เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 สยองขวัญยามเที่ยงคืน

บทที่ 30 สยองขวัญยามเที่ยงคืน

บทที่ 30 สยองขวัญยามเที่ยงคืน


“เช็ดเข้ น่ากลัวกว่าผีอีก!”

เจ้าอ้วนดำสะดุ้งสุดตัวรีบมุดไปแอบหลังหลินโม่ทันที

“เฮ้ยเพื่อน ลับมีดทำไมไม่เปิดไฟล่ะครับ เล่นเอาพวกผมขวัญหนีดีฝ่อหมด!”

หลินโม่เดินยิ้มบางๆเข้าไปในห้อง เขาเอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟจนห้องหอพักสว่างโรจน์ ในห้องมีเตียงทั้งหมดสี่เตียง เตียงหนึ่งมีข้าวของวางจัดระเบียบไว้เรียบร้อยแล้ว

“ลับมีดไม่จำเป็นต้องเปิดไฟ”

เด็กหนุ่มผมเกรียนตอบเสียงเรียบ น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบและยังคงแผ่ซ่านกลิ่นอายคุกคามออกมา

“ก็จริงของนายนะ ไม่เห็นจะมีอะไรผิดตรงไหนเลย!”

หลินโม่พยักหน้าเห็นด้วย เขาเลือกเตียงชั้นบนที่อยู่ใกล้ประตูแล้วเริ่มจัดการข้าวของ ส่วนเจ้าอ้วนดำน่ะเหรอ... เพราะกลัวว่าไอ้หนุ่มผมเกรียนจะลุกขึ้นมาจ้วงไส้เอาตอนไหนไม่รู้ เลยยังยืนกล้าๆกลัวๆอยู่ข้างนอก

หลังจากจัดที่นอนเสร็จ หลินโม่ก็ล้มตัวลงนอนทันที เดินทางมาทั้งวันเขาขี้เกียจเกินกว่าจะไปอาบน้ำ ไว้ค่อยจัดการพรุ่งนี้เช้าแล้วกัน เขายืดเส้นยืดสายพลางชะโงกหน้ามองลงไปข้างล่าง ไอ้หนุ่มผมเกรียนยังคงตั้งหน้าตั้งตาลับมีดอย่างขะมักเขม้น ราวกับกำลังทำงานศิลปะที่ละเอียดอ่อนที่สุดในโลก

“ผมชื่อหลินโม่นะ! ต่อไปเราเป็นรูมเมทกัน ฝากตัวด้วยแล้วกัน!”

เมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ตึงเครียด หลินโม่จึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบอีกครั้ง

“ฉันชื่ออาชิว”

อาชิวพูดจบก็ก้มลงลูบคลำมีดของเขาต่อ

“คนประหลาดชะมัด!”

หลินโม่พึมพำกับตัวเอง เขาคิดว่าหมอนี่ถ้าไม่เป็นพวกเข้าสังคมไม่เก่งก็คงมีปัญหาทางจิตแน่ๆ

“มีดนั่นมันไม่ธรรมดานะ ข้าล่ะกลัวจริงๆ!”

ในตอนนั้นเอง วิญญาณเนตรโลหิตก็กระซิบด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงหลินโม่ที่ได้ยิน แถมน้ำเสียงนั้นยังสั่นเครือเล็กๆด้วย เมื่อได้ยินแบบนั้นหลินโม่จึงก้มมองมีดนั่นอีกครั้ง มีดเล่มนั้นยาวประมาณยี่สิบเซนติเมตร สีดำสนิท มีด้ามจับยาวพอๆกับตัวมีดต่ออยู่ที่ส่วนท้าย เขาไม่เคยเห็นมีดหน้าตาแบบนี้มาก่อนเลย

ด้วยความสงสัยเขาจึงถามต่อ “มีดนายนี่แปลกดีนะ! เอาไว้ทำอะไรเหรอ?”

“มีดโกน!”

อาชิวตอบสั้นๆเพียงสามคำ

“มีดโกน... มันจะไปโหดได้ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

หลินโม่ครุ่นคิดถึงคำนั้นอย่างละเอียด ก่อนจะกระซิบถามวิญญาณเนตรโลหิตเบาๆ

“ถ้ามันเป็นมีดโกนก็ไม่น่าแปลกใจหรอก ดูจากอายุแล้ว มีดโกนเล่มนี้มาจากยุคราชวงศ์ชิง ยุคที่ชาวแมนจูต้องโกนหัวไว้หางเปียนั่นแหละ! มีดเล่มนี้ผ่านการใช้งานบนศีรษะของผู้ชายมานับไม่ถ้วน ดูดซับพลังหยางสะสมมานานปี มันคืออาวุธปราบวิญญาณชั้นยอดเลยล่ะ!” วิญญาณเนตรโลหิตเอ่ยด้วยความหวาดระแวง

“สรุปว่าหมอนี่เก่งจริงสินะ!”

หลินโม่ตกใจเล็กน้อย เขาใช้นิ้วลูบคางด้วยความสนใจ

“อาชิว นายทำสัญญากับวิญญาณตัวไหนเหรอ? มาแลกเปลี่ยนความรู้กันหน่อยไหม? แล้วทำไมถึงเลือกมาไป๋หยางล่ะ? ไว้มีโอกาสมาลองประลองกันดูนะ มีดโกนนายนี่ดูท่าจะขลังน่าดู!”

หลินโม่ยิงคำถามรวดเดียวสามข้อ อาชิวชะงักไปก่อนจะเงยหน้ามองหลินโม่ เขาไม่คิดว่าหลินโม่จะถามเยอะขนาดนี้ แต่ก็ยอมตอบทีละข้อ

“ฉันมีวิญญาณในสัญญาคือ วิญญาณเงา! ที่มาไป๋หยางเพราะค่าเทอมลดครึ่งราคา ส่วนเรื่องประลองน่ะลืมไปได้เลย ฉันฆ่าเฉพาะวิญญาณร้ายเท่านั้น”

หลินโม่พยักหน้า ยิ่งมั่นใจว่าหมอนี่คือยอดฝีมือ วิญญาณในสัญญานั้นมีความหายากต่างกันไป พวกกูล วิญญาณหิวโซ หรือพรายน้ำน่ะหาได้ทั่วไป ใครๆก็รู้ทางแก้ แต่ยิ่งวิญญาณหายากเท่าไหร่ ความสามารถก็ยิ่งแข็งแกร่งและเดาทางยากขึ้นเท่านั้น วิญญาณเนตรโลหิตและวิญญาณเงาล้วนเป็นวิญญาณหายากระดับ S ทั้งคู่

ดังนั้นอาชิวคนนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน ทว่าหลังจากคุยกันไม่กี่ประโยค หลินโม่ก็พบว่าอาชิวเป็นคนนิสัยใช้ได้ เขาเป็นคนเงียบๆเพราะบุคลิกที่สันโดษ แต่ก็ตอบคำถามตรงไปตรงมาและดูซื่อสัตย์

ทั้งคู่เริ่มบทสนทนาถามตอบกันต่อ จนหลินโม่พอจะรู้ภูมิหลังของอาชิวว่าเขาเกิดในตระกูลช่างตัดผมที่เป็นช่างฝีมือดั้งเดิม พิธีบรรลุนิติภาวะของตระกูลคือต้องสังหารปีศาจเงาที่ภูเขาเงาให้ได้ คนที่ทำสัญญาสำเร็จเท่านั้นถึงจะคู่ควรกับมีดโกนที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป คนหันไปเข้าร้านทำผมแฟชั่นกันหมด พวกเขาจึงต้องเลี้ยงชีพด้วยการตัดผมให้คนแก่ในหมู่บ้านบนเขา ฐานะทางบ้านจึงยากจนมาก

ครูใหญ่ไจ๋เฟิงยอมยกเว้นค่าเทอมให้ครึ่งหนึ่ง นั่นคือเหตุผลสำคัญที่สุดที่อาชิวมาที่นี่ พออาชิวรู้ว่าหลินโม่ได้รับการยกเว้นค่าเทอมทั้งหมด ใบหน้าเย็นชาของเขาก็เริ่มอ่อนลงและเต็มไปด้วยความอิจฉา

“ถ้าอยากตัดผมมาหาฉันได้นะ ครั้งละห้าหยวน!” อาชิวลังเลอยู่นานก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา

“ได้เลย ไม่มีปัญหา!” หลินโม่ตอบตกลงทันที

เมื่อเห็นทั้งคู่คุยกันได้และอาชิวไม่ได้โหดอย่างที่คิด เจ้าอ้วนดำที่อยู่หน้าประตูจึงรวบรวมความกล้าเดินเข้ามาในห้อง เขาเลือกเตียงชั้นล่างใต้เตียงของหลินโม่ การนอนใต้เตียงอาชิวยังทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังวูบๆ แค่เห็นมีดเล่มนั้นหนังหัวเขาก็ชาดิกแล้ว

หลินโม่กับเจ้าอ้วนดำเล่นเกมกันพักใหญ่ เขาชวนอาชิวเล่นด้วย แต่อาชิวบอกว่าไม่มีโทรศัพท์แล้วก็ก้มหน้าลับมีดต่อ ส่วนเตียงที่เหลือยังคงว่างเปล่า หลินโม่เดาว่าเจ้าของเตียงอาจจะโดนผีคาบไปแดกระหว่างทางแล้วเลยไม่ได้สนใจนัก

...

กลางดึก ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านทางเดิน หลินโม่และเจ้าอ้วนดำต่างหลับสนิท เสียงกรนดังประสานกันเป็นจังหวะ อาชิวลับมีดเสร็จแล้วเขาสอดมีดไว้ใต้หมอนก่อนจะหลับตาลง

ขณะที่กำลังหลับลึก เตียงก็เริ่มสั่นไหวเล็กน้อย

“เจ้าอ้วน เบาๆหน่อยดิ้กำลังนอน!”

“พรุ่งนี้มีฝึกทหารนะ อย่าหักโหมนักเลย!” หลินโม่พึมพำทั้งที่ยังหลับตา

แต่ผ่านไปสักพัก เตียงกลับสั่นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลินโม่รู้สึกเหมือนจะกระเด็นตกเตียง ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวต้องลืมตาขึ้นมา ทันใดนั้นเขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ถ้าเป็นเจ้าอ้วนทำ "เรื่องนั้น" จังหวะการสั่นมันไม่น่าจะนานถึงสิบนาทีขนาดนี้

“มีอะไรไม่ชอบมาพากลแล้ว!”

หลินโม่ตื่นเต็มตา เขาเหลือบมองประตูห้อง... มันถูกเปิดอ้าทิ้งไว้ตอนไหนไม่รู้ ลมเย็นพัดลอดผ่านช่องประตูเข้ามา ทั้งที่เขามั่นใจว่าล็อคประตูจากข้างในตามคำสั่งรุ่นพี่แล้ว หลินโม่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆชะโงกหน้าลงไปมองเตียงชั้นล่าง

เจ้าอ้วนดำกำลังนอนเบิกตาโพลง ดวงตาแดงก่ำ มือทั้งสองข้างของมันกำลังบีบคอตัวเองแน่นจนใบหน้ากลายเป็นสีม่วงคล้ำ มันพูดไม่ได้ ได้แต่ถีบเตียงรัวๆเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือให้หลินโม่ แต่หลินโม่ดันเข้าใจผิดว่ามันกำลัง "ทำอย่างว่า" เลยเมินไปซะงั้น ตอนนี้ตาของมันเริ่มเหลือกขึ้นข้างบนแล้ว กำลังจะขาดใจตายอยู่รอมร่อ!

“ฉิบหายแล้ว!”

หลินโม่เสียวสันหลังวาบ เขาโดดลงจากเตียงทันที ดวงตาสีเลือดวาววับในความมืดแผ่รังสีสีแดงน่าสยดสยอง ผ่านเนตรโลหิตเขาเห็นเส้นด้ายบางๆสองเส้นพันรอบแขนของเจ้าอ้วนดำและโยงยาวออกไปนอกห้อง เส้นด้ายพวกนั้นกำลังบังคับแขนของเจ้าอ้วนให้บีบคอตัวเองจนแทบตาย

ในขณะเดียวกัน อาชิวก็ลุกขึ้นมาตอนไหนไม่รู้ เขาเอื้อมมือไปใต้หมอนอย่างรวดเร็ว

ฟุ่บ!

มีดโกนพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศร

เคร้ง!

มีดโกนปักลงที่ธรณีประตู พร้อมกับบั่นเส้นด้ายบางๆสองเส้นนั้นขาดสะบั้นในพริบตาเดียว!

จบบทที่ บทที่ 30 สยองขวัญยามเที่ยงคืน

คัดลอกลิงก์แล้ว