เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈ บทที่ 627. [สำรวจอิสระ] เส้นทางแห่งหนาม

◈ บทที่ 627. [สำรวจอิสระ] เส้นทางแห่งหนาม

◈ บทที่ 627. [สำรวจอิสระ] เส้นทางแห่งหนาม


◈ บทที่ 627. [สำรวจอิสระ] เส้นทางแห่งหนาม

มันดูเหมือนกิ้งก่าเสียมากกว่าจะเป็นมังกร

ส่วนหัว (หรืออย่างน้อยก็ส่วนที่คาดว่าเป็นหัว) ของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ซึ่งมีเกล็ดมันวาวสีดำปกคลุมทั่วทั้งร่างนี้ ไม่มีทั้งดวงตา จมูก หู หรือแม้กระทั่งปาก

หัวที่ยาวและทู่ของมันดูราวกับเป็นเครื่องจักรไร้ชีวิต

มันไม่มีปีก ลำตัวยาวและเรียบเนียนคล้ายงู โดยมีขาที่สั้นแต่ล่ำสันติดอยู่

ขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและมีกรงเล็บสีดำที่ยาวเป็นพิเศษงอกออกมานั้นมีถึงหกข้าง

แถมหางที่ยาว ใหญ่โต และหนาเตอะของมัน ยังแตกออกเป็นหกแฉกที่ตรงปลายอีกด้วย

มังกรไร้เขี้ยว

มังกรไร้ปีก

มังกรไร้เนตร

มังกรผู้ไร้เขี้ยว ไร้ปีก และไร้เนตร ผู้คลุ้มคลั่งและทำลายล้าง กรงเล็บมังกรทมิฬ พาเรเคียน

เป้าหมายแรกในการทำเรดมังกรของเรา และเป็นการเผชิญหน้ากันอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกกับหนึ่งในกองพลมังกรทมิฬ

แกรก... กริ๊ก...

มันรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของเรา และค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น

เสียงที่ดังก้องออกมาจากทั่วร่างของมัน ไม่เหมือนกับสิ่งมีชีวิต แต่คล้ายกับเสียงของกองชุดเกราะที่กำลังเคลื่อนไหวมากกว่า

และแล้ว

วี้ดดดด-!

บริเวณกลางอกของมันก็ส่องแสงสีแดงวาบขึ้นมา ก่อนที่ไอพลังสีแดงนั้นจะแผ่ซ่านและสะท้อนก้องเข้าไปภายในร่างกาย

ท่าทางของมันเหมือนกำลังสตาร์ทเครื่องยนต์อยู่อย่างไรอย่างนั้น ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตจักรกลจากต่างดาวมากกว่ามังกรเสียอีก...

หางทั้งหกแฉกที่อยู่ด้านหลังร่างที่หมอบต่ำของมันเริ่มขยับยั้วเยี้ย แยกย้ายกันเตรียมพร้อมเข้าสู่สภาวะการต่อสู้

ฟู่มมม...!

ไอปีศาจอันเหนอะหนะซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของมังกรทมิฬ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอากาศในคืนเขตร้อน ค่อยๆ คืบคลานและแผ่กระจายออกมารอบตัวมัน ไม่ว่าจะมองยังไง มันก็ตั้งใจจะฆ่าพวกเราให้ตายอย่างแน่นอน

ถ้าเป็นมังกรตัวอื่น พอเผชิญหน้ากันก็คงจะได้พูดคุยกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการด่าทอหรือการสัพเพเหระ แต่สำหรับเจ้านี่ ไม่มีแม้กระทั่งขั้นตอนพวกนั้น

ก็เพราะไอ้เจ้านี่มันไม่มีปากน่ะสิ

แต่แรกเริ่มเดิมที ตัวเลือกที่เรียกว่าการเจรจามันก็ไม่มีอยู่แล้ว

'และถ้ามันไม่มีปากก็หมายความว่า'

พูดอีกอย่างก็คือ มันไม่มีทักษะการพ่นบรีธ

มันคือตัวตนที่โดดเด่นในเรื่องการใช้พละกำลังและการต่อสู้ระยะประชิดอย่างเห็นได้ชัดในหมู่กองพลมังกรทมิฬ นั่นแหละคือพาเรเคียนตัวนี้

"เตรียมพร้อม..."

ถึงแม้ฉันจะยังไม่ได้ออกคำสั่งอะไรเพิ่มเติม แต่เหล่าผู้กล้าของฉันก็เข้าประจำที่และจัดขบวนทัพตามที่ฝึกฝนมาเรียบร้อยแล้ว

ฉันค่อยๆ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นสูง

"การต่อสู้จะเริ่มขึ้นเดี๋ยวนี้แล้ว จำกลยุทธ์เอาไว้ให้ดี..."

ตึง-!

ก่อนที่ฉันจะทันได้พูดจบ พาเรเคียนก็พุ่งตัวทะยานขึ้นมา

พาเรเคียนถีบตัวออกจากพื้นด้วยแรงมหาศาล และลอยตัวคว้างอยู่กลางอากาศในชั่วพริบตา มันพุ่งทะยานขึ้นมาได้อย่างเบาหวิวราวกับขนนก จนรู้สึกเหมือนการที่บอกว่ามันไม่มีปีกนั้นเป็นเรื่องโกหก

ฉันตะโกนสั่ง

"กระโดด-!"

วินาทีต่อมา พาเรเคียนก็หมุนตัวควงสว่านเหมือนลูกข่าง แล้วโถมเข้าใส่พวกเรา

ครืนนนนน!

ร่างอันยาวเหยียดของมันตวัดกวาดไปตามพื้นดินราวกับแส้

นี่คือรูปแบบการโจมตีแรกที่มันมักจะใช้เสมอ พุ่งชนพร้อมหมุนตัว! เอาจริงๆ มันอาจจะมีชื่อท่าที่เท่กว่านี้นะ แต่ไม่ว่าจะมองยังไงมันก็คือการพุ่งชนพร้อมหมุนตัวนั่นแหละ!

และนี่ก็คือรูปแบบการโจมตีที่เราฝึกฝนรับมือกันมาอย่างหนักหน่วงจนแทบจะอ้วก

การกวาดล้างพื้นดิน หรือที่เรียกกันว่าทักษะพื้นที่

ตอนที่มันพุ่งทะยานเข้ามาหาพวกเรา

ฟุ่บ-!

พวกเราก็ชิงลงมือไปแล้ว ผู้กล้าฝ่ายเราทั้ง 25 คน พร้อมด้วยกองกำลังสำรองอีก 10 คน รวมไปถึงไร้นาม ทั้ง 36 คนต่างถีบตัวกระโดดขึ้นจากพื้นดินพร้อมกัน และหลบเลี่ยงทักษะพื้นที่อันป่าเถื่อนของมันไปได้อย่างเฉียดฉิวในรวดเดียว

"ตั้งแต่ค่ายฝึกซ้อมจนถึงศึกประลองยุทธ์ ทุกๆ ช่วงเวลาเหล่านั้น..."

ขณะที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ฉันก็หันขวับไปมองด้านหลัง พร้อมกับแสยะยิ้มแล้วตะโกนลั่น

"มันไม่ได้สูญเปล่ายังไงล่ะ-!"

คิดว่าฉันให้กระโดดเชือกฝึกซ้อมแค่วันสองวันหรือไงวะ ไอ้เบื๊อก!

แน่นอนว่าทั้งขนาดและความเร็วในการพุ่งชนของมันนั้นเทียบไม่ได้กับการกระโดดเชือกเลย แต่ฉันก็คาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว และจัดการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี จึงสามารถหลบหลีกได้โดยไม่มีปัญหา

พาเรเคียนพุ่งทะยานผ่านใต้เท้าของเราไป ก่อนจะกระแทกเข้ากับกำแพงด้านหลังอย่างจัง

ตู้มมมม-!

ทางเข้าสำนักงานรักษาความปลอดภัยพังพินาศย่อยยับลงในชั่วพริบตา

การโจมตีด้วยพละกำลังของพาเรเคียนที่หมุนควงกวาดล้างพื้นดินจนปลิวว่อนไปนั้น ทำเอาบริเวณรอบๆ กลายเป็นสนามเด็กเล่นเละเทะไปหมด แต่ถึงกระนั้น เหล่าผู้กล้าฝ่ายเราก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่คนเดียว

'เริ่มต้นได้สวย!'

ทันทีที่พวกเราทุกคนทิ้งตัวลงแตะพื้น พาเรเคียนก็ตั้งหลักได้เช่นกันท่ามกลางฝุ่นควันที่คละคลุ้ง

มันไม่ได้พุ่งเข้ามาจู่โจมพวกเราในทันที แต่กลับดูลาดเลาอยู่ครู่หนึ่งราวกับกำลังประเมินกองกำลังฝั่งนี้ หางทั้งหกแฉกแกว่งไปมาคล้ายกับหนวดปลาหมึกและชี้เป้ามาทางพวกเรา

วินาทีต่อมา

ตึง-!

มันกระโดดขึ้นไปอย่างปราดเปรียว ก่อนจะเริ่มปีนป่ายไปตามกำแพง

สวนตรงทางเข้าสำนักงานรักษาความปลอดภัยถูกตกแต่งให้เป็นรูปทรงกลมขนาดใหญ่ มันปีนขึ้นไปตามกำแพงด้านในของสวนอย่างว่องไว- และป่าเถื่อน

ทุกครั้งที่เท้าของมันสัมผัสโดน กำแพงด้านในสวนก็แตกกระจายร่วงหล่นลงมาเป็นเศษกระจกและผงฝุ่นหินปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ

"เป็นกิ้งก่าของจริงหรือไงวะเนี่ย ชิ...!"

พาเรเคียนหมุนวนไปมาเหนือหัวพวกเราโดยปีนป่ายไปตามกำแพงทรงกระบอกของสวน มันเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าราวกับกำลังมองหาจุดอ่อนของฝั่งนี้

แต่ก็เอาเถอะ ถ้ามันยอมให้เวลาเราเตรียมตัว มันก็ไม่ได้แย่อะไร ไม่สิ แบบนี้แหละยิ่งดีเลย

ฉันหันขวับไปมองด้านข้าง ไวโอเล็ต ผู้ใช้ภาพมายาที่สบตาเข้ากับฉัน สะดุ้งโหยงและไหล่สั่นเทิ้ม

"ได้เวลาแสดงฝีมือแล้ว ไวโอเล็ต"

"บ้าเอ๊ย ให้ตายสิ ทำไมฉันถึงมาตกอยู่ในสภาพนี้ได้เนี่ย จริงๆ เลย...!"

"ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะว่า..."

ฉันส่งยิ้มบางๆ ให้

"เพราะเธอเก่งยังไงล่ะ!"

"อ๊ากกก!"

แม้ไหล่จะสั่นเทาด้วยความกลัว แต่ไวโอเล็ตก็ยังเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วตามที่ได้ฝึกซ้อมมา

พลังเวทสีม่วงอ่อนเอ่อล้นออกมาจากตัวเธอ และเมื่อเธอวางมือทาบลงบนพื้น พลังนั้นก็แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง

วูบ-!

[อาณาเขตมายา]

ขอบเขตเวทมายาที่ไวโอเล็ตปล่อยออกมาได้ปกคลุมไปทั่วทั้งภายในสำนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างรวดเร็ว และแล้วฉันก็เห็นพาเรเคียนสะดุ้งเฮือกด้วยความตื่นตระหนก

พาเรเคียนไม่มีตา ไม่มีหู และไม่มีจมูก

พูดอีกอย่างก็คือ มันไม่มีประสาทสัมผัสในการรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวแบบทั่วๆ ไป อย่างเช่น การมองเห็น การได้ยิน หรือการดมกลิ่นเลย

วิธีเดียวที่มันใช้รับรู้สถานการณ์ในสนามรบก็คือ สัมผัสพลังเวทอันบริสุทธิ์เพียงอย่างเดียว มันจะปล่อยพลังเวทมหาศาลที่มีติดตัวมาแต่กำเนิดออกไป และรับรู้โลกใบนี้ผ่านเสียงสะท้อนที่ตอบกลับมา

จะเรียกว่าเป็นหลักการที่คล้ายคลึงกับค้างคาว ที่สายตาไม่ดีแต่ใช้การปล่อยคลื่นเสียงอัลตราโซนิกเพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบๆ ก็คงจะได้กระมัง

นั่นหมายความว่า มันมีประสาทสัมผัสพลังเวทที่พัฒนาขึ้นมาอย่างผิดปกติ

...และด้วยเหตุนี้เอง มันจึงถูกก่อกวนได้ง่าย

[อาณาเขตมายา] ของไวโอเล็ตทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ฉันเบือนสายตาไปด้านข้าง

"จูเนียร์!"

"เตรียมพร้อมอยู่แล้วค่ะ!"

ทันทีที่ฉันเรียก จูเนียร์ที่สแตนด์บายรออยู่ก็ชูไม้เท้าของเธอขึ้นมา- และร่ายเวทมนตร์ในทันที

วิ้งงงง!

วงแหวนแสงสว่างเจิดจ้าปรากฏขึ้นกลางอากาศ และบิดเบือนพื้นที่แห่งความเป็นจริง

[สลายธาตุ]

มหาเวทขั้นสูงสุดที่แข็งแกร่งที่สุดในการต่อสู้กับบอส ซึ่งจะทำการบั่นทอนค่าพลังเวทของเป้าหมาย พลังนั้นพุ่งเข้าปะทะกับพาเรเคียนอย่างจัง

ทว่า...

"อึก?! อะไรกัน พลังเวทบ้าบอนี่...!"

จูเนียร์ขมวดคิ้วแน่นและถอยร่างกลับมา

"ปริมาณพลังเวทมหาศาลมากค่ะ แถมยังเพิ่มขึ้นแบบเรียลไทม์ด้วย... ต่อให้เป็น [สลายธาตุ] ของฉันก็สลายให้หมดในครั้งเดียวไม่ได้ค่ะ!"

[สลายธาตุ] คือเวทมนตร์ที่สามารถลดทอนพลังเวทของศัตรูลงไปจนติดลบได้

แต่มังกรก็คือเผ่าพันธุ์ที่มีพลังเวทแต่กำเนิดสูงส่งอย่างเหลือเชื่ออยู่แล้ว มิหนำซ้ำ ตอนนี้พาเรเคียนยังต่อต้าน [สลายธาตุ] ด้วยการเร่งพลังเวทให้สูงขึ้นแบบเรียลไทม์อีกต่างหาก

สมกับเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้งานพลังเวทมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์จริงๆ

"คู่ต่อสู้คือมังกรนะ แค่นี้ก็เตรียมใจไว้แล้ว! ยิงกระหน่ำต่อไปเลย!"

"รับทราบค่ะ...!"

จูเนียร์เตรียมร่าย [สลายธาตุ] ซ้ำอีกครั้ง และแล้ว...

วี้ดดดด!

พาเรเคียนไม่ได้อ่อนหัดถึงขนาดจะยอมยืนดูอยู่เฉยๆ หรอกนะ

พาเรเคียนส่งเสียงคำรามแปลกประหลาดราวกับเครื่องยนต์ พร้อมกับตั้งท่าเตรียมพุ่งเข้าใส่พวกเรา

แน่นอนว่าเป้าหมายของมันคือจูเนียร์ นักเวทผู้ร่ายดีบัฟปริศนาใส่มันนั่นเอง

ทว่า-

สะดุ้ง

พาเรเคียนกลับไม่กล้าผลีผลามโจมตี

นั่นเป็นเพราะ [อาณาเขตมายา] ที่ไวโอเล็ตกางเอาไว้ล่วงหน้า สิ่งที่ฉันสั่งให้ไวโอเล็ตทำมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

'ใช้เวทมายาทำให้ทุกคนตรงนี้ถูกรับรู้ว่าเป็นจูเนียร์ที'

และไวโอเล็ตก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ

ในตอนนี้ ภายในสำนักงานรักษาความปลอดภัย ผู้กล้าของฉันทุกคนจะถูกสัมผัสได้ว่ามีคลื่นพลังเวทที่เหมือนกับจูเนียร์ทุกประการ

ถ้าจูเนียร์ใช้เวทมนตร์ มันก็จะรับรู้ได้ว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่กำลังใช้เวทมนตร์เช่นกัน และถ้าหากจูเนียร์ฝืนตัวเองจนเลือดกำเดาไหล มันก็จะรับรู้ได้ว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่กำลังเลือดกำเดาไหลด้วย

ไวโอเล็ตบอกว่ามันไม่ใช่เวทมายาที่สลับซับซ้อนอะไรนัก ก็แค่คัดลอกรูปแบบพลังเวทของจูเนียร์แล้วเอาไปสวมทับให้กับคนอื่นเท่านั้นเอง

แต่สำหรับเป้าหมายของฉัน- นั่นก็คือการซ่อนตัวจูเนียร์เอาไว้เพื่อให้เธอสามารถใช้เวทมนตร์ได้อย่างต่อเนื่อง แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

การที่พาเรเคียนพึ่งพาสัมผัสพลังเวทเพียงอย่างเดียวในการรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว ถือเป็นจุดอ่อนของมันอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้น การทะลวงจุดอ่อนนั้นก็เป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้องที่สุดแล้ว!

"เอาล่ะ งั้นก็..."

ฉันตะโกนขึ้น

"มาแสดงปาหี่ต่อหน้าท่านมังกรกันหน่อยดีกว่า!"

ฟุ่บ-!

สิ้นเสียงของฉัน เหล่าผู้กล้าก็พุ่งตัวกระจายออกไปทุกทิศทุกทางราวกับผึ้งแตกรัง

พาเรเคียนไม่มีทางแยกแยะออก

ในบรรดามนุษย์ที่วิ่งพล่านกระจัดกระจายไปทั่วนี้ ใครกันแน่คือผู้ที่ร่ายเวทมนตร์บทนี้?

ตึง-!

ในที่สุด พาเรเคียนก็เลิกล้มความพยายามที่จะแยกแยะ และทิ้งตัวลงมาโฉบเฉี่ยวราวกับเครื่องร่อน ก่อนจะเข้าจู่โจมผู้กล้าที่อยู่ใกล้ที่สุด

ครืดดดด!

กรงเล็บและหางอันทรงพลังที่ตวัดกวัดแกว่งพร้อมกับการหมุนตัว พุ่งกระหน่ำโจมตีจนพื้นดินในสวนถูกขุดเป็นหลุมลึกอย่างน่ากลัว

และผู้กล้าที่อยู่ใกล้ที่สุด- เอวานเจลีน ก็ถูกกระแทกกระเด็นไปทั้งๆ ที่ยังถือโล่อยู่ พร้อมกับกรีดร้องออกมา

"กะ เกือบตายแล้ว...!"

ถึงแม้เธอจะหลบหลีกการโจมตีที่พอจะหลบได้ และตั้งรับเฉพาะการโจมตีที่หลบไม่พ้น แต่กระนั้น โล่และชุดเกราะของเอวานเจลีนก็ยังแตกร้าวและยับเยินไปหมด

แต่เธอก็ทนรับมันไว้ได้

'นี่แหละคือเหตุผลที่ฉันจัดทีมโดยเน้นไปที่ตัวละครสายประชิดเท่าที่จะทำได้'

หัวใจสำคัญของปฏิบัติการในครั้งนี้ คือการถ่วงเวลาจนกว่าจูเนียร์จะกัดกร่อนพลังเวทของมันจนหมด

เพราะฉะนั้น ฉันจึงจัดทัพโดยเน้นไปที่ผู้กล้าสายประชิด ที่สามารถหลบหลีกรูปแบบการต่อสู้ระยะประชิดอันทรงพลังของสัตว์ประหลาดนั่นได้อย่างคล่องแคล่ว และต่อให้พลาดท่าโดนโจมตีเข้าสักสองสามที ก็ยังสามารถทนรับเอาไว้ได้...!

วี้ดดด!

เมื่อตระหนักได้ว่าเป้าหมายที่มันโจมตีไม่ใช่นักเวท พาเรเคียนก็หันขวับไปจ้องมองผู้กล้าคนอื่นๆ ทันใดนั้น...

"ฉันนี่แหละคือจูจูววว-!"

"ไม่ใช่! ฉันต่างหากคือจูเนียร์-!"

"ผักโขม! มะเขือเทศ! เอาเป็นว่าผักก็แล้วกัน!"

"จูจู! จูจู! จูจู!"

เหล่าผู้กล้าทุกคนต่างพากันเลียนแบบ(?)จูเนียร์ และวิ่งกระจัดกระจายไปทั่วสารทิศ

"...อูยยย"

ใบหน้าของจูเนียร์ตัวจริงแดงก่ำขึ้นมาทันที ถ้าไม่อยากเห็นสภาพน่าอายพวกนี้ไปมากกว่านี้ล่ะก็ รีบๆ ใช้ [สลายธาตุ] ครั้งต่อไปซะทีเถอะ!

เปรี้ยง! กร๊อบ! กร้วม!

เหล่าผู้กล้าที่ทั้งดึงดูดความสนใจอย่างเอิกเกริก และคอสเพลย์เป็นนักเวทกันอย่างเต็มที่ ต่างพากันร่วงระนาวเป็นใบไม้ร่วง

แม้จะถูกซัดกระเด็น ปลิวไปกระแทก หรือถูกอัดจนน่วม แต่เหล่าผู้กล้าก็ดึงดูดความสนใจของมันได้สำเร็จ

"เตรียมการเสร็จสิ้นแล้วค่ะ-!"

จูเนียร์ตะโกนบอกพร้อมกับชูไม้เท้าขึ้นสูง

จากการใช้ [สลายธาตุ] ครั้งแรก จูเนียร์ก็คำนวณได้คร่าวๆ แล้วว่าจะต้องโจมตีซ้ำอีกกี่ครั้งถึงจะบดขยี้พลังเวทของพาเรเคียนได้จนหมดสิ้น และด้วยทักษะ 'ร่ายเวทซ้อน' เธอจึงเตรียม [สลายธาตุ] เอาไว้หลายชุดเพื่อใช้งานพร้อมกันตามที่ต้องการ

วิ้ง!

วิ้ง!

วิ้งงงงง!

[สลายธาตุ] ถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องและซ้อนทับกันในรวดเดียว

ในที่สุดก็สามารถหักล้างค่าพลังเวทอันสูงลิบลิ่วของพาเรเคียน ที่ยืนหยัดต้านทานมาได้อย่างน่าขนลุก จนหมดเกลี้ยงได้สำเร็จ

"ดาเมียน! เชน! บอดี้แบ็ก! ท่านเดียร์มิดิน!"

ฉันออกคำสั่งกับพลยิงสนับสนุนที่เตรียมพร้อมรออยู่

"ระดมยิงปราบปราม-!"

พลซุ่มยิงและเหล่านักเวทต่างสาดกระสุนและเวทมนตร์เข้าใส่มันราวกับรอคอยเวลานี้มานาน

ด้วยผลพวงจาก [สลายธาตุ] ที่ถาโถมเข้ามาซ้อนๆ กัน ทำให้แม้แต่สัมผัสพลังเวทของพาเรเคียนก็ยังปั่นป่วนไปหมด มันเดินโซเซและตกเป็นเป้าหมายของห่าฝนการโจมตีเหล่านั้นอย่างจัง

แต่นี่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะฆ่ามันได้หรอก

ไม่เพียงแต่ความเสียหายจะน้อยเกินไป แต่มันยังเป็นมังกรอีกด้วย พลังเวทที่ถูกบั่นทอนไปกำลังค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาแบบเรียลไทม์

เป้าหมายของฉัน- ก็เพื่อตรึงมันให้อยู่กับที่เท่านั้นเอง

หลังจากที่การระดมยิงสิ้นสุดลง พาเรเคียนก็ยังคงยืนโซเซอยู่ ในจังหวะนั้นเอง ใครบางคนก็พุ่งทะยานเข้าใส่มันอย่างรวดเร็ว

ดัสก์บริงเกอร์ และ... ลูคัสที่อุ้มไวโอเล็ตเอาไว้ในอ้อมแขน

"กิน- นี่เข้าไปซะ-!"

ดัสก์บริงเกอร์ถีบตัวขึ้นจากพื้น พุ่งเข้าไปคว้าหัวของพาเรเคียนเอาไว้ ก่อนจะจับมันทุ่มกระแทกลงกับพื้นอย่างเต็มแรง

ตู้ม-!

มันเป็นท่วงท่าที่ดุดันและทรงพลังราวกับกำลังใช้ท่ามวยปล้ำอยู่อย่างไรอย่างนั้น

ถัดจากหัวของพาเรเคียนที่ถูกจับทุ่มกระแทกพื้น ลูคัสที่ใช้ [ก้าวแห่งความมุ่งมั่น] ก็พุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัวราวกับพายุหมุน

ลูคัสค่อยๆ วางร่างของไวโอเล็ตที่อยู่ในอ้อมแขนลงบนพื้นอย่างทะนุถนอม และฉันก็ตะโกนเรียกชื่อเธอที่กำลังสั่นเทาอยู่

"จัดการเลย ไวโอเล็ต-!"

ไวโอเล็ตหลับตาปี๋ และตอบรับ

"เข้าใจแล้ว..."

ก่อนจะตวัดมือทั้งสองข้างทาบลงบนหัวของมังกรยักษ์ที่มีเกล็ดมันวาว

"ทั้งหมดนี่เป็นเพราะฉันมันเก่งเกินไปยังไงล่ะ-!"

วาบ-!

ทักษะขั้นสูงสุดของไวโอเล็ต อาณาเขตมายาเป้าหมายเดี่ยว- [ภาพฝันกลางวัน] ถูกใช้งาน

ร่างของพาเรเคียนกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงราวกับถูกฟ้าผ่า

***

พาเรเคียนคือมังกรผู้ไร้ซึ่งประสาทสัมผัส

สิ่งที่ฉันให้ไวโอเล็ตทำให้พาเรเคียนได้เห็น... คือภาพความจริงในตอนนี้

เพื่อแสดงให้มังกรที่มองไม่เห็น มังกรที่ไม่ได้ยิน มังกรที่ไม่ได้กลิ่น ได้รับรู้ถึงสภาพแวดล้อม ณ ที่แห่งนี้อย่างที่มันควรจะเป็น

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับประสาทสัมผัสอันแจ่มชัดเป็นครั้งแรกในชีวิต พาเรเคียนก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว

โลกที่มันเคยรับรู้ผ่านเสียงสะท้อนของพลังเวทเพียงอย่างเดียว บัดนี้ได้ถูกแต่งแต้มด้วยสีสัน เสียงเรียก และกลิ่นอาย ซึ่งกำลังแผ่กระจายอยู่รอบๆ ตัวมัน

ฉันค่อยๆ ก้าวเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้ามัน

ด้วยเวทมนตร์ของไวโอเล็ตที่ส่งผลโดยตรงต่อสมอง มันจึงสามารถมองเห็นฉันได้อย่างชัดเจน

'สำเร็จแล้วสินะ'

ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

โดยปกติแล้ว บอสสัตว์ประหลาดมักจะมี 'ระยะ(Phase)' อยู่

ไม่ว่าจะเป็นตอนที่พลังชีวิตลดลง หรือเวลาผ่านไประยะหนึ่งหลังจากเริ่มการต่อสู้... มันก็จะเข้าสู่ระยะต่อไป รูปแบบการโจมตีจะเปลี่ยนไป และมันจะแข็งแกร่งรวมถึงดุร้ายมากยิ่งขึ้น

สำหรับพาเรเคียนนั้น เมื่อพลังชีวิตลดลงจนถึงระดับหนึ่ง มันก็จะเข้าสู่ระยะต่อไป ซึ่งในตอนนั้น มันจะเผย 'ร่างที่แท้จริง' ออกมา แถมยังติดสถานะคลุ้มคลั่งอีกด้วย

ในฐานะที่เรายังไม่มีอาวุธสำหรับสังหารมังกร- นักล่ามังกร เตรียมพร้อมเอาไว้ การล่ามังกรในครั้งแรกนี้จึงเป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมใจยอมรับความเสียหายอย่างหนัก

พูดตามตรง ฉันไม่มั่นใจเลยว่าจะสามารถจัดการมันได้โดยไม่มีการสูญเสีย ถ้าต้องต่อสู้กันอย่างจริงจัง มันก็คือคู่ต่อสู้ที่ฉันไม่อาจรับประกันชัยชนะได้เลย

นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันเตรียมกลโกงนี้เอาไว้

ฉันจงใจไม่สร้างความเสียหายแก่มัน เพื่อให้มันยังคงอยู่ในระยะแรก และคอยหลอกล่อด้วยรูปแบบการโจมตีแบบง่ายๆ เพื่อถ่วงเวลา...

ค่อยๆ กัดกร่อนพลังเวทของมันอย่างยากลำบาก

และฝืนยัดเยียดเวทมายาให้มันรับไป

"พาเรเคียน แกน่ะ..."

กลยุทธ์การควบคุมจิตใจ!

"จงอยู่ใต้อาณัติของฉัน!"

จบบทที่ ◈ บทที่ 627. [สำรวจอิสระ] เส้นทางแห่งหนาม

คัดลอกลิงก์แล้ว