- หน้าแรก
- การเดินทางข้ามเวลาในเวลาเดียวกัน สืบทอดมรดกของโลก
- บทที่ 5 คัมภีร์ไร้นาม
บทที่ 5 คัมภีร์ไร้นาม
บทที่ 5 คัมภีร์ไร้นาม
บทที่ 5 คัมภีร์ไร้นาม
ในบรรดาดินแดนต่าง ๆ ของบูรพาอุตรทิศ มีตระกูลขุนนางโบราณและดินแดนศักดิ์สิทธิ์อยู่มากมาย ทว่ากลุ่มที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดอย่างแท้จริงนั้นมีเพียงหยิบมือ ซึ่งก็คือเหล่าขุมกำลังที่มีอาวุธจักรพรรดิสุดขั้วไว้ในครอบครอง
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ ตระกูลเจียง และตระกูลจี
ครั้งหนึ่งเคยมีดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเสวียนอยู่ด้วย แต่โชคร้ายที่คนทั้งสำนักบุกเข้าไปในเขตต้องห้ามโบราณกาลจนเกือบสูญสิ้น และอาวุธจักรพรรดิประจำสำนักก็สูญหายไปพร้อมกัน
หลังจากที่ฉินเซิ่งบรรลุเข้าสู่ขอบเขตอีกฟากฝั่ง เขาได้เดินทางไปยังแว่นแคว้นอื่น ๆ และอาศัยช่วงเวลาที่อยู่ในถ้ำเซียนและแดนสิริมงคลเหล่านั้นสืบหาที่ตั้งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวง จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังเหยากวงด้วยความเร็วสูงสุด
ในยุคปัจจุบัน วิถีแห่งฟ้าดินยังไม่ฟื้นตัว การบำเพ็ญเพียรจึงยังเป็นเรื่องยากลำบาก
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตความลับสี่สุดขั้วก็นับเป็นผู้อาวุโสในตระกูลหรือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว ส่วนผู้ที่อยู่ในขอบเขตความลับตำหนักเต๋านั้นถือเป็นยอดฝีมือที่หาได้ยากยิ่งในโลกภายนอก
ดังนั้น ด้วยพละกำลังของฉินเซิ่ง การเดินทางไปไหนมาไหนจึงค่อนข้างปลอดภัย
ในฐานะหนึ่งในผู้ปกครองบูรพาอุตรทิศ ประตูสำนักของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงนั้นช่างโอ่อ่ายิ่งนัก
หมู่ตำหนักทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์เสียดแทงนภาประดุจเสาค้ำสวรรค์
ปราณต้นกำเนิดฟ้าดินเข้มข้นถึงขีดสุด พลังวิญญาณพลุ่งพล่าน มีทั้งปักษาสวรรค์และสมุนไพรวิญญาณปรากฏให้เห็นทุกหนแห่ง
ฉินเซิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกว่าแม้แต่อากาศก็ยังมีรสหวาน
"หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น" ฉินเซิ่งครุ่นคิดในใจ
ถ้ำเซียนทั้งหกแห่งของแคว้นเยียนมักจะส่งศิษย์ที่โดดเด่นมายังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวง แต่นั่นไม่ใช่หนทางเดียวที่จะเข้าสู่เหยากวงได้
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงเองก็มีการเปิดรับศิษย์โดยตรงตลอดทั้งปี ขอเพียงมีภูมิหลังที่ขาวสะอาดและมีพรสวรรค์ถึงเกณฑ์ก็สามารถเข้าร่วมได้
ห่างจากประตูสำนักเหยากวงออกไปมีเมืองแห่งหนึ่ง ฉินเซิ่งเข้าไปที่นั่นเพื่อรวบรวมข้อมูล
"หากต้องการเข้าร่วมดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวง อันดับแรกต้องไปลงทะเบียนที่คฤหาสน์เหยากวงภายในเมืองก่อน จากนั้นค่อยรอการทดสอบ"
เมื่อทราบความดังนั้น ฉินเซิ่งก็ไม่รอช้า มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์เหยากวงทันที
ผู้ดูแลในขอบเขตความลับตำหนักเต๋าคนหนึ่งวางมือลงบนไหล่ของฉินเซิ่ง ครู่ต่อมาเขาก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจว่า
"อายุสิบห้าปีแต่บำเพ็ญเพียรถึงขอบเขตอีกฟากฝั่งแล้วหรือ"
พรสวรรค์เช่นนี้ยอดเยี่ยมอย่างไร้ที่ติและดึงดูดความสนใจได้ทันที
หากฉินเซิ่งไม่ได้กินผลไม้ศักดิ์สิทธิ์เข้าไป เขาคงเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตอีกฟากฝั่งในวัยยี่สิบห้าปี ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับขอบเขตอีกฟากฝั่งในวัยเพียงสิบห้าปี
หลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้น ผู้ดูแลก็กล่าวว่า "พรุ่งนี้เช้ามาทดสอบที่นี่ อย่ามาสายล่ะ"
"รับทราบครับ"
เมื่อฉินเซิ่งจากไป ผู้ดูแลคนนั้นก็รีบรายงานข้อมูลของเขาทันที
ฉินเซิ่งไม่ได้กังวลเรื่องการแสดงพรสวรรค์ออกมา ในทางกลับกัน เขากำลังคิดหาวิธีที่จะติดต่อกับสายเลือดของสตรีผู้โหดเหี้ยมหลังจากเข้าสู่เหยากวง
จะให้ตะโกนว่า "ข้าต้องการฝึกวิชามหาเวทกลืนสวรรค์" ทันทีที่เข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ หากทำเช่นนั้นเขาคงถูกสังหารในพริบตา
วันรุ่งขึ้น ฉินเซิ่งมาถึงคฤหาสน์เหยากวง ผู้ดูแลนำเขาไปยังห้องหนึ่งที่มีชายชราสองคนนั่งอยู่
"ท่านเหล่านี้คือผู้อาวุโสหลี่และผู้อาวุโสหวังแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงของเรา"
"คารวะผู้อาวุโสทั้งสองครับ"
ผู้อาวุโสส่วนใหญ่ของเหยากวงอยู่ในขอบเขตแปรรูปมังกร ซึ่งมีพละกำลังมหาศาล
"ฉินเซิ่ง อายุสิบห้าบำเพ็ญเพียรถึงขอบเขตอีกฟากฝั่ง พรสวรรค์ของเจ้าช่างยอดเยี่ยม ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงของเราต้องการคนเก่งเช่นเจ้า"
ผู้อาวุโสหวังกล่าวต่อว่า "ขอเพียงภูมิหลังของเจ้าสะอาดใสสะอาด ประตูแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ย่อมเปิดต้อนรับเจ้า เข้ามานี่สิ"
เขาทำการตรวจสอบด้วยตนเอง และหลังจากนั้นไม่นานแววตาก็ฉายประกายชื่นชม
"โครงสร้างกระดูกดีเยี่ยม คัมภีร์ที่เขาฝึกฝนนั้นพื้นฐานมาก ไร้ร่องรอยวิชาของตระกูลหรือดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่น พรสวรรค์ของเจ้าดียิ่งกว่าที่ข้าจินตนาการไว้เสียอีก"
"พี่หลี่ ท่านมาลองดูหน่อยสิ"
ผู้อาวุโสหลี่เป็นคนประหยัดคำพูด เมื่อผู้อาวุโสหวังเอ่ยปากเขาจึงเริ่มขยับตัว
"กายสามัญ... ไม่มีปัญหา รับเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้"
ผู้อาวุโสหวังถอนหายใจ "ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดมีศิษย์ที่มีกายพิเศษเพียงไม่กี่คนเท่านั้น การที่เขามีกายสามัญจึงเป็นเรื่องปกติ"
จากนั้นผู้อาวุโสทั้งสองก็ไปทดสอบคนอื่น ๆ ต่อ แต่ก็น่าเสียดายที่พรสวรรค์ของคนเหล่านั้นไม่ถึงเกณฑ์จึงไม่ถูกเลือก
"ภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีมรดกและยอดเขาแยกย่อยมากมาย เมื่อเจ้าไปถึง ข้อมูลของเจ้าจะถูกส่งไปยังสายวิชาต่าง ๆ และผู้ที่สนใจจะรับเจ้าเข้าสู่ยอดเขาของพวกเขาเอง" ผู้อาวุโสหวังกล่าว
"ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า ย่อมมีหลายสายวิชาที่สนใจแน่นอน ดังนั้นจงเลือกให้ดี"
"ข้าสังกัดยอดเขาเทียนกวง ส่วนพี่หลี่สังกัดยอดเขาลายมังกร"
ฉินเซิ่งจึงเอ่ยขึ้นว่า "ข้าเลื่อมใสศิษย์เอกแห่งเหยากวงมานานแล้ว ไม่ทราบว่าท่านผู้อาวุโสพอจะบอกได้หรือไม่ว่าศิษย์เอกสังกัดสายวิชาใด"
หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบ ฉินเซิ่งรู้สึกว่าศิษย์เอกแห่งเหยากวงคือจุดเริ่มต้นสำคัญ
สายเลือดของสตรีผู้โหดเหี้ยมที่ซ่อนตัวอยู่ในเหยากวง จะต้องกำลังรับสมัครผู้สืบทอดอยู่เป็นแน่
"ศิษย์เอกมาจากยอดเขาลายมังกรที่ผู้อาวุโสหลี่สังกัดอยู่นั่นแล"
ยอดเขาลายมังกร... หรือนี่จะเป็นที่พรางตัวของสายเลือดสตรีผู้โหดเหี้ยม
"เจ้าอยากเข้าสู่ยอดเขาลายมังกรอย่างนั้นหรือ" ผู้อาวุโสหลี่เอ่ยถาม
หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง ฉินเซิ่งก็ตัดสินใจ
"ขอความกรุณาท่านผู้อาวุโส ช่วยสงเคราะห์ข้าด้วยครับ"
ในเมื่อฉินเซิ่งเลือกแล้ว ผู้อาวุโสหวังจึงทำได้เพียงปล่อยเขาไป
ผู้อาวุโสหลี่ไม่ได้พูดอะไรและนำทางฉินเซิ่งไปยังไหล่เขาของยอดเขาลายมังกร ซึ่งมีวิหารศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่
"ตามข้ามา"
ทั้งสองเข้าไปในวิหาร ภายในนั้นมีหม้อสามขาขนาดใหญ่สีดำตั้งอยู่ บนนั้นสลักลวดลายมังกรที่ดูราวกับมีชีวิต
ฉินเซิ่งตกใจอยู่ครู่หนึ่ง หม้อดำลายมังกรอย่างนั้นหรือ
ทว่าเขาพับความคิดนั้นเก็บไปทันที ศิษย์ที่เพิ่งเข้าสำนักจะได้รับอนุญาตให้สัมผัสกับอาวุธจักรพรรดิได้อย่างไร
"นี่คือหม้อมังกรประจำยอดเขาลายมังกรของเรา มันสามารถตรวจวัดได้อย่างแม่นยำว่าเจ้าเหมาะกับการฝึกฝนคัมภีร์ประเภทใดมากที่สุด" ผู้อาวุโสหลี่กล่าว
"วางมือลงไป"
ฉินเซิ่งทำตามคำสั่ง วินาทีต่อมาวังวนสีดำก็ปรากฏขึ้นใจกลางหม้อมังกร
เมื่อเห็นดังนั้น ดวงตาของผู้อาวุโสหลี่ก็ทอประกายประดุจสายฟ้า เขาปัดมือของฉินเซิ่งออกทันที
"เอาล่ะ รอข้าอยู่ที่นี่"
ผู้อาวุโสหลี่รีบจากไปอย่างเร่งรีบ
ไม่นานนักเขาก็กลับมาและนำฉินเซิ่งไปยังห้องโถงโบราณบนยอดเขา
"เจ้าสำนักอยู่ข้างใน เจ้าเข้าไปเถอะ"
ผู้อาวุโสหลี่กล่าวอย่างราบเรียบ "จำไว้ เจ้าต้องพูดความจริงต่อหน้าเจ้าสำนัก"
ฉินเซิ่งประหลาดใจเล็กน้อย เขามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะพบเจ้าสำนักทันทีที่เข้าสำนักเลยหรือ
เจ้าสำนักลายมังกรเป็นชายผู้หนึ่ง ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์จนมองรูปลักษณ์ไม่ชัดเจน ดวงตาของเขาเปรียบเสมือนดวงสุริยาที่โชติช่วงไร้เปรียบ
"ฉินเซิ่ง"
เจ้าสำนักลายมังกรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาประดุจเสียงสวรรค์และดูทรงพลังราวกับราชาแห่งทวยเทพ
"ข้าทราบผลการทดสอบของเจ้าแล้ว เจ้าทำได้ดีมาก ข้าขอถามเจ้า เจ้ามีความคิดมุ่งร้ายต่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์หรือไม่"
น้ำเสียงของเจ้าสำนักลายมังกรแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่บังคับให้ผู้คนพูดความจริง
"ข้าไม่มีเจตนาร้ายแม้แต่น้อยครับ" ฉินเซิ่งตอบกลับ
เขาถามอีกหลายคำถาม และฉินเซิ่งก็ตอบได้อย่างไร้ที่ติเพราะเขามีสติสัมปชัญญะที่แจ่มชัดมาก
สิ่งที่ท่านกำลังล่อลวงอยู่นั้นคือเจตจำนงของฉินเซิ่งแห่งโลกสยบฟ้า แล้วมันจะไปเกี่ยวอะไรกับฉินเซิ่งจากโลกอื่นเล่า
"ดีมาก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าคือศิษย์ของยอดเขาลายมังกร ข้าจะมอบคัมภีร์โบราณให้แก่เจ้า"
เจ้าสำนักลายมังกรหยิบแผ่นหยกสีดำออกมา อัดพลังเวทเข้าไป จากนั้นแผ่นหยกก็ยิงลำแสงเข้าสู่ห้วงความคิดของฉินเซิ่งทันที
อักขระปรากฏขึ้นทีละตัว บทแห่งทะเลห้วงสมุทรจากคัมภีร์ไร้นามถูกสลักไว้ในใจของเขาจนยากจะลืมเลือน
คัมภีร์นี้ล้ำลึกและซับซ้อนยิ่งนัก เมื่อเทียบกับวิชาที่ฉินเซิ่งเคยฝึกมาก่อน มันช่างเรียบง่ายราวกับตำราเรียนของเด็กน้อย
ในขณะเดียวกัน อักขระปิดกั้นที่เกี่ยวข้องก็ปรากฏขึ้นเพื่อปกป้องคัมภีร์ ต่อให้ยอดฝีมือที่ไร้เทียมทานจับตัวฉินเซิ่งไป พวกเขาก็ไม่สามารถชิงมรดกของเหยากวงไปจากเขาได้
"คัมภีร์นี้เป็นมรดกเฉพาะของยอดเขาลายมังกร ความยากในการฝึกฝนนั้นสูงยิ่ง เจ้าลองฝึกดูก่อน หากไม่สามารถเริ่มต้นได้ เจ้าค่อยเลือกคัมภีร์เล่มอื่น"
เจ้าสำนักลายมังกรกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ "หากมีข้อสงสัย เจ้าสามารถไปขอคำชี้แนะจากผู้อาวุโสหลี่ได้"
"ไปได้แล้ว"
หลังจากฉินเซิ่งจากไป ชายชราคนหนึ่งก็เดินออกมาจากหลังโถงโบราณ เขาไอเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า
"ไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่เหมาะกับการฝึกวิชาศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัวขึ้นอีกคน"
"เขาก็แค่มีความหวังเท่านั้น ส่วนจะเริ่มฝึกได้หรือไม่นั้นยังไม่แน่นอน" เจ้าสำนักลายมังกรกล่าว
"ข้าสังเกตด้วยดวงตาเทพแล้ว โครงสร้างกระดูกของเขาดีมาก แต่น่าเสียดายที่เขาเหมาะกับการฝึกวิชาศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่วิชาสวรรค์ อนาคตของเขาจึงมีขีดจำกัด"
"คนในสายเลือดของเราที่เต็มใจฝึกวิชาศักดิ์สิทธิ์น้อยลงทุกที ศิษย์อย่างฉินเซิ่งถือเป็นส่วนเสริมที่ดี"
ชายชราหัวเราะออกมาอย่างแหบแห้ง "เป็นต้นกล้าที่ดีจริง ๆ หวังว่าเขาจะเติบโตจนอวบอ้วนและน่าอร่อยกว่านี้"
ภายนอกโถงโบราณ ผู้อาวุโสหลี่รออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นฉินเซิ่งเดินออกมา เขาจึงหันหลังและนำทางไปทันที
"ข้าจะพาเจ้าไปยังถ้ำเซียนของเจ้า"
ระหว่างทาง ผู้อาวุโสหลี่บอกข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงให้ฉินเซิ่งฟัง
"ศิษย์ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แบ่งออกเป็นศิษย์ทั่วไป ศิษย์ชั้นยอด ศิษย์สายตรง รวมถึงผู้สืบทอดตำแหน่งศิษย์เอกและศิษย์เอก"
"เจ้าสำนักให้ความสำคัญกับเจ้ามาก จึงอนุญาตให้เจ้าเป็นศิษย์สายตรงชั่วคราวของยอดเขาลายมังกร ส่วนหลังจากนี้จะเป้นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับผลการฝึกคัมภีร์ของเจ้า"
"ท่านผู้อาวุโสหลี่ คัมภีร์โบราณเล่มนั้นชื่อว่าอะไรหรือครับ" ฉินเซิ่งถามด้วยความสงสัย
"มันไม่มีชื่อ เจ้าแค่ตั้งใจฝึกฝนก็พอ"
ท่าทางเช่นนี้ยิ่งทำให้ฉินเซิ่งสงสัยว่าเขาอาจจะได้สัมผัสกับสายเลือดสตรีผู้โหดเหี้ยมเข้าให้แล้วจริง ๆ
ถ้ำเซียนของศิษย์สายตรงตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ยอดเยี่ยม เป็นจุดที่เส้นชีพจรปฐพีมาบรรจบกัน ปราณต้นกำเนิดฟ้าดินจึงเข้มข้นอย่างยิ่ง
หากฉินเซิ่งมีสภาพแวดล้อมเช่นนี้ตั้งแต่ตอนอยู่บนโลก เขาคงบรรลุเข้าสู่ขอบเขตความลับตำหนักเต๋าไปนานแล้ว
นอกจากถ้ำเซียน ผู้อาวุโสหลี่ยังมอบทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรให้แก่ฉินเซิ่ง ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "ต้นกำเนิด"
ต้นกำเนิดในโลกสยบฟ้านี้เปรียบได้กับหินวิญญาณในโลกแห่งการฝึกเซียน แต่มีคุณภาพสูงกว่ามาก เพราะมันบรรจุแก่นปราณต้นกำเนิดแห่งฟ้าดินเอาไว้ จึงมีค่ามหาศาล
"ภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีวิชาอันล้ำลึกและอิทธิฤทธิ์มากมายมหาศาล ตอนนี้เจ้าเป็นศิษย์สายตรงแล้ว สามารถไปยังหอคัมภีร์ของยอดเขาลายมังกรเพื่อเลือกอิทธิฤทธิ์มาฝึกฝนได้สองสามอย่าง"
ผู้อาวุโสหลี่กล่าวต่อ "แม้แต่วิชาแสงศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เจ้าก็มีสิทธิ์เข้าถึง"
"ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะครับท่านผู้อาวุโส"
ผู้อาวุโสหลี่จากไป ฉินเซิ่งมองดูหินต้นกำเนิดตรงหน้าแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก
"การเข้าร่วมดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดจริง ๆ"
หากเขาไปที่ถ้ำหลิงซูพร้อมกับเย่ฟาน อย่าว่าแต่หินต้นกำเนิดเลย แม้แต่น้ำยาโอสถร้อยสมุนไพรที่ปรุงจากสมุนไพรนับร้อยชนิดก็ยังถือเป็นของฟุ่มเฟือย
การบำเพ็ญเพียรยังคงต้องอาศัยขุมกำลังใหญ่เป็นเบื้องหลัง
"ขอดูหน่อยสิว่าคัมภีร์นี้แท้จริงแล้วคืออะไร..."
ฉินเซิ่งเริ่มทำความเข้าใจคัมภีร์โบราณในหัวของเขา และในไม่ช้าเขาก็ตกอยู่ในภวังค์ล้ำลึก เขาใช้เวลาหนึ่งวันเต็มกับอีกหนึ่งคืนกว่าจะตื่นขึ้นมา
"หากตัดสินจากคัมภีร์ที่มีอยู่ตอนนี้ ยังไม่มีร่องรอยของการกลืนกินหรือการตกเข้าสู่วิชามาร คัมภีร์นี้น่าจะถูกแบ่งออกเป็นส่วน ๆ"
ฉินเซิ่งครุ่นคิด เนื้อหาสำหรับการบำเพ็ญขอบเขตทะเลห้วงสมุทรในคัมภีร์นั้นสมบูรณ์ดี แต่ส่วนที่เป็นเคล็ดลับวิชาและวิธีการสร้างอาวุธกลับขาดหายไปทั้งหมด
เห็นได้ชัดว่าเจ้าสำนักลายมังกรจงใจทำเช่นนี้ เพราะไม่ต้องการให้ฉินเซิ่งเห็นอะไรไปมากกว่านี้
สำหรับคนอื่นมันอาจดูไม่แปลก แต่สำหรับฉินเซิ่งที่ล่วงรู้อนาคต นี่คือการพยายามปกปิดจนดูพิรุธชัดเจน!
"ดูเหมือนข้าจะตกอยู่ในเงื้อมมือมารของสายเลือดสตรีผู้โหดเหี้ยมเข้าให้แล้ว ดีเลย! ไม่ต้องสงสารข้าละเลงวิชามหาเวทกลืนสวรรค์ใส่ข้าให้เต็มที่เลย!"
"มาเริ่มฝึกคัมภีร์โบราณนี้กันก่อนเถอะ"
ภารกิจที่สำคัญที่สุดของฉินเซิ่งในตอนนี้คือการใช้คัมภีร์อันล้ำลึกมาปรับพื้นฐานของเขาใหม่ บำเพ็ญในส่วนทะเลห้วงสมุทรอีกครั้งเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไปก่อนหน้านี้
เมื่อเทียบกับคัมภีร์ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ คัมภีร์ของวิสุทธิชนย่อมให้พื้นฐานที่ล้ำลึกกว่าอย่างแน่นอน
นับว่ายังดีที่ฉินเซิ่งยังอยู่ในขอบเขตอีกฟากฝั่งและยังไม่ได้ก้าวข้ามผ่านทะเลห้วงสมุทรไป
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฉินเซิ่งก็เข้าสู่ชีวิตแห่งการบำเพ็ญเพียรอย่างหนักหน่วง
ขอคำปรึกษาจากผู้อาวุโสหลี่ ทำความเข้าใจคัมภีร์ กลั่นกรองต้นกำเนิด วนเวียนอยู่เช่นนี้ไม่ขาดสาย
จนกระทั่งหนึ่งเดือนต่อมา จู่ ๆ ก็เกิดความเคลื่อนไหวในดินแดนไร้พรมแดน
จิตสำนึกของฉินเซิ่งลงมายังที่แห่งนี้ และเขาพบว่ามีฉินเซิ่งในอีกเวอร์ชันหนึ่งเดินทางมาถึงดินแดนไร้พรมแดนแล้ว ซึ่งดูเหมือนจะมีอายุไล่เลี่ยกับเขา
"ที่แท้ก็ไม่ได้มีแค่ข้าคนเดียวสินะ" ฉินเซิ่งที่เสียชีวิตไปแล้วได้รับข้อมูลบางอย่างเมื่อมาถึงที่นี่
เขารู้สึกตื้นตันเล็กน้อย "การที่สามารถสื่อสารกับตัวเองในเวอร์ชันอื่นหลังจากตายไปแล้วก็ไม่เลวเหมือนกัน"
"พวกเราที่เหลือก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ว่าแต่..."
ฉินเซิ่งถามขึ้นว่า "ข้าข้ามมิติมายังโลกสยบฟ้า แล้วเจ้าล่ะ"
"โลกสยบฟ้าอย่างนั้นหรือ เจ้านี่โชคดีจริง ๆ" ฉินเซิ่งผู้ล่วงลับได้ยินดังนั้นก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาทันที
"ส่วนข้าน่ะหรือ..."