" หัวใจของหลินว่างกระตุกวูบ คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง?
แต่เมื่อเขาได้เห็นใบหน้านั้น อารมณ์ดีๆ ที่มีมาตลอดทั้งวันของหลินว่างก็มลายหายไปในพริบตา