- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈ บทที่ 626. [สำรวจอิสระ] เส้นทางแห่งหนาม
◈ บทที่ 626. [สำรวจอิสระ] เส้นทางแห่งหนาม
◈ บทที่ 626. [สำรวจอิสระ] เส้นทางแห่งหนาม
◈ บทที่ 626. [สำรวจอิสระ] เส้นทางแห่งหนาม
ในการลงเรดครั้งนี้ เหล่าอมนุษย์ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในแกนหลักของกองกำลังรบหลักบนด่านหน้าสัตว์ประหลาดได้ถอนตัวออกไปเป็นจำนวนมาก
ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่เหมาะกับการลงเรด แต่เป็นเพราะตัวแทนเผ่าพันธุ์ทั้งสี่คนกำลังกลายเป็นอวตารของเทพเจ้าเผ่าพันธุ์แต่ละองค์
พวกเขาไม่สามารถควบคุมพลังที่เอ่อล้นออกมาได้จนล้มพับและล้มหมอนนอนเสื่อ สภาพแบบนี้คงออกรบไม่ไหว
'ผู้ถูกเลือกของเทพเจ้าเผ่าพันธุ์งั้นเหรอ ในเกมก็ไม่เห็นมีเลยนี่นา...'
ทั้งสเปกและวิธีใช้งานก็ยังไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ ดังนั้นในตอนนี้ฉันจึงตัดพวกเขาออกจากกองกำลังรบไปก่อน เอาไว้ค่อยว่ากันหลังจากพวกเขาฟื้นตัวขึ้นบ้างแล้ว
เพราะฉะนั้น รายชื่อผู้กล้าที่จะออกรบในศึกครั้งนี้... หากอิงตามศึกประลองยุทธ์ก็จะเป็นดังนี้
ปาร์ตี้หลัก
กลุ่มคุณลุง
กลุ่มพี่สาวอหังการ (เปลี่ยนจากไร้นามมาเป็นนักบวชจากคณะอัศวินศักดิ์สิทธิ์หนึ่งคนแทน)
อัศวินแห่งความรุ่งโรจน์
กองอัศวินมังกรโลหิต
นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งปาร์ตี้เพิ่มเติมอีกสองปาร์ตี้ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกประลองยุทธ์ ปาร์ตี้ทั้งสองนี้จะสแตนด์บายอยู่แนวหลังในฐานะกองกำลังสำรองเพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์การรบ และจะส่งลงสนามหากมีเหตุฉุกเฉิน
"ผู้คนยี่สิบห้าคนที่จะเข้าร่วมการลงเรดครั้งนี้ จะถูกจัดปาร์ตี้ใหม่ตามตำแหน่งหน้าที่ของแต่ละคน"
ฉันจัดผู้คนทั้งยี่สิบห้าคนใหม่เป็น ปาร์ตี้แทงก์ระยะประชิดหนึ่งปาร์ตี้ ปาร์ตี้ไฟเตอร์ระยะประชิดสองปาร์ตี้ ปาร์ตี้สร้างความเสียหายระยะประชิดหนึ่งปาร์ตี้ และปาร์ตี้พลยิงสนับสนุนระยะไกลอีกหนึ่งปาร์ตี้
ตอนนั้นเองลูคัสที่เฝ้าดูสถานการณ์เงียบๆ ก็พูดกับฉันอย่างระมัดระวัง
"ฝ่าบาท องค์ประกอบในปัจจุบันดูเหมือนความสมดุลจะเทไปข้างหน้าสักหน่อยนะครับ"
"……."
"พลยิงสนับสนุนมีไม่พอครับ จะดีหรือครับ"
พูดง่ายๆ ก็คือจำนวนตัวทำดาเมจระยะไกลมีน้อยเกินไป
จำนวนนักธนูหรือพลซุ่มยิงและนักเวทมีน้อยกว่ายูนิตโจมตีระยะประชิดอย่างเห็นได้ชัด
การบุกโจมตีของมังกรนั้นมีสถานการณ์ที่พิเศษเมื่อเทียบกับการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดอื่นๆ มันตัวใหญ่โตและทรงพลังมาก
ทุกรูปแบบการโจมตีจะถูกนับเป็นวงกว้าง พูดอีกอย่างก็คือ แม้แต่การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยของมันก็มีโอกาสสูงที่จะกวาดเอาฝ่ายเราเข้าไปด้วย
การใช้ยูนิตระยะประชิดในจำนวนที่เหมาะสมเพื่อดึงดูดความสนใจของมัน ในขณะที่พลยิงสนับสนุนระยะไกลคอยสะสมความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพื้นฐานของการบุกโจมตีของมังกร ที่ผ่านมาฉันเองก็สอนแบบนั้นมาตลอด
แต่ครั้งนี้กลับมีปาร์ตี้ระยะประชิดถึงสี่ปาร์ตี้ ไม่แปลกเลยที่ลูคัสจะรู้สึกประหลาดใจ
"นายพูดถูกลูคัส ถ้าเป็นการลงเรดตามวิธีมาตรฐาน การปรับอัตราส่วนก็คงจะดีกว่า"
ฉันเผยรอยยิ้มออกมา
"แต่ว่าครั้งนี้ฉันกะจะใช้ลูกเล่นนิดหน่อยน่ะ องค์ประกอบนี้แหละเหมาะสมแล้ว"
"อา แบบนี้นี่เอง……."
เมื่อฉันพูดถึงลูกเล่น ใบหน้าของลูคัสก็สว่างวาบขึ้น เขาเห็นสารพัดลูกเล่นสุดพิลึกพิลั่นของฉันมาตลอด จึงน่าจะเกิดความเชื่อใจขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ
'ฉันน่าจะเรียกว่ากลยุทธ์แทนที่จะเป็นลูกเล่นดีไหมนะ……?'
อย่างไรก็ตาม ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเลื่อนออกไป ฉันจึงอธิบายลูกเล่นที่จะใช้ในการลงเรดครั้งนี้ให้ทุกคนฟัง
ทั้งผู้ที่จะออกรบและผู้ที่สแตนด์บายอยู่ ต่างก็ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
เมื่อการประชุมและถกเถียงเรื่องยุทธวิธีอย่างละเอียดสิ้นสุดลง เวลาตั้งหลายชั่วโมงก็ผ่านพ้นไป
ในตอนท้าย ลูคัสก็เอ่ยถาม
"ถ้าเช่นนั้น เราจะออกทัพเมื่อไหร่หรือครับ ฝ่าบาท"
"อีกสามวัน"
ฉันพยักหน้าอย่างหนักแน่น
"หลังจากฝึกซ้อมด้วยการจัดรูปแบบใหม่แล้ว เราจะออกเดินทางไปยังค่ายศัตรูทันที ทุกคนจงเตรียมตัวให้พร้อม"
จากนั้นฉันก็ใช้ปลายไม้เท้าชี้ไปยังหนึ่งในผู้กล้า
"จับตัวไวโอเล็ตเอาไว้ให้ดีล่ะ"
สมาชิกคลับแห่งการเดิมพันคนอื่นๆ และลิลลี่ที่เคยพยายามหลบหนีมาแล้วหลายครั้งต่างก็ขานรับว่า ค่ะ
ไวโอเล็ตที่ถูกจับล็อกไปทั้งตัวส่งเสียงออกมาด้วยใบหน้าซูบซีด
"ชีวิตบัดซบนี่……."
ฉันหลุดหัวเราะออกมา
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ฉันก็รู้ดีว่าในตอนนี้ไวโอเล็ตได้กลายเป็นหนึ่งในผู้กล้าที่ยอดเยี่ยม... ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันบนแนวหน้าแห่งนี้ไปเสียแล้ว
***
สามวันต่อมา
ทางตะวันตกของเมือง สุสาน
พิธีศพของแคนเดิลเลอร์ถูกจัดขึ้น
พิธีศพถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ทว่าจำนวนผู้คนที่หลั่งไหลมาร่วมงานกลับไม่น้อยเลย
ผู้คนที่แคนเดิลเลอร์ได้ผูกมิตรด้วยในฐานะทหารรับจ้าง ผู้คนที่เธอได้ผูกมิตรด้วยตอนทำงานในสมาคมการผลิต และผู้คนที่ได้รับรู้ถึงปาฏิหาริย์ที่เธอได้สร้างขึ้น……
ผู้คนมากมายมารวมตัวกันเพื่อเฝ้ามองโลงศพของเธอถูกฝังลงใต้ผืนดิน บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็ยืนหยัดอย่างเข้มแข็ง และบ้างก็เก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้เงียบๆ
"……."
โลงศพที่ถูกคลุมด้วยธงของแนวหน้าพิทักษ์โลก ธงสีดำที่ไร้ลวดลายใดๆ ถูกวางลงใต้ดิน และฉันก็เป็นคนวางดอกไม้สีขาวลงบนโลงศพนั้นด้วยมือของตัวเอง
โนบอดี้และเชนที่สวมชุดไว้ทุกข์เป็นคนหยิบพลั่วขึ้นมาโปรยดินลงบนโลงศพด้วยตัวเอง
ลำดับพิธีการดำเนินต่อไป จนกระทั่งบทเพลงของคณะประสานเสียงและเสียงปืนใหญ่เงียบสงบลง
ฉันไม่ได้ก้าวขึ้นไปบนแท่นพิธี แต่กลับยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ท่ามกลางผู้คนที่มารวมตัวกันเป็นวงกลม และแทนที่จะเป็นการกล่าวสุนทรพจน์หรือคำปราศรัยอันใหญ่โต... ฉันก้มศีรษะลงและเริ่มท่องบทกวี
ฉันมิอาจเสาะหาเส้นทางที่ไร้ซึ่งขวากหนาม
มิอาจร้องขอให้ความเศร้าโศกเลือนหาย
มิอาจไขว่คว้าเพียงวันที่มีแสงแดดทอประกาย
และมิปรารถนาที่จะหยุดพักผ่อนหย่อนใจ ณ ทะเลในฤดูร้อน
เพียงเพราะวันเวลาอันสว่างไสวชั่วนิรันดร์
ร่มเงาอันเขียวขจีแห่งผืนปฐพีก็จะเหี่ยวเฉาลง
หากไร้ซึ่งหยาดน้ำตาในห้วงเวลา
หัวใจก็จะปิดตายซึ่งดอกตูมแห่งความหวัง
นี่คือบทกวีที่ไว้อาลัยต่อความตายของแคนเดิลเลอร์ และในเวลาเดียวกัน
มันก็เป็นคำประกาศเจตนารมณ์ก่อนออกรบในศึกต่อเนื่องกับกองพลมังกรทมิฬที่กำลังจะเกิดขึ้น
"ไปกันเถอะ"
หน่วยโจมตียี่สิบห้าคนและกองกำลังสำรองสิบคนที่ถอดชุดไว้ทุกข์ออกพร้อมกัน ต่างก็สวมชุดเกราะและอุปกรณ์ที่เตรียมเอาไว้
ที่จุดนำหน้าขบวน ฉันลดธงบนยอดเสาลงให้ต่ำกว่าปกติเล็กน้อย ราวกับการลดธงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัย
ฉันไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะเหมาะสมกับธรรมเนียมของโลกใบนี้หรือไม่ และก็ไม่รู้ด้วยว่าจะเหมาะสมกับธรรมเนียมของโลกมนุษย์ไหม
แต่สิ่งที่สำคัญก็คือความหมายที่ฉันซ่อนเอาไว้ต่างหาก
ฉันโบกสะบัดธงสีดำที่ถูกลดระดับลง พร้อมกับประกาศแก่เหล่าผู้กล้าของฉัน
"สู่เส้นทางแห่งหนามของพวกเรา"
***
"จะไปแล้วหรือ"
คฤหาสน์ของเจ้าเมือง สวนหลังบ้าน
ที่หน้าประตูเคลื่อนย้ายมีองค์จักรพรรดิกำลังรอคอยอยู่
ฉันค้อมศีรษะลงและตอบกลับไป
"ครับ ท่านพ่อ"
"ได้ยินมาว่าการต่อสู้ในครั้งนี้ อาจจะถึงตายได้จริงๆ สินะ"
"ก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งแหละครับ"
ฉันต่อสู้โดยเดิมพันด้วยชะตากรรมของโลกใบนี้มาโดยตลอด
ไม่มีครั้งไหนเลยที่ไม่ต้องเอาชีวิตเข้าแลก
"ฮะฮ่า"
องค์จักรพรรดิกลืนเสียงหัวเราะที่มีความหมายยากจะเข้าใจลงไป ก่อนจะจ้องมองฉันอย่างเงียบงัน
"อันที่จริงมันควรจะสลับกันมากกว่า…… ในระหว่างที่ลูกเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อต่อสู้ พ่อคนนี้จะเตรียมการเผื่ออนาคตอยู่ที่นี่เอง"
นั่นเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว
หากพวกเราถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นอยู่ใต้ทะเลสาบ
ถ้าเป็นอย่างนั้น คนที่จะฝากฝังโลกใบนี้ไว้ได้ก็มีเพียงชายคนนี้ องค์จักรพรรดิเท่านั้น
ต่อให้ครอสโรดจะแตกพ่าย แต่หากจะมีผู้บัญชาการคนใดที่ยอมถอยร่นแนวรบขึ้นไปทางเหนือเรื่อยๆ และยืนหยัดต่อต้านจนถึงท้ายที่สุด ก็คงมีเพียงองค์จักรพรรดิเท่านั้น
"ฝากดูแลเบื้องบนด้วยนะครับ ท่านพ่อ"
"ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าขัน ปกติแล้วคนเป็นพ่อควรจะเป็นฝ่ายออกไป แล้วให้ลูกชายเตรียมการเผื่ออนาคตสิ……"
แน่นอนว่าความตั้งใจที่จะมุ่งหน้าสู่สนามรบของฉันไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และองค์จักรพรรดิเองก็ไม่ได้พยายามจะโน้มน้าวให้ฉันเปลี่ยนใจแต่อย่างใด
"ได้ข้อสรุปแล้วหรือยัง"
องค์จักรพรรดิเอ่ยถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
คงจะหมายถึงข้อสรุปของบททดสอบและคำถามที่เขามอบให้ฉันในระหว่างงานเทศกาลสินะ
ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นฉันก็กวาดสายตามองดัสก์บริงเกอร์และเฮคาเตที่ยืนอยู่ด้านหลัง รวมถึง... ผู้กล้าคนอื่นๆ ที่มีสีหน้าเด็ดเดี่ยว ก่อนจะตอบออกไป
"……ยังเลยครับ"
"งั้นหรือ"
องค์จักรพรรดิพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจกับคำตอบของฉันที่บอกว่ายังคงขบคิดอยู่ ก่อนจะถามต่อ
"จำคำที่พ่อเคยบอกกับลูกเมื่อก่อนได้ไหม"
"เรื่องไหนหรือครับ"
"เรื่องที่ว่าหากลูกมีความตั้งใจที่จะค้นหาหนทาง หนทางนั้นก็มีอยู่ทุกที่และสามารถพาไปได้ทุกแห่งนั่นไง"
นั่นคือบทสนทนาระหว่างเราสองพ่อลูกตอนที่ได้พบกันในขณะที่ล่องลอยอยู่ในปรโลก
"จำได้ครับ ท่านบอกให้ผมหลงทางให้เต็มที่ เพราะที่ปลายทางนั้นย่อมมีหนทางรออยู่เสมอ"
เมื่อได้ยินคำพูดของฉัน องค์จักรพรรดิก็เผยรอยยิ้มออกมา
"ใช่ พ่อจะพูดย้ำอีกสักครั้งก็แล้วกัน หลงทางให้เต็มที่เลยนะ ลูกชาย"
"……."
"ไม่ว่าจะอยู่ในความมืดมิด หรือท่ามกลางแสงสว่าง จะอยู่ที่ไหนก็ไม่เป็นไร เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ใด นั่นก็คือชีวิตเหมือนกัน"
องค์จักรพรรดิพูดเพียงแค่นั้นแล้วก็หลีกทางให้
"ไปดีมาดีนะ"
"ครับ ท่านพ่อ"
ฉันทำความเคารพ ก่อนจะออกคำสั่งสั้นๆ แก่เหล่าผู้กล้าของฉัน
"บุกเข้าไปได้!"
"รับทราบ!"
พวกเราก้าวเดินเข้าไปในประตูเคลื่อนย้ายที่เปิดกว้าง
เพราะความมืดมิดที่เราต้องเผชิญหน้ากำลังรออยู่ที่นั่น
***
[กำลังโหลด…… กำลังเคลื่อนย้าย]
[เคล็ดลับ – การบุกโจมตีของมังกรมีลูกเล่นหลากหลายเตรียมเอาไว้ให้ โปรดประยุกต์ใช้ลูกเล่นเหล่านั้นอย่างเต็มที่เพื่อลดความยากในการเคลียร์!]
เดี๋ยวนะ นี่ไม่ได้เห็นข้อความเคล็ดลับมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย เจ้าไอเดอร์คงจะฟื้นพลังขึ้นมาบ้างแล้วสินะ
ข้อความเคล็ดลับที่โผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้ฉันหลุดหัวเราะออกมา
ถึงจะเป็นเรื่องที่รู้อยู่เต็มอก แต่ฉันก็สัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่จะช่วยเหลือฉัน……
ความตึงเครียดที่รัดแน่นจึงคลายลงไปได้นิดหน่อย
แคร๊ง!
***
ฐานที่มั่นซึ่งกองพลมังกรทมิฬแต่ละตนยึดครองอยู่ หรือที่เรียกกันว่าถ้ำมังกรนั้น ล้วนตั้งอยู่ในเขตที่ 9 ทั้งสิ้น
ดูเหมือนว่าไนท์ บริงเกอร์จะยึดครองปราสาทหลวงในเขต 10 เอาไว้ แต่พวกที่เหลืออีกห้าตนคงจะขดตัวอยู่ในรังมังกรของตัวเองเป็นแน่
ซึ่งในบรรดานั้น รังมังกรของ 'กรงเล็บมังกรทมิฬ' อย่างพาเรเคียน ตั้งอยู่นอกสุดของเขตที่ 9
"เจริญรุ่งเรืองสุดๆ ไปเลยนะคะเนี่ย……."
เอวานเจลีนพึมพำด้วยน้ำเสียงงุนงง
ไม่ใช่แค่เอวานเจลีนเท่านั้น เหล่าผู้กล้าทุกคนที่เข้ามายังสถานที่แห่งนี้ต่างก็พากันตกตะลึงและมองไปรอบๆ ด้วยความทึ่ง
'เขต' ของอาณาจักรทะเลสาบนั้นหมายถึงระดับความลึกของดันเจี้ยน ยิ่งมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมือง ตัวเลขก็จะยิ่งสูงขึ้น
สันนิษฐานว่าตั้งแต่เขตที่ 6 เป็นต้นไปคือที่อยู่อาศัยของชนชั้นขุนนาง และยิ่งลึกเข้าไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดูเหมือนจะเป็นที่อยู่อาศัยของคนที่มีฐานะทางสังคมสูงขึ้นเท่านั้น
และสถานที่ที่เราเพิ่งเข้ามาในตอนนี้ก็คือเขตที่ 9
ตอนนี้ปราสาทหลวงที่เป็นศูนย์กลางของเขต 10 อยู่ห่างออกไปเพียงแค่เอื้อม ซึ่งที่นี่ก็คือใจกลางของอาณาจักรทะเลสาบเช่นกัน
ถึงแม้จะถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด แต่พอมองดูคร่าวๆ ก็เห็นได้ชัดว่านี่เป็นเมืองที่เจริญก้าวหน้าอย่างน่ากลัว พูดตามตรงเลยว่าดูหรูหรากว่าเมืองหลวงนิวเทราเสียอีก
'ตอนที่ล่องลอยมาเมื่อก่อน ฉันก็วนเวียนอยู่แค่ในเขต 10 เท่านั้นนี่นะ'
ความทรงจำตอนที่เดินหลงทางอยู่ในเขต 10 ร่วมกับราชินีซัคคิวบัสอย่างซาโลเมพลันผุดขึ้นมาในหัว
ตอนนั้นฉันเข้าไปได้แค่เส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างเขต 10 กับเขตที่ 9 ซึ่งก็คือสะพานใหญ่ ฉันยังจำได้แม่นว่าพยายามจะข้ามสะพานหนีมายังเขตที่ 9 แต่กลับตกลงไปใต้สะพานเสียก่อน
ใต้สะพานนั้นมีหมู่บ้านก้นบึ้งอยู่ และที่นั่นก็มีผู้คนอาศัยอยู่ด้วย
'ถ้าเมื่อไหร่ที่ยึดครองเขตที่ 9 ได้ทั้งหมดแล้วล่ะก็…….'
ฉันมองไปยังปลายทางของเขตที่ 9 ที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งก็คือสะพานใหญ่ จากนั้นก็กวาดสายตามองความมืดที่เอ่อล้นอยู่เบื้องล่างสะพานนั้น
'จะได้ไปรวมตัวกับผู้คนในหมู่บ้านก้นบึ้งด้วยไหมนะ'
หมู่บ้านก้นบึ้งนั้นเชื่อมต่อกับท่อระบายน้ำที่แห้งเหือดในเขตที่ 1 ผ่านทางท่อระบายน้ำ มันเป็นเหมือนทางลัดนั่นแหละ
ฉันเคยพยายามจะเข้าไปทางลัดนี้แล้ว แต่ก็ต้องล้มเลิกไปก่อน เพราะผู้กล้าที่ส่งไปสอดแนมเกือบจะหลงทางและติดอยู่ในท่อระบายน้ำที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกต
ดูเหมือนว่าตราบใดที่ไม่มีชาวบ้านจากหมู่บ้านก้นบึ้งมาคอยนำทางให้โดยตรง การจะเข้าไปทางลัดก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
การยึดครองเขตที่ 9 ให้ได้ทั้งหมด แล้วค่อยไปพบพวกเขาอย่างใจเย็น คงจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดแล้วล่ะ
"……."
จู่ๆ ใบหน้าของผู้คนที่เคยร่วมต่อสู้มากับฉันในตอนนั้นก็ผุดขึ้นมา
ซาโลเม เมสัน ปีศาจดาบ ปีศาจหอก……
ไม่นานฉันก็ส่ายหน้าเพื่อดึงสติกลับมา
'อย่างแรกเลยก็คือ การบุกโจมตีของมังกร'
แม้ว่าจะมีทั้งความกังวลที่ต้องจัดการและปัญหาที่พันกันยุ่งเหยิงราวกับกลุ่มด้ายอยู่เต็มไปหมด
แต่ฉันก็เชื่อว่าหากค่อยๆ แก้ไขสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไปทีละอย่าง สักวันหนึ่งก็จะพบกับบทสรุปที่สมบูรณ์แบบได้ที่ปลายทางนั้น
ฉันจึงตัดสินใจโฟกัสไปที่ภารกิจตรงหน้า ซึ่งก็คือการบุกโจมตีของมังกร อันที่จริงแค่เรื่องนี้ก็ถือเป็นวิกฤตที่หนักหนาสาหัสมากพอแล้ว มันถึงขั้นต้องเอาชีวิตเข้าแลกเลยนะ
พวกเราจัดขบวนและเดินฝ่าถนนที่ปกคลุมไปด้วยความมืดอย่างช้าๆ
คงเป็นเพราะไนท์ บริงเกอร์ประกาศพักรบ อาณาจักรทะเลสาบจึงเงียบสงบและไม่มีสัตว์ประหลาดออกมาเพ่นพ่าน หน่วยสอดแนมที่ส่งล่วงหน้าไปก็บอกว่าไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ เลย
ถึงอย่างนั้นพวกเราก็ไม่ประมาทและก้าวเดินอย่างระมัดระวัง จนในที่สุดก็มาถึงจุดหมายปลายทาง
<สำนักงานรักษาความปลอดภัย>
สถานที่ที่รับผิดชอบด้านการบริหารความปลอดภัยของอาณาจักรทะเลสาบ ถ้าเทียบกับประเทศเกาหลีบนโลกมนุษย์ก็คงจะเป็น... สำนักงานตำรวจแห่งชาติล่ะมั้ง
มังกรทมิฬตนที่หกแห่งกองพลมังกรทมิฬ กรงเล็บพาเรเคียน ได้สร้างรังมังกรของตัวเองขึ้นที่นี่
ฉันหันกลับไปมองด้านหลังและพยักหน้า เหล่าผู้กล้าเองก็พยักหน้าตอบพร้อมกันด้วยสีหน้าตึงเครียด
"บุกเข้าไปได้"
"บุก!"
ในตอนที่พวกเรากำลังจะกรูกันเข้าไปในสำนักงานรักษาความปลอดภัยนั่นเอง
"เดี๋ยวก่อน!"
เสียงกังวานใสก็ดังมาจากด้านหลัง ทำเอาทุกคนที่ตกใจรีบยกอาวุธขึ้นและหันกลับไปมอง
จากอีกฟากหนึ่งของถนน ผู้ที่แหวกความมืดมิดมาปรากฏตัว... ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากไร้นาม
ทุกคนรู้สึกโล่งใจจึงลดอาวุธลง ฉันยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
"ไร้นาม!"
"ฉันจะไปด้วย แอช"
ไร้นามเดินเข้ามาอย่างแผ่วเบา เธอยื่นมือออกไปวางทาบบนประตูที่ปิดสนิทของสำนักงานรักษาความปลอดภัย
"เหนือสิ่งอื่นใด หากจะเข้าไปในสถานที่แบบนี้…… มีฉันไปด้วยน่าจะดีกว่า"
ลวดลายเวทมนตร์ปรากฏขึ้นบนหลังมือของไร้นาม
ครืนนนน-!
กลไกสลักของสำนักงานรักษาความปลอดภัยก็ถูกปลดล็อก และประตูที่ขึ้นสนิมก็ค่อยๆ เปิดออกไปทางซ้ายและขวา
เธอคือราชวงศ์แห่งอาณาจักรทะเลสาบ ผู้มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปในสถานที่ใดก็ได้
"ขอบใจนะ ฝากด้วยล่ะ"
สีหน้าของทุกคนสว่างไสวขึ้นราวกับได้กำลังเสริมชั้นยอด แต่ใบหน้าของไร้นามกลับยังคงเคร่งขรึม
"พวกนายคงรู้ดีอยู่แล้วว่าข้างในนี้มีหนึ่งในกองพลมังกรทมิฬซ่อนอยู่ พวกมันโหดเหี้ยมและชั่วร้ายจนเทียบไม่ติดกับสัตว์ประหลาดตัวไหนๆ"
"……."
"อย่าประมาทเด็ดขาด เข้าใจไหม"
ฉันพยักหน้ารับอย่างเงียบๆ ไร้นามสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเป็นคนเดินนำไป
เมื่อผ่านทางเข้าของสำนักงานรักษาความปลอดภัยมาแล้ว สวนขนาดใหญ่ที่ถูกจัดแต่งเอาไว้ก็เผยให้เห็นก่อนที่จะเข้าสู่ตัวอาคารหลัก
ดินเน่าเปื่อยจนกลายเป็นสีดำสนิท และต้นไม้ที่แห้งเหือดก็ไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใดๆ
และบนแท่นกว้างที่เชื่อมต่อจากสวนนั้นไปยังอาคารหลักของสำนักงานรักษาความปลอดภัย……
มังกรยักษ์สีดำตนนั้นกำลังนอนแผ่หลาอยู่
[จบแล้ว]